วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เวลา 16:46 น.
นายกฯ ร่วมพิธีเปิดโครงการสถูป 108 องค์ ณ เมืองเกเลฟู ตามคำเชิญรัฐบาลภูฏาน สะท้อนมิตรภาพและความไว้วางใจระหว่างสองประเทศ พร้อมเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งภูฏาน
วันนี้ (วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน 2569) เวลา 09.00 น. (เวลาท้องถิ่นภูฏาน ซึ่งช้ากว่าไทย 1 ชั่วโมง) ณ เมืองเกเลฟู ราชอาณาจักรภูฏาน นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยภริยาและคณะ เดินทางมายังเมืองเกเลฟู เพื่อเข้าร่วมพิธีเปิดโครงการสถูป 108 องค์ (Project 108) ตามคำเชิญของรัฐบาลภูฏาน โดยนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำต่างประเทศเพียงคนเดียวที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานสำคัญครั้งนี้
เมื่อเดินทางถึงสถานที่จัดพิธี นายกรัฐมนตรีได้รับการต้อนรับจากนายกรัฐมนตรีภูฏาน พร้อมด้วย Lyonpo Lungten Dorji รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยภูฏาน Lyonpo Tandin Wangchuk รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขภูฏาน, Lyonpo D.N. Dhungyel รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศภูฏาน และ Dasho Dr. Lotay Tshering ผู้ว่าการเขตบริหารพิเศษเกเลฟู สะท้อนถึงความสำคัญที่รัฐบาลภูฏานให้กับการเข้าร่วมงานของรัฐบาลไทย
จากนั้น สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งภูฏาน เสด็จฯ ถึงสถานที่จัดพิธีเฉลิมฉลองโครงการสถูป 108 องค์ ก่อนเข้าสู่ลำดับพิธี โดยมีการเป่าแตรยาวดุงเชน (Dungchen) เพื่อเฉลิมฉลองการก่อสร้างสถูป 108 องค์ และร่วมร้องเพลงชาติภูฏาน
โครงการ 108 (Project 108) เป็นโครงการริเริ่มตามพระราชดำริของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก กษัตริย์องค์ที่ 5 แห่งภูฏาน มีเป้าหมายก่อสร้างและประดิษฐานสถูปจังชุบ (Jangchub Chortens) หรือสถูปแห่งการตรัสรู้ จำนวน 108 องค์ บริเวณริมแม่น้ำเมาชู (Mao Chhu) ใกล้เมืองเกเลฟู ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของ Gelephu Mindfulness City (GMC) โดยสถูปแต่ละองค์มีความสูงประมาณ 15 เมตร และตั้งห่างกัน 108 เมตร กำหนดให้การก่อสร้างสถูปทั้ง 108 องค์แล้วเสร็จพร้อมกันภายใน 24 ชั่วโมง ด้วยพลังความร่วมมือของจิตอาสากว่า 40,000 คน
การที่นายกรัฐมนตรีไทยได้รับเชิญให้เข้าร่วมโครงการดังกล่าว นับเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงมิตรไมตรีและความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างไทยกับภูฏาน โดยเฉพาะในวาระสำคัญของประเทศภูฏานที่ผสมผสานมิติทางศาสนา วัฒนธรรม และการพัฒนาประเทศเข้าด้วยกัน ขณะเดียวกัน ยังเป็นโอกาสที่ไทยจะได้สัมผัสแนวคิดการพัฒนา เมืองเกเลฟู ซึ่งได้รับการกำหนดให้เป็นเขตบริหารพิเศษและอยู่ระหว่างการพัฒนาเมืองรูปแบบใหม่ ภายใต้แนวคิด Gelephu Mindfulness City ที่มุ่งสร้างเมืองต้นแบบซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต ความยั่งยืน ธรรมชาติ และความผาสุกของประชาชนควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ โครงการสถูป 108 องค์ ยังสะท้อนแนวคิดการพัฒนาของภูฏานที่ให้ความสำคัญกับมิติทางจิตใจและคุณภาพชีวิตควบคู่กับความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ โดยในทางพระพุทธศาสนาวัชรยาน สถูปเป็นสัญลักษณ์แห่งการตรัสรู้และพระธรรม ขณะที่เลข 108 มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ทางพุทธศาสนา การร่วมกันก่อสร้างสถูปทั้ง 108 องค์ภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง จึงเป็นทั้งกิจกรรมทางศาสนาและการแสดงพลังความร่วมมือของประชาชนจากหลากหลายภาคส่วน
นอกจากนี้ การจัดพิธีในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งตรงกับวันลฮาบับ ดือเชน (Lhabab Düchen) วันสำคัญทางพระพุทธศาสนานิกายวัชรยาน และตรงกับวันราชาภิเษกของสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งภูฏาน ยิ่งทำให้พิธีดังกล่าวมีความสำคัญทั้งในมิติทางศาสนาและสถาบันพระมหากษัตริย์ของภูฏาน
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเยือนเมืองเกเลฟู เป็นมากกว่าการเข้าร่วมพิธีสำคัญของภูฏาน แต่เป็นโอกาสที่ประเทศไทยได้เข้ามามีส่วนร่วมในวาระสำคัญของการพัฒนาเมืองแห่งอนาคตของภูฏาน โดยเฉพาะพื้นที่ Gelephu Mindfulness City ซึ่งรัฐบาลภูฏานกำลังพัฒนาให้เป็นเขตบริหารพิเศษและเมืองต้นแบบรูปแบบใหม่ ตลอดจนเป็นโอกาสในการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการพัฒนาเมืองที่ให้ความสำคัญกับประชาชนเเละการสร้างความยั่งยืนควบคู่กัน
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมด้วยคณะกลุ่มเล็ก ยังได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งภูฏาน ณ เมืองเกเลฟู ก่อนออกเดินทางกลับมายังเมืองพาโร และเดินทางต่อมายังประเทศไทยในวันเดียวกัน โดยคาดว่าจะเดินทางถึงประเทศไทยในเวลาประมาณ 20.00 น.
2 พฤศจิกายน 2569
2 พฤศจิกายน 2569