หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 14 ตุลาคม 2569

วันที่ 15 ตุลาคม 2569 เวลา 05:33 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 14 ตุลาคม 2569


>> นายอำเภอบ้านลาด ลงพื้นที่เร่งช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัย พร้อมติดตามสถานการณ์น้ำแม่น้ำเพชรบุรีต่อเนื่อง

10.00 น. นายปรีชา อนันต์วรนาถ นายอำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเพชรบุรี (พมจ.เพชรบุรี) ร่วมกับผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตำบลสมอพลือ ตำบลไร่สะท้อน กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบเหตุสาธารณภัย จำนวน 5 หลังคาเรือน ซึ่งได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง และปัญหาน้ำกัดเซาะตลิ่ง เพื่อประเมินความเสียหายและเร่งประสานการช่วยเหลือตามระเบียบต่อไป

ต่อมา นายอำเภอบ้านลาด ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี บริเวณจุดเสี่ยงในพื้นที่หมู่ที่ 3 และ 4 ตำบลตำหรุ รวมถึงหมู่ที่ 1 ตำบลถ้ำรงค์ จากการตรวจสอบพบว่า ปริมาณน้ำในขณะนี้ยังคงอยู่ในเกณฑ์ปกติ และยังไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่อำเภอบ้านลาด ทั้งนี้ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและผู้นำชุมชนเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน


>> จ.นครศรีธรรมราช รถจักรยานยนต์เสียหลักชนราวกั้นทาง 3 ร่างกระเด็นตกข้างทางเจ็บสาหัส ถนนสายเอเชีย ทล.41 ก่อนจะไปเสียชีวิตที่ รพ.ทั้งหมด

10.30 น. ศูนย์รับแจ้งเหตุใต้เต็กตึ๊งจุฬาภรณ์ รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนราวกั้นถนน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายและมีอาการสาหัส ริมถนนสายเอเชีย หมายเลข 41 ก่อนถึงตลาดนัดคอกวัว ม.1 ต.นาหมอบุญ อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีดำ พลิกคว่ำอยู่ไหล่ทาง และห่างออกไป พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย โดยเป็นผู้หญิง 2 ราย อายุ 24 ปี, 38 ปี และผู้ชาย 1 ราย อายุ 40 ปี ทั้งหมดมีอาการสาหัส ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพ - กู้ภัยเร่งช่วยเหลือ ก่อนดำเนินการนำส่งที่ รพ.จุฬาภรณ์ และได้รับแจ้งว่า ผู้บาดเจ็บทั้ง 3 รายนั้น ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมาทั้งหมด ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จุฬาภรณ์


>> ตร.ระดมกำลังตรวจค้นพื้นที่เสี่ยง โดยรอบกรุงเทพมหานคร วันเดียวจับกุมผู้ต้องหากว่า 500 ราย

11.14 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (งานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม) เปิดเผยว่า ตามนโยบายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร.(รับผิดชอบงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม) เข้มงวดป้องกันอาชญากรรม ทั้งนี้ ได้สั่งการตำรวจภูธรภาค 1, 2 และ 7 ปิดล้อมตรวจค้นชุมชน และพื้นที่เสี่ยง ตามมาตรการวิเคราะห์อาชญากรรมของพื้นที่ และมาตรการป้องกันและปราบปรามเชิงรุก โดยระดมกำลังตรวจค้นทุกสถานีตำรวจลักษณะเครือข่ายใยแมงมุม ซึ่งพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1, 2 และ 7 เป็นพื้นที่ปริมณฑลและจังหวัดใกล้เคียงรอบกรุงเทพมหานคร เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยในวงรอบชั้นนอก และป้องกันเหตุอาชญากรรมที่อาจส่งผลกระทบต่อการประชุมระดับนานาชาติ โดยทำการปิดล้อมตรวจค้นในเวลา 06.00 – 08.00 น. ของวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 587 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางยาเสพติด อาวุธปืน และวัตถุระเบิดจำนวนมาก ดังนี้

ตำรวจภูธรภาค 1 : พื้นที่ 9 จังหวัด รวม 133 สภ. สามารถจับกุมผู้ต้องหารวม 160 ราย แบ่งเป็น ความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติดฯ จำนวน 126 ราย ของกลาง ยาบ้า 2,753 เม็ด ยาไอซ์ 47.3 กรัม และ เคตามีน 1.03 กรัม, คดีขับเสพฯ จำนวน 3 ราย, คดีความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ จำนวน 3 ราย และคดีความผิดอื่น ๆ รวม 34 ราย

ตำรวจภูธรภาค 2 : พื้นที่ 8 จังหวัด รวม 117 สภ. สมารถจับกุมผู้ต้องหารวม 289 ราย เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ 18 ราย บุคคลต่างด้าว 35 ราย ของกลาง อาวุธปืน 15 กระบอก, เครื่องกระสุนปืน 3 นัด, วัตถุระเบิด 1 ลูก, ยาบ้า 7,521 เม็ด, ยาไอซ์ 589.873 กรัม, บุหรี่ไฟฟ้า 3 ชิ้น และรถยนต์ที่ใช้ในการกระทำความผิด 1 คัน

ตำรวจภูธรภาค 7 : พื้นที่ 8 จังหวัด รวม 104 สภ. สามารถจับกุมผู้ต้องหารวม 138 นาย ของกลาง ยาบ้า 14,051 เม็ด, ยาไอซ์ 25.24 กรัม, เฮโรอีน 2.17 กรัม และเคตามีน 0.73 กรัม, อาวุธปืน 22 กระบอก, เครื่องกระสุน 76 นัด, บุหรี่ไฟฟ้า 1 ชิ้น และรถต้องสงสัย 7 คัน

พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันความพร้อมในการรักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและการประชุมระดับนานาชาติ โดยประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแสอาชญากรรมหรือเหตุต้องสงสัยทางสายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยอินทามระ 13 วอดทั้งหลัง มีผู้บาดเจ็บ 2 รายกู้ภัยช่วยเหลือนำส่ง รพ.

12.43 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยอินทามระ 13 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้างและที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นล่าง เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งหลัง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 400 ตารางวา รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่ทราบสาเหตุเนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งหลัง ขณะที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย เป็นเพศชาย อายุ 53 ปี ได้รับบาดเจ็บถูกไฟลวกแขนทั้ง 2 ข้าง อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลวิมุต และ เป็นเพศชาย อายุ 77 ปี ได้รับบาดเจ็บที่ขา ปฐมพยยาบาลในที่เกิดเหตุ ไม่ประสงค์ไปโรงพยาบาล พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยพหลโยธิน


>> ตร. สั่งเลิกปิดบังใบหน้า-ไม่ซุ่มจับ-เตือนก่อนปรับ แต่หากขับอันตรายจับปรับทันที

13.00 น. พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมเพื่อรับฟังนโยบายและกำชับการปฏิบัติเกี่ยวกับนโยบายด้านการจราจร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ตามนโยบายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้แทนหน่วยที่เกี่ยวข้อง

การปฏิบัติงานด้านการจราจรในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เป้าหมายสำคัญคือ การสร้างวินัยจราจร เพื่อลดอุบัติเหตุบนถนน ตามนโยบายหลักของ ผบ.ตร. โดยได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรต้องไม่ปิดบังใบหน้า ไม่สวมหมวกโม่งปิดคลุมใบหน้าขณะปฏิบัติหน้าที่ หรือพูดคุยกับพี่น้องประชาชน ห้ามเรียกตรวจแบบซุ่มจับ การปฏิบัติงานทุกขั้นตอนต้องสุภาพ มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ เพื่อมุ่งคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างแท้จริง

พร้อมกันนี้ ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชน ประกอบด้วย การตรวจสอบประวัติการขับขี่ของผู้ขับขี่ผ่านระบบ PTM (Police Ticket Management) ก่อนพิจารณาดำเนินการทุกครั้ง โดยยึดหลักการตักเตือนก่อนเปรียบเทียบปรับ หากพบการกระทำผิดซ้ำจะดำเนินการปรับตามกฎหมายแบบขั้นบันได และจะเพิ่มอัตราโทษจนถึงระดับสูงสุดหากยังฝ่าฝืนกระทำผิดซ้ำอีก สั่งพิมพ์ปฏิทิน

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งการเตือนก่อนปรับ ไม่เจาะจงข้อหาว่าข้อหาใดต้องเตือนก่อน แต่ตำรวจจราจรใช้ดุลพินิจว่าการกระทำผิดกฎหมายจราจรนั้น ก่อให้เกิดความเสียหายอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใดหรือไม่ เช่น ขับรถฝ่าไฟแดง ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร หากขับไปชนหรือทำให้รถคันอื่นเกิดอุบัติเหตุ การแข่งรถใน หรือการเมาแล้วขับ ลักษณะนี้ก็ต้องดำเนินคดีเพราะเป็นข้อหาที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินทั้งตัวผู้ขับขี่เองและผู้อื่น รวมทั้งยังเน้นการนำเทคโนโลยี เช่น กล้องวงจรปิด (CCTV) และระบบอัตโนมัติ มาใช้ในการตรวจจับ เพื่อลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าพนักงาน ส่งเสริมความโปร่งใสและตรวจสอบได้

นอกจากนี้ ในส่วนของการให้บริการด้านการจราจร ได้ยกระดับการทำงานใน 6 มิติ ได้แก่ การบริหารจัดการจราจรให้คล่องตัว การป้องกันและลดอุบัติเหตุ การอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม การสื่อสารให้ความรู้เพื่อสร้างวินัยจราจร และการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยผู้บังคับบัญชาทุกระดับมีหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามนโยบายอย่างเคร่งครัด สนับสนุนเครื่องมือ ติดตามแก้ไขปัญหา ตลอดจนดูแลสวัสดิการและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อขับเคลื่อนสำนักงานตำรวจแห่งชาติสู่การเป็นองค์กรบังคับใช้กฎหมายที่ประชาชนเชื่อมั่นและศรัทธา


>> นายกฯ กำชับเร่งจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัย ไม่ต้องรอน้ำลด พร้อมเตรียมประชุม ครม.สัญจร และเปิดงานพืชสวนโลกอุดรธานี 2-3 พ.ย.

13.30 น. ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวในการประชุมครม. กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยโดยไม่ต้องรอให้น้ำลดทั้งหมด ปัจจุบันมีการเยียวยาแล้วกว่า 2 แสนครัวเรือน และในวันนี้มีการจ่ายเงินสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัย จำนวน 2 ล้านบาท กรณีผู้เสียชีวิตจากเหตุภัยพิบัติในจังหวัดเชียงใหม่ ภายหลังโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.69

นายกฯ ยังเน้นย้ำให้คณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ประจำปี 2569 (2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings) พร้อมกล่าวถึงเสียงสะท้อนจากผู้เข้าร่วมงานที่แสดงความชื่นชมและความเชื่อมั่นในประเทศไทย รวมถึงศักยภาพของประเทศ

นอกจากนี้ จ.อุดรธานีเตรียมเป็นจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก ระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 69 - 14 มี.ค. 70 โดยนายกฯ จะเดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดวันที่ 2 พ.ย.69 พร้อมประชุม ครม.สัญจร ในวันที่ 3 พ.ย.69 โดยเน้นโครงการพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกร พร้อมนำวาระแห่งชาติเรื่องการปราบปรามยาเสพติดเข้าสู่การพิจารณา


>> กทม. แจ้งเตือนประชาชนริมคลองหลวงแพ่ง เฝ้าระวังระดับน้ำ

14.20 น. กรุงเทพมหานคร แจ้งเตือนประชาชนริมคลองหลวงแพ่ง เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากกรมชลประทาน มีความจำเป็นต้องเปิดประตูระบายน้ำคลองหลวงแพ่ง 50 ซม. เพื่อระบายน้ำจากคลองนครเนื่องเขต เขตหนองจอกและอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ลงสู่คลองประเวศบุรีรมย์ อาจส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นใน 1 ชม. ข้างหน้า

พื้นที่เฝ้าระวัง ได้แก่ แขวงกระทุ่มราย แขวงลำต้อยติ่ง เขตหนองจอก และ แขวงขุมทอง เขตลาดกระบัง จึงขอความร่วมมือประชาชน ติดตามข่าวสารและประกาศแจ้งเตือนจากกรุงเทพมหานครและสำนักงานเขตอย่างต่อเนื่อง สังเกตการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในคลอง โดยเฉพาะบ้านเรือนที่อยู่ติดริมคลองและพื้นที่ลุ่มต่ำ

หากพบสถานการณ์ผิดปกติหรือได้รับผลกระทบจากระดับน้ำ สามารถแจ้งสำนักงานเขตในพื้นที่เพื่อประสานการช่วยเหลือ


>> ไทย – รัสเซีย เดินหน้าผลักดัน Thai-EAEU FTA พร้อมขยายความร่วมมือการเกษตร พลังงาน และเทคโนโลยี รับโอกาสครบรอบ 130 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2570

15.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย หารือกับนายอะเลกเซย์ โอเวียร์ชุก รองนายกรัฐมนตรีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย ณ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเข้าร่วมการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ประจำปี 2569

ในโอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แสดงความยินดีในวาระสำคัญที่จะครบรอบ 130 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-รัสเซีย ในปี 2570 และ เห็นพ้องร่วมกันในการขยายมูลค่าการค้าและการลงทุน ซึ่งยังมีศักยภาพ ที่จะเติบโตได้อีกมาก ด้วยเหตุนี้ จึงมุ่งผลักดันการเจรจาความตกลง เขตการค้าเสรีไทย-สหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย ให้บรรลุผลสำเร็จโดยเร็ว เพื่อสร้างผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม แก่ภาคธุรกิจ และประชาชนของทั้งสองประเทศ 
นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงทิศทางความร่วมมือในอนาคตในสาขาที่ ไทยและรัสเซียมีความเชี่ยวชาญร่วมกัน โดยเฉพาะด้านการเกษตร ความมั่นคง และพลังงาน โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีรัสเซียได้ย้ำถึงศักยภาพของรัสเซียในด้านเทคโนโลยีแบบโมดูลาร์ขนาดเล็ก และยินดีที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ และเทคโนโลยีดังกล่าวให้แก่ประเทศไทยในอนาคต

ในช่วงท้าย นายกฯ ได้เน้นย้ำถึงบทบาทของประเทศไทย ในฐานะศูนย์กลางยุทธศาสตร์สำคัญของภูมิภาค ซึ่งขณะนี้รัฐบาล อยู่ระหว่างการเร่งขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและศักยภาพระบบโลจิสติกส์ของไทยและภูมิภาคให้ก้าวสู่อีกขั้น จึงถือเป็นโอกาสอันดี สำหรับภาคเอกชน และนักลงทุนจากรัสเซียในการเข้ามาแสวงหาโอกาสและส่งเสริมการลงทุนร่วมกับประเทศไทยต่อไป


>> รวบหนุ่มมาเลเซีย ผู้เช่าห้องซุกเครื่อง Simbox ชายแดนสะเดา คาสนามบิน

15.01 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุมนาย W (นามสมมุติ) สัญชาติมาเลเซีย อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลภาษีอากรกลาง ที่ 148/2569 ลงวันที่ 23 ก.ค. 2569 ในความผิดฐาน "ร่วมกันมี ใช้ นำเข้า ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของที่ยังไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร" โดยสามารถจับกุมได้ที่ ท่าอากาศยาน กทม.

พฤติการณ์คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ป. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ตม. และเจ้าหน้าที่ กสทช. ภาค 4 นำหมายค้นศาลจังหวัดนาทวี เข้าตรวจค้นห้องพักในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา พบเครื่อง Simbox จำนวน 2 เครื่อง, เร้าเตอร์อินเทอร์เน็ตแบบใส่ซิมการ์ด 1 เครื่อง พร้อมซิมการ์ด 1 ซิม และกล่องพัสดุอีก 1 กล่อง จากการตรวจสอบสัญญาเช่าพบว่า นาย W เป็นผู้เช่าห้องพักดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย. 2567 แต่ผู้ต้องหาแทบไม่เข้าพักและหายตัวไป เจ้าหน้าที่เชื่อว่ามีส่วนร่วมกับขบวนการหลอกลวงประชาชน จึงตรวจยึดของกลางไปทำบันทึกที่ สภ.สะเดา และรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับ

ต่อมาสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาจะเดินทางจากประเทศมาเลเซียเข้ามาในราชอาณาจักร จึงวางแผนเฝ้าติดตามและสามารถจับกุมตัวได้ที่ท่าอากาศยานใน กทม. ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.6 บก.ป. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าตนเพียงแต่เปิดเช่าห้องพักดังกล่าวไว้เท่านั้น หลังจากนั้นไม่ได้เข้าพักอีกเลย และไม่มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำความผิดในคดีนี้


>> ผบช.ทท. นำสายตรวจจักรยานดูแลพื้นที่ราชประสงค์–สยาม เพิ่มความคล่องตัว เสริมความเชื่อมั่นความปลอดภัย รับประชุม IMF–World Bank 2026

15.30 น. พล.ต.ท.พงษ์สยาม มีขันทอง ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (ผบช.ทท.) นำเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวปฏิบัติหน้าที่สายตรวจจักรยาน ดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ราชประสงค์–สยาม ครอบคลุมโรงแรม ศูนย์การค้า และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้เข้าร่วมการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ตลอดจนประชาชนและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานคร

การใช้จักรยานสายตรวจช่วยให้เจ้าหน้าที่เคลื่อนที่ได้คล่องตัวในพื้นที่ใจกลางเมืองและบริเวณที่มีประชาชนหนาแน่น สามารถเข้าตรวจดูแลจุดที่รถยนต์เข้าถึงได้ยาก พร้อมพบปะและให้ความช่วยเหลือประชาชนและนักท่องเที่ยวได้อย่างใกล้ชิด

ตำรวจท่องเที่ยวเดินหน้าปฏิบัติงานเชิงรุก พร้อมบูรณาการกำลังและเทคโนโลยีสนับสนุนภารกิจ ภายใต้แนวทาง “ปลอดภัย เดินทางคล่องตัว กระทบประชาชนน้อยที่สุด” เพื่อดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในช่วงการประชุมระดับนานาชาติ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพ อบอุ่นใจทุกครั้งเมื่อมาเยือนประเทศไทย


>> จ.นครปฐม เด็กวัย 13 ปี ถูกไฟดูดเสียชีวิต กลางงานวัดภายในวัดชื่อดัง อ.สามพราน ก่อนจะไปเสียชีวิตที่ รพ.

16.00 น. พ.ต.ท.ชานนท์ ยางนอก รอง ผกก.(สอบสวน) ปฏิบัติราชการแทน ผกก.สภ.สามพราน จ.นครปฐม ได้รับแจ้งมีคนถูกไฟฟ้าชอร์ต ทราบชื่อต่อมาคือ เด็กชาย อายุ 13 ปี ถูกนำส่งโรงพยาบาลสามพราน และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการตรวจสอบ สภาพศพมีบาดแผลรอยไหม้ที่บริเวณลำตัว ร่างกายแข็งเกร็ง ที่หน้าท้องมีรอยไหม้เป็นแนวยาว โดยแพทย์ชันสูตรเสียชีวิตจากกระแสไฟฟ้าชอร์ต

สอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นญาติกับเจ้าของร้านขายเกาลัด เจ้าของร้านจ้างให้มาช่วยขายเกาลัด ที่งานประจำปีของวัดชื่อดังเมืองสามพราน เพราะเป็นช่วงปิดเทอมพอดี จึงมารับจ้างช่วยขาย ในช่วงเกิดเหตุนั้นเจ้าของไม่อยู่ร้าน ออกไปหาข้าวทาน ปล่อยให้อยู่กับหลานชายอีกคนหนึ่ง ในช่วงเกิดเหตุนั้น ผู้เสียชีวิต บอกให้อยู่หน้าร้านก่อนจะไปหาซื้ออะไรมาทาน แล้วก็ออกทางด้านหลังร้าน ระหว่างที่เดินออกไปหลังร้านก็ได้ยินเสียงร้องโอ๊ย ตะโกนเสียงดังว่าไฟช็อต เลยวิ่งไปดูจะช่วยดึงแต่ก็ถูกไฟดูดเลยชักมือออกทัน แล้ววิ่งเรียกให้คนช่วย จนสับสวิตช์คัตเอาต์ได้ จึงช่วยกันนำขึ้นรถกู้ภัยส่ง รพ.สามพราน

ทางด้านตำรวจ กำลังตรวจสอบอย่างละเอียดถึงสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง มาจากสายไฟแรงสูงที่ต่อเข้างาน หรือสายไฟที่เจ้าของร้านต่อใช้เองในร้าน อยู่ระหว่างตรวจสอบของการไฟฟ้า พร้อมกับเชิญเจ้าของร้านขายเกาลัดไปสอบสวนปากคำ รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ดูแลต่อสายไฟเข้างาน เพื่อสรุปหาข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


>> "ภราดร" ประกาศเวทีธนาคารโลก–IMF ไทยทุ่ม 8,000 ล้านดอลลาร์ แก้น้ำท่วมลุ่มเจ้าพระยา ย้ำ “ความมั่นคงด้านน้ำ คือความมั่นคงทางเศรษฐกิจ”

16.32 น. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ "การลงทุนด้านทรัพยากรน้ำเพื่อสร้างงาน และความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ" ในการประชุมประจำปีกลุ่มธนาคารโลกและ IMF (World Bank–IMF Annual Meetings 2026) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ประกาศว่ารัฐบาลเดินหน้าลงทุนราว 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำระยะยาวในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปกป้องพื้นที่เกษตร ชุมชน และศูนย์กลางเศรษฐกิจ รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล

นายภราดร อ้างถึงข้อมูลจากธนาคารโลกว่า น้ำท่วมทำให้ไทยสูญเสียทางเศรษฐกิจเฉลี่ยปีละราว 600 ล้านดอลลาร์ และความสูญเสียจากการลงทุนที่ไม่เกิดขึ้น เนื่องด้วยเพราะนักลงทุนกังวลความเสี่ยง ไทยรู้ถึงความจำเป็นของโครงการนี้มาหลายทศวรรษแต่ติดข้อจำกัดด้านงบประมาณ แต่วันนี้รัฐบาลเห็นว่าประเทศชะลอต่อไม่ได้ เพราะต้นทุนของการไม่ลงทุนสูงกว่า

ด้านการระดมทุน รัฐจะใช้เงินลงทุนภาครัฐอย่างมียุทธศาสตร์เพื่อดึงเอกชนและสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาเข้าร่วม โดยยกตัวอย่าง Blue Bond ของ East Water ที่ได้รับการสนับสนุนจาก IFC เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำในพื้นที่ EEC ว่าเป็นต้นแบบที่ต้องขยายผลให้ใหญ่ขึ้น

นายภราดร ย้ำว่า การขยายผลดังกล่าวต้องอาศัยมากกว่าเงินทุน รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นหัวใจของการสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน ทั้งการวางกติกาที่โปร่งใส กฎระเบียบที่คาดการณ์ได้ และการบริหารโครงการอย่างรับผิดชอบเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

"ธรรมาภิบาลที่ดีไม่ได้เป็นเพียงเรื่องความรับผิดชอบ แต่คือสิ่งที่ทำให้การลงทุนเกิดขึ้นได้จริง และคำถามวันนี้ไม่ใช่ว่าเราจะมีเงินพอลงทุนเพื่อความมั่นคงด้านน้ำหรือไม่ แต่คือเราจะแบกรับต้นทุนของการไม่ลงทุนไหวหรือเปล่า" นายภราดรกล่าวทิ้งท้าย


>> กทม. บูรณาการทุกหน่วยงาน บริหารจัดการพื้นที่ท้องสนามหลวง เตรียมพร้อมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

17.30 น. นายไทวุฒิ ขันแก้ว ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการสนามหลวง ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการกรุงเทพมหานคร องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ เต็นท์ศูนย์อำนวยการสนามหลวง เขตพระนคร เพื่อหารือการเตรียมความพร้อมและบริหารจัดการพื้นที่รองรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ระหว่างวันที่ 15–19 ธันวาคม 2569

ในที่ประชุม ได้พิจารณาหารือการย้ายกองอำนวยการร่วมฯ จากห้องประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มายังอุโมงค์หน้าพระลาน ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2569 เนื่องจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะดำเนินการซ่อมแซมอาคารที่ชำรุด โดยจะย้ายไปยังบริเวณด้านข้างจุดบริการเปลี่ยนชุดแต่งกายของสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว ซึ่งกรุงเทพมหานครจะสำรวจและประเมินความเหมาะสมของพื้นที่ วางแผนจัดพื้นที่ปฏิบัติงาน ทางเข้า–ออก และเส้นทางสัญจร เพื่อให้การทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างสะดวกและปลอดภัย โดยไม่กระทบต่อการใช้พื้นที่ส่วนอื่น

นอกจากนี้ กรมศิลปากรมีกำหนดส่งมอบพื้นที่ให้สำนักพระราชวังในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569 กรุงเทพมหานครจึงวางแผนบริหารจัดการพื้นที่สนามหลวง ทั้งการรื้อเต็นท์บริเวณรอบพระเมรุมาศ ได้แก่ เต็นท์ฝั่งศาลฎีกา เต็นท์ฝั่งตึกแดง และเต็นท์บริการน้ำดื่มก่อนลงอุโมงค์หน้าพระลาน ประตู 1 รวมถึงการย้ายตู้คอนเทนเนอร์และรถสุขาเคลื่อนที่ การจัดการเต็นท์โรงครัวพระราชทานและตู้คอนเทนเนอร์ฝั่งสนามปูน ตลอดจนการบริหารจัดการพื้นที่อุโมงค์หน้าพระลานภายหลังการรื้อเต็นท์

ปลัดกรุงเทพมหานคร ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดภารกิจในความรับผิดชอบให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลา พร้อมประสานงานและหารือร่วมกันอย่างต่อเนื่อง หากพบปัญหาหรืออุปสรรคให้รีบรายงานเพื่อหาแนวทางแก้ไขโดยเร็ว เพื่อให้การเตรียมความพร้อมและบริหารจัดการพื้นที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ


>> แทบขาดใจ ลูกชาย 3 คนออกไปเล่นแต่เช้าไม่กลับบ้าน พ่อออกตามหา ก่อนพบร่างลูกคนกลางจมบ่อน้ำ จนท.ลงค้นหา ก่อนพบร่างพี่คนโตและน้องคนเล็ก

19.00 น. ได้รับแจ้งจาก หน่วยกู้ชีพกลางดง ว่ามีเด็กสูญหายในบ่อน้ำ บริเวณใกล้เคียงบ้านของเด็ก ในพื้นที่ หมู่ 3 ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

โดยเมื่อถึงจุดเกิดเหตุ พบคุณพ่อของเด็กกำลังนำร่างของเด็ก 1 ราย ขึ้นมาจากบ่อน้ำ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมทราบว่า เด็กทั้ง 3 คนเป็นลูกชาย หายตัวไปพร้อมกัน ตั้งแต่เช้า ถึงออกตามหาแล้ว จนมาพบที่ริมบ่อน้ำ ถึงแจ้งเจ้าหน้าที่ โดยเด็กทั้ง 3 คน มีอายุ 11, 9 และ 5 ปี

สันนิษฐานว่าน่าจะมาเล่นน้ำกันที่บ่อ แล้วจมน้ำทั้ง 3 คน โดยตอนนี้พบเพียงแค่ลูกคนกลาง และยังสูญหายอีก 2 คนคือคนโตและคนเล็ก ทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพกลางดง (เจ้าของพื้นที่) เจ้าหน้าที่กู้ชีพสีมามงคล เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กลางดง และเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างวิชชาฯปากช่อง ได้กำลังดำเนินการค้นหา

เวลา 21.04 น. เจ้าหน้าที่ประดาน้ำ ลงค้นหา พบร่างที่ 2 และ ร่างที่ 3 ในเวลาถัดมา ซึ่งตอนนี้เจอเด็กทั้ง 3 คนเรียบร้อย อยู่ระหว่างให้แพทย์เวรและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดำเนินการ ตรวจสอบและชันสูตรร่างทั้ง 3 ราย ต่อไป


>> เหตุเพลิงไหม้รถยนต์ ซอยรัชดาภิเษก 11 ประชาชนช่วยกันใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

20.33 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยรัชดาภิเษก 11 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดาวคะนอง เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร 
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในห้องโดยสาร ประชาชนใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้น้ำทำการระบายความร้อน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่สายไฟ ภายในแผงคอนโซลหน้ารถ เพลิงลุกไหม้แผงคอนโซล และเบาะภายในห้องโดยสาร ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยตลาดพลู


>> อุบัติเหตุ รถเทรลเลอร์, รถกระบะ และรถบรรทุกชนกันรุนแรง บนทางพิเศษกาญจนาภิเษก มีผู้เสียชีวิตเป็นเด็กชาย 1 ราย ร่างถูกอัดก็อปปี้ติดอยู่ในยานพาหนะ

00.55 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุ รถเทรลเลอร์, รถกระบะ และรถบรรทุกชนกัน และมีผู้บาดเจ็บติดค้างอยู่ภายในยานพาหนะ บนทางพิเศษกาญจนาภิเษก มุ่งหน้าถนนพระราม 2 ช่วงก่อนถึงทางลงอนุสาวรีย์ช้างสามเศียร เลนซ้าย

โดยที่เกิดเหตุ พบรถเทรลเลอร์ ฮีโน่ สีขาว ป้ายทะเบียน สมุทรปราการ, รถกระบะ สีดำ ป้ายทะเบียน นครปฐม และ รถบรรทุก อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. ที่อยู่คันด้านหน้า ตรวจสอบพบว่า ภายในรถกระบะ มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย โดย 1 รายนั้นอาการสาหัสและติดค้างอยู่ภายในยานพาหนะ ขณะนี้ทางอาสาสมัครกำลังใช้เครื่องมือตัดถ่าง เพื่อทำการงัดรถ และล่าสุดพบว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 คน เป็นเด็กชาย อายุ 6 ขวบ และบาดเจ็บอีก 2 ราย เป็นพ่อและแม่ กู้ภัยกำลังช่วยเหลือและมอบให้รถกู้ชีพดำเนินการนำส่ง รพ.ใกล้เคียง สาเหตุที่แท้จริงอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม