วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 เวลา 05:36 น.
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
>> หนุ่มขี่รถจักรยานยนต์ เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตร่างอยู่ใต้ท้องรถเทรลเลอร์ กลางถนนทางหลวงหมายเลข 2 จ.อุดรธานี
06.35 น. กู้ภัยทางหลวงอุดรธานี รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถเทรลเลอร์ชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้เสียชีวิต กลางถนนทางหลวงหมายเลข 2 เส้นทาง อุดรธานี - ขอนแก่น ฝั่งขาขึ้น ก่อนถึงปั้มน้ำมัน บ้านข้าวสาร อ.เมือง จ.อุดรธานี
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีเทา ป้ายทะเบียน อุดรธานี ล้มคว่ำอยู่ในพงหญ้าข้างทาง สภาพพังเสียหาย และห่างออกไป พบรถเทรลเลอร์ วอลโว่ สีขาว ป้ายทะเบียน สมุทรปราการ จอดอยู่บนถนนเลนซ้าย และที่ใต้ท้องรถ พบร่างของผู้เสียชีวิต เป็นชายไทย 1 ราย ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี สาขาย่อยโนนสูง
>> ลูกชายวัย 55 ปี ทวงเงินแม่วัย 77 ปี ที่ขายสัตว์เลี้ยงไม่ได้ เกิดโต้เถียงกันก่อนคว้าไม้ตีศีรษะจนเสียชีวิต ก่อนลากร่างไปตามถนน อ้างจะให้พ่อพาแม่ส่งโรงพยาบาล
10.00 น. ร.ต.อ.อำนวย หนองหาญ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.คูเมือง อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้าน บ้านขรัวตาแก้ว หมู่ที่ 9 ต.ปะเคียบ ว่าเกิดเหตุลูกชายทำร้ายแม่เสียชีวิต
ที่เกิดเหตุเป็นถนนคอนกรีตภายในหมู่บ้าน พบร่างของ หญิงไทย อายุ 77 ปี ชาว ต.ปะเคียบ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ นอนหงายเสียชีวิตอยู่กลางถนน สภาพใบหน้ามีบาดแผลฉกรรจ์จากการถูกของแข็งทุบตีจนผิดรูป ไม่สามารถจดจำใบหน้าได้ สร้างความสลดใจแก่ผู้พบเห็น
บริเวณหลังบ้านของผู้เสียชีวิต พบชาวบ้านช่วยกันจับตัว ชายไทย อายุ 55 ปี ลูกชายผู้เสียชีวิต มัดไว้กับโคนต้นมะม่วงเพื่อรอเจ้าหน้าที่ตำรวจ ใกล้กันพบท่อนไม้ยาวประมาณ 30 เซนติเมตร เปื้อนเลือดตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวน ผู้ก่อเหตุ ให้การว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้ทวงถามเงินจากแม่ ซึ่งเป็นเงินจากการขายสัตว์เลี้ยง ทั้งห่าน วัว ควาย และไก่ เพื่อนำไปเป็นค่าเดินทางไปทำงานต่างจังหวัด แต่แม่ไม่มีเงินให้ จึงเกิดการโต้เถียงกันขึ้น โดยผู้ก่อเหตุ อ้างว่า แม่ใช้ท่อนไม้ทำร้ายตนเองก่อน จึงแย่งไม้มาได้แล้วใช้ทุบศีรษะแม่ประมาณ 10 ครั้ง
หลังเกิดเหตุยังลากร่างแม่ไปตามถนนคอนกรีตภายในหมู่บ้านเป็นระยะทางประมาณ 100 เมตร โดยอ้างว่าต้องการให้พ่อซึ่งออกไปทุ่งนา พาแม่ไปส่งโรงพยาบาล กระทั่งชาวบ้านมาพบเห็นเหตุการณ์ จึงแจ้งตำรวจเข้าตรวจสอบและควบคุมตัวไว้
>> นายกฯ เผยผลสำเร็จเยือนภูฏาน ต่อยอดความร่วมมือ 3 ด้าน พลังงานสะอาด เกษตร และสาธารณสุข พร้อมชวนเอกชนไทยร่วมพัฒนาเมืองเกเลฟู เมืองเศรษฐกิจแห่งอนาคต
10.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงผลสำเร็จของการเยือนราชอาณาจักรภูฏานอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 30 ต.ค. – 1 พ.ย.69 โดยระบุว่า การเยือนครั้งนี้ประสบความสำเร็จด้วยดี สะท้อนความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทย-ภูฏาน โดยทั้งสองฝ่ายได้ลงนามความร่วมมือ 3 ฉบับ ครอบคลุมด้านสาธารณสุข พลังงานสะอาด และการเงินเพื่อการเกษตร เพื่อขยายความร่วมมือและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจระหว่างกัน
นายกฯ กล่าวว่า ภูฏานมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และมีศักยภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับภาคเอกชนไทยในการเข้าไปลงทุนและร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ขณะที่ด้านการเกษตร ไทยพร้อมส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อยกระดับภาคการเกษตรของทั้งสองประเทศ รวมถึงเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยขยายตลาดสินค้าและบริการไปยังภูฏานและภูมิภาคเอเชียใต้
ด้านสาธารณสุข นายกฯ ระบุว่า ไทยให้ความสำคัญกับการสนับสนุนและพัฒนาความร่วมมือด้านสาธารณสุขกับภูฏานมาอย่างต่อเนื่อง และการลงนามความร่วมมือครั้งนี้ จะช่วยยกระดับความร่วมมือทางการแพทย์ รวมถึงส่งเสริมการส่งต่อผู้ป่วยจากภูฏานเข้ารับการรักษาในประเทศไทย ซึ่งมีบริการทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน
สำหรับการเดินทางเยือนเมืองเกเลฟู นายกฯ กล่าวว่า เมืองเกเลฟูเป็นโครงการพัฒนาเมืองแห่งอนาคตของภูฏาน ที่มุ่งพัฒนาให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรม โดยเห็นว่าโครงการดังกล่าวมีศักยภาพและเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนไทยในการเข้าไปมีส่วนร่วมพัฒนาเมือง ซึ่งจะช่วยเปิดตลาดใหม่ให้ภาคเอกชนไทย และขยายความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ
>> รวบทันควัน หลังหลบหนีการปล่อยตัวชั่วคราว หนุ่มร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ธนบัตร เงินจำนวน 5 แสนบาท
10.53 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม นายวอ (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี ฐาน “ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์” โดยจับกุมได้ บริเวณหน้าคอนโด ซ.พหลโยธิน 35 เขตจตุจักร กรุงเทพมหานครฯ
พฤติการณ์ วันที่ 5 ส.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สุทธิสาร ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สน.สุทธิสาร ว่ามีเหตุวิ่งราวทรัพย์ บริเวณปากซอยลาดพร้าว 16 กรุงเทพมหานครฯ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบนายวอถูกจับกุม โดยพยานแจ้งว่า ได้ยินเสียงคนตะโกนให้ช่วยจับขโมย ซึ่งขณะนั้น นายวอ กำลังวิ่งผ่านหน้าตนพร้อมถือถุงดำ พยานจึงได้ควบคุมตัว นายวอ ไว้ หลังจากนั้นผู้เสียหายได้มาแสดงตัวว่าถูกนายวอลักทรัพย์ เงินจำนวน 500,000 บาท บรรจุอยู่ในซองกระดาษธนาคารสีน้ำตาล ซึ่งถูกนายวอ วิ่งหนีเอาไป จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้รับตัว นายวอ พร้อมด้วยของกลางโดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า วิ่งราวทรัพย์ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
ต่อมาจำเลยได้รับการประกันตัวในชั้นศาล และได้มีพฤติการณ์หลบหนีระหว่างอุทธรณ์ จึงออกหมายจับ เพื่อบังคับโทษตามคำพิพากษา จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้สืบทราบว่าจำเลยได้หลบหนีมาพักอาศัยที่คอนโดแห่งหนึ่งในซอย ซ.พหลโยธิน 35 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน จึงได้ไปดักรอเฝ้าสังเกตบริเวณหน้าคอนโดดังกล่าว จนกระทั่งพบเห็นจำเลยยืนอยู่บริเวณหน้าคอนโด และกำลังขับรถจักรยานยนต์ออกจากคอนโด
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบเข้าแสดงตัว แสดงบัตรข้าราชการตำรวจ พร้อมหมายจับให้ นาย วอ(นามสมมุติ) ดู จากนั้นจึงได้นำตัวส่ง ศาลอาญา เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
>> ตม.ชลบุรี ลุยกวาดล้าง 3 คดีรวด รวบสาวกัมพูชา Overstay กว่า 11 ปี - หนุ่มลาวหนีหมายจับ - ครูอังกฤษไร้ใบอนุญาต
11.00 น. ที่ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 (บก.ตม.3) ร.ต.อ.ศิรวุฒิ มานิพพาน รอง สารวัตร ตม.จว.ชลบุรี พร้อมกำลังชุดสืบสวน ตม.จว.ชลบุรี (ด่านศรีราชา) ลงพื้นที่กวาดล้างและจับกุมผู้กระทำผิดในเขตพื้นที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ในห้วงระหว่างวันที่ 29 - 31 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบและสืบสวนติดตามตัว เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้รวม 3 คดี ดังนี้
คดีแรก เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบตลาดสดแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 3 ต.บึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จับกุม น.ส.ชอ (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี สัญชาติกัมพูชา ขณะลักลอบทำงานอยู่ภายในตลาด จากการตรวจสอบหนังสือเดินทางพบว่าเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay) เป็นเวลานานถึง 4,100 วัน หรือประมาณ 11 ปี
คดีที่สอง ชุดสืบสวนแกะรอยติดตามจับกุม นายซอ (นามสมมุติ) อายุ 37 ปี สัญชาติลาว ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดหนองคาย ที่ จ.276/2569 ลงวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ในข้อหา “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา”
คดีที่สาม เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสถานศึกษาแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี พบครูชาวต่างชาติ สัญชาติบริติช (อังกฤษ) จำนวน 1 ราย จากการตรวจสอบเอกสารและสอบปากคำอย่างละเอียด พบว่าไม่มีใบอนุญาตทำงาน จึงแจ้งข้อกล่าวหา “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน” ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คดี ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป สั่งพิมพ์ปฏิทิน
ผบก.ตม.3 กล่าวอีกว่า พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านแรงงานและหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรการตรวจสอบสถานประกอบการ สกัดกั้นการลักลอบเข้าเมือง และป้องกันการจ้างแรงงานผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด
>> บุกค้นเว็บไซต์ E-Money เถื่อน บริการสั่งซื้อสินค้าต่างประเทศ, รับแลก–โอนเงินหยวน ครบวงจร เงินหมุนเวียนกว่า 170 ล้านบาท
11.23 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ดำเนินคดีผู้ต้องหารวม 2 ราย เป็นรูปแบบของบริษัทและบุคคลชาย1ราย สัญชาติไทย ความผิดฐาน “ร่วมกันประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและโอนเงินระหว่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมตรวจยึดของกลาง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก จำนวน 4 เครื่อง ,โทรศัพท์มือถือ จำนวน 5 เครื่อง และแฟ้มเอกสาร จำนวน 1 แฟ้ม โดยเข้าตรวจค้นที่ ทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจาก ตำรวจ ปอศ. ได้รับการประสานข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กรณีตรวจพบเว็บไซต์หนึ่ง มีการประกาศโฆษณาให้บริการการชำระเงินและเปิดรับแลกเงินหยวนและเงินตราต่างประเทศ โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งการประกอบธุรกิจดังกล่าวเป็นธุรกิจที่ต้องได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย
จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าเว็บไซต์ทั้งสองข้างต้น ให้บริการรับแลกเงินหยวน โอนเงินหยวน เข้า Alipay และบริการเติมเงินสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์จากประเทศจีนอย่างครบวงจร โดยผู้ใช้บริการจะต้องสมัครสมาชิก จากนั้นทางเว็บไซต์จะสร้างบัญชีผู้ใช้งานพร้อมกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสามารถเติมเงิน ฝาก-ถอน และใช้ชำระเงินสำหรับการสั่งซื้อสินค้าจากประเทศจีนผ่านช่องทางออนไลน์ และ เว็บไซต์ ลักษณะการให้บริการดังกล่าวถือเป็นการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินและแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยพบว่าเว็บไซต์ดังกล่าวมีการดำเนินการในนามของบริษัทผู้ต้องหา
จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่าบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้อง จำนวน 5 บัญชี มีเงินหมุนเวียนรวมกันกว่า 170 ล้านบาท ในระยะเวลา 1 ปี โดยมีบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้อง จำนวน 2 บัญชี ถูกใช้ในการทำธุรกรรม รับแลก และรับจ่ายเงินหยวน มีความเชื่อมโยงกับบัญชีที่ถูกใช้ในอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จากข้อมูลของศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ACSC) ยอดเงินรวม กว่า 270,000 บาท และจากการตรวจสอบ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า บริษัทผู้ต้องหา ไม่เคยได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินและธุรกิจรับแลกเงินจากธนาคารแห่งประเทศไทยแต่อย่างใด
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ยื่นคำร้องขอหมายค้นต่อศาล ผลการตรวจค้น พบพนักงาน จำนวน 5 คน กำลังทำงานอยู่ภายในบริษัท จึงได้ตรวจยึดพยานหลักฐานและพยานวัตถุที่เกี่ยวข้องรวม 3 รายการ ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา จำนวน 2 ราย ในฐานความผิด “ร่วมกันประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและโอนเงินระหว่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต” ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ในส่วนของบัญชีที่ใช้ในการรับแลกเงินหยวน พบเชื่อมโยงกับคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สืบสวนขยายผลต่อไป
>> ตร.ปคบ. ขยายผลจับกัญชา กลางกรุงเทพฯ จากกรณีพ่อ แม่ ลูก ในจันทบุรี ซื้อเยลลี่ผสมกัญชามากิน เข้ารพ. ยกบ้าน
11.35 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ. ) พร้อมด้วย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) และ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมปฏิบัติการตรวจค้นแหล่งกระจายสินค้าเยลลี่ผสมกัญชา ในพื้นที่ย่านถนนบรรทัดทอง เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจากปรากฏข่าวตามสื่อสังคมออนไลน์ว่าพบครอบครัว พ่อ แม่ ลูก จำนวน 3 ราย ในพื้นที่อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี รับประทานขนมผสมกัญชาแล้วเกิดอาการรุนแรง เกร็ง ชักกระตุก ไม่รู้สึกตัวจนต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ส่วนลูกเป็นเด็กชายวัย 2 ขวบ มีอาการซึมคาดว่าอาจรับประทานไปไม่มาก เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการอย่างเร่งด่วน ทราบภายหลังว่าเยลลี่ดังกล่าวมีส่วนผสมของกัญชา
ต่อมาเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ได้ร่วมกับ อย. และเจ้าหน้าที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก นำหมายค้นของศาลแขวงปทุมวัน เข้าตรวจค้นอาคารแห่งหนึ่งในพื้นที่เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร พบ น.ส.สอ (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี เป็นผู้นำตรวจค้น โดยมีการใช้อาคารดังกล่าวบริเวณชั้น 2 เป็นร้านขายกัญชาและช่อดอก และพบผลิตภัณฑ์อาหารประเภทเยลลี่ผสมกัญชา ไม่มีการแสดงฉลากภาษาไทยและไม่มีเลขสารบบอาหาร (อย.) จำนวน 90 ชิ้น มูลค่า 50,000 บาท
จากการสอบถาม น.ส.สอ รับว่าเป็นลูกจ้าง มีหน้าที่ขายเยลลี่ที่มีส่วนผสมของกัญชา ชิ้นละ 80 บาท โดยจะขายให้กับประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่สนใจ เปิดจำหน่ายมาแล้วประมาณ 1 ปี สั่งพิมพ์ปฏิทิน
ทั้งนี้ พนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. จะได้ส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ตรวจยึด ส่งตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อยืนยันผลตรวจหากพบตรวจวิเคราะห์พบ THC และ CBD เกินตามประกาศที่กำหนดไว้ จะได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อไป
เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 ฐาน “จำหน่ายสมุนไพรควบคุมโดยไม่ได้รับอนุญาต” โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ฐาน “ผลิต และจำหน่ายอาหารที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง” โทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท
>> แผ่นดินไหว ขนาด 3.9 ภายในพื้นที่ จ.พะเยา สามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้
12.01 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 3.9 ความลึก 1 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.ควร อ.ปง จ.พะเยา มีรายงานผลการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ในพื้นที่อำเภอปง
>> อุบัติเหตุ รถกระบะ ชนกับ จักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต เป็นคุณตาวัย 77 ปี กลางถนนหมายเลข 211 จ.หนองคาย
12.02 น.รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.ศรีเชียงใหม่ มีอุบัติเหตุ รถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้เสียชีวิต บนถนนหมายเลข 211 บริเวณทางกลับรถ บ้านหัวทราย ต.พานพร้าว อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีขาว ป้ายทะเบียน หนองคาย ล้มคว่ำสภาพรถพังเสียหาย และห่างออกไป พบรกระบะ โตโยต้า รีโว่ สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. จอดอยู่ที่เลนซ้ายสภาพกันชนหน้าฝั่งขวา มีร่องรอยการชนเสียหาย โดยที่เกิดเหตุตตรวจสอบ พบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 77 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวน
>> รถกระบะเสียหลักพุ่งลงคลองส่งน้ำ "สี่แยกดอยโตน’ รอดหวุดหวิด 8 แต่หนุ่มวัย 27 นั่งท้ายถูกน้ำซัดจมหาย จนท.ลงค้นหาทั้งคืน จ.แพร่
16.30 น. เจ้าหน้าที่รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์กระบะเสียหลักพุ่งตกลงไปในคลองส่งน้ำ บริเวณพิกัดสี่แยกดอยโตน ต.วังหงส์ อ.เมือง จ.แพร่ ส่งผลให้รถจมมิดและมีผู้โดยสารถูกกระแสน้ำพัดสูญหาย
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ โตโยต้า สีเทา ป้ายทะเบียน เชียงใหม่ ลักษณะพลิกตะแคงอยู่ในคลอง จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น คันดังกล่าวโดยสารกันมาทั้งหมด 9 คน (รวมคนขับและผู้โดยสาร) จังหวะที่รถเสียหลักพุ่งดิ่งลงน้ำสุดแรง ผู้โดยสารจำนวน 8 ราย ตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอดและได้รับการช่วยเหลือขึ้นมาบนฝั่งได้อย่างปลอดภัย
แต่ชายหนุ่ม อายุ 27 ปี ที่นั่งอยู่บริเวณท้ายกระบะ ถูกกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากพัดพลัดตกหายไปต่อหน้าต่อตา เจ้าหน้าที่กู้ภัยระดมทีมนักประดาน้ำปูพรมค้นหา แข่งกับเวลาและความมืด
หลังรับแจ้งเหตุ ทีมชุดประดาน้ำจาก สมาคมอาสาสมัครกู้ภัยจังหวัดแพร่ จับมือผนึกกำลังร่วมกับ กู้ชีพผาตู้ (อบต.วังธง) นำเรือยาง ถังออกซิเจน และอุปกรณ์กู้ภัยทางน้ำลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน
จนกระทั่งเวลา 18.30 น. ท้องฟ้าเริ่มมืดสนิท เจ้าหน้าที่ยังคงดำน้ำค้นหาอย่างไม่ลดละ แต่การทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบากอย่างยิ่ง เนื่องจาก กระแสน้ำในคลองชลประทานไหลเชี่ยวแรงมาก และมีระดับน้ำที่ลึก เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการดำค้นหาของนักประดาน้ำ ขอส่งกำลังใจแรง ๆ ให้พี่น้องกู้ภัยทุกนายที่กำลังปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงภัยอยู่กลางสายน้ำใน
>> ทอ. ส่ง F-16 ลาดตระเวนเหนือแม่สอด ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก
17.00 น. หน่วยเฉพาะกิจราชมนู แจ้งประชาสัมพันธ์ถึงพี่น้องประชาชนฝั่งชายแดนไทย ระบุว่า กองทัพอากาศได้แจ้งประชาสัมพันธ์ ทางกองทัพอากาศ ได้ดำเนินภารกิจลาดตระเวนทางอากาศ โดยจัดเครื่องบินขับไล่ F-16 จำนวน 2 ลำ ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก และบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อดูแลและเฝ้าระวังสถานการณ์ด้านความมั่นคงทางอากาศ
ทั้งนี้ การปฏิบัติภารกิจดังกล่าวอาจทำให้ประชาชนในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียงได้ยินเสียงเครื่องบินดังขึ้นกว่าปกติ กองทัพอากาศจึงขอแจ้งให้ประชาชนรับทราบล่วงหน้า เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก พร้อมขอให้ประชาชนมั่นใจในการปฏิบัติภารกิจของกองทัพอากาศ ซึ่งดำเนินการตามหน้าที่ในการเฝ้าระวัง ดูแลความปลอดภัย และรักษาความมั่นคงของประเทศอย่างต่อเนื่อง
>> ฝ่ายปกครองบึงกาฬ บุกตรวจร้านดัง พบเปิดสถานบริการผิดกฎหมาย ปล่อยเด็กต่ำกว่า 20 ปีเข้าใช้บริการ เสนอผู้ว่าฯ สั่งปิด 5 ปี
17.09 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ นายวุฒิชัย ชัยภูมานารถ นายอำเภอเมืองบึงกาฬ และนายกฤษณ์ วิชญ์อินทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ นำกำลังฝ่ายปกครองจังหวัดบึงกาฬ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดบึงกาฬ กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดบึงกาฬที่ 1 ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอเมืองบึงกาฬ กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอเมืองบึงกาฬที่ 2 และสถานีตำรวจภูธรเมืองบึงกาฬ เข้าตรวจสอบร้านดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 313 หมู่ 10 ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เมื่อเวลา 01.30 น.
จากการตรวจสอบพบว่า ร้านดังกล่าวเปิดจำหน่ายอาหาร สุรา และเครื่องดื่ม พร้อมจัดให้มีการแสดงดนตรีสดและเปิดแผ่นมิกซ์เพลง (Club DJ) เพื่อความบันเทิง โดยเปิดให้บริการจนถึงเวลา 03.00 น. ซึ่งเข้าข่ายเป็นสถานบริการตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 และที่แก้ไขเพิ่มเติม แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ตั้งสถานบริการ อีกทั้งยังพบผู้ใช้บริการอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ จำนวน 36 คน โดยผู้มีอายุน้อยที่สุดเพียง 12 ปี นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบวัตถุคล้ายยาเสพติดจำนวนหนึ่งตกอยู่บริเวณพื้น จึงตรวจปัสสาวะพนักงานและผู้ใช้บริการเพื่อหาสารเสพติดในร่างกาย ซึ่งผลการตรวจไม่พบสารเสพติดแต่อย่างใด
เจ้าหน้าที่จึงจับกุมผู้จัดการและผู้ดูแลร้าน พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาหลายรายการ ได้แก่ การตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต การขายและโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยฝ่าฝืนกฎหมาย การจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลาที่กำหนด การจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่บุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ การขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่เด็ก รวมถึงการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมสถานบริการ ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองบึงกาฬ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานเสนอผู้ว่าราชการจังหวัด พิจารณามีคำสั่งปิดสถานบริการดังกล่าวเป็นระยะเวลา 5 ปี ต่อไป
>> ”วัชรพล“ ตรวจความเรียบร้อยงานพืชสวนโลกอุดรฯ ก่อนนายกฯ เปิดงานพรุ่งนี้ กำชับดูแลความปลอดภัย-การจราจร-จุดจอดรถ รองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
18.30 น. นายวัชรพล ขาวขํา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร ลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบร้อยงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ซึ่งเปิดให้เข้าชมเป็นวันแรก พบว่ามีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ความสนใจเข้าชมจำนวนมาก ทําให้บริเวณหน้าทางเข้างานการจราจรติดขัด
ทั้งนี้ ได้ประสานสถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี เพื่อจัดการจราจร อำนวยความสะดวกบริเวณจุดจอดรถ รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัย และกำชับเพิ่มจำนวนรถรางและรถรับส่งนักท่องเที่ยวบริเวณจุดต่างๆ ให้สอดคล้องกับจํานวนนักท่องเที่ยวในแต่ละช่วงเวลา ก่อนที่นายกฯ จะเดินทางมาเปิด Grand Opening ในวันที่ 2 พ.ย.69
>> ในหลวง-พระราชินี ทอดพระเนตรการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ รอบปฐมทัศน์ ตอน "สีดา"
19.34น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ รอบปฐมทัศน์ เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน "สีดา" ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร โดยมี พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล รองประธานกรรมการและเลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประธานกรรมการอำนวยการ โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางโชติกา อัครกิจโสภากุล อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และคณะกรรมการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ฯ เฝ้า ฯ รับเสด็จ
ในการนี้ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เด็กชายภูริศ ตันตระกูล (ผู้แสดงพระมงกุฎ) เข้าเฝ้า ฯ ทูลเกล้า ฯ ถวายสูจิบัตร และของที่ระลึกแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เด็กชายพีรวัส สุคต (ผู้แสดงพระลบ) เข้าเฝ้า ฯ ทูลเกล้า ฯ ถวายสูจิบัตรและของที่ระลึกแด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี และทอดพระเนตรการแสดงรำถวายพระพร ทอดพระเนตรวีดิทัศน์เบื้องหลังการจัดการแสดงโขน เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน "สีดา" ซึ่งจัดขึ้นเพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและสืบสานพระราชปณิธาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และในปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ที่ทรงให้ความสำคัญสนอง พระราชปณิธาน “สืบสาน รักษา ต่อยอด” เพื่อรักษาศิลปะชั้นสูงของชาติให้คงอยู่อย่างงดงามจากรุ่นสู่รุ่น นับเป็นความโชคดีของคนไทยและประเทศไทยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงส่งเสริม และสนับสนุนการแสดงโขนอย่างเอาพระทัยใส่ทุกมิติ เป็นการธำรงนาฏศิลป์ อันทรงคุณค่าของชาติให้สืบทอดอยู่อีกนานเท่านาน
จากนั้น ทอดพระเนตรการแสดงโขน เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน "สีดา" ซึ่งดำเนินเรื่องตามบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ถ่ายทอดเรื่องราว ตั้งแต่กำเนิดนางสีดา การอภิเษกกับพระราม การติดตามพระรามออกเดินป่า จนถูกทศกัณฐ์ลักพาไปกรุงลงกา และการลุยไฟเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์และความจงรักภักดีโดยได้ออกแบบฉากและองค์ประกอบการแสดงอย่างวิจิตรตระการตา ได้แก่ "ฉากพระราชพิธีอภิเษกพระราม- นางสีดา" ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากจิตรกรรมฝาผนังภายในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ถ่ายทอดความงดงามของศิลปะไทยผ่านรายละเอียดของงานออกแบบที่ประณีตและยิ่งใหญ่ "ฉากสีดาลุยไฟ" ซึ่งสะท้อนความบริสุทธิ์และความจงรักภักดีของนางสีดา ฉากสรวงสวรรค์และเขาพระสุเมรุ ฉากหนุมานชูกล่องดวงใจ และฉากทศกัณฐ์ลักนางสีดา ที่ล้วนได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อถ่ายทอดเรื่องราว ตามบทพระราชนิพนธ์ เรื่องรามเกียรติ์ ให้มีความสมบูรณ์และงดงามบนเวที
เมื่อจบการแสดงแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ พลอากาศโท ภักดี แสง-ชูโต ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์ เชิญช่อดอกไม้พระราชทานมอบให้แก่ศิลปินแห่งชาติ ผู้แทนคณะทำงานและผู้แทนนักแสดง ตามลำดับ
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเวียดนาม
21.43 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 3.3 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเวียดนาม ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ อ.บ้านแพง จ.นครพนม ประมาณ 164 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
2 พฤศจิกายน 2569
2 พฤศจิกายน 2569