หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 16 ตุลาคม 2569

วันที่ 17 ตุลาคม 2569 เวลา 05:36 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 16 ตุลาคม 2569

>> รถจักรยานยนต์เกิดอุบัติเหตุ ถูกล้อรถบัสทับศีรษะ ริมทางคู่ขนาน ถนนสายเอเชีย หญิงสาวเสียชีวิต ส่วนชายหนุ่มบาดเจ็บ จ.พระนครศรีอยธุยา

06.40 น. รับแจ้งศูนย์รวมใจอุทัย มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ ชนกับรถบัส และมีผู้บาดเจ็บอากาสาหัส ถนนสายเอเชีย ในเส้นทางคู่ขนาน ฝั่งขาขึ้นครสวรรค์แ เลยใต้ต่างระดับ อยุธยา ประมาณ 1-2 กม. ในพื้นที่ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีฟ้า ป้ายทะเบียน นครปฐม ล้มคว่ำอยู่ใกล้กับ รถบัส หลากสี ป้ายทะเบียน พระนครศรีอยธุยา ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นชายไทย อายุ 19 ปี มีบาดแผลถลอกและเจ็บปวดตามร่างกายให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนเคลื่อนย้ายนำส่งโรงพยาบาล และพบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 24 ปี ขาว จ.เชียงราย ลักษณะถูกล้อรถเหยียบบริเวณศีรษะ อยู่ใต้ท้องท้ายรถบัสด้านขวา ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อุทัย


>> รถยนต์กระบะตกคลองริมทาง พบร่างผู้เสียชีวิตชาย 1 ราย จ.สุพรรณบุรี

07.30 น. กู้ภัยเสมอกันสุพรรณบุรี รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถกระบะเสียหลักตกคลองและร้องขอชุดปฏิบัติการค้นหาใต้น้ำ บริเวณเส้นทางบ้านเขาตายาย มุ่งหน้า อำเภอพนมทวน ในพื้นที่ บ้านหัววัง ตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยเหตุเกิดตั้งแต่เมื่อค่ำที่ผ่านมา

ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการค้นหาใต้น้ำ ลงทำการค้นหาและพบรถยนต์อยู่ใต้น้ำ จึงประสานงานรถยกสไลด์ ดำเนินการดึงกู้รถยนต์กระบะคันกล่าวขึ้นฝั่ง เป็นรถกระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีขาว ป้ายทะเบียน กาญจนบุรี และตรวจสอบพบว่า มีผู้เสียชีวิต เป็นผู้ชาย 1 ราย

จึงประสานงาน ร้อยเวร สภ.ทุ่งคอก พร้อมทีมแพทย์ร่วมตรวจสอบในที่เกิดเหตุ. ก่อนจะดำเนินการนำร่างผู้เสียชีวิตโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 17 เพื่อให้ชันสูตรหาสาเหตุอีกครั้ง


>> จ.อุดรธานี ป้าขี่รถ จยย.พาหลานวัย 2 ขวบไปส่งศูนย์ดูแลเด็กเล็ก มีพี่สาวหลาน วัย 7 ขวบร้องตาม ระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุ รถกระบะชนร่างกระเด็นเจ็บสาหัส ก่อนพี่สาวจะไปเสียชีวิตที่ รพ.

08.30 น. กู้ชีพ อบต.บ้านยา รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย บนถนนเส้นทางอุดรธานี - สกลนคร บริเวณก่อนถึงศูนย์เด็กเล็ก อบต.บ้านยา ต.บ้านยา อ.หนองหาน จ.อุดรธานี

ทีเกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า สีแดง ล้มคว่ำในพงหญ้าข้างทาง สภาพรถพังเสียหาย และห่างออกไป พบรถกระบะตู้ทึบ สีขาว สภาพพังเสียหายพลิกตะแคง ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 รายมีอาการสาหัส เป็นผู้หญิง อายุ 34 ปี และหลานสาว เด็กหญิง 2 ราย อายุ 2 ขวบ และ 7ขวบ ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพ - กู้ภัยเร่งช่วยเหลือและนำส่ง โรงพยาบาลหนองหาน แห่งที่ 2 เป็นการเร่งด่วน และทราบว่า เด็กหญิง วัย 7 ขวบได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย เคลื่อนย้ายส่ง รพ.อุดรธานี เพื่อแพทย์รักษาต่อ

เบื้องต้น ทราบว่า หญิงไทย อายุ 34 ปี เป็นป้าของหลานๆ ขณะเกิดเหตุกำลังขับขี่รถ จยย. เพื่อไปส่งหลานคนเล็ก 2ขวบ และ พี่สาว 7ขวบร้องขอติดรถมาด้วย เพื่อไปส่งศูนย์เด็กเล็ก อบต.บัานยา ห่างอีกแค่เพียง 100 เมตร แต่เดินทางไปไม่ถึง

ส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองหาน


>> ไทย รับคืนทุ่นสึนามิ จากเมียนมา พร้อมนำเข้าเช็กระยะ ไม่กระทบระบบเตือนภัย

09.00 น. นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มอบหมายให้ ดร.ประสงค์ ธัมมะปาละ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เป็นผู้แทนกรม ปภ. ร่วมกับ น.อ.เรวัต ตระกูลไทยพิชิต ผู้อำนวยการ ศูนย์ประสานงานประมงชายแดนทางทะเลไทย-เมียนมา (ศปชล.ทม.) ในฐานะทางการไทย พร้อมเจ้าหน้าที่ TBC ศรชล. และสำนักงาน ปภ.ระนอง เดินทางไปยังจังหวัดเกาะสอง ประเทศเมียนมา เพื่อรับคืนทุ่นตรวจวัดคลื่นสึนามิของไทย ซึ่งได้หลุดจากจุดที่ตั้งฝั่งทะเลอันดามัน ตั้งตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม และทางทหารเรือของประเมียนมาได้เก็บไว้ได้

สำหรับทุ่นตรวจวัดคลื่นสึนามิที่ได้รับกลับคืน ทางการไทย โดย ปภ. จะมีการนำเข้าสู่การบำรุงรักษาตามวงรอบ ซึ่งปกติจะต้องนำกลับไปทุก ๆ 2 ปี ซึ่ง ทุ่นตัวที่หลุดไปนั้นมีวาระการบำรุงรักษาในเดือนพฤษจิกายน 2569 นี้ และจะมีนำทุ่นตัวใหม่มาวางแทน

ทั้งนี้ ทุ่นที่หลุดและอยู่ระหว่างการวางทุ่นใหม่ทดแทน ไม่ได้ส่งผลต่อการเตือนภัยสึนามิ เนื่องจากยังมีเครือข่ายการเตือนภัยกับประเทศอื่น ๆ รวมถึงสถานีตรวจวัดระดับน้ำทะเลเกาะเมียง ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ซึ่งเป็นด่านหน้าจุดแรกในการรับสัญญาณและตรวจวัดระดับน้ำ

ภารกิจรับคืนทุ่นตรวจวัดคลื่นสึนามิในครั้งนี้ ต้องขอบคุณความร่วมมือจากกองทัพเรือ เครือข่ายชาวประมงไทยและเมียนมา และหน่วยทหารเกาะย่านเชือก จังหวัดเกาะสอง ประเทศเมียนมา ผ่านการประสานงานทาง TBC และหลังจากนี้ ปภ. จะกำหนดวันที่จะทำการวางทุ่นตรวจวัดสึนามิ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในการเฝ้าระวังสึนามิ โดยมีกำหนดในเดือนพฤศจิกายน ที่จะถึงนี้


>> รถเก๋งอีวี ชนกับรถจักรยานยนต์ คุณป้าวัย 65 ปีเสียชีวิตกลางถนนหมายเลข 12 จ.กาฬสินธุ์

11.30 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิเจ้าปู่บัวขาว ว่ามีอุบัติเหตุ รถนั่งส่วนบุคคล ชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส กลางถนนทางหลวงหมายเลข 12 เลยทางเข้าบ้านกกตาล บริเวณร้านจำหน่ายหลังคาเหล็ก ในพื้นที่ อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีขาว ล้มคว่ำสภาพพังเสียหาย ใกล้กันพบรถนั่งส่วนบุคคล อีวี สีเทา จอดอยู่สภาพกันชนหน้าและกระจกมีร่องรอยการชนเสียหาย ตรวจสอบพบร่างของ ผู้หญิง อายุประมาณ 65 ปี มีบาดแผลตามร่างกายและบริเวณศีรษะ ทางเจ้าหน้าที่ยีนยันว่า ได้เสียชีวิตแล้วในที่เกิดเหตุ ส่วนสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กุฉินารายณ์


>> นายกฯ หารือประธาน FED ติดตามเจรจาการค้าไทย–สหรัฐฯ ชื่นชมไทยจัดประชุม IMF–World Bank สำเร็จ ประทับใจน้ำใจคนไทย

12.35 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พบหารือกับนายเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธานธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (The Federal Reserve System: FED) โดยนายกฯ ยินดีที่ไทยและสหรัฐอเมริกามีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด โดยที่ผ่านมาได้มีโอกาสพบหารือกับ ปธน.สหรัฐอเมริกาหลายครั้ง และได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นการเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศ ซึ่งมีการหารืออย่างต่อเนื่อง

ทั้งสองฝ่ายหารือถึงบทบาทและความสำคัญของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ โดยประธาน FED ชื่นชมความสำเร็จในการจัดการประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026 สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมตลอดจนศักยภาพของไทยในการจัดการงานระดับนานาชาติ พร้อมแสดงความประทับใจต่อน้ำใจและการต้อนรับอย่างอบอุ่นของคนไทย ที่ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์และสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในสายตานานาชาติ 
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังหารือถึงความสำคัญของเสถียรภาพรัฐบาลไทย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบายและการขับเคลื่อนประเด็นต่าง ๆ โดยเฉพาะในสถานการณ์โลกที่มีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การมีเสถียรภาพและความต่อเนื่องในการบริหารประเทศจึงมีส่วนสำคัญต่อการรับมือกับความท้าทายและการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคส่วนต่าง ๆ


>> ทหารพรานสระแก้ว สกัด 9 ชาวกัมพูชา ลอบข้ามแดนพร้อมเด็กหญิง 3 คน อ้างมุ่งหน้าโคราชหางานตัดอ้อย จ่ายค่าพานำ 7,000 บาท

12.44 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองกำลังบูรพา โดยหน่วยเฉพาะกิจโคกสูง ชุดควบคุมทหารพรานที่ 12 และกองร้อยทหารพรานที่ 1205 สนธิกำลังร่วมกับชุดปฏิบัติการของ ฉก.โคกสูง ออกลาดตระเวนและเฝ้าตรวจพื้นที่ชายแดนบริเวณพิกัด TA 523235 ระหว่างจุดตรวจการณ์ ส.39–ส.40 บ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว

ระหว่างลาดตระเวน เจ้าหน้าที่พบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยเดินเท้ามาตามช่องทางธรรมชาติ จึงเรียกให้หยุดเพื่อตรวจสอบ พบเป็นชาวกัมพูชาลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จำนวน 9 คน แบ่งเป็นชาย 4 คน หญิง 2 คน และเด็กหญิง 3 คน โดยทั้งหมดไม่มีเอกสารแสดงตน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปยังที่ตั้งหน่วยเพื่อสอบสวนเบื้องต้น

จากการสอบถาม ผู้ถูกจับกุมให้การว่า เดินทางมาจาก จ.กำปงธม ประเทศกัมพูชา มีเป้าหมายไปหางานรับจ้างตัดอ้อยในพื้นที่บ้านมาบตะโกเอน ต.มาบตะโกเอน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา โดยไม่มีนายจ้างประจำ พร้อมอ้างว่าเคยเข้ามาทำงานในประเทศไทยมาแล้วประมาณ 6 ปี และได้รับค่าจ้างวันละ 350 บาท

กลุ่มดังกล่าวระบุว่า ได้ว่าจ้างรถตู้โดยสารให้เดินทางมายังพื้นที่ใกล้ชายแดน โดยเสียค่าเดินทางคนละ 500 บาท ก่อนจะรอผู้นำทางชาวกัมพูชาซึ่งไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง พาเดินเท้าลัดเลาะผ่านช่องทางธรรมชาติเข้ามายังประเทศไทย

นอกจากนี้ ผู้ถูกจับกุมยังให้ข้อมูลว่า ผู้นำทางเรียกเก็บเงินจากกลุ่มรวม 7,000 บาท โดยจะชำระเมื่อเดินทางถึงปลายทางบริเวณถนนศรีเพ็ญฝั่งไทย แต่เมื่อทหารพรานเข้าตรวจสอบกลับไม่พบผู้นำทางอยู่ในที่เกิดเหตุ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวชาวกัมพูชาทั้ง 9 คน ส่งให้ สภ.โคกสูง ดำเนินการตามกฎหมายและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางและการเรียกเก็บเงินยังเป็นคำให้การเบื้องต้นของผู้ถูกจับกุม


>> ”สุริยะ” ขอโทษ อ้างสื่อสารผิด ปมซื้อรถเกี่ยวข้าว 16 ล้าน แก้เป็นแทรกเตอร์พรวนดินEV คันละ 1.6 ล้าน แทน

14.02 น. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวขอโทษพร้อมยอมรับ ระบุสื่อสารผิดพลาด และคลาดเคลื่อน 2 เรื่อง คือ 1 .กรณีเตรียมของบประมาณ 8,000 ล้านบาท ซื้อรถเกี่ยวข้าว EV คันละ 16 ล้านบาท คือจำนวนราคา 16 ล้านบาท เกิดจากที่ตนลงพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชรเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา จากนั้นถูกสื่อมวลชนนำประเด็นมาสัมภาษณ์ เพราะมีการเข้าใจว่ากระทรวงเกษตรจะจัดซื้อรถเกี่ยวข้าว EV จำนวน 500 คัน หากนำไปหารกับงบประมาณ 8,000 ล้านบาทก็ตกคันละ 16 ล้านบาท ซึ่งตนก็มองว่าหากรถเกี่ยวข้าวEV คันละ 16 ล้านบาทก็ถือว่าแพงเหลือเชื่อ แต่สิ่งที่ต้องการจะสื่อคือจุดบริการ 500 แห่งทั่วประเทศ ไม่ใช่รถ 500 คัน และไม่ใช่รถเกี่ยวข้าว EV แต่เป็นรถแทรกเตอร์พวนดินสำหรับทำนาคันละ 1.6 ล้านบาท

นายสุริยะ กล่าวต่อว่า หากตนเสนอของงบประมาณซื้อรถเกี่ยวข้าว EV คันละ 16 ล้านบาท คงอยู่ในตำแหน่งได้อีกไม่กี่วัน พร้อมแจงไม่เคยมีการโครงการรถเกี่ยวข้าวEV ต่อคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน จากพ.ร.ก.เงินกู้ 200,000 ล้านบาทมาตั้งแต่ต้น ซึ่งเป็นการเข้าใจผิด นอกจากนี้กรณีที่ตนลงพื้นที่ไปพูดเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม แต่คณะกรรมการกลั่นกรอง ปิดโครงการไปแล้วตั้งแต่วันที่ 30 กันยายนจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะไปเสนอเรื่องนี้

ส่วนโครงการจัดซื้อรถแทร็กเตอร์อีวี เนื่องจากชาวนามีการจัดจ้างรถแทรกเตอร์ดีเซลในการพวนดินก่อนทำนาเฉลี่ยอยู่ 1,200 บาทต่อไร่ ขณะที่กระทรวงเกษตรได้รับการจัดสรรงบประมาณส่วนนี้มา 8,000 ล้านบาท จึงให้กรมการข้าวมาจัดซื้อรถแทรกเตอร์อีวีประมาณ 2,543คัน พร้อมระบบซึ่งประกอบด้วยอาคารชาร์จแบตเตอรี่ และเครื่องใช้ไฟ โดยไปติดตั้งตามศูนย์ชุมชนทั่วประเทศเพื่อบริการชาวนาประมาณ 1.4 ล้านไร่ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย จะทำให้ชาวนาประหยัดเงิน 1200 บาทต่อไร่ หากคิดรวมก็จะทำให้ชาวนาประหยัดเงินไปทั้งสิ้น 1,680 ล้านบาท ต่อปี รัฐบาลลงทุนไป 8000 ล้านบาทประมาณสี่ปีเศษก็คืนทุน และหากเทียบกับรถแทรกเตอร์ดีเซลที่ต้องเติมน้ำมันตลอดอายุประมาณ 14 ปีการใช้งานรถแทรกเตอร์อีวี ยังคุ้มค่าการลงทุนมากกว่า 5-6 พันล้านบาท ขณะเดียวกันได้มีการเจรจากับผู้ซื้อ หากข้าวที่ผลิตแบบคาร์บอนเครดิตจะได้ราคาดีกว่าตลาดทั่วไปตันละ 500 บาท โดยจะนำร่องโครงการนี้ก่อน 1,200 ศูนย์ทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม นายสุริยะ ยอมรับว่า ที่ผ่านมาการสนับสนุนชาวนาค่อนข้างน้อย แต่ต้นทุนค่อนข้างสูงทำให้ตนรู้สึกสงสาร โครงการนี้จะเข้าไปช่วยเหลือชาวนาในการลดต้นทุน และเป็นการเพิ่มรายได้ เพราะเป็นคาร์บอนต่ำถือว่าได้สองเด้ง


>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยนครลุง 15 อาสาสมัครใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

14.07 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้สถานที่เกิดเหตุ ซอยนครลุง 15 ถนนนครลุง แขวงบางไผ่ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็น ทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นชั้นบน ภายในห้องนอน เพลิงลุกไหม้เสียหาย ปลั๊กไฟต่อพ่วง ลุกลามโต๊ะ เก้าอี้ เครื่องคอมพิวเตอร์ ที่นอน เฟอร์นิเจอร์ พัดลม ฝาผนังและฝ้าเพดาน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 16 ตารางเมตร อาสาสมัครใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้น้ำทำการดับถ่านและระบายความร้อน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟต่อพ่วง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางแค


>> เทศบาลคลองหลวง เร่งเก็บซากปลาตาย พร้อมเร่งฟื้นฟูคุณภาพน้ำก่อนระบายลงคลองสายหลัก เตือนประชาชน งดสัมผัส-นำปลาตายไปกิน

14.24 น. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่า เดิมทีตรงประตูระบายน้ำวัดแสงสรรค์ ได้ตั้งเป็นศูนย์บริหารจัดการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม แต่พอระดับน้ำในคลองเริ่มลดลง ทำให้น้ำที่ท่วมขังภายในบ้านเรือนประชาชนที่มีลักษณะเป็นน้ำเน่าเสียไหลส่งคลอง ประกอบกับการเร่งสูบน้ำจากคลองระพีพัฒน์ ทำให้ปริมาณออกซิเจนในน้ำเหลือน้อย จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ปลาตาย

ตอนนี้จะมุ่งเน้นไปที่การเก็บปลาตายให้หมด ก่อนที่จะรับน้ำสะอาดจากคลองระพีพัฒน์ แล้วระบายสู่คลองรังสิตประยูรศักดิ์ เพราะถ้าปล่อยให้น้ำจากคลอง 2 ไหลไปคลองรังสิตประยูรศักดิ์ในสภาพแบบนี้ ก็จะยิ่งส่งผลกระทบต่อชาวบ้านในวงกว้างมากกว่านี้

ด้าน ดร.วิมลชญาน์ สถิตสุนทรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อม และควบคุมมลพิษที่ 6 กรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า ด้วยความที่ระดับน้ำในคลอง 2 ลดน้อยลง จึงทำให้น้ำที่เน่าเสียจากบ้านเรือนประชาชนไหลสู่คลองทำให้ปริมาณออกซิเจนละลายน้ำค่อนข้างต่ำ ไม่เพียงพอต่อการหายใจของปลา จึงเป็นสาเหตุให้ปลาตายลอยเหนือผิวน้ำ 
ซึ่งวันนี้กรมควบคุมมลพิษแต่เก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจหาสารปนเปื้อน ส่วนทางด้านกรมประมงจะเก็บตัวอย่างปลาที่ตายไปตรวจเช่นเดียวกัน โดยระหว่างนี้ถ้าประชาสัมพันธ์ขอให้ชาวบ้านงดสัมผัสน้ำ และห้ามนำปลาที่ตายไปปรุงอาหารหรือรับประทาน

สำหรับการเก็บกู้ซากปลาตาย คาดว่าจะเสร็จสิ้นในวันนี้ โดยจะนำไปทิ้งฝังกลบที่บ่อเก็บขยะหลังกองช่าง พร้อมกับสลับโรยปูนขาวเพื่อฆ่าเชื้อ


>> ตำรวจทางหลวง วางแผนจับโจรจอมแสบ ลอบปีนต้นไม้ ลักตัดสายไฟ ไฟฟ้าส่องสว่าง

15.15 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยตำรวจทางหลวง จับกุมนายกอล์ฟ (นามสมมุติ) อายุ 38 ปี พร้อมของกลาง ไม้ตะขอ ยาวประมาณ 3 เมตร จำนวน 1 ด้าม กรรไกรด้ามสีแดง ขนาดประมาณ 10 ซม. จำนวน 1 ด้าม สายไฟ VAF 2x1.5 สีขาว ยาว 1 เมตร จำนวน 1 เส้น และสายไฟ THW-A 1x16 sq.mm สีดำ ยาว 1 เมตร จำนวน 1 เส้น โดยจับกุมได้บริเวณริมถนนเลี่ยงเมืองสระบุรี (ทล.362) กม.15+700 ในพื้นที่ ต.ตลิ่งชัน อ.เมือง จ.สระบุรี

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 แขวงทางหลวงสระบุรี ประสานตำรวจทางหลวง แจ้งเหตุชายต้องสงสัยฉายา “กอล์ฟ” มีรอยสักตามลำตัวและแขนทั้งสองข้าง ก่อเหตุลักสายไฟบริเวณเสาไฟฟ้าแสงสว่างริมทาง สะพานต่างระดับโรบินสัน โดยใช้ไม้ตะขอยาวประมาณ 4 เมตร เกี่ยวสายไฟจากเสาที่มีความสูงประมาณ 9 เมตร ลงมาตัดเป็นท่อน ๆ ใส่ถุงพลาสติกสีดำ ก่อนหลบหนีไป

กระทั่งต่อมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากหมวดทางหลวงสระบุรี ว่าพบ “นายกอล์ฟ” เดินอยู่บริเวณสะพานต่างระดับโรบินสัน ทางหลวงหมายเลข 362 กม.15+700 และมีพฤติการณ์ต้องสงสัยว่าจะกลับมาก่อเหตุซ้ำ จึงเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด ก่อนพบว่าชายดังกล่าวเลือกเสาไฟฟ้าที่อยู่ใกล้ต้นไม้ จากนั้นปีนขึ้นต้นไม้และใช้ไม้ตะขอเกี่ยว ดึงสายไฟจากโคมไฟ ให้ห้อยลงมา เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงจึงเข้าตรวจสอบและแสดงตัว ก่อนสั่งให้ลงจากต้นไม้และทำการตรวจค้น

จากการสอบถามทราบชื่อภายหลังว่า นาย “กอล์ฟ” ให้การรับว่าได้ปีนต้นไม้และใช้ตะขอเหล็กที่ผูกติดกับปลายไม้เกี่ยวสายไฟจริง โดยดึงสายไฟลงมาได้ประมาณ 3 เมตร และกำลังจะใช้กรรไกรตัดสายไฟ กระทั่งเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมได้เสียก่อน เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา “ลักทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์”


>> ตำรวจเชิญตัว “โปเต้ นักจะแกง” ไปให้ข้อมูล-สอบประวัติค้างเก่า หลังจบรายการโหนกระแส

15.30 น. กลายเป็นประเด็นร้อนที่สร้างความตกตะลึง หลังรายการ “โหนกระแส” เมื่อวันที่ 14 ต.ค. เปิดพื้นที่ให้บุคคลที่อ้างตัวว่าเข้ามาช่วยเหลือ “สิบเอกเวฟ” ผู้เสียหายในคดี โดยระบุว่า ทำหน้าที่รวบรวมหลักฐาน ประสานงาน และอ้างถึงเทคโนโลยีล้ำสมัยระดับ “ดาวเทียมจับสัญญาณ” ที่สามารถตรวจสอบพิกัดโรงแรมของฝ่ายหญิงได้ จนทำให้ผู้ร่วมรายการและผู้ชมจำนวนหนึ่งให้ความสนใจ

ซึ่งหลังรายการออกอากาศได้ไม่นาน กระแสในโลกออนไลน์เริ่มตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับตัวตนของชายคนดังกล่าว โดยเพจต่างๆ ออกมาพูดถึงและตรวจสอบประวัติ จนมีการระบุว่าชายคนดังกล่าวคือ “โปเต้ นักจะแกง” ซึ่งถูกกล่าวถึงในโลกออนไลน์จากประเด็นเกี่ยวกับการสร้างโปรไฟล์และพฤติกรรมในอดีต เรื่องดังกล่าวจึงกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

ล่าสุด วันนี้ที่อาคารมาลีนนท์ นายศุภกิจ ประภาดาอนันต์สกุล หรือ “โปเต้ นักจะแกง” ให้สัมภาษณ์หลังออกรายการโหนกระแส ยอมรับว่าได้รับข้อมูลเกี่ยวกับกรณีของ “ชมพู่” จากเวฟ อดีตคู่หมั้นของฝ่ายหญิงเพียงด้านเดียว จึงเคยปกป้องเวฟมาโดยตลอด แต่หลังรับฟังข้อมูลจากชมพู่แล้ว ขอถอยออกจากเรื่องดังกล่าว พร้อมขอโอกาสแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด และยืนยันว่าหากตนทำผิดก็พร้อมขอโทษ นอกจากนี้ยอมรับว่าตนผิดพลาดที่ไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลเรื่องภาพจากดาวเทียมให้ชัดเจน ก่อนตำรวจ สน.ทองหล่อ เชิญตัวไปให้ข้อมูลเพิ่มเติม

โดยตำรวจชี้แจงว่าเป็นการเชิญตัวเพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่การจับกุม พร้อมแจ้งสิทธิในการปรึกษาทนายความ ติดต่อญาติหรือบุคคลที่ไว้วางใจ และเข้ารับการรักษาพยาบาลหากเจ็บป่วย รวมถึงแจ้งว่าจะมีการบันทึกภาพและเสียงตลอดการเดินทางตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำตัวเข้าพบพนักงานสอบสวน


>> รวบ “โจรดวงกุด” ขโมยมอเตอร์ไซค์สำเร็จ แต่น้ำมันหมด สุดท้ายโดนจับเพราะไปขโมยสายยางดูดน้ำมันชาวบ้านเพิ่ม

15.57 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม นายสุ (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี ฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์ของผู้อื่นในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุมหรือรับของโจร” โดยจับกุมได้บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่ง อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา

​ สืบเนื่องจาก นายสุ พร้อมเพื่อน ได้ก่อเหตุตระเวนขโมยรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ ต.ท่าตะเกียบ หลายครั้ง แต่ล่าสุดขโมยรถจักรยานยนต์มาได้สำเร็จ จากนั้นได้ขับขี่หนีไป จนรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวน้ำมันหมดกลางทาง นายสุเลยย่องเข้าบ้านชาวบ้านแถวนั้นอีกรอบ เพื่อจะไปขโมยสายยางเอามาดูดน้ำมันจากรถจักรยานยนต์คันอื่น แต่ชาวบ้านในละแวกนั้นเห็นเข้าพอดี เลยตะโกนพร้อมโทรแจ้งตำรวจ นายสุและพวก อาศัยช่วงจังหวะชุลมุนวุ่นวายหลบหนีไปได้

แต่ต่อมาชุดจับ ลงพื้นที่สืบสวนกระทั่งทราบว่านายสุ ได้หลบหนีไปอยู่ในพื้นที่ ต.ลาดกระทิง อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา จึงเข้าจับกุมได้ แต่จากการสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

16.13 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.9 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 184 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย


>> นายกฯ มอนเตเนโกร พร้อมหนุน FTA ไทย–อียู ส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ มองไทยหุ้นส่วนสำคัญด้านความมั่นคงทางอาหาร

16.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พบหารือกับนายมีลอยโค สปายิช (Milojko Spajić) นายกรัฐมนตรีมอนเตเนโกร แลกเปลี่ยนมุมมองและหารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยกับมอนเตเนโกร โดยฝ่ายมอนเตเนโกรแสดงความพร้อมสนับสนุนการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป (Thai–EU FTA) พร้อมเสนอเป็นสะพานเชื่อมไทยสู่ตลาดยุโรปตะวันออก ขณะที่ไทยสามารถเป็นประตูสู่ตลาดอาเซียนให้แก่มอนเตเนโกร เพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุนระหว่างกัน 
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องขยายความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) โดยมอนเตเนโกรสนใจส่งเสริมให้ประชาชนเดินทางมารับบริการสุขภาพในไทย ขณะที่ไทยมีศักยภาพส่งเสริมบริการนวดแผนไทยในมอนเตเนโกร และยังเห็นพ้องถึงความสำคัญของการเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน

นอกจากนี้ มอนเตเนโกรมองประเทศไทยเป็นหุ้นส่วนสำคัญด้านอาหาร ซึ่งเป็นพื้นฐานสำหรับการพัฒนาความร่วมมือด้านการค้าและการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในอนาคต


>> เพลิงไหม้เพลิงไหม้รถยนต์ ใกล้เคียงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่

21.28 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง ไม่ทราบสี หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในห้องเครื่องยนต์ เพลิงลุกไหม้เสียหายเฉพาะห้องเครื่อง รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ขั้วแบตเตอรี่ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยลาดยาว 
 

>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศอินเดีย

01.20 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 3.8 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของ หมู่เกาะอันดามัน ประเทศอินเดีย ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เมือง จ.พังงา ประมาณ 611 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย


>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยประชาอุทิศ 123 พื้นที่เขตทุ่งครุ

01.41 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยประชาอุทิศ 123 ถนนประชาอุทิศ แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็น ประกอบกิจการให้เช่าพักอาศัย อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นดาดฟ้า ภายในห้องต่อเติมใช้สำหรับซักผ้า เพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 20 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่เครื่องซักผ้า ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยทุ่งครุ  


>> แผ่นดินไหว ที่จังหวัดสุโขทัย

02.12 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 1.7 ความลึก 3 กม. บริเวณพื้นที่ ต.คลองยาง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ยังไม่มีรายงานการรับรู้ถีงแรงสั่นสะเทือน

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม