วันที่ 31 ตุลาคม 2569 เวลา 23:45 น.
กองปราบฯ เปิดปฏิบัติการ "ถอดสลักเมืองตรัง ตัดท่อเงินยา" รวบเพิ่มอีก 6 สมุน "จริง สันติสุข" เอเยนต์ยารายใหญ่ บงการปาระเบิดทวงหนี้ ยึด-อายัดทรัพย์แล้วกว่า 21 ล้าน
โดย พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ป. สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.9 และ กก.สส.ภ.จว.ตรัง เปิดปฏิบัติการ “ถอดสลักเมืองตรัง ตัดท่อเงินยา” เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายหลายจุดใน จ.ตรัง
สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคดียาเสพติด อาวุธปืน และวัตถุระเบิด ได้รวม 6 ราย ประกอบด้วย น.ส.วิ (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี, น.ส.นิ (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี, น.ส.รี (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี, นายที (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี, นายกี (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี และ นายนี (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี
ตรวจยึดของกลางประกอบด้วย ยาบ้า 874,692 เม็ด, เคตามีน 8 กิโลกรัม, อาวุธปืนอาก้า (AK-47) 1 กระบอก, อาวุธปืนพกสั้น 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน, อาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอก พร้อมกระสุน 50 นัด, วัตถุระเบิดสังหารบุคคล Arges-84 จำนวน 2 ลูก, เงินสด 2,828,430 บาท, รถยนต์ 5 คัน มูลค่ารวมประมาณ 1,700,000 บาท และทองคำแท่ง น้ำหนักรวม 38 บาท มูลค่าประมาณ 2,660,000 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดในครั้งนี้ทั้งสิ้น 7,188,430 บาท พร้อมอายัดบัญชีธนาคาร 3 บัญชี มูลค่ารวมประมาณ 13,000,000 บาท
สืบเนื่องจากในห้วงปี 2569 เกิดเหตุคนร้ายขว้างระเบิดใส่บ้านเรือนประชาชนใน จ.ตรัง ต่อเนื่องรวม 11 เหตุการณ์ จากการสืบสวนพบว่าส่วนใหญ่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติดของ นายสันติสุข หรือ “จริง” ผู้ต้องหาตามหมายจับคดียาเสพติดและคดีเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย รวม 10 หมายจับ ซึ่งปัจจุบันหลบหนีอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยผู้สั่งการใช้ระเบิดเพื่อข่มขู่ทวงหนี้ค่ายาเสพติดและแก้แค้นส่วนตัว ส่งผลให้ประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องต้องรับเคราะห์ บ้านเรือนและทรัพย์สินได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก
ต่อมาเจ้าหน้าที่ กก.6 บก.ป. ร่วมกับ บก.สส.ภ.9 และ ภ.จว.ตรัง คลี่คลายคดีจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 10 จาก 11 เหตุการณ์ รวบผู้ต้องหาได้รวม 25 ราย ศาลออกหมายจับผู้หลบหนีอีก 2 ราย รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดและอายัดจากเครือข่ายนี้แล้วกว่า 21.3 ล้านบาท สำหรับวัตถุระเบิดที่ใช้เป็นชนิดผลิตในต่างประเทศ ลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่เคยยึดระเบิดชนิดเดียวกันได้อีก 2 ลูก ขณะจับกุมทีมปาระเบิดในพื้นที่ อ.ย่านตาขาว
จากการสอบสวนพบว่า ผู้ลงมือส่วนใหญ่เป็นเยาวชนและวัยรุ่นในพื้นที่ ซึ่งถูกว่าจ้างผ่านคนกลางเป็นทอดๆ โดยหลายรายเป็นผู้เสพที่ติดหนี้ค่ายาเสพติด จึงยอมรับงานปาระเบิดแลกกับการล้างหนี้และค่าจ้างเพียงครั้งละ 10,000 – 20,000 บาท นอกจากนี้ จากการขยายผลเส้นทางการเงินและวิธีการลำเลียงยาเสพติดตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2568 พบว่า เครือข่ายนี้ใช้บริการบริษัทขนส่งพัสดุเอกชนเป็นช่องทางหลัก ทั้งขาลงที่ส่งยาเสพติดและระเบิดจากชายแดนภาคเหนือมายัง จ.ตรัง และขาขึ้นที่นำเงินค่ายาไปแปลงเป็นทองคำแท่งแล้วส่งกลับไปภาคเหนือ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับพัสดุซุกยาบ้า 290,000 เม็ด เคตามีน 8 กก. และทองคำแท่งหนัก 26 บาท ได้ที่ศูนย์กระจายสินค้าใน จ.พิษณุโลก




