หน้าแรก > ภูมิภาค

กรมชลฯ เดินหน้าเร่งระบายน้ำ เสริมเครื่องจักรพื้นที่เสี่ยง ลดผลกระทบประชาชน

วันที่ 13 ตุลาคม 2569 เวลา 21:42 น.


วันที่ 13 ตุลาคม 2569 เวลา 18.00 น. นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาวิกฤติอุทกภัย เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและวางแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ที่ยังได้รับผลกระทบ โดยมี นายวรพจน์ เพชรนรชาติ รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ สำนักงานชลประทานที่ 11 อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี และผ่านระบบ Video Conference ไปยังหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อเร่งเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

จากการติดตามสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มคลี่คลายลง โดยปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ อยู่ที่ 1,813 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงจากวันก่อน ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ปรับลดการระบายน้ำเหลือ 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากเดิม 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อน ส่วนแม่น้ำป่าสักมีการระบายน้ำท้ายเขื่อนพระรามหก 544.20 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงจากวันก่อนเช่นกัน โดยยังคงติดตามสถานการณ์และปรับการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำในแต่ละพื้นที่

ที่ประชุมยังได้วางแผนเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนที่อาจเพิ่มขึ้น โดยเน้นการเร่งระดมและติดตั้งเครื่องจักรเครื่องมือ ทั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำในพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำผ่านระบบคลองและลำน้ำสายหลัก โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก พร้อมตรวจสอบความพร้อมของประตูระบายน้ำและอาคารชลศาสตร์ ตลอดจนจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ประจำจุดสำคัญให้สามารถปฏิบัติงานและเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง ควบคู่กับการติดตามระดับน้ำและปรับแผนการระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อลดปริมาณน้ำท่วมขังและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนโดยเร็วที่สุด

สำหรับการช่วยเหลือประชาชน กรมชลประทานได้สนับสนุนเครื่องจักรเครื่องมือในช่วงวันที่ 5–11 ตุลาคม 2569 ครอบคลุม 44 จังหวัด รวม 493 หน่วย ประกอบด้วยเครื่องสูบน้ำ 373 เครื่อง เครื่องผลักดันน้ำ 95 เครื่อง และเครื่องจักรอื่น ๆ อีก 25 หน่วย เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ประสบอุทกภัย โดยปัจจุบันยังมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 19 จังหวัด ขณะที่ 40 จังหวัดกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

ทั้งนี้ จากการคาดการณ์สภาพอากาศในวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ประเทศไทยมีแนวโน้มฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนล่าง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน กรมชลประทานจึงเตรียมความพร้อมเครื่องจักรเครื่องมือและเจ้าหน้าที่ พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม