วันที่ 20 ตุลาคม 2569 เวลา 15:10 น.
เปิดตัวรถโดยสารไฟฟ้าปรับอากาศ (EV) รอบปฐมฤกษ์ เส้นทางรอบเมืองหาดใหญ่ ลดค่าเดินทาง ลดมลพิษ ยกระดับระบบขนส่งสาธารณะ มุ่งสู่เมืองอัจฉริยะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเปิดให้นั่งฟรีถึง 12 พฤศจิกายน นี้
.วันนี้ (20 ต.ค. 69) เวลา 10.30 น. นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานในพิธีเปิดตัวรถโดยสารไฟฟ้าปรับอากาศ (EV) รอบปฐมฤกษ์ เส้นทางหมวด 1 สายที่ 3 รอบเมืองหาดใหญ่ พร้อมทั้งรับฟังการนำเสนอผลการศึกษาโครงการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะด้วยรถไฟฟ้า EV ณ บริเวณสำนักงานตลาดกลางยางพาราจังหวัดสงขลา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมีนายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา, นายอนุพงษ์ เกษา ขนส่งจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน ร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมกันผลักดันจังหวัดสงขลามุ่งสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะด้านการคมนาคมขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยผู้บริหารทุกภาคส่วน ได้แสดงความเชื่อมั่นต่อโครงการนี้ว่า ความร่วมมือในการขับเคลื่อนโครงการรถโดยสารไฟฟ้า EV รอบปฐมฤกษ์ เส้นทางหมวด 1 สายที่ 3 รอบเมืองหาดใหญ่ในครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตและการเดินทางของพี่น้องชาวสงขลา ช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรในระยะยาว และพร้อมที่จะผลักดันให้จังหวัดสงขลาก้าวสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะด้านการคมนาคมขนส่งที่มีประสิทธิภาพและโดดเด่นเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย
โครงการดังกล่าวเกิดจากการที่ อบจ.สงขลา ได้ร่วมมือกับทีมนักวิจัยและพัฒนาการจราจรและขนส่ง สำนักวิจัยและบริการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ในการศึกษาและประเมินแนวเส้นทางเดินรถที่มีความเป็นไปได้และมีความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ รวมทั้งสิ้น 3 กลุ่ม 5 แนวเส้นทาง ได้แก่ กลุ่มที่ 1 เส้นทางนำร่องที่มีศักยภาพสูง (เส้นทางรอบเมืองหาดใหญ่ และเส้นทางสงขลา - สทิงพระ), กลุ่มที่ 2 แนวเส้นทางในระยะที่ 2 (เส้นทางรอบเมืองสงขลา และเส้นทางท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ - สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ - สถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอหาดใหญ่) และกลุ่มที่ 3 แนวเส้นทางในระยะสุดท้าย (เส้นทางบ้านทุ่งรี - ตลาดสดเพิ่มทรัพย์)
นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการเดิม โดยได้คัดเลือกแนวเส้นทาง เดินรถโดยสารสาธารณะ (หมวด 1 และหมวด 4) ซึ่งใบอนุญาตประกอบการเดิมหมดอายุจากกรมการขนส่งทางบก นำมาพิจารณาประเมินร่วมด้วย พร้อมวางแผนติดตั้ง Solar Rooftop บริเวณสถานีอัดประจุไฟฟ้า และต่อยอดผ่านกลไกตลาดคาร์บอนในระยะยาว
สำหรับเส้นทางการเดินรถหมวด 1 สายที่ 3 รอบเมืองหาดใหญ่ เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 07.00 น. ถึง 19.00 น. ในทุกวัน โดยมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดที่สถานีขนส่งหาดใหญ่ ครอบคลุมทั้งสองทิศทาง ได้แก่ เส้นทาง "วนซ้าย" ออกจากสถานีขนส่งหาดใหญ่ ผ่านเซนทรัลหาดใหญ่, ตลาดกรีนเวย์ไนท์มาร์เก็ต, วัดคลองเรียน, สวนหย่อมศรีภูวนารถ, แยกด่านกักกันสัตว์, โรงเรียนคุณธรรมวิทยา, ถนนบุญแก้วอุทิศ, แยกสัจจกุล, โรงพยาบาลศิครินทร์หาดใหญ่, โรงปูนไนซ์มาร์เก็ตหาดใหญ่, บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์, บิ๊กซีคลองแห, ซอย 5 กาญจนราเมศวร์, โรงเรียนบ้านเกาะหมี, ตลาดนัดเกาะหมี, สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่, วิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่, กองกำกับการ 7 กองบังคับการตำรวจ, ค่ายเสนาณรงค์, ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร, สนามกีฬามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ และแยกปุณณกันต์ ก่อนวนกลับเข้าสู่สถานีขนส่งหาดใหญ่ ขณะที่ เส้นทาง "วนขวา" จะวิ่งในทิศทางย้อนกลับกันเพื่ออำนวยความสะดวกอย่างครอบคลุมทุกจุดบริการ
นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เปิดเผยถึงแนวทางการขับเคลื่อนโครงการว่า โครงการบริการรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (EV Bus) ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลและ อบจ.สงขลา ตามที่เคยแถลงไว้ต่อสภา โดยมุ่งหวังให้เกิดประโยชน์สูงสุดใน 3 มิติหลัก คือ มิติแรก การลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน โดยเฉพาะครอบครัวที่มีบุตรหลานเดินทางไปเรียน ซึ่งเดิมอาจมีค่าเดินทางสูงถึง 60 บาทต่อคน แต่เมื่อเปลี่ยนมาใช้ EV Bus ของ อบจ. จะจ่ายเพียงขาละ 15 บาท (ไป-กลับ 30 บาท) ช่วยลดค่าใช้จ่ายลงมากกว่าครึ่งหนึ่ง มิติที่สอง การแก้ไขปัญหามลพิษและฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งหาดใหญ่และสงขลามักได้รับผลกระทบจากหมอกควันข้ามแดนและควันดำ การเปลี่ยนมาใช้ EV Bus จะช่วยให้อากาศดีขึ้น และสร้างคาร์บอนเครดิตเทียบเท่าการปลูกต้นไม้นับหมื่นต้น
. และมิติที่สาม การส่งเสริมและดึงดูดการท่องเที่ยว รองรับนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ต่างชาติ และชาวไทย ให้ได้รับความสะดวกสบาย ทันสมัย และคุ้มค่า ตอบโจทย์การนำภาษีมาสร้างประโยชน์คืนสู่ประชาชนอย่างแท้จริง ทั้งนี้ อบจ.สงขลา ได้เปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการฟรี ระหว่างวันที่ 10 ตุลาคม – 12 พฤศจิกายน 2569 เพื่อสร้างความเข้าใจเส้นทาง ก่อนเริ่มจัดเก็บค่าโดยสารตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป
. ด้านนายอนุพงษ์ เกษา ขนส่งจังหวัดสงขลา ระบุว่า สำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลาได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบูรณาการร่วมกับ อบจ.สงขลา อย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านการกำหนดมาตรฐานตัวรถให้เป็นไปตามกฎหมาย การออกแบบแนวเส้นทางให้ครอบคลุมและสอดคล้องกับความต้องการของประชาชน ตตลอดจนการกำหนดอัตราค่าโดยสารที่เหมาะสม พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้ประกอบการเดินรถรายเดิมให้น้อยที่สุด และพร้อมร่วมมือขับเคลื่อนระบบขนส่งสาธารณะสีเขียวนี้อย่างต่อเนื่องต่อไป


สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา/ภาพ-ข่าว