หน้าแรก > สังคม

นายกรัฐมนตรี เผย ”ชัยรัตน์“ ถูกดำเนินคดีตามหมายจับ ไม่ใช่ใบสั่งตน ลั่นเอาผิดคนแชร์ แม้ลบโพสต์หนี ด้าน โฆษก ตร.ยันตำรวจจับกุมตามหมายศาล ส่วนคนแชร์ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจพนักงานสอบสวน

วันที่ 28 ตุลาคม 2569 เวลา 21:27 น.


วันนี้(28 ต.ค.69) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่ตำรวจควบคุมตัวนายชัยรัตน์ อายุ 2ปี เจ้าของเพจ Godd Dam ว่า ยืนยันว่าตนเองไม่ใช่คนสั่งการให้ตำรวจไปจับ แต่เพราะว่าตำรวจมีพยานหลักฐานจึงไปขอศาลออกหมายจับ ส่วนการที่ตนเองออกมาชี้แจงเพื่อเป็นการปรามผู้ที่แชร์ต่อ เนื่องจากมีบางคนที่ไม่รู้เรื่อง จึงต้องออกมาชี้แจงเพื่อให้คนส่วนใหญ่เข้าใจ ซึ่งหากมีเหตุลักษณะนี้ออกมาเรื่อยๆ แล้ว ทำให้คนที่ไม่ทราบข้อมูลเข้าใจผิดว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร มันจึงเป็นการเริ่มเล่นเกมนอกมารยาท  

”ส่วนการที่ผู้ต้องหาปฏิเสธ ตำรวจจับตามพยานหลักฐานที่ทำผิด ซึ่งหากตนจะแจ้งความ จะแจ้งความดำเนินคดีกับคนที่แชร์ ซึ่งข้อความในโพสต์ระบุถึงขั้นตนรับเงิน 7 ล้านบาท และทางธนาคารมีการยืนยันแล้วว่าโพสต์ดังกล่าวไม่เป็นความจริง จึงเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ทันที แล้วพอธนาคารออกมาชี้แจงว่าไม่ใช่ความจริง ผู้ต้องหาก็ลบโพสต์และโพสต์ใหม่ในข้อความที่ว่า "อนุทินตายแน่" ซึ่งเป็นการข่มขู่เอาชีวิตหรือไม่ ตนก็ไม่ทราบ ตำรวจจึงต้องดำเนินการ แต่ถ้าตนจะเอาผิด จะแจ้งความจับคนแชร์“ นายอนุทิน กล่าว

ด้าน พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การจับกุมนายชัยรัตน์ ไม่มีใบสั่ง เป็นไปตามพยานหลักฐานที่ศาลพิจารณาออกหมายจับ เบื้องต้นนายชัยรัตน์ ยังให้การปฏิเสธไม่ใช่แอดมินเพจ ซึ่งถือว่าเป็นสิทธิ แต่ยืนยันว่าตำรวจมีพยานหลักฐานชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องพฤติกรรม โดยเฉพาะภาพสลิปเงิน 7 ล้านบาท เบื้องต้นพบว่ามีนายชัยรัตน์ เป็นแอดมินเพจคนเดียว
“จากตรวจสอบพยานหลักฐาน ก็ยืนยันได้ว่านายชัยรัตน์ เป็นผู้กระทำผิด ตำรวจจึงดำเนินคดีฐานความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฐานทุจริตหรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน หรือต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ความผิดฐานปลอมเอกสาร ปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ซึ่งคนต้นโพสต์มีความผิดชัดเจน“ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าว 

พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า ส่วนในเรื่องของคนแชร์ต่อ ตำรวจอยู่ระหว่างพิจารณาว่าเข้าข่ายกระทำผิดหรือไม่ โดยเฉพาะเจตนาที่มีการยั่วยุปลุกปั่นจนทำให้สังคมเข้าใจผิด ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน ว่าจะมีการเชิญบุคคลใดเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการดำเนินคดีในครั้งนี้ไม่ใช่การเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองหรือบุคคลธรรมดา หากมีพยานหลักฐานก็จะดำเนินการโดยไม่ละเว้น

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม