หน้าแรก > อาชญากรรม

ตร.ไซเบอร์รวบ 4 ราย แก๊งตุ๋นเงินบำนาญ 1.8 ล้าน! แอบอ้างฝ่ายการเงินโรงพยาบาล หลอกโอนเงินตรวจสอบ ก่อนเชิดหนี

วันที่ 23 ตุลาคม 2569 เวลา 15:16 น.


พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. ส่งตำรวจไซเบอร์สืบสวนติดตามจับกุมเครือข่ายมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของโรงพยาบาลรัฐชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.ตาก หลอกข้าราชการบำนาญให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบสิทธิเงินบำเหน็จบำนาญ ก่อนเชิดเงินหนี สร้างความเสียหายกว่า 1.8 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจแกะรอยเส้นทางการเงินและภาพจากกล้องวงจรปิด จนสามารถออกหมายจับผู้ต้องหาได้ 8 ราย ล่าสุดจับกุมและรับมอบตัวได้แล้ว 4 ราย

สืบเนื่องจาก พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดเพิ่มความเข้มข้นในการสืบสวนปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ เพื่อหลอกลวงประชาชน พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1, กก.2 และ  กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.4 ร่วมกันสืบสวนติดตามกลุ่มผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสืบสวนพบว่า ผู้เสียหายเป็นข้าราชการบำนาญ ถูกกลุ่มคนร้ายส่งข้อความติดต่อเข้ามา โดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินที่ดูแลเรื่องเงินบำเหน็จบำนาญของโรงพยาบาลรัฐชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.ตาก ก่อนชักชวนให้เพิ่มเพื่อนผ่านแอปพลิเคชัน LINE เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการตรวจสอบข้อมูลทางการเงิน จากนั้นคนร้ายได้ขอข้อมูลบัญชีธนาคารทั้งหมดของผู้เสียหาย โดยอ้างว่าจะนำข้อมูลส่งให้กรมบัญชีกลางตรวจสอบ ก่อนออกอุบายให้ผู้เสียหายโอนเงินจากบัญชีธนาคารของตนเองไปยังบัญชีที่คนร้ายกำหนด โดยอ้างว่าเป็นขั้นตอนการตรวจสอบเงินบำเหน็จบำนาญ และจะโอนเงินทั้งหมดคืนให้ภายหลังจากตรวจสอบเสร็จสิ้น ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินตามคำกล่าวอ้าง แต่สุดท้ายกลับไม่ได้รับเงินคืน และไม่สามารถติดต่อกลุ่มคนร้ายได้อีก รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1.8 ล้านบาท

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน บก.สอท.4 ได้ร่วมกันตรวจสอบเส้นทางการเงินและภาพจากกล้องวงจรปิด พบพฤติการณ์ของกลุ่มคนร้ายที่ร่วมกันถอนเงินและนำเงินของผู้เสียหายไปฝากผ่านตู้ ATM เพื่อส่งต่อไปยังบัญชีของผู้ร่วมขบวนการรายอื่น เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ได้รวม 8 ราย

กระทั่งวันที่ 21 ต.ค.69 พ.ต.อ.อนุชา ศรีสำโรง ผกก.2 บก.สอท.4 พร้อมด้วย พ.ต.ท.วีรพล กันธวงศ์, พ.ต.ท.ราชัญ ลำไย และ พ.ต.ท.สิรวิชญ์ มหัทธนวิศิษฎ์ รอง ผกก.2 บก.สอท.4 ได้ร่วมกันเปิดปฏิบัติการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ โดยมี พ.ต.ท.พร้อมพล นิตย์วิบูลย์ รอง ผกก.วิเคราะห์และเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.4 ช่วยราชการ กก.2 บก.สอท.4 พร้อมด้วย พ.ต.ต.ยุทธพงษ์ อมรมงคลศิลป์ และ พ.ต.ต.เปรมประชา อุตมา นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ติดตามตัวผู้ต้องหา

จากการติดตามพบว่า ผู้ต้องหาสำคัญ 2 ราย ได้แก่ นายพุทธพงศ์ อายุ 53 ปี และนายสุขุม อายุ 50 ปี ซึ่งมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการถอนเงินและนำเงินไปฝากเข้าบัญชี ได้เดินทางออกจากพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ไปยัง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงติดตามเข้าจับกุมตัวได้บริเวณที่พัก โดยภายหลังการจับกุม ผู้ต้องหาทั้งสองรายให้การภาคเสธ อ้างว่าไม่ได้หลบหนี ส่วนเงินที่หมุนเวียนผ่านบัญชีธนาคารของตนนั้น เป็นเงินที่ได้จากการประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำกล่าวอ้างดังกล่าว และอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงประกอบพยานหลักฐานในคดี

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจยังสามารถติดตามจับกุม น.ส.สุพัตรา อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาอีกราย ได้ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งบริเวณถนนศรีนครินทร์ โดยจากการสืบสวนพบว่า มีหน้าที่ถอนเงินจากบัญชีธนาคาร ก่อนนำเงินสดไปส่งมอบให้กับนายพุทธพงศ์ เพื่อส่งต่อภายในเครือข่าย นอกจากนี้ นายศุภชัย อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาอีกหนึ่งราย ได้เดินทางเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมีหน้าที่รับจ้างถอนเงินให้กับขบวนการ แลกกับค่าจ้างครั้งละ 2,000 บาท สะท้อนให้เห็นถึงพฤติการณ์ของเครือข่ายมิจฉาชีพที่มีการแบ่งหน้าที่กันอย่างเป็นระบบ ทั้งกลุ่มผู้ถอนเงินและผู้รับส่งเงิน เพื่อเคลื่อนย้ายเงินที่ได้จากการหลอกลวงผู้เสียหาย

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการสนับสนุนให้ผู้อื่นร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น การสนับสนุนให้มีการนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น และการเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากโดยรู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่น ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งสืบสวนขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงิน และติดตามตัวผู้ต้องหาที่เหลืออีก 4 ราย มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตำรวจไซเบอร์ขอเตือนประชาชน โดยเฉพาะข้าราชการบำนาญและผู้สูงอายุ ให้ระมัดระวังมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของหน่วยงานราชการ โรงพยาบาล หรือกรมบัญชีกลาง ติดต่อผ่านโทรศัพท์หรือแอปพลิเคชัน LINE โดยอ้างว่าต้องตรวจสอบสิทธิเงินบำเหน็จบำนาญ และหลอกให้เปิดเผยข้อมูลบัญชีธนาคารหรือโอนเงินเพื่อตรวจสอบ ขอให้ตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานต้นสังกัดผ่านช่องทางราชการโดยตรง และอย่าหลงเชื่อโอนเงินตามคำกล่าวอ้างของบุคคลที่ไม่สามารถยืนยันตัวตนได้

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม