วันที่ 14 ตุลาคม 2569 เวลา 15:44 น.
นายกฯ อนุทิน เป็นประธานพิธีมอบเงินสินไหม 2 ล้านบาท รายแรกตามโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ แก่ทายาทผู้เสียชีวิตจากน้ำป่าเชียงใหม่ ย้ำเร่งช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที
วันนี้ (14 ต.ค. 69) ที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีการ Kick Off กดโอนจ่ายเงินเคลมประกันภัยพิบัติ เพื่อชดเชยแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ไปยังศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ โดยมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พล.ต.ท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ผู้แทนสมาคมประกันวินาศภัยไทย นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายกฤษณ์ แก้วทองหลาง ผู้อำนวยการกองช่วยเหลือผู้ประสบภัย เข้าร่วมในพิธีฯ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า นับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นมา รัฐบาลได้ปรับรูปแบบการบริหารจัดการภัยพิบัติของประเทศ จากการให้ความช่วยเหลือหลังเกิดภัยสู่การบริหารจัดการความเสี่ยงล่วงหน้า โดยนำระบบประกันภัยพิบัติมาใช้ในการคุ้มครองพี่น้องประชาชนจากภัยธรรมชาติ 3 ประเภทภัย ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว โดยเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 เวลา 13.00 น. ได้เกิดสถานการณ์ ฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่หมู่ที่ 3 บ้านวัดจันทร์ ตำบลบ้านจันทร์ อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ได้แก่ นางเกศริน ต่าสินิ อายุ 54 ปี โดยทายาทของผู้เสียชีวิตได้มีการแจ้งขอรับค่าสินไหมทดแทนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดย ดำเนินการลงทะเบียนเข้าระบบ และบริษัทประกันได้ตรวจสอบเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าเข้าตามเหลักเกณฑ์
และในวันนี้ (14 ต.ค. 69) สมาคมประกันวินาศภัยไทยได้อนุมัติจ่ายชดใช้ค่าสินไหมทดแทนดังกล่าว ให้กับทายาทของผู้เสียชีวิต จำนวน 2,000,000 บาท
ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นพื้นที่แรกที่ใช้การเคลมประกันของกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจากโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ให้กับญาติของผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย วงเงินคุ้มครอง 2,000,000 บาท
“ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ไม่ว่าจะเป็นความสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก หรือความเสียหายต่อบ้านเรือนและทรัพย์สิน ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ และความมั่นคงของครอบครัว รัฐบาลตระหนักดีว่า เงินค่าสินไหมทดแทนจะไม่อาจทดแทนความสูญเสียที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมด แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการดูแลประชาชน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อน และทำให้ประชาชนสามารถกลับมายืนหยัดและดำเนินชีวิตต่อไปได้“ นายอนุทิน นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า รัฐบาลได้นำระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติเข้ามาใช้เป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างหลักประกันและความมั่นคงให้แก่ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ สิ่งสำคัญที่สุด คือ เมื่อประชาชนประสบภัย ภาครัฐต้องไม่ปล่อยให้ประชาชนเผชิญความเดือดร้อนเพียงลำพัง และต้องเร่งดำเนินการให้ผู้มีสิทธิได้รับความคุ้มครองอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และเป็นธรรม ซึ่งการดำเนินงานในครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแล และภาคธุรกิจประกันภัย ที่ร่วมกันขับเคลื่อนกระบวนการตั้งแต่การตรวจสอบข้อมูล การพิจารณาสิทธิ ไปจนถึงการจ่ายค่าสินไหมทดแทน โดยมุ่งลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น เพิ่มความรวดเร็ว และรักษาสิทธิประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมพัฒนาการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน เพื่อให้การตรวจสอบความเสียหายและการพิจารณาสินไหมทดแทนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อน และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน อีกทั้งยังเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาระบบบริหารจัดการภัยพิบัติของประเทศ ที่มุ่งให้ประชาชนมีหลักประกัน สามารถฟื้นตัวจากความสูญเสีย และกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น
“ขอฝากให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ยังคงติดตามสถานการณ์ภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เนื่องจากในช่วงนี้ประเทศไทยยังอยู่ในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวน หากเกิดสถานการณ์ในพื้นที่และเข้าหลักเกณฑ์ที่จะได้รับเงินประกันภัยพิบัติตามที่รัฐบาลจัดสรร ขอให้เร่งสำรวจและประสานงานมายัง ปภ. และ คปภ. เพื่อทำการตรวจสอบและการอนุมัติการจ่ายค่าสินไหมทดแทนไปยังผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วที่สุด ส่งผลให้ทุกครอบครัวสามารถก้าวผ่านวิกฤตและกลับมามีความมั่นคงในชีวิตอีกครั้ง” นายอนุทิน นายกรัฐมนตรี กล่าวทิ้งท้าย



