24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 27 ตุลาคม 2569
>> ยายพาหลานสาว 2 คนซ้อนท้ายไปซื้อขนม ถูกหญิงชาวจีนขับรถพุ่งชนท้ายกระเด็นอัดเสาไฟฟ้า หลานวัย 10 ขวบเสียชีวิต
08.30 น. สภ.หนองปรือ ได้รับแจ้งมี อุบัติเหตุรถยนต์ชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดบริเวณปากซอยทุ่งกลม-ตาลหมัน 20 ม.14 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์อเนกประสงค์ ยี่ห้อโตโยต้า เวลอซ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ชลบุรี สภาพกันชนด้านหน้าฝั่งซ้ายได้รับความเสียหาย ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สภาพด้านท้ายพังเสียหายยับเยิน
และพบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย รายแรกเป็นเด็กหญิง อายุ 10 ขวบ ได้รับบาดเจ็บสาหัสและไม่มีชีพจร ทีมกู้ภัยฯ พยายามปั๊มหัวใจเพื่อยื้อชีวิตอย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย คือ หญิงไทย อายุ 60 ปี ซึ่งเป็นยายของผู้เสียชีวิต และเด็กหญิง อายุ 7 ขวบ เป็นน้องสาวของผู้เสียชีวิต ทั้ง 2 คนได้รับบาดเจ็บ มีบาดแผลถลอกตามร่างกาย และมีอาการตกใจกลัว ทีมกู้ภัยฯ จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ ส่วนคนขับรถยนต์อเนกประสงค์ เป็นผู้หญิง อายุ 40 ปี สัญชาติจีน บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าว โดยพยานผู้เห็นเหตุการณ์ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นรถจักรยานยนต์ขี่มาตามทาง จากนั้นมีรถยนต์อเนกประสงค์ขับตามหลังมา ก่อนจะพุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์อย่างจัง จนรถจักรยานยนต์กระเด็นไปอัดกับเสาไฟฟ้าอย่างแรง ทำให้ผู้เป็นยายซึ่งขี่รถจักรยานยนต์ และมีหลานสาว 2 คนนั่งซ้อนท้ายมา ได้รับบาดเจ็บและมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งทำการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
>> ผู้ว่าฯ ชัชชาติ แจง ปมงบฉุกเฉินเหลือ 28 ล้านบาท ย้ำงบส่วนอื่นยังอยู่ครบ
09.02 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ชี้แจง กรณีงบฉุกเฉิน ที่เหลือเพียง 28 ล้านบาท รายละเอียดระบุว่า "ขออธิบายเรื่องงบฉุกเฉินของ กทม ที่ผมชี้แจงในที่ประชุมกระทรวงมหาดไทยว่าเหลือ 28 ล้าน ดังนี้ครับ อ่านข่าวการเมือง
งบประมาณปี 2570 ของ กทม มีประมาณ 93,000 ล้านบาท เป็นงบกลางเฉพาะในส่วนที่อยู่ในอำนาจของผู้ว่า กทม ที่จะใช้ได้ 1,395 ล้านบาท แบ่งเป็น 3 รายการ
งบฉุกเฉิน สำหรับช่วยเหลือภัยพิบัติ 400 ล้านบาท, งบน้ำท่วม สำหรับการแก้ปัญหาน้ำท่วม 95 ล้านบาท และ งบพัฒนาเมือง สำหรับโครงการด่วนมีความจำเป็นต้องใช้ แต่ไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้ (เช่นซ่อมถนน) 900 ล้านบาท
งบกลางหมวดฉุกเฉิน กทม ใช้ไปในเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้แล้ว 372 ล้านบาท (ค่าถุงยังชีพ ข้าวกล่อง น้ำดื่ม ความช่วยเหลือต่างๆ 162 ล้านบาท และ โอนสมทบให้รัฐบาลในการเยียวยาประชาชน 210 ล้านบาท)
ดังนั้นงบกลางในหมวดฉุกเฉินจึงเหลือเพียง 28 ล้านบาทแต่ไม่ต้องตกใจนะครับงบประมาณส่วนอื่นยังอยู่ครบถ้วน ปกติครับ
ส่วนงบกลางถ้าจำเป็นอาจโอนข้ามหมวดได้ ที่ผมอธิบายว่าวิกฤติคืองบกลางเฉพาะในส่วนฉุกเฉินที่ตั้งไว้จะหมดแล้ว ถ้าจะใช้เพิ่มต้องไปโอนจากหมวดอื่นซึ่งก็มีความจำเป็นต้องใช้ในอนาคตเหมือนกัน และเพื่อที่ทุกคนจะได้เข้าใจตรงกันว่า กทม ไม่ได้มีงบประมาณเหลือเยอะครับ เราเก็บภาษีเหมือนท้องถิ่นอื่น เพียงแต่เรามีคนเยอะกว่า และเราก็มีคนต้องดูแลเยอะเหมือนกันครับ
>> พบชิ้นส่วนกระดูกของมนุษย์ กระจัดกระจายภายในดงป่า บ้านห้วยตลุง จ.กาญจนบุรี
10.00 น. อาสาสมัครมูลนิธิขุนรัตนาวุธ ได้รับแจ้งจากทางศูนย์วิทยุและประสานเหตุของมูลนิธิฯ ว่ามี ชิ้นส่วนกระดูก (คล้ายของมนุษย์) บริเวณดงป่าแห่งหนึ่ง บ้านห้วยตลุง ม.6 ต.หนองขาว อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี
อาสาสมัครฯ เดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเตุ ลักษณะเป็นดงป่า อยู่ใกล้เคียงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง พบชิ้นส่วนกระดูกกระจัดกระจายอยู่โดยรอบ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครฯ ได้ทำการประสาน ร้อยเวร สภ.หนองขาว แพทย์เวร และตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เข้าสนับสนุนตรวจสอบในที่เกิดเหตุ โดยมีการยืนยันว่าเป็นชิ้นส่วนกระดูกของมนุษย์ แต่ไม่ทราบเพศ นำส่ง รพ.เพื่อชันสูตรต่อไป
>> แผ่นดินไหว ที่จังหวัดเชียงราย
10.30 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 1.7 ความลึก 5 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.ป่าก่อดำ อ.แม่ลาว จ.เชียงราย ยังไม่มีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน
>> เพลิงไหม้ภายในอาคาร ย่านถนนบรรทัดทอง จนท.ระดมฉีดน้ำควบคุม เพลิงไม่ลุกลาม
11.07 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ อพาร์ทเม้นท์ บริเวณซอยโรงแรมเจริญผล ถนนบรรทัดทอง แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคาร 5 ชั้น ประกอบกิจการให้เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นชั้นที่ 4 ภายในห้องเลขที่ 404 เพลิงลุกไหม้เสียหายหิ้งพระ ที่นอน และลุกลามตู้เสื้อผ้า พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 4 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก การจุดธูปเทียนทิ้งไว้ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยพญาไท
>> กรมการแพทย์ แนะ ปชช.ชาวปราจีนบุรี เลี่ยงใช้น้ำสงสัยปนเปื้อนอะลูมิเนียม ย้ำต้มไม่ช่วยกำจัด
12.19 น. นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า เปิดเผยว่า จากกรณีมีรายงานการตรวจพบอะลูมิเนียมในแม่น้ำปราจีนบุรี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีความห่วงใยสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้แหล่งน้ำและจำเป็นต้องใช้น้ำในชีวิตประจำวัน กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี จึงให้คำแนะนำในการป้องกันและสังเกตอาการ เพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ อะลูมิเนียมเป็นโลหะที่พบได้ตามธรรมชาติในดินและหิน และอาจปนเปื้อนในแหล่งน้ำจากกิจกรรมอุตสาหกรรมหรือน้ำเสียได้ อย่างไรก็ตาม การตรวจพบอะลูมิเนียมในน้ำไม่ได้หมายความว่าประชาชนที่สัมผัสน้ำจะเกิดพิษทุกราย ต้องพิจารณาว่าได้รับสารมากเพียงใด ได้รับผ่านช่องทางใด และนานเท่าใด รวมถึงสุขภาพของแต่ละบุคคล ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากหน่วยงานในพื้นที่ และหลีกเลี่ยงนำน้ำที่สงสัยปนเปื้อนมาใช้ดื่ม ประกอบอาหาร ล้างผักผลไม้ หรือแปรงฟัน จนกว่าจะได้รับการยืนยันว่าปลอดภัย โดยการต้มน้ำไม่สามารถกำจัดอะลูมิเนียมและโลหะหนักที่ละลายในน้ำได้
นายแพทย์ปิยวัฒน์ เลาวหุตานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กล่าวเพิ่มเติม อะลูมิเนียมที่เข้าสู่ร่างกายจากอาหารและน้ำส่วนใหญ่ไม่ถูกดูดซึม ส่วนที่ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดจะถูกขับออกทางไต ขณะที่การดูดซึมผ่านผิวหนังเกิดขึ้นได้น้อยมาก หากได้รับในปริมาณสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไตที่ขับสารออกได้ลดลง อาจเกิดการสะสมและส่งผลต่อระบบประสาท กระดูก และกล้ามเนื้อ เช่น ความจำหรือการรับรู้ผิดปกติ ปวดกระดูก และกล้ามเนื้ออ่อนแรง ผลกระทบเหล่านี้มักเกี่ยวข้องกับการสะสมในปริมาณสูง ไม่ใช่อาการที่คาดว่าจะเกิดจากการสัมผัสน้ำเพียงครั้งเดียว
หากดื่มหรือสัมผัสน้ำที่สงสัยปนเปื้อนแล้วมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย หรือระคายเคืองผิวหนัง ควรปรึกษาแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำ เพราะอาการดังกล่าวอาจเกิดจากสารปนเปื้อนชนิดอื่นร่วมด้วย ไม่สามารถสรุปว่าเกิดจากอะลูมิเนียมโดยตรง หากมีอาการรุนแรง เช่น ซึม สับสน ชัก หรือหายใจลำบาก ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที
>> จำคุก 11 ปี จำเลยคดีลอบวางระเบิดสถานีบริการน้ำมันในจังหวัดยะลา หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มัด
14.29 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า วานนี้ (26 ต.ค.69) ศาลจังหวัดยะลาอ่านคำพิพากษา คดีความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.391/2569 ที่มี นายอับดุลเล๊าะ (สงวนนามสกุล) เป็นจำเลยที่ 1 และนายกอเซ็ง (สงวนนามสกุล) เป็นจำเลยที่ 2 จากเหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ 11 ม.ค. 69 คนร้ายลอบวางระเบิดสถานีบริการน้ำมัน ปตท. บนถนนสาย 418 หมู่ที่ 4 ตำบลท่าสาป อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ซึ่งจำเลยทั้ง 2 ถูกฟ้องในความผิดฐานอั้งยี่ สะสมกำลังพลและอาวุธเพื่อก่อการร้าย และความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 11 ปี และยกฟ้องจำเลยที่ 2 โดยพิจารณาเห็นว่า พบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ของจำเลยที่ 1 บนวัตถุระเบิด อีกทั้งพบข้อมูลในโทรศัพท์มือถือ เกี่ยวกับการประกอบวงจรระเบิด นอจากนี้ จำเลยที่ 1 ให้การรับว่ามีความชำนาญในการประกอบสายไฟ
ส่วนจำเลยที่ 2 แม้พบหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์บนวัตถุพยานเช่นเดียวกัน แต่จากการสืบพยานปรากฏว่า จำเลยเป็นฝาแฝดไข่ใบเดียวกันกับจำเลยที่ 1 และโจทก์ไม่สามารถนำพยานหลักฐานอื่นมาสนับสนุนได้ ศาลจึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยที่ 2 ทั้งนี้ ศาลมีคำสั่งให้ขังจำเลยที่ 1 ระหว่างอุทธรณ์ และปล่อยตัวจำเลยที่ 2
>> ตร.สระแก้ว ล่าขบวนการทิ้งขยะพิษ พบ 10 จุด แจ้งข้อหาเจ้าของที่ดิน 6 ราย ยึดรถพ่วง 18 ล้อ
15.39 น. พล.ต.ท.กิติพงศ์ วิเศษสงวน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยความคืบหน้าคดีลักลอบทิ้งขยะอุตสาหกรรม พบจุดต้องสงสัยรวม 10 จุด แบ่งเป็นอำเภอเมืองสระแก้ว 4 จุด และอำเภอวัฒนานคร 6 จุด โดยพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาเจ้าของที่ดินแล้ว 6 ราย ฐานครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาต
เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองร่วมกับตำรวจเข้าตรวจยึดรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ในพื้นที่ ต.สระขวัญ อ.เมืองสระแก้ว หลังพบเบาะแสว่าอาจเกี่ยวข้องกับการขนขยะอุตสาหกรรมมาทิ้งในพื้นที่ พร้อมประสานตำรวจภูธรภาค 2 ขยายผลสืบหาต้นทางในจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องตามพยานหลักฐาน สั่งพิมพ์ปฏิทิน
ขณะเดียวกัน จังหวัดสระแก้วตั้งจุดตรวจสกัด 4 จุด ครอบคลุมเส้นทางหลักและเส้นทางรอง ป้องกันการลักลอบขนขยะอุตสาหกรรมเข้ามาทิ้งซ้ำ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที หากพบรถบรรทุกต้องสงสัย
เจ้าหน้าที่ยืนยันเดินหน้าขยายผลต่อเนื่อง มุ่งสาวถึงต้นตอและผู้เกี่ยวข้องทั้งขบวนการ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน
>> มท.3 ลงพื้นที่ป่าตอง ติดตามเยียวยาผู้ประสบภัย เร่งแก้ปัญหา–พัฒนาระบบเตือนภัยดินถล่ม
16.00 น. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พร้อมติดตามความคืบหน้าการกำจัดดินโคลนและฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำป่าไหลหลาก โดยมี นายสุวิทย์ พันธ์เสงี่ยม และนายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนางลลิตา มณีศรี นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง ให้การต้อนรับและรายงานสถานการณ์ ตลอดจนข้อมูลการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ โดยมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบเข้าร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเสียหายและความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาจากบริษัทประกันภัย เนื่องจากประชาชนบางส่วนยังประสบปัญหาในการกรอกข้อมูลและทำความเข้าใจหลักเกณฑ์การรับความช่วยเหลือ โดยรัฐบาลได้จัดทำประกันภัยเพื่อให้ความคุ้มครองประชาชน จึงจำเป็นต้องเร่งแก้ไขปัญหาและอำนวยความสะดวกให้ผู้ประสบภัยเข้าถึงสิทธิได้อย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ จะรวบรวมปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อนำไปหารือกับบริษัทประกันภัย และหาแนวทางปรับปรุงขั้นตอนการดำเนินงานให้เหมาะสม โดยเฉพาะเงินเยียวยาก้อนแรกจำนวน 10,000 บาท ซึ่งมีความจำเป็นต่อการบรรเทาความเดือดร้อนในระยะเร่งด่วน ควรเร่งดำเนินการให้ประชาชนได้รับเงินโดยเร็วและโอนเข้าบัญชีโดยตรง
>> สธ. เดินหน้าภารกิจ “Burn for Better” ต่อเนื่อง เผาทำลายยาเสพติดของกลางน้ำหนักรวมกว่า 93 ตัน
16.03 น. นายนรินทร์ กัลยาณมิตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานพิธีเผาทำลายยาเสพติดของกลางครั้งที่ 63 โดยมี ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย ร่วมเป็นสักขีพยาน
นายนรินทร์ กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการเก็บรักษา และบริหารจัดการยาเสพติดของกลางของประเทศ และ ได้บูรณาการกับภาคีเครือข่ายดำเนินการเผาทำลายยาเสพติดของกลางอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 63 ภายใต้แนวคิด “Burn for Better เผาวันนี้ เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า” เพื่อตัดวงจรยาเสพติดไม่ให้กลับมาหมุนเวียนทำลายสังคม รวมถึงแสดงความมุ่งมั่นในการปกป้องประชาชนจากภัยยาเสพติด โดยการเผาทำลายเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
ด้าน ภญ.สุภัทรา กล่าวว่า ยาเสพติดของกลางที่ทำการเผาทำลายครั้งนี้ มาจาก 48,320 คดี น้ำหนักรวมหีบห่อ 93,092 กิโลกรัม เป็นน้ำหนักยาเสพติด 74,460 กิโลกรัม มากที่สุดเป็น เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) กว่า 48,172 กิโลกรัม รองลงมา เมทแอมเฟตามีน (ไอซ์) กว่า 20,934 กิโลกรัม คีตามีนกว่า 2,683 กิโลกรัม ไซบูทรามีน กว่า 1,700 กิโลกรัม เฮโรอีน กว่า 635 กิโลกรัม และอื่นๆ เผาทำลายโดยใช้เตาเผาขยะอันตราย (HazardousWaste Incinerator) ด้วยเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ พร้อมระบบควบคุมมลพิษจากการเผาทำลายไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย เตาเผาชุดที่ 1 แบบหมุน (Rotary Kiln) อุณหภูมิมากกว่า 850 องศาเซลเซียส และเตาเผาชุดที่ 2 เป็นเตาเผาซ้ำ ที่อุณหภูมิมากกว่า 1,200 องศาเซลเซียสเพื่อให้มั่นใจว่าสารประกอบอินทรีย์อันตรายที่เกิดขึ้นจะถูกทำลายมากกว่า 99.99% โดยจะทำการเผาต่อเนื่อง 6 วัน ระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 และมีการตรวจสอบการเผาทำลายทุก 3 ชั่วโมง
>> นายกฯ สั่งการเร่งลดภาระค่าไฟ – น้ำมัน เพิ่มสภาพคล่อง SME ดูแลเกษตรกร-ผู้ประสบอุทกภัย พร้อมหาแนวทางแก้ปัญหาพลังงานระยะยาว
16.51 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินมาตรการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจในประเทศไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) พร้อมมอบหมายกระทรวงพลังงานพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาพลังงานในระยะยาว เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน
สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯ มอบหมายให้วิปรัฐบาลประสานหารือกับวิปของแต่ละฝ่าย เพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับวันและระยะเวลาการอภิปราย โดยเบื้องต้นมีความเป็นไปได้ที่จะกำหนดการอภิปรายในช่วงต้นเดือนธันวาคม พร้อมให้คณะรัฐมนตรีเตรียมความพร้อมให้สอดคล้องกับกำหนดการ
ส่วนการประชุม ครม. นอกสถานที่ ณ จ.อุดรธานี ระหว่างวันที่ 2–3 พ.ย.69 จะจัดขึ้นในช่วงเดียวกับงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 โดยจะมีการลงพื้นที่และมอบนโยบาย ทั้งนี้ นายกฯ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับการดูแลปัญหาของเกษตรกร โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงเกษตรกรในภูมิภาคอื่น ๆ
นอกจากนี้ นายกฯ สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ และดำเนินการด้านประกันภัยพิบัติเพื่อให้การเยียวยาเป็นไปอย่างรวดเร็ว พร้อมสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างเข้มงวด ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง ตรวจสอบสารปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม และดำเนินการฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ
>> ตำรวจบุกยึด SIM BOX ซุกฝ้าเพดานชั้น 4 อาคารพาณิชย์กลางเมืองพัทยา เร่งขยายผลล่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์
17.00 น. 2569 พล.ต.ต.พงษ์พันธ์ วงศ์มณีเทศ รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สระทองอ่อน ผบก.สส.ภ.2 พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา พร้อมกำลังตำรวจสืบสวนภาค 2 ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองพัทยา ตม.จว.ชลบุรี และเจ้าหน้าที่วิทยาการเวรเขต 2 เข้าตรวจค้นอาคารห้องเช่ารายวันและรายเดือนแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่ หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ลักษณะเป็นอาคารพาณิชย์ 2 คูหา
จากการตรวจค้นภายในห้องพักบนชั้น 4 เจ้าหน้าที่พบเครื่อง SIM BOX แบบ 32 ช่อง จำนวน 2 เครื่อง ซุกซ่อนอยู่ใต้ฝ้าเพดาน พร้อมเราเตอร์อินเทอร์เน็ตแบบใส่ซิม 1 เครื่อง กล้องวงจรปิด 1 ตัว เสาสัญญาณ 2 อัน และปลั๊กพ่วง 1 อัน จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้เช่าห้องหลบหนีไปก่อนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น
สืบเนื่องจากตำรวจ บก.สส.ภ.2 ได้รับมอบหมายให้สืบสวนขยายผลคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังมีผู้เสียหายถูกคนร้ายโทรศัพท์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ AIS และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวหาว่าผู้เสียหายเปิดหมายเลขโทรศัพท์เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์และคดีฟอกเงิน ก่อนออกอุบายให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบและยืนยันความบริสุทธิ์ ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปจำนวน 15,000 บาท ก่อนเข้าแจ้งความผ่านระบบ Thai Police Online เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569
จากแนวทางการสืบสวน เจ้าหน้าที่เชื่อว่าขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์อาจใช้อุปกรณ์ SIM BOX หรือ GSM Gateway เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด โดยตรวจพบเบาะแสเชื่อมโยงมายังห้องเช่าดังกล่าว จึงสนธิกำลังเข้าตรวจค้นและตรวจยึดอุปกรณ์ทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนยังไม่เปิดเผยรายละเอียดของผู้เช่าห้อง เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบต่อรูปคดี พร้อมเร่งสืบสวนขยายผลติดตามตัวผู้เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การจับกุมเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> กทม. เตือน 11 ชุมชนนอกแนวเขื่อนฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เฝ้าระวังระดับน้ำ เตรียมยกของขึ้นที่สูง ส่วนชุมชนแนวเขื่อนฯ ระวังน้ำรั่วซึม 28 ต.ค. นี้
17.31 น. กรุงเทพมหานคร แจ้งเตือนประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เนื่องจากน้ำทะเลหนุนสูง โดยกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ คาดการณ์ว่า วันที่ 28 ต.ค. 2569 น้ำขึ้นสูงสุดเวลา 08.29 น. ระดับน้ำบริเวณปากคลองตลาดอาจอยู่ที่ +2.02 ม.รทก.
ขอให้ประชาชนแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่เขตดุสิต พระนคร บางคอแหลม ยานนาวา บางกอกน้อย และคลองสาน โดยเฉพาะชุมชนนอกแนวเขื่อนฯ 11 ชุมชน
ขอให้เฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมยกสิ่งของขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหาย ส่วนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณแนวเขื่อนฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ ขอให้เฝ้าระวังน้ำรั่วซึมตามแนวเขื่อน
>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน เสียหายวอดทั้งหลัง เคราะห์ดีขณะเกิดเหตุไม่มีคนอยู่บ้าน จึงไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต จ.เพชรบูรณ์
18.00 น. นายเกียรติศักดิ์ ยุงทอง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 10 ตำบลนางั่ว รับแจ้งเหตุจากประชาชนราษฎรในหมู่บ้านว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือน ในพื้นที่ หมู่ที่ 10 ตำบลนางั่ว อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์
ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้าน 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไหม้ โดยเพลิงกำลังลุกไหม้รุนแรง ทางเจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยรถดับเพลิงจาก เทศบาลตำบลนางั่ว,เทศบาลตำบลท่าพล,อบต.สะเดียง และอบต.ท่าพล เข้าระงับเหตุเพลิงไหม้ จนสามารถควบคุมและเพลิงสงบลงในเวลาต่อมา
ตรวจสอบไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต เบื้องต้น ความเสียหายแก่บ้าน 1 หลังและทรัพย์สินภายในบ้าน ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเพชรบูรณ์
>> ฝ่ายปกครอง บุกตรวจสอบแรงงานผิดกฎหมายย่านบางใหญ่
19.12 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน นายสุรชัย โคตรบุตรดี นายอำเภอบางใหญ่ ได้สั่งการให้ นายอภิชาติ สุขรัตน์ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง นายวรรธนะ รักษ์เจริญ ปลัดอำเภอศูนย์ดำรงธรรม นำกำลังสมาชิก อส.อ.บางใหญ่ นบ.ที่6 ร่วมกับ กำนันต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ ชุดปฎิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองตำบลบางแม่นาง ลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังจากฝ่ายความมั่นคงอำเภอบางใหญ่ ได้รับเรื่องร้องเรียนกรณี มีการรวมตัวของกลุ่มวัยรุ่นมั่วสุมยาเสพติด และมีบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองอาศัยอยู่บริเวณตลาดอาหารทะเลและเนื้อสัตว์ ที่ตลาดบางใหญ่ซิตี้ ม.6 ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบแรงงานต่างด้าวจำนวนมากกำลังก้มหน้าก้มตาทำงานกันอย่างขมักเขม้น เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่แรงงานต่างด้าวส่วนมากได้วิ่งหลบหนีไปคนละทิศคนละทาง เบื้องต้นควบคุมแรงงานต่างด้าวมาตรวจสอบเอกสาร ใบอนุญาตเกือบ 50 คน ซึ่งทุกคนก็นำเอกสารใบขออนุญาตมาแสดงให้เจ้าหน้าที่ดู จึงปล่อยให้กลับไปทำงานเหมือนเดิม แต่มีอยู่ 1 คน ที่ไม่มีใบอนุญาตมาแสดง เป็นชาย อายุ 29 ปี สัญชาติกัมพูชา จึงแจ้งข้อกล่าวหา เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด หรือ overstay 1,704 วัน
นายอภิชาติ สุขรัตน์ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า วันนี้ฝ่ายความมั่นคงอำเภอบางใหญ่ ได้นำกำลังลงตรวจสอบเรื่องที่ชาวบ้านร้องเรียน ว่ามีแรงงานต่างด้าวมาทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติด หลังลงพื้นที่ตรวจสอบได้นำต่างด้าวทั้งหมดจำนวน 30 ราย ตรวจสอบเอกสารการเข้าเมืองและเอกสารใบอนุญาตทำงาน ผลตรวจสอบพบแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง 1 ราย จึงได้นำเข้าสู่ขบวนการตามกฎหมายกฎ นอกจากนี้ยังได้ตรวจร้านค้าจำหน่ายเนื้อสัตว์เรื่องการนำเข้าเนื้อสัตว์ผิดกฎหมาย ซึ่งไม่พบผู้กระทำผิด แต่พบว่าบางร้านอยู่ในระหว่างขั้นตอนดำเนินการ ซึ่งมีเอกสารประกอบจึงมีการเตือนเรื่องการขออนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมายแก่ร้านค้าดังกล่าว
เบื้องต้นควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางใหญ่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> ตร.ลาดกระบัง เร่งล่า 4 คนงานก่อสร้างคู่ผัวเมียชาวเมียนมา ฉุนรุมตี-แทง นายจ้างชาวจีนดับ 1 เจ็บ 1 คาไซต์งานย่านลาดกระบัง
20.00 น. ร.ต.อ.เจนณรงค์ อารีย์รอง สว.(สอบสวน)สน.ลาดกระบัง รับแจ้งเหตุชายชาวจีนถูกทำร้ายเสียชีวิต บริเวณแคมป์คนงานแห่งหนึ่ง ย่านซอยพัฒนาชนบท 3 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม.
ที่เกิดเหตุอยู่ในไซต์งานแคมป์ก่อสร้าง ล้อมรั้วด้วยสังกะสี บริเวณเพิงพักคนงานด้านใน พบร่างนายหยาง อายุ 39 ปี สัญชาติจีน สภาพนอนหงายหายใจรวยริน สวมเสื้อยืดสีดำ นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ พบมีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งที่ศีรษะและใบหน้า เลือดออกปากจมูก หมดสติ เจ้าหน้าที่พยายามปั๊มหัวใจ ทำ CPR แต่ไม่เป็นผล ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา
นอกจากนี้ยังพบผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย ทราบชื่อว่า นายเหอ อายุ 49 ปี สัญชาติจีน ถูกตีศีรษะ และมีบาดแผลถูกแทงที่หลัง 1 แผล ถูกนำตัวส่ง รพ.ใกล้เคียง
ในที่เกิดเหตุพบมีเหล็กข้ออ้อย ยาวประมาณ 60 เซนติเมตร เป็นอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ ตกอยู่ 1 ท่อน จากการตรวจสอบ กระเป๋าสะพายผู้ตายพบอาวุธมีดพับ 1 เล่มและเงินสดจำนวนหนึ่ง รวมถึงมีธนบัตรเงินสด ตกเปื้อนเลือดอยู่เป็น แบงก์ 100 จำนวนหนึ่ง และแบงก์ 1,000 จำนวน 1 ใบ อยู่ในซองจ่ายเงินเดือน เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวน คนงานที่อยู่ในเหตุการณ์ เบื้องต้นทราบว่า ช่วงเย็นวันนี้เวลา ประมาณ 18.30 น. นายหยาง ผู้ตายและนายเหอ ผู้บาดเจ็บ ซึ่งเป็นเพื่อนกัน ได้เดินทางมาที่แคมป์คนงานเพื่อจ่ายค่าแรงประจำเดือน ให้กับลูกจ้าง เป็นคนงานชาวเมียนมาทั้งหมด ประมาณเกือบ 60 คน ที่มารับเงินเดือนกัน ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้มีการด่าทอ คนงานชาวเมียนมา 4 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 2 ทั้งหมดคู่ผัวเมียกัน ด่าเรื่องทำงานไม่ดี ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ผู้ก่อเหตุทั้ง 4 คนที่เกิดความไม่พอใจ
จึงรุมทำร้ายนายหยาง โดยตัวผู้ชายได้ใช้เหล็กฟาดนายหยาง ก่อนจะใช้อาวุธมีดแทง ส่วนสาเหตุเพราะสองสามีภรรยาชาวเมียนมาอยากจะลาออกจากงาน แต่ไม่ยอมแจ้งล่วงหน้า นายหยางก็จะไม่จ่ายเงินให้ ทำให้ฝั่งผู้ก่อเหตุเกิดความไม่พอใจ ส่วนกลุ่มคนงานคนอื่น ๆ ไม่ได้เข้ามาร่วมก่อเหตุเพราะบางคนไม่มีพาสปอต แต่อยู่ระหว่างทำเรื่องยื่นขอ พอเกิดเหตุทุกคนต่างแยกย้ายหนีหมด หลังจากรุมทำร้ายนายหยางแล้ว ผู้ก่อเหตุได้นำเงินจากนายหยางไปอีก จำนวนประมาณ 4-5 หมื่นบาท ก่อนหลบหนีไป เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ลาดกระบัง และพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวกลุ่มคนงานชาวเมียนมาผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
>> กันสาดปูนชั้น 2 ทรุดพังถล่ม ซอยประชาสงเคราะห์ 26 เคราะห์ดีไร้บาดเจ็บ บางคนประสงค์ไม่ขอย้ายออก เพราะเป็นห่วงทรัพย์สิน
21.40 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับแจ้งเหตุกันสาดทรุดตัว ภายในซอยประชาสงเคราะห์ 26 เขตดินแดง จึงประสาน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและเจ้าหน้าที่กู้ภัยห้วยขวางเข้าไปตรวจสอบ
ทางด้านผู้สื่อข่าว ได้ลงพื้นที่ ในจุดเกิดเหตุ พบว่า ลักษณะเป็นตึกแถวสูง 2 ชั้นสร้างติดกัน 9 คูหา แต่ 3 คูหาสุดท้าย พบว่าระเบียงด้านหน้าซึ่งเป็นคอนกรีตได้ทรุดลงมาจนปิดทางเข้าออกอาคาร ทำให้ประชาชนที่อยู่ภายในไม่สามารถออกมาได้ ต่อมาเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เข้าไปช่วยเหลือพาประชาชนที่ติดค้างภายในอาคารออกมาได้อย่างปลอดภัย ขณะที่ ประชาชนบางส่วน แจ้งความประสงค์จะขออยู่ภายในบ้านเนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัยของทรัพย์สิน
นางนอ (นามสมมุติ) ชาวกัมพูชา ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบ้านขณะที่กันสาดถล่มลงมา เปิดเผยว่า ช่วงเกิดเหตุตัวเองอยู่หลังบ้านและได้ยินเสียงเหมือนของตกอย่างรุนแรง จึงวิ่งออกมาดูที่หน้าบ้าน จนเห็นกันสาดของเพื่อนบ้านถล่มลงมา โดยก่อนหน้านี้ประมาณ 1 ชั่วโมงได้มีฝนตกลงมาในพื้นที่เล็กน้อย ส่วนกันสาดของบ้านแต่ละหลังเป็นคอนกรีตได้ต่อท่อระบายน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำขัง ซึ่งตลอด 7 ปีที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ไม่เคยพบความผิดปกติใดๆ
แต่ในช่วงก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุพี่ชายได้เล่าให้ฟังว่าสังเกตเห็นกันสาดของเพื่อนบ้านแผ่นปูนมีลักษณะแอ่นผิดปกติ จึงเกิดความกังวลแต่ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์กันสาดถล่มลงมา ต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานโยธากรุงเทพมหานครได้นำเครื่องจักรเข้ามาในพื้นที่เพื่อทำการหรือถอน กันสาดที่ถล่มลงมา รวมถึงมีเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้านครหลวงเข้ามาดำเนินการตัดไฟเพื่อความปลอดภัยระหว่างดำเนินการ
นางปาณิสรา เนตรธารธร ผู้อำนวยการเขตดินแดง เปิดเผยว่า จากการประเมินความปลอดภัยพบว่า ตัวอาคารยังคงมีความปลอดภัยประชาชนสามารถอาศัยอยู่ภายในได้ แต่ไม่อนุญาตให้ออกมาด้านนอก ขณะที่ขั้นตอนดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ขั้นแรกจะทำการรื้อถอนกันสาดที่เสียหายลงมาก่อน เพื่อจะประเมินความเสียหาย สำหรับอาคารหลังเกิดเหตุพบว่าสร้างขึ้นในปี 2510 หรือ มีอายุประมาณ59 ปี ซึ่งหลังจากเกิดเหตุครั้งนี้ ทางสำนักงานเขต จะนำข้อมูลไปวิเคราะห์อาคารที่มีพายุเก่าแก่ในพื้นที่รับผิดชอบเพื่อประเมินความเสี่ยงป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการซ้ำ
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา
03.57 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.0 ลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของ ประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ประมาณ 169 กม. ยังไม่มีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน และผลกระทบต่อประเทศไทย