24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 15 ตุลาคม 2569
>> แม่ภัทร หอบตู้เซฟถึง สน.วังทองหลาง ลุ้นทรัพย์สินกว่า 9 ล้าน ลูกชายยังไม่คืนกุญแจ ตำรวจจ่อออกหมายเรียก
10.37 น. นางสาวณภัทร หรือ “แม่ภัทร” พร้อมทีมงานสายไหมต้องรอ นำตู้เซฟกลับมายัง สน.วังทองหลาง หลังประสานนิติบุคคลขนย้ายออกจากที่พัก โดยใช้คนถึง 8 คนช่วยยก เนื่องจากมีน้ำหนักมาก แต่ยังไม่สามารถเปิดตู้เซฟได้ เนื่องจากนายเบนซ์ ลูกชาย ยังไม่นำกุญแจมาคืน และไม่ทราบว่ามีการเปลี่ยนรหัสหรือไม่ ขณะที่แม่ภัทรยอมรับว่าเริ่มทำใจและกังวลว่าทรัพย์สินภายในจะยังอยู่ครบหรือไม่ พร้อมระบุว่ามูลค่าทรัพย์สินตามราคาปัจจุบันมีมากกว่า 9 ล้านบาท หากลูกชายไม่นำกุญแจมาคืน ตำรวจเตรียมออกหมายเรียก
แม่ภัทรเปิดเผยว่า จำรายการทรัพย์สินได้ประมาณ 90% และมีภาพถ่ายกับหลักฐานบางส่วนเก็บไว้ โดยก่อนหน้านี้พยายามเจรจาขอคืนบ้าน โรงงาน และตู้เซฟ แต่ไม่เป็นผล จึงตัดสินใจแจ้งความ พร้อมขอให้ตำรวจพิจารณาอนุญาตให้ช่างกุญแจมาเปิดตู้เซฟต่อหน้าเจ้าหน้าที่และบันทึกวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน หากตรวจพบว่าทรัพย์สินสูญหายหรือไม่ครบถ้วน ก็พร้อมดำเนินคดีเพิ่มเติมตามกฎหมาย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตู้เซฟไปเก็บไว้ภายในห้องควบคุมตัวผู้ต้องหา เพื่อรักษาความปลอดภัยและรอการดำเนินการต่อไป
>> นายกฯ เปิดทำเนียบต้อนรับประธานาธิบดีสมาพันธรัฐสวิส เดินหน้าขยายความร่วมมือรอบด้าน แลกเปลี่ยนเทคโนโลยี–องค์ความรู้ รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
10.40 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้การต้อนรับนายกี ปาร์เมอแล็ง ประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐสวิส ณ ทำเนียบรัฐบาล พร้อมร่วมตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ เพื่อเป็นเกียรติแก่การเยือนอย่างเป็นทางการ
ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมหารือข้อราชการเต็มคณะ โดยเห็นพ้องส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน เร่งเตรียมความพร้อมด้านขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับการมีผลบังคับใช้ของความตกลงการค้าเสรีไทย–EFTA พร้อมส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ขยายความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม ตลอดจนพัฒนาทักษะแรงงานผ่านระบบอาชีวศึกษา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของทั้งสองประเทศ
นอกจากนี้ ยังมุ่งสานต่อความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภายใต้ข้อ 6 ของความตกลงปารีส รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือในกรอบพหุภาคี และสนับสนุนกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการลงทุน ธรรมาภิบาล และการพัฒนาทุนมนุษย์ระหว่างกัน
>> รัฐบาล ยัน IMF ไม่ได้ประเมินเศรษฐกิจไทยเปราะบาง กลับกัน ชี้ว่าไทยขยายตัวรวดเร็วจาก AI
13.27 น. นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีโลกโซเชียลมีเดีย มีการเผยแพร่ข้อความ อ้างถึงคำพูดจาก กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ชี้เศรษฐกิจไทยมีความเปราะบาง อ้างถึงจุดอ่อน การกู้เงิน ดอกเบี้ย และสถานการณ์สวนทางกับกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งกำลังเติบโตนั้น
กรณีดังกล่าวได้รับการตรวจสอบจากกระทรวงการคลังแล้ว และ ยืนยันว่าเป็นข่าวปลอม โดยข้อมูลดังกล่าวมีการบิดเบือนข้อเท็จจริง
เนื่องจากเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 69 นางคริสตาลินา ได้กล่าวในการประชุม 2026 IMF-WBG Annual Meetings ใน Session ของ IMF Managing Director Press Briefing โดยระบุถึงเศรษฐกิจโลกที่กำลังเข้าสู่ภาวะอัตราดอกเบี้ย และต้นทุนการกู้ยืมอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น จากการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจโลก ไม่ว่าจะเป็นเงินเฟ้อ การลงทุนที่เพิ่มขึ้นจากกระแส AI รวมถึงแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว ซึ่งต้นทุนการกู้ยืมเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่ที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้น ไม่ได้เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของส่วนชดเชยความเสี่ยง (Spread) แต่เป็นผลมาจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกที่ปรับสูงขึ้น และหากดูส่วนต่างผลตอบแทนของประเทศตลาดเกิดใหม่พบว่า ยังค่อนข้างมีเสถียรภาพ
นอกจากนี้ มองว่า ไทยยังมีโอกาสอีกมากในการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจภายในภูมิภาค โดยไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุนด้าน AI ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งถือเป็นพัฒนาการที่ดี อีกทั้งไทยยังเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากกระแสการลงทุนด้าน AI ได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
>> ตร.สภ.วิชิต รวบหนุ่มมีหมายจับ คดีลักทรัพย์ติดตัว แถมเจอยาไอซ์อีก
13.36 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.วิชิต เข้าจับกุมนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี ฐาน ร่วมกันลักทรัพย์ และมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) พร้อมของกลาง ยาไอซ์ น้ำหนักรวมถุง 0.61 กรัม
โดยจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ สาขาอ่าวมะขาม อ.เมือง จ. ภูเก็ต จากการสอบสวนผู้ต้องหาปัสสาวะเป็นสีม่วง และรับสารภาพ จากนั้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.วิชิต ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> รวบแก็งตระเวนเช่ากระเป๋าแบรนด์เนมจาก 11 ร้าน ก่อนนำไปขายและจำนำ เสียหายหลายล้านบาท
14.27 น. ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.บางรัก รวบตัวชาย 2 ราย ซึ่งเป็นมิจฉาชีพ เป็นแก๊งตระเวนเช่ากระเป๋าแบรนด์เนมหรู จากผู้ประกอบการ 11 ร้านในกทม. แล้วเบี้ยวไม่ส่งคืน ก่อนแอบนำไปขายต่อและจำนำ
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากกรณีกลุ่มผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจให้เช่าสินค้าแบรนด์เนมรวมนับ 10 ราย ได้รวมตัวกันนำหลักฐานเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา หลังถูกมิจฉาชีพ 2 ราย ตระเวนติดต่อขอเช่ากระเป๋าแบรนด์เนมหรู ทั้งรูปแบบรายวันและรายเดือน ทว่าเมื่อครบกำหนด กลับไม่ยอมนำสินค้ามาส่งคืน พร้อมกับปิดช่องทางการติดต่อทุกทาง
กรณีดังกล่าวด้าน "ครูเจี๊ยบ-สุนิสา" กูรูแบรนด์เนมจากสถาบัน TCF ได้เข้ามาช่วยเหลือกลุ่มลูกศิษย์และคนในวงการ ด้วยการช่วยประกาศระดมเบาะแสผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อเตือนภัยร้านรับซื้อแบรนด์เนมไม่ให้ตกเป็นเหยื่อการรับซื้อของมิจฉาชีพกลุ่มนี้ พร้อมฝากข้อคิดและคำเตือนภัยไปยังผู้ประกอบการในวงการแบรนด์เนมทั้ง 2 ฝั่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย
>> ราชยานยนต์สมาคมฯ แถลงยืนยัน โกคาร์ท "น้องพายุ" เครื่องยนต์ไม่ถูกต้องตามกฎ เตรียมส่งผลสอบไปที่ผู้จัดการแข่งขัน
14.54 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณี วงการมอเตอร์สปอร์ตเยาวชนไทยสะเทือน หลังเกิดกระแสดรามาในการแข่งขันรถโกคาร์ทรายการใหญ่ TrueVisions – TOYOTA Junior Kart Championships 2026 สนามที่ 3 ณ สนามพีระเซอร์กิต จ.ชลบุรี เมื่อการแข่งขันในรุ่น (อายุ 8-9 ปี) จบลง โดย "น้องพายุ" ลูกชาย ชมพู่ อารยา และ น็อต วิศรุต สามารถซิ่งทำความเร็วเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 1 ได้สำเร็จ
แต่เรื่องราวกลับไม่จบลงแค่นั้น เมื่อ ปอ-ตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ พ่อของ "น้องแมคลาเรน" คู่แข่งร่วมสนาม ได้ยื่นหนังสือประท้วงเกี่ยวกับสภาพเครื่องยนต์ของรถแข่ง เพื่อเรียกร้องการตรวจสอบความถูกต้องและความเท่าเทียม จนเกิดเป็นประเด็นถกเถียงและจับตามองอย่างหนักในกลุ่มแฟนคลับและชาวเน็ต ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้
ล่าสุด นายพฤฒิรัตน์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ นายกสมาคมราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย แถลงข่าวพร้อมระบุว่า เมื่อตรวจสอบแล้ว รถดังกล่าวมีความผิดกติกาทางเทคนิค เมื่อตรวจสอบแล้ว แต่เด็กมีความตั้งใจ การแข่งขันรถยนต์ การประท้วงเป็นเรื่องปกติ กรณีนี้ไม่ได้มีการประท้วงนักแข่ง น้องนักแข่งในวันนั้นทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีและสมบูรณ์แบบ เพียงแต่เกิดข้อสงสัยกติกาเทคนิก ก็เป็นสิทธิ์ประท้วงในข้อสงสัย ซึ่งผู้จัดการแขงขันผิดพลาดในการสื่อสารวันนั้น ปกติการประท้วงต้องจบที่สนามแข่ง ไม่ใช่มาจบที่ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ถ้าเกิดการตัดสินแล้วไม่ยอมรับ สามารถมาอุทธรณ์ต่อได้ที่ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย
เมื่อถามว่าต้องมีการแข่งขันใหม่หรือไม่ นายพฤฒิรัตน์ ระบุว่า การแข่งขันใหม่คงไม่ใช่ ถ้าครั้งนี้ผิดกฎ ผู้จัดต้องไปพิจารณา การแข่งรถมีการประท้วงเรื่องเครื่องยนต์บ่อยมาก แต่ความจริงเรื่องนี้ต้องจบในสนาม แล้วถึงประท้วงมายัง ร.ย.ส.ท. ยืนยันเราไม่ได้นิ่งเฉย เราตัดสินไปตามหน้างาน
>> รวบสาววัย 22 ปี รับจ้างเปิดบัญชีม้า ส่งมอบบัญชีให้ขบวนการหลอกลวงออนไลน์ เหยื่อสูญเงินกว่า สองแสนบาท
15.08 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม หญิง อายุ 22 ปี ฐาน “ผู้ใดเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตน,ร่วมกันฉ้อโกง และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ฯ” โดยจับกุมได้ในชุมชนแห่งหนึ่ง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ
พฤติการณ์สืบเนื่องจาก ก่อนหน้านี้มีผู้เสียหายซึ่งได้รับการติดต่อจากกลุ่มคนร้ายภายหลังทราบว่าเป็นมิจฉาชีพ ถูกชักชวนให้เพิ่มเพื่อนผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ก่อนให้ทำกิจกรรมตามคำแนะนำ โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนจากการทำกิจกรรมดังกล่าว ต่อมามิจฉาชีพได้หลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่กำหนด โดยอ้างว่าเป็นขั้นตอนที่จำเป็นเพื่อรับผลตอบแทนและผลกำไร ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงทยอยโอนเงินไปยังบัญชีปลายทางรวมจำนวน 7 ครั้ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 275,000 บาท ภายหลังผู้เสียหายทราบว่าตนถูกหลอกลวง จึงได้แจ้งความผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การว่า ในช่วงปี 2568 ตนว่างงานและขาดรายได้ จึงได้รับการชักชวนจากเพื่อนที่รู้จักให้ยินยอมใช้บัญชีธนาคารของตนในการรับและโอนเงิน โดยอ้างว่าจะนำไปใช้ในการดำเนินธุรกิจทั่วไป ผู้ต้องหาจึงยินยอมให้ใช้บัญชีธนาคารดังกล่าว ต่อมาผู้ต้องหาถูกพาไปเปิดบัญชีธนาคารแห่งหนึ่งภายในห้างสรรพสินค้าในจังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 3 บัญชี และเปิดทางออนไลน์อีก 1 บัญชี ก่อนส่งมอบบัญชีทั้งหมดให้แก่บุคคลอื่นตามคำสั่ง และได้รับค่าตอบแทนรวมเป็นเงิน 2,000 บาท ทั้งนี้ ผู้ต้องหาอ้างว่าไม่ทราบมาก่อนว่าบัญชีธนาคารของตนจะถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือ ในการกระทำความผิดหรือใช้หลอกลวงประชาชน
ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางบอน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี แต่จากการสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฎิเสธตลอดข้อกล่าวหา
>> รถกระบะ 2 คันชนกันอย่างจังกลางถนนทางหลวงหมายเลข 1072 มีผู้เสียชีวิตรวม 3 ราย จ.นครสวรรค์
15.30 น. รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถกระบะชนกัน และมีผู้บาดเจ็บหลายราย กลางถนนทางหลวงหมายเลข 1072 ในพื้นที่บ้านเปราะ อ.แม่วงศ์ จ.นครสวรรค์
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ ฟอร์ด เรนเจอร์ สีเทา ป้ายทะเบียน นครสวรรค์ ลักษณะชนกับ รถกระบะ โตโยต้า สีเทา ป้ายทะเบียน นครสวรรค์ ตรวสอบพบว่า มีผู้เสียชีวิต 1 รายเป็นผู้ชาย และมีผู้บาดเจ็บอีก 3 ราย ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพ - กู้ภัยเร่งช่วยเหลือและนำส่ง รพ.แม่วงศ์ ต่อมารับแจ้งว่า ผู้บาดเจ็บ เป็นผู้หญิง 2 รายนั้นมีอาการสาหัส และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนี้จำนวน 3 ราย สาเหตุที่แท้จริงนั้น อยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่วงศ์
>> ตชด.335 ปะทะเดือด กลุ่มค้ายาชายแดนเชียงใหม่ ยึดไอซ์-คีตามีน ล็อตใหญ่รวม 259 กก.
16.03 น. กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 335 (ตชด.335) เปิดปฏิบัติการสกัดกั้นกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดของกลางไอซ์และคีตามีนน้ำหนักรวม 259 กิโลกรัม บริเวณเส้นทางธรรมชาติ บ้านห้วยมะริด หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านเป้า อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ หลังได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่รอยต่ออำเภอเชียงดาว เข้ามายังอำเภอแม่แตง
ปฏิบัติการดังกล่าว ตชด.335 นำกำลังเข้าซุ่มสกัดกั้นในพื้นที่เป้าหมายตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2569 เวลา 15.00 น. จนกระทั่งเวลาประมาณ 19.00 น. ของวันที่ 14 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่พบกลุ่มชายต้องสงสัยประมาณ 15–20 คน แบกกระสอบเป้ดัดแปลงและพกอาวุธเดินผ่านเข้ามา เจ้าหน้าที่จึงเปิดไฟฉายส่งสัญญาณแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น แต่กลุ่มคนร้ายได้เปิดฉากยิงใส่อีกฝ่ายเพื่อเปิดทางหนี ทำให้เกิดการปะทะและยิงตอบโต้กันเป็นเวลาประมาณ 10 นาที ก่อนที่เสียงปืนจะสงบลง
ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ขอกำลังเสริมเพื่อควบคุมพื้นที่ไว้ตลอดคืน จนกระทั่งรุ่งเช้าวันนี้ (15 ตุลาคม 2569) เวลา 06.00 น. ได้เข้าตรวจค้นพื้นที่เกิดเหตุ พบกระสอบเป้สะพายหลังดัดแปลงตกกระจายอยู่รอบบริเวณรวม 15 เป้ ตรวจสอบภายในพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) จำนวน 120 กิโลกรัม และยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (คีตามีน) จำนวน 139 กิโลกรัม โดยเหตุการณ์นี้ไม่มีรายงานเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดส่งไปยัง บก.ตชด.ภาค 3 อำเภอแม่แตง เพื่อตรวจสอบรายละเอียดอย่างถี่ถ้วน ก่อนบันทึกการตรวจยึดและส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรแม่แตง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> จ.นครศรีธรรมราช รถนั่งส่วนบุคคลพลิกคว่ำลงร่องกลาง ถนนทางหลวงหมายเลข 401 บาดเจ็บหลายราย กู้ภัยเร่งนำส่ง รพ.
16.12 น. รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุรถนั่งส่วนบุคคลพลิกคว่ำลงข้างทาง และมีผู้บาดเจ็บหลายราย ถนนทางหลวงหมายเลข 401 ใกล้เคียงที่ว่าการอำเภอสิชล จ.นครศรีธรรมราช
ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล เบนซ์ สีดำ ป้ายทะเบียน ยะลา ลักษณะพลิกคว่ำลงร่องกลางถนน ใกล้กันพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 6 ราย เป็นชาย 2 และหญิง 4 ราย ทางอาสากู้ชีพ - กู้ภัยให้การช่วยเหลือและนำส่ง รพ.สิชล ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สิชล
>> จ.ชลบุรี รถ 6 ล้อบรรทุกคนงาน เสียหลักพลิกคว่ำลงข้างทาง ริมถนนสายปรกฟ้า - บ่อทอง ผู้บาดเจ็บหลายสิบราย ถูกนำส่ง รพ.
17.30 น. รับแจ้งจาก หน่วยกู้ภัยสว่างเหตุสงเคราะห์ภัย ทุ่งเหียง มีอุบัติเหตุ รถบรรทุกขนคนงาน เสียหลักพลิกคว่ำลงข้างทาง มีผู้บาดเจ็บหลายราย ริมถนนเส้นทาง ปรกฟ้า - บ่อทอง บริเวณแยกคลองโอ่ง ในพื้นที่ ตำบลวัดสุวรรณ อำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถ 6 ล้อขนคนงานชาวเมียนมา สีฟ้า ลักษณะพลิกหงายท้องอยู่ร่องดินข้างทาง จากการจราวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บเบื้องต้น ประมาณ 59 ราย โดยมีทางอาสาสมัคร และพลเมืองดี ช่วยกันนำส่ง รพ.ใกล้เคียง
อย่างไรก็ตาม จำนวนของผู้บาดเจ็บยังไม่ใช่ยอดสรุปอย่างเป็นทางการ และอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพื่อยืนยันจำนวนที่แท้จริงอีกครั้ง ส่วนสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อทอง
>> สมัชชาคนจนบุกยื่น 5 ข้อเรียกร้อง ยัน 36 ปีเขื่อนปากมูลยังไม่ใช่อดีต จี้ธนาคารโลกเร่งเยียวยา 1,632 ครอบครัว
17.54 น. ตัวแทนกลุ่มสมัชชาคนจน ผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการเขื่อนปากมูล รวมตัวออกแถลงการณ์บริเวณแยกคลองเตย ส่งถึงผู้บริหารธนาคารโลก (World Bank) ตอกย้ำว่าผลกระทบจากเขื่อนปากมูลไม่ใช่เรื่องในอดีต เนื่องจากนับตั้งแต่มีการระเบิดแก่งหินและการก่อสร้างเขื่อน ได้ส่งผลกระทบตัดขาดเส้นทางอพยพของปลาในแม่น้ำมูน ทำให้ชุมชนสูญเสียแหล่งวิกฤตความอุดมสมบูรณ์และวิถีชีวิตดั้งเดิม ทั้งนี้ แม้คณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ จะมีมติรับรองรายชื่อผู้ได้รับผลกระทบ 1,632 ครอบครัวเมื่อเดือนมีนาคม 2569 ที่ผ่านมา แต่กระบวนการเยียวยาจริงกลับยังไม่มีความคืบหน้า
กลุ่มสมัชชาคนจนจึงยื่นคำขาดผ่าน 5 ข้อเรียกร้องหลัก ให้ธนาคารโลกแสดงความรับผิดชอบอย่างเป็นทางการ, ร่วมมือกับรัฐบาลไทยเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบและทายาทโดยเร็ว, สนับสนุนการเปิดประตูระบายน้ำถาวรเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ, จัดประเมินผลกระทบระยะยาวโดยให้ชุมชนมีส่วนร่วม และนำบทเรียนไปปฏิรูปนโยบายสนับสนุนโครงการพัฒนาอื่นๆ พร้อมกำหนดเงื่อนไขให้ธนาคารโลกตอบรับเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 30 วัน และเปิดโต๊ะเจรจาร่วมกับผู้แทนชุมชน เพื่อคืนความเป็นธรรมและศักดิ์ศรีให้แก่ชาวบ้านลุ่มน้ำมูน
>> แผ่นดินไหว ที่จังหวัดเชียงใหม่
18.30 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ชนาด 1.7 ความลึก 3 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.เวียงชัย อ.เวียงชัย จ.เชียงราย ยังไม่มีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน
>> คนร้ายขว้างระเบิดใส่ฐานปฏิบัติการ ชคต. บันนังสตา มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บรวม 5 นาย เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน จ.ยะลา
18.45 น. ศูนย์วิทยุ สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน ขว้างระเบิดไม่ทราบชนิดและขนาด จำนวน 2 ลูก เข้าใส่ฐานปฏิบัติการ ชคต.บันนังสตา ซึ่งตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 3 บ้านเงาะกาโป ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา
จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่าคนร้ายได้ขว้างระเบิดลูกแรกเข้าไปตกบริเวณที่พักกำลังพลจนเกิดเสียงดังสนั่น ส่วนระเบิดอีก 1 ลูกตกลงมาแต่ไม่ทำงาน
แรงระเบิดส่งผลให้มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 5 นาย หลังเกิดเหตุ กำลังพลภายในฐานได้ช่วยกันนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลบันนังสตาอย่างเร่งด่วน เพื่อให้แพทย์ทำการรักษาอาการบาดเจ็บอย่างใกล้ชิด
ขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บันนังสตา พร้อมหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ได้ทำการปิดกั้นบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อเตรียมประสานเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และตรวจสอบวัตถุระเบิด (EOD) เข้าทำการตรวจสอบพื้นที่ และเก็บกู้ระเบิดอีก 1 ลูกที่ไม่ทำงานอย่างละเอียดในช่วงเช้า โดยความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป
>> นายกฯ เปิดเวทีเสวนาของ Bank of America ชี้เศรษฐกิจโลกเปลี่ยน ไทยเร่งเปลี่ยนโอกาสเป็นการลงทุนจริง สร้างงานคุณภาพสูงและเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจไทย
19.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เข้าร่วมงานและกล่าวสุนทรพจน์ในงานเสวนา “A World in Transition: An Evening with Richard Quest” ซึ่งจัดโดยธนาคาร Bank of America ร่วมกับสำนักข่าว CNN ณ โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ
นายกฯ กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ส่งผลต่อทิศทางการเคลื่อนย้ายเงินทุน รูปแบบการดำเนินธุรกิจ และความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่าง ๆ โดยย้ำว่าไทยพร้อมรับมือผ่าน 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การรักษาเสถียรภาพในปัจจุบัน การเร่งปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ และการลงทุนเพื่ออนาคต พร้อมผลักดันเงินลงทุนให้เกิดขึ้นจริง เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี การจ้างงานที่มีทักษะ และสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจโลก
นอกจากนี้ ไทยยังทำงานร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อขยายความเชื่อมโยงทางการเงิน ส่งเสริมระบบการชำระเงินดิจิทัล เสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคให้พร้อมรับมือกับความเสี่ยงต่าง ๆ โดยการประชุมประจำปีของ IMF และ World Bank ยังเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมการหารือระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับความไม่แน่นอนของโลก และระดมเงินทุนสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืน
ในช่วงท้าย นายกฯ เน้นย้ำว่า การสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ นอกจากการรับมือกับวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นแล้ว ยังหมายถึงความสามารถในการปรับตัว ทำงานร่วมกัน และใช้ประโยชน์จากโอกาสที่เกิดขึ้นท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง พร้อมขอบคุณ Bank of America ที่สนับสนุนประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และหวังว่าการพบปะในครั้งนี้จะต่อยอดไปสู่ความร่วมมือและการลงทุนที่เป็นรูปธรรม เพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศไทยและนักลงทุนในระยะยาว
>> ผบช.น. ลงพื้นที่แยกพระราม 4 – ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ คุมเข้มความปลอดภัยการประชุมฯ บริหารจัดการจราจรยามค่ำคืน
19.06 น. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา รอง ผบช.น. ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยและติดตามการจัดการจราจร บริเวณแยกพระราม 4 ต่อเนื่องถึงพื้นที่โดยรอบศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) กรุงเทพมหานคร
การลงพื้นที่ในช่วงค่ำนี้ เป็นการตรวจติดตามมาตรการรักษาความปลอดภัยในการจัดการประชุมระดับโลก IMF-World Bank 2026 ที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ตลอดจนกำกับดูแลการบริหารจัดการจราจร เพื่อเร่งระบายรถและลดผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนในบริเวณดังกล่าว
ในโอกาสนี้ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ได้พูดคุย และให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติงานประจำจุดต่างๆ ที่ทุ่มเททำงานอย่างเต็มกำลัง โดยภาพรวมทั้งด้านการจราจรและการรักษาความปลอดภัยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ทั้งนี้ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนและทุกภาคส่วน ร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดีในการต้อนรับคณะผู้แทนจากนานาประเทศที่เดินทางมาร่วมประชุม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและสะท้อนภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ
>> ตร.พัทยา บุกแบบชิลๆ จับยกก๊วน วงพนันป๊อกเด้ง แทงกันเพลินจนลืมล็อกประตูห้อง ด้านเจ้ามือโดน 2 เด้ง โอด พึ่งจะนัดเล่นกันวันแรก จ.ชลบุรี
19.30 น. พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา สั่งการให้ พ.ต.ท.สิริวัฒน์ คัชมาตย์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.ธีรยุทธ บริสุทธิ์ธรรม สวป.สภ.เมืองพัทยา นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษ สภ.เมืองพัทยา นำโดย ร.ต.อ.อิทธิพร ตั้งชูทวีทรัพย์ รอง สว.(สอบสวน) ในฐานะหัวหน้าชุด ป.พิเศษ บุกเข้าไปจับกุมชาวบ้านนัดรวมตัวลักลอบเล่นการพนัน ภายในห้องพักคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านจอมเทียน จ.ชลบุรี
ทั้งนี้ ผลการปฏิบัติ สามารถจับกุมนักพนันหญิงล้วนได้ทั้งสิ้น 9 ราย ยึดของกลางเป็นเงินสดกว่า 12,500 บาท และไพ่อีกจำนวน 3 สำรับ โดยมี น.ส.จอ (นามสมมุติ) อายุ 58 ปี รับเป็นเจ้ามือพนัน ประเภทไพ่ป๊อกเด้ง เบื้องต้น ผู้ถูกจับทั้งหมด ถูกตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จัดทำบันทึกจับกุม ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี นักพนันจำนวน 8 ราย ในข้อหา “ลักลอบเล่นการพนันโดยไม่รับอนุญาต (ไพ่ป๊อกเด้ง)” ส่วนเจ้ามือ โดนแจ้งข้อหา “จัดให้มีการเล่นการพนันโดยไม่รับอนุญาต”
สำหรับการจับกุม สืบเนื่องจาก ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ได้ลงพื้นที่สืบสวนแหล่งมั่วสุมปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบในพื้นรับผิดชอบ ตามนโยบายของ พล.ต.ต.ชาตรี สุขศิริ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ต่อมา ได้รับเบาะแสจากพลเมืองดีไม่ประสงค์ออกนาม ว่ามีนักพนันหญิงล้วน ลักลอบเล่นไพ่ป๊อกเด้ง ในห้องพักของคอนโดฯ ย่านจอมเทียน ตำรวจจึงลงพื้นที่ไปหาข่าว พบว่ามีการลักลอบเล่นการพนันจริง จึงวางแผนนำกำลังเข้าไปตรวจสอบที่ห้องพักดังกล่าว
โดยตำรวจได้ยินเสียงนักพนันกำลังลุ้นไพ่กันอย่างสนุกสนานเสียงดังทะลุประตูห้อง จากนั้นพบว่า กลุ่มนักพนันตายน้ำตื้น เล่นไพ่ไม่ลืมหูลืมตา เมื่อพบว่าลืมปิดกลอนประตูห้อง ตำรวจที่เฝ้าดูจึงแสดงตัวบุกเข้าไปจับกุมนักพนันและเจ้ามือไว้ได้ทั้งหมด 9 ราย พร้อมของกลาง ระหว่างการจับกุมกลุ่มนักพนันพยายามเสนอสินบนให้ จนท. อีกทั้งตั้งคำถามตำรวจชุดจับกุมว่า ตำรวจติดแอบ GPS หรือเปล่า ขนาดแอบนัดมารวมตัวมาเล่นวันแรกก็ถูกตำรวจจับ และยอมรับว่า เล่นไพ่ป๊อกเด้งกันมือละไม่เกิน 100 บาทเท่านั้น
>> "ร.ต.อ.ปิยะ" นั่งเก้าอี้อธิบดีดีเอสไอวันแรก ยันพร้อมลุยงานทันที ส่วนคดีใหญ่ "ฮั้ว สว.-เขากระโดง" ขอตรวจสำนวนก่อน
19.53 น. ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล เข้าปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นวันแรกที่กระทรวงยุติธรรม หลังได้รับพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง โดยยืนยันความพร้อมในการทำงานทันทีเนื่องจากเติบโตมาจากพนักงานสอบสวนในองค์กรนี้ พร้อมรับนโยบายจากปลัดกระทรวงยุติธรรมที่เน้นย้ำให้การสอบสวนดำเนินไปตามระเบียบและกฎหมาย ส่วนกรณีคดีสำคัญที่สังคมจับตา ทั้งคดีฮั้วเลือก สว. และคดีเขากระโดง รวมถึงการทำงานร่วมกับ กกต. นั้น อธิบดีดีเอสไอคนใหม่ระบุว่ายังตอบทิศทางไม่ได้ เนื่องจากต้องขอเวลาเข้าไปศึกษารายละเอียดและตรวจสำนวนของแต่ละคดีก่อน โดยจะเร่งสร้างความชัดเจนด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อลดความคลางแคลงใจของสังคม
สำหรับข้อกังขาเรื่องประเด็นทางการเมืองกับการดำรงตำแหน่งในครั้งนี้ ร.ต.อ.ปิยะ ขอให้สังคมและสื่อมวลชนพิสูจน์จากการทำงานและผลงานจริงหลังจากนี้ ซึ่งอธิบดีมีหน้าที่หลักในการบริหารจัดการองค์กรให้มีความเข้มแข็ง มั่นคง ยั่งยืน และสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนอย่างแท้จริง โดยระบบงานของดีเอสไอมีการแบ่งมอบอำนาจหน้าที่ตามขั้นตอนและมีผู้รับผิดชอบอย่างเป็นระบบอยู่แล้ว
>> รถเก๋งชนคนข้ามถนนมีผู้เสียชีวิต กลางถนนหมายเลข 346 แล้วมีรถกระบะขนคนงานตามหลังชนซ้ำ บาดเจ็บหลายราย จ.ปทุมธานี
20.10 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู เกิดอุบัติเหตุ รถนั่งส่วนบุคคลชนคนข้ามถนน แล้วมีรถกระบะ ขับตามหลังชนรถเก๋งซ้ำซ้อน มีผู้บาดเจ็บหลายราย บนถนนหมายเลข 346 ใกล้เคียงปั๊มน้ำมัน ก่อนถึงสะพานปทุมธานี 1 ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี
ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล ฮอนด้า สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะขึ้นไปจอดค้างอยู่บนเกาะกลาง สภาพกระโปรงหน้าและกระจกหน้ารถ และที่ท้ายรถมีร่องรอยการชนได้รับความเสียหาย และใกล้กัน พบรถกระบะ นิสสัน สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน กำแพงเพชร สภาพกันชนหน้ารถเสียหาย
ตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย โดยเป็นชาย 3 รายและหญิง 2 ราย มีบาดแผลถลอกตามร่างกายเจ็บปวดตามร่างกายเจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลในพื้นที่ และในจุดเกิดเหตุ ผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย เป็นคนข้ามถนนที่ถูกรถเก๋งชน มีอาการสาหัส ทางอาสาสมัครเร่งช่วยเหลือปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 60 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปทุมธานี