หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 23 ตุลาคม 2569

วันที่ 23 ตุลาคม 2569 เวลา 05:28 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 23 ตุลาคม 2569


>> สาววัย 24 ปีขี่รถจักรยานยนต์ ชนกับรถนั่งส่วนบุคคล เสียชีวิต ริมถนนสายเอเชีย จ.พระนครศรีอยุธยา

07.30 น. เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถยนต์เก๋ง บนถนนสายเอเชีย ขาขึ้นนครสวรรค์ ก่อนถึงสะพานรถไฟบ้านม้า ในพื้นที่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า ฟอร์ซ่า สีแดง ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะชนเข้าท้ายรถนั่งส่วนบุคคล โตโยต้า วีออส สีดำ ป้ายทะเบียน กทม. ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 24 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา


>> นายกรัฐมนตรี ประชุมบอร์ด ป.ป.ส. สั่งเร่งสกัดยาเสพติดทะลักเข้าไทย พร้อมประสานประเทศเพื่อนบ้านแก้ปัญหาระดับภูมิภาค

10.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ครั้งที่ 3/2569 โดยมีพลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พลเอกพนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลเดินหน้าแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเต็มที่ โดยมีโจทย์สำคัญคือการเร่งจัดการแหล่งผลิตยาเสพติดก่อนถูกลำเลียงเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย พร้อมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประสานประเทศเพื่อนบ้านเพื่อร่วมจัดการปัญหาที่เชื่อมโยงกันในระดับภูมิภาค

สำหรับการปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา นายอนุทินกล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ติดตามและสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดในพื้นที่อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเกิดการปะทะส่งผลให้ผู้ต้องสงสัยเสียชีวิต 2 ราย และเจ้าหน้าที่ตรวจยึดยาไอซ์จำนวนมาก โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบเพื่อขยายผลต่อไป พร้อมชื่นชมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เนื่องจากภารกิจดังกล่าวมีความเสี่ยงสูง ต้องอาศัยความรอบคอบและความกล้าหาญ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กำชับให้ผู้บังคับบัญชาสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ในทุกด้าน เพื่อให้ภารกิจมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ พร้อมเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด


>> “ยศชนัน” สั่ง อว. เร่งตรวจสอบ–อัปเกรดระบบ PHP รับมือช่องโหว่ไซเบอร์ เน้นมหาวิทยาลัย-โรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์ ย้ำปกป้องข้อมูลประชาชนอย่างเต็มที่

12.14 น. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยผ่านเพจส่วนตัว Yodchanan Wongsawat-ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ว่า ทีมวิจัยของ OpenAI เพิ่งตรวจพบช่องโหว่ความปลอดภัยครั้งใหญ่ในระบบ PHP ซึ่งเป็นภาษาหลักที่ใช้สร้างเว็บไซต์กว่า 70% ทั่วโลก โดยมีความรุนแรงถึงขั้นที่อาจถูกใช้เจาะเข้ามา Hijack ได้ แต่ความโชคดีของเหตุการณ์นี้คือ OpenAI ตรวจพบจุดอ่อนนี้ได้ด้วยตัวเอง ก่อนจะเกิดเหตุ ทำให้ทีมผู้พัฒนามีเวลาตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา ในการทำตัวอัปเดตแก้ไขและเตรียมระบบป้องกันไว้พร้อมแล้ว
รองนายกฯ และ รมว.อว. ย้ำว่า เรื่องนี้ยังไม่ต้องตื่นตระหนก แต่เป็นจังหวะที่สำคัญมาก ที่หน่วยงานในไทย โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยและโรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์ ที่ดูแลข้อมูลสำคัญจำนวนมาก ต้องรีบจัดการดูแลระบบใน 3 ขั้นตอน คือ

เตรียมรับมือ - ทีม IT ไล่เช็กเว็บไซต์และระบบงานทั้งหมดที่ใช้ PHP โดยเน้นดูแลระบบข้อมูลผู้ป่วยและฐานข้อมูลนักศึกษาเป็นอันดับแรก

ระงับความเสี่ยง - ระหว่างที่รออัปเกรดระบบหลัก ให้เปิดใช้เกราะป้องกันเสริมบนระบบเครือข่ายหรือ Cloud ทันที พร้อมเฝ้าระวังการเข้าใช้งานที่ผิดปกติเพื่อบล็อกไว้ล่วงหน้า 
แก้ไข - เร่งทดสอบและอัปเกรด PHP ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดที่ปลอดภัยโดยเร็วที่สุด เพราะเป็นวิธีเดียวที่จะปิดช่องโหว่นี้ได้อย่างถาวร

“ขณะนี้ ผมได้สั่งการให้หน่วยงานภายใต้กระทรวง อว. และประสานไปยังกระทรวงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยกันเร่งตรวจสอบและอัปเกรดระบบในความดูแลทั้งหมดอย่างใกล้ชิด หลังการแจ้งเตือนของ OpenAI และขอแจ้งให้ประชาชนและผู้ใช้บริการทุกท่านได้รับทราบถึงปัญหานี้ และมั่นใจได้ว่าเราและหน่วยงานภายใต้กำกับของผมกำลังเดินหน้าแก้ไขอยู่อย่างเต็มที่ เพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญของประชาชนและปิดความเสี่ยงทั้งหมดก่อนที่ผู้ไม่หวังดีจะเริ่มลงมือ” ศ.ดร.ยศชนัน ระบุ


>> เหตุเรือพลิกคว่ำในอ่างเก็บน้ำ ในพื้นที่อำเภอคลองใหญ่ รอด 3 รายและเสียชีวิต 2 ราย จ.ตราด

13.34 น. สมาคมสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสถานตราด ได้รับแจ้งว่า มีเรือพลิกคว่ำ และมีบุคคลสูญหาย ภายในอ่างเก็บน้ำ บ้านคลองมะนาว หมู่ 4 ตำบลไม้รูด อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด

เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไม้รูด เจ้าหน้าที่ รพ.สต.บ้านไม้รูด และเจ้าหน้าที่ อบต.ไม้รูด

ที่เกิดเหตุ พบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย อาการเล็กน้อยได้ขึ้นจากน้ำแล้ว แต่ยังมีผู้สูญหายอีก 2 ราย เจ้าหน้าที่นักประดาน้ำ พร้อมเรือยาง ดำเนินการลงค้นหาใต้น้ำ และในเวลาต่อมา พบอีก 2 รายที่สูญหายไป จึงนำขึ้นฝั่งและตรวจสอบ เป็นผู้หญิง อายุ 15 ปี หมดสติ ไม่มีชีพจร และ ผู้ชาย อายุ 29 ปี หมดสติ ไม่มีชีพจร ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบและยืนยันว่า ทั้งคู่ได้เสียชีวิตแล้ว

ทางเจ้าหน้าที่ร้อยเวร สภ.ไม้รูด สั่งการให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เคลื่อนย้ายร่าง นำส่งโรงพยาบาลคลองใหญ่ เพื่อดำเนินการชันสูตร ต่อไป


>> “ทนายอั๋น” บุก DSI ทวงเลขสืบสวนคดีเขากระโดง แฉถูกติด GPS ตามรถ ยื่นขอคุ้มครองพยาน

14.03 น. ​นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” เดินทางไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีข้อพิพาทที่ดินลำรางสาธารณะเขากระโดง พร้อมทวงถามเลขสืบสวนที่ล่าช้ามากว่า 5-6 เดือน โดยขู่ว่าหากมีการยกคำร้องจะยื่นฟ้องคดีอาญาต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ ทันที นอกจากนี้ ยังได้ยื่นเรื่องขอคุ้มครองพยานในคดีฮั้วเลือก สว. หลังพบว่ารถยนต์ส่วนตัวถูกลักลอบติดเครื่อง GPS ติดตาม ซึ่งตนได้แจ้งความกองปราบฯ แล้ว และเตรียมเข้าพบ น.ส.สุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ เพื่อประสานสั่งการตำรวจภูธรภาค 3 ตรวจสอบกล้องวงจรปิดหาตัวผู้บงการ

​ส่วนกรณีถูกผู้ร้องเรียนใช้นามสมมุติ “น.ส.เอ” ยื่นฟ้องตนพร้อมพวกรวม 8 คน ในข้อหาอั้งยี่ ซ่องโจร และล้มล้างการปกครองนั้น ทนายอั๋น ปฏิเสธว่าไม่เคยรู้จักหรือร่วมวางแผนกับบุคคลดังกล่าว คาดเป็นการยื่นเรื่องเพื่อเบี่ยงกระแสสังคม และเตรียมดำเนินคดีกลับในข้อหาแจ้งความเท็จ ทั้งนี้ ก่อนเดินทางกลับ ทนายอั๋น ได้ส่งมอบแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดแสดงข้อมูลแผนที่ลำรางสาธารณะเขากระโดงให้แก่ตัวแทน DSI เพื่อกดดันให้เร่งรัดการตรวจสอบโดยเร็ว


>> ตร.ทล.ไล่ล่ากระบะขนแรงงานเถื่อนพุ่งชนรถ 6 ล้อตกข้างทางบาดเจ็บ 3 ราย รวบผู้ต้องหา 2 ราย

15.02 น. กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) โดย พล.ต.ต.บุญลือ ผดุงถิ่น ผบก.ทล. สั่งการ พ.ต.อ.ธัช โพธิ์สุวรรณ ผกก.1 บก.ทล. พ.ต.ท.ศุภกร ตังคะประเสริฐ สวญ.ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ทล. พร้อมด้วยตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกันจับกุมชาย ชาวเมียนมา 2 ราย จับกุมได้ริมถนนสายเอเชีย กม.41 ต.หันสัง อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา

การจับกุมในครั้งนี้​สืบเนื่องจากขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจกวดขันวินัยจราจร พบรถกระบะ 4 ประตู สีขาว ต้องสงสัย บริเวณ ต.ท่าตอ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา จึงส่งสัญญาณให้หยุด แต่คนขับกลับเร่งเครื่องหนีด้วยความเร็ว เป็นระยะทางเกือบ 5 กิโลเมตร ก่อนจะพุ่งชนท้ายรถบรรทุก 6 ล้อ ทำให้รถบรรทุกตกข้างทาง และมีรถประชาชนถูกชนเสียหายอีก 2 คัน รวมเสียหาย 4 คัน มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย

ตรวจสอบภายในรถกระบะพบแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง เป็นชาวเมียนมา 6 ราย แยกเป็นชาย 4 รายและหญิง 2 ราย

ส่วนคนขับรถกระบะหลังเกิดเหตุได้พยายามวิ่งหนีเข้าป่าหญ้าข้างทาง แต่ตำรวจติดตามจับกุมไว้ได้ทันในสภาพมึนงงและมีอาการชัก จึงประสานกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลบางปะหัน 
​จากการสอบสวน 1 ใน 2 ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นคนขับรถเก๋ง สีขาวนำทาง สารภาพว่า รับจ้างขับรถนำทางให้รถกระบะคันดังกล่าว ได้ค่าจ้างและค่าน้ำมันรวม 10,000 บาท โดยรับแรงงานทั้งหมดมาจาก อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อไปส่งที่กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งดำเนินคดีพร้อมเร่งขยายผลถึงนายทุนใหญ่ต่อไป


>> ตม. แกะรอยเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ - เว็บพนันออนไลน์รายใหญ่ของจีน เชื่อมโยงกลุ่มทุนจีน หลัง “หลิว” เหยื่อชายชาวจีนหนีตาย

16.11 น. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. สั่งการ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. นำกำลังตำรวจ ตม. บุกทลายฐานปฏิบัติการ “รังสแกมเมอร์ - พนันออนไลน์“ รายใหญ่ของจีน เข้าตรวจค้นบ้านหรู มูลค่ากว่า 40 ล้าน ย่านสายไหม จำนวน 3 จุด สามารถจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 14 ราย แบ่งเป็นสัญชาติจีน 10 ราย คนไทย 3 ราย เมียนมา 1 ราย และ คนไทย 1 ราย พร้อมอุปกรณ์ในการกระทำความผิดมากกว่า 200 รายการ เงินสดอีกจำนวนหนึ่ง มูลค่าความเสียหายมากกว่า 100 ล้านบาท

พล.ต.ท.นพศิลป์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้รับเบาะแสสำคัญจาก นายหลิว อายุ 25 ปี สัญชาติจีน ที่ฉวยโอกาสหลบหนีออกจากบ้านพักลับย่านสายไหม เข้าขอความช่วยเหลือพร้อมหอบหลักฐานภาพถ่ายและข้อมูลแชตเข้าฟ้องเจ้าหน้าที่ โดยเหยื่อเผยว่าถูกหลอกมาจากประเทศจีนด้วยข้อเสนอเงินเดือนสูงถึง 80,000 บาท แต่เมื่อมาถึงกลับถูกบังคับให้ทำหน้าที่สแกมเมอร์หลอกลวงชาวจีนด้วยกันเองผ่านกลอุบายชวนทำภารกิจรีวิวสินค้าและปั่นยอดวิว ก่อนล่อลวงให้โอนเงินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แล้วเชิดเงินหนี ซึ่งภายในบ้านพักดังกล่าวมีชาวจีนถูกเกณฑ์มาทำงานกะละ 12 ชั่วโมง โดยมีผู้จัดการคุมเข้มและยังบังคับให้ดูแลระบบหลังบ้านของเว็บพนันออนไลน์

กระทั่งเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา นายหลิว ได้ยินกลุ่มผู้ควบคุมพูดคุยถึงแผนการเตรียมย้ายฐานปฏิบัติการไปยังประเทศกัมพูชา เนื่องจากถูกทางการไทยกวาดล้างอย่างหนัก จึงเกิดความกลัวและวางแผนหนีรอดมาได้

จากการตรวจสอบข้อมูลในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้นพบความเชื่อมโยงกับเว็บไซต์พนันออนไลน์รายใหญ่ของจีนที่มีการเรียกชื่อว่า “HGA” หรือเครือข่าย “หงก้วน” พบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงทางโทรศัพท์ ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลผู้ใช้งาน หมายเลขโทรศัพท์ บัญชีที่เกี่ยวข้อง และเส้นทางการเงิน เพื่อพิสูจน์ว่าอุปกรณ์แต่ละรายการถูกใช้ทำอะไร และผู้ต้องหาแต่ละคนมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายมากน้อยเพียงใด

จากการตรวจสอบประวัติและประสานข้อมูลกับทางการจีน เจ้าหน้าที่พบข้อมูลผู้ต้องหาสำคัญอย่างน้อย 2 ราย โดยรายแรกเป็นชาวจีน ชื่อ “นายฟู่” มีข้อมูลหมายจับจากประเทศจีนในคดีเกี่ยวกับการพนันออนไลน์ ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดและสถานะหมายจับอย่างเป็นทางการ

ส่วนอีกรายเป็นผู้ต้องหาที่มีหมายจับในประเทศไทย ชื่อ “นายหาน” ในคดีเกี่ยวกับยาเสพติด โดยมีข้อมูลเกี่ยวข้องกับสารคีตามีน คดีอยู่ในชั้นศาลและได้รับการประกันตัวออกม่ แต่จากการตรวจสอบข้อมูลการเข้าเมือง ยังพบประเด็นการอยู่เกินกำหนดอนุญาตเป็นเวลานานกว่า 1,200 วัน


>> รวบชายหนีหมายจับคดีอาวุธปืน ซุกป่าลึกนาจะหลวย อ้างบำเพ็ญตบะใช้ชีวิตสันโดษ

16.20 น. ตำรวจทางหลวงอุบลราชธานี รับแจ้งจากชาวบ้านว่าชายวัย 44 ปี ซึ่งมีพฤติกรรมสร้างความเดือดร้อนในพื้นที่ แอบไปสร้างที่พักหลบซ่อนตัวอยู่ในป่าลึกเพื่อมั่วสุมเสพยาเสพติด อีกทั้งยังมีพฤติการณ์สั่งซื้อยาเสพติดจากชาว สปป.ลาวให้นำมาส่งในป่า ก่อนจะนำมากระจายขายให้กับคนในหมู่บ้าน อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี 
เมื่อตรวจสอบพบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดเดชอุดม ข้อหามีปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตำรวจจึงวางแผนปิดล้อมทางเข้า-ออกทั้งด้านหน้าและด้านหลังกระท่อม ก่อนเข้าควบคุมตัวได้

เบื้องต้นชายคนดังกล่าวอ้างว่า หลบเข้าป่าเพื่อบำเพ็ญตบะเป็นฤาษีและใช้ชีวิตอย่างสันโดษ ตำรวจแจ้งสิทธิและข้อกล่าวหาตามหมายจับ ก่อนนำตัวส่งศาลจังหวัดเดชอุดมดำเนินการตามกฎหมาย


>> รถบรรทุกชนกับรถนั่งส่วนบุคคลเข้ากลางลำ กลางถนนหมายเลข 3281 มีผู้เสียชีวิต 1 รายติดอยู่ในยานพาหนะ จ.ปราจีนบุรี

17.10 น. รับแจ้งจาก หน่วยกู้ภัยสว่างบำเพ็ญ เขตอำเภอศรีมหาโพธิ มีอุบัติเหตุ รถนั่งส่วนบุคลชนกับรถบรรทุก และมีผู้เสียชีวิต บนถนนหมายเลข 3281 ใกล้เคียงแยกพระพรหม ในพื้นที่ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุก 6 ล้อ อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน ปราจีนบุรี จอดอยู่สภาพกันชนหน้ารถพังเสียหาย ห่างออกไป พบรถนั่งส่วนบุคคล ฮอนด้า ซิตี้ สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. จอดอยู่สภาพข้างรถฝั่งขวามีร่องรอยการชนพังเสียหาย และภายในรถพบว่ามีผู้เสียชีวิต ชาย 1 ราย ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีมหาโพธิ


>> “พรรคกล้าธรรม” ลั่นสู้ไม่ถอยศึกซักฟอก ยันมีสิทธิ์พูดตามกฎหมาย แนะถอยคนละก้าวหลังวิป 3 ฝ่ายล่ม

17.27 น. ​นายอรรถกร ศิริลัทธยากร โฆษกพรรคกล้าธรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมวิป 3 ฝ่ายล่มเป็นครั้งที่ 2 โดยยืนยันว่า พรรคกล้าธรรมซึ่งยังคงมีสถานะเป็นฝ่ายค้านตามกฎหมาย และมีสัดส่วน สส. ในสภา 12-13% มีสิทธิชอบธรรมในการขอเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจเพื่อสะท้อนปัญหาประชาชน พร้อมลั่นหากพรรคฝ่ายค้านไม่ยอมจัดสรรเวลาให้ก็ "ต้องสู้กัน" และย้ำว่าไม่สามารถบังคับ สส. ได้ว่าจะอภิปรายชื่นชมหรือวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล เพราะเป็นสิทธิของแต่ละบุคคล

​นอกจากนี้ นายอรรถกร ยังเสนอแนะให้ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านยอมถอยคนละก้าวเพื่อให้หาข้อสรุปร่วมกันได้ ส่วนกรอบเวลาอภิปรายที่ฝ่ายค้านเสนอไว้ 4-5 วันนั้น มองว่าหากมีการปรับลดลงเล็กน้อยก็ไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงานของพรรคใหญ่อย่างพรรคประชาชนหรือพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนี้ ในส่วนของทิศทางการลงมติไว้วางใจ พรรคกล้าธรรมจะทำการประชุมหารือภายในพรรคร่วมกันอีกครั้งก่อนลงมติ


>> ผู้การฯ ยะลา นำทีมแถลงปิดคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ หลัง 2 วัยรุ่นกรงปินัง ควบรถจักรยานยนต์ตามประกบยิงคู่อริ ตามไปแทงซ้ำ 7 แผลจนเสียชีวิต จ.ยะลา

18.00 น. ที่ สภ.เมืองยะลา พล.ต.ต.ศักดา เจริญกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พร้อมด้วยพ.ต.อ.เอกสิษฐ์ เหมกรณ์ ผกก.กก.สส.ภ.จว.ยะลา , พ.ต.อ.ฉัตรชัย ศักดิ์ดี ผกก. สภ. เมืองยะลา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.ยะลา, สภ.เมืองยะลา และ สภ.กรงปินัง ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ภายใต้การสั่งการของ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดยะลา และศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดยะลา รวม 2 ราย ประกอบด้วย ชายไทย อายุ 23 ปี และ เยาวชนชาย อายุ 17 ปี ภูมิลำเนา อ.กรงปินัง จ.ยะลา

พร้อมของกลางที่ใช้ในการกระทำความผิด ได้แก่ อาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์แบบกระทุ้งท้าย (ขนาด 12 เกจ) จำนวน 1 กระบอก, อาวุธมีดพับ ความยาวรวมด้ามประมาณ 23.5 เซนติเมตร จำนวน 1 เล่ม, รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า PCX สีเทา จำนวน 1 คัน และ ชุดเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ จำนวน 2 ชุด

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 23.40 น. ของคืนวันที่ 21 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนและมีดทำร้าย ชายไทย อายุ 19 ปี เสียชีวิตบริเวณซอยพงยือไร 1-2 หมู่ 2 ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา จ.ยะลา

จากการสืบสวนสอบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุและผู้เสียชีวิตเคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันมาก่อนในพื้นที่ อ.กรงปินัง เมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา ในวันเกิดเหตุ ผู้ต้องหาทั้งสองคนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ มาพบผู้เสียชีวิต โดยบังเอิญในเขตเทศบาลนครยะลา จึงได้ขับรถไล่ติดตามมาจนถึงจุดเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิต เห็นดังนั้นจึงตัดสินใจลงจากรถจักรยานยนต์เพื่อหลบหนี

ในจังหวะนั้น เยาวชนชาย (อายุ 17 ปี) ที่นั่งซ้อนท้ายได้ใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นยิงใส่แผ่นหลังของผู้เสียชีวิต 1 นัด จนล้มลง จากนั้น ชายไทย 23 ปีคนขับขี่ ได้ไล่ตามลงไปก่อนใช้อาวุธมีดพับแทงซ้ำบริเวณหน้าอกอีก 7 แผล เป็นเหตุให้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ก่อนที่ทั้งสองจะขับรถหลบหนีไป

หลังเกิดเหตุ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองยะลา ได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติออกหมายจับต่อศาล และในเวลา 12.00 น. ของวันที่ 22 ตุลาคม 2569 กำลังร่วมจาก กก.สส.ภ.จว.ยะลา, สภ.เมืองยะลา และ สภ.กรงปินัง ได้แกะรอยติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองได้พร้อมของกลางทั้งหมด โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา


>> แผ่นดินไหว ที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

18.31 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 1.7 ความลึก 1 กม. ภายในพื้นที่ของ ต. แม่ฮี้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ยังไม่มีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน


>> ผู้ว่าฯ ชลบุรี ยกเลิกคำสั่ง “เปลี่ยนเสื้อวินพัทยาเป็นสีน้ำเงิน” ชี้เหตุผลสีส้มมองเห็นได้ชัด

18.51 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าฯ ชลบุรี และประธานคณะกรรมการประจำจังหวัดชลบุรี ลงนามในประกาศคณะกรรมการประจำจังหวัดชลบุรี เรื่อง “ยกเลิกประกาศคณะกรรมการประจำจังหวัดชลบุรี เรื่อง กำหนดแบบเสื้อกั๊กหรือเสื้อคลุมของคนขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ ในพื้นที่อำเภอบางละมุง”

ตามที่ได้มีประกาศ คณะกรรมการประจำจังหวัดชลบุรี ลงวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 เรื่อง กำหนดแบบเสื้อกั๊กหรือเสื้อคลุมของคนขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ ในพื้นที่อำเภอบางละมุง โดยกำหนดให้ปรับเปลี่ยนสีเสื้อของคนขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ พร้อมทั้งกำหนดรายละเอียดข้อมูล ข้อความ แถบสะท้อนแสง และรูปแบบการแสดงหมายเลขประจำตัว นั้น เนื่องจากการปฏิบัติตามประกาศดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อผู้ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ (วินมอเตอร์ไซค์) ในพื้นที่อำเภอบางละมุง ในด้านภาระค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อเสื้อและอุปกรณ์ใหม่ซ้ำซ้อน ความสิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น รวมถึงในด้านความปลอดภัยและความคุ้มค่าในทางปฏิบัติ ซึ่งเสื้อกั๊กมาตรฐานเดิมเป็นที่จดจำและสังเกตเด่นชัดอยู่แล้ว

คณะกรรมการประจำจังหวัดชลบุรี จึงมีมติให้ยกเลิกประกาศฉบับดังกล่าว เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย ป้องกันความสิ้นเปลือง และบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบอาชีพขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ อาศัยอำนาจตามความในข้อ 2 วรรคสอง แห่งประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดแบบเสื้อกั๊กหรือเสื้อคลุม และการแสดงสถานที่รอรับคนโดยสาร และหมายเลขประจำตัวคนขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทำประวัติคนขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ พ.ศ.2567 ประกอบกับมติคณะกรรมการประจำจังหวัดชลบุรี จึงออกประกาศยกเลิกประกาศคณะกรรมการประจำจังหวัดชลบุรี ลงวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ดังกล่าว ทั้งนี้ ให้ผู้ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะกลับไปใช้แนวทางหรือข้อกำหนดตามระเบียบและประกาศของกรมการขนส่งทางบกทั่วไป


>> เพลิงไหม้รถยนต์ ภายในอู่ซ่อมรถ ซอยรามคำแหง 88 รถ 3 คันรอจอดซ่อมเสียหายวอด

21.47 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยรามคำแหง 88 ถนนรามคำแหง แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุ เป็นเพลิงลุกไหม้รถยนต์เสียหายทั้งหมด จำนวน 3 คัน เป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล สีบอร์น หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนเซินเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้ห้องเครื่องและห้องโดยสาร, เป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง สีดำ หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้ห้องโดยสารทั้งหมด และ เป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง สีบอร์น หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง เสียหายกันชนด้านขวาเพียงเล็กน้อย รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้น สาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ห้องโดยสารคันหนึ่ง แล้วเกิดการลุกลามรถอีก 2 คันซึ่งจอดรอซ่อมทั้ง 3 คัน ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหัวหมาก


>> รถจักรยานยนต์ 2 คันชนกัน หนุ่มเมียนมา วัย 30 ปี เสียชีวิตหน้าปากซอยบางกระดี่ 27

00.44 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกัน และมีผู้เสียชีวิต บริเวณปากซอยบางกระดี่ 27 พื้นที่เขตบางขุนเทียน กทม.

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีแดง ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะชนกับ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ ป้ายทะเบียน ปทุมธานี และใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นผู้ชาย อายุ 30 ปี ชาวสัญชาติเมียนมา ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.แสมดำ


>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยเคหะร่มเกล้า 27 แยก 24 รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

00.25 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยเคหะร่มเกล้า 27 แยก 24 ถนนเคหะร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็น บ้านคอนกรีตชั้นเดียว ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้น ภายในห้องครัว เพลิงลุกไหม้เสียหาย โต๊ะ เเละกล่องพลาสติก พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 2 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟต่อพ่วง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยร่มเกล้า  

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม