24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 12 ตุลาคม 2569
>> ล้อรถมรณะ หลุดข้ามเลน ชนรถจักรยานยนต์ เสียชีวิตคาที่ จ.ชลบุรี
07.20 น. สภ.เมืองชลบุรี รับแจ้งว่ เหตุล้อรถบรรทุกหลุดพุ่งข้ามเลนชนระเนระนาด ทั้งรถพ่วง รถยนต์กระบะ และรถจักรยานยนต์ ที่ใช้เส้นทางบริเวณใกล้เคียงเทศบาลหนองไม้แดง ถนนบายพาสเลี่ยงเมืองชลบุรี ต.หนองไม้แดง อ.เมือง จ.ชลบุรี ฝั่งมุ่งหน้าพัทยา
เมื่ออาสากู้ภัย ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้ชาย ชาวต่างชาติ ผู้ขับขี่จักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ ป้ายทะเบียน 4300 กทม.
ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่ายางล้อรถบรรทุกได้หลุดมาจากฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ และข้ามมาโดนรถฝั่งขาเข้าพัทยา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจสอบและสอบสวน เพื่อติดตามเจ้าของล้อรถดังกล่าว มาดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป
>> นายกฯ ประชุม บกปภ.ช. สั่งเฝ้าระวังน้ำท่วมภาคใต้ เร่งจ่ายเยียวยา-ฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย หลังอุทกภัยภาพรวมคลี่คลาย
07.50 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) โดยระบุว่า สถานการณ์อุทกภัยในภาพรวมมีแนวโน้มคลี่คลายลง หลายพื้นที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ยังเน้นย้ำทุกจังหวัด โดยเฉพาะภาคใต้ เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยรอบด้าน พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที
นายกฯ กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดเร่งประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยตามหลักเกณฑ์ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือประชาชนและจัดตั้งศูนย์พักพิงได้อย่างรวดเร็ว พร้อมเร่งตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยา ทยอยส่งข้อมูลและโอนเงินเป็นรายวัน โดยกระทรวงมหาดไทยได้โอนเงินเยียวยาแล้ว 5 รอบ จำนวน 135,782 ครัวเรือน รวมเป็นเงิน 1,069,898,000 บาท
สำหรับการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย นายกฯ สั่งการทุกหน่วยงานเร่งฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภค บ้านเรือนประชาชน และเส้นทางคมนาคมที่ได้รับความเสียหาย เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว พร้อมเร่งดำเนินการช่วยเหลือภายใต้ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ตลอดจนเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการระบายน้ำและการกักเก็บน้ำ ผลักดันโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย และจัดทำแผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อป้องกันอุทกภัยอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ นายกฯ ขอความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนพิจารณาปรับรูปแบบการทำงานเป็น Work from Home ตามความเหมาะสม ในช่วงที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับนานาชาติ เพื่อลดปริมาณการเดินทางในช่วงการประชุม
>> สำนักการระบายน้ำ เร่งฉีดพ่นสารชีวบำบัดชนิดน้ำ บรรเทากลิ่นไม่พึงประสงค์หลังน้ำท่วม
09.27 น. สำนักการระบายน้ำ ดำเนินการฉีดพ่นสารชีวบำบัดชนิดน้ำในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม เพื่อบรรเทาปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์จากน้ำท่วมขัง ขยะ และเศษวัสดุที่ตกค้างหลังน้ำลด ช่วยลดผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม โดยแบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ส่วน ได้แก่
ฉีดพ่นบริเวณผิวน้ำและพื้นที่น้ำท่วมขัง ใช้สารชีวบำบัดชนิดน้ำรวม 8,400 ลิตร ครอบคลุมพื้นที่ 8 แห่ง และ ฉีดพ่นบริเวณจุดพักขยะและเศษวัสดุหลังน้ำท่วม ใช้สารชีวบำบัดชนิดน้ำรวม 2,000 ลิตร ใน 3 จุด
นอกจากนี้ ยังได้แจกจ่ายผลิตภัณฑ์สารชีวบำบัดชนิดเข้มข้นประมาณ 1400 ลิตร ให้แก่ประชาชนและสำนักงานเขตหนองจอก เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้เพื่อบรรเทากลิ่นไม่พึงประสงค์จากน้ำท่วมขังและขยะตกค้างหลังน้ำลด ลดผลกระทบต่อสุขอนามัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อม พร้อมเร่งฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับมาสะอาดและน่าอยู่โดยเร็ว
>> ศาลสั่งจำคุกสูงสุด 20 ปี แก๊งหลอกนักเรียนสแกนหน้าเปิดซิมผีส่งให้แก๊งสแกมเมอร์
12.26 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ศาลจังหวัดฝาง มีคำพิพากษาลงโทษผู้ต้องหา 4 ราย ในคดีหลอกลวงเด็กนักเรียน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ โดยอ้างจัดกิจกรรมแจกซิมฟรีเพื่อการศึกษา แต่แอบนำข้อมูลบัตรประชาชนและใบหน้าไปลงทะเบียนเปิดซิมกว่า 2,160 ซิม เพื่อส่งต่อให้แก๊งสแกมเมอร์ โดยสั่งปรับห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งหนึ่ง เป็นเงิน 500,000 บาท
ส่วน น.ส.จอ และ น.ส.บอ (นามสมมุติ) ที่ให้การรับสารภาพ ถูกตัดสินจำคุกคนละ 10 ปี (ลดโทษจาก 20 ปี) ด้านนายปอ (นามสมมุติ) พนักงานขายค่ายมือถือซึ่งเป็นตัวการริเริ่มกิจกรรมและให้การปฏิเสธ ถูกศาลพิพากษาจำคุกเต็มอัตรา 20 ปี
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นผลงานร่วมระหว่างศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) และตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ในชื่อ “SAFE ดอย BOY” หลังพบหมายเลขโทรศัพท์ที่ถูกใช้หลอกลวงออนไลน์หลายคดีถูกลงทะเบียนด้วยชื่อของเยาวชนอายุต่ำกว่า 15 ปี สร้างความเสียหายรวมกว่า 300,000 บาท ตำรวจจึงขอเตือนภัยผู้ปกครองและสถานศึกษาให้ระมัดระวังการให้ข้อมูลส่วนบุคคลและภาพถ่ายใบหน้าของเด็ก เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการก่ออาชญากรรมออนไลน์
>> กทม. ลดพื้นที่ประสบภัยเหลือ 8 เขต เร่งเคลียร์ขยะหลังน้ำลด เผยประชาชนลงทะเบียนขอรับเยียวยาแล้ว 83,268 ราย
13.09 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เจริญ ผู้อำนวยการส่วนวิศวกรรมระบบระบายน้ำ สำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร แถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสาร ร่วมสถานการณ์อุทกภัย (JICC) กล่าวว่า ขณะนี้กทม. ประกาศปรับลดพื้นที่ประสบภัยเหลือ 8 เขต ได้แก่ คลองสามวา บึงกุ่ม ประเวศ มีนบุรี ลาดกระบัง สะพานสูง สายไหม และเขตหนองจอก
สถานการณ์น้ำฝั่งตะวันออกของกทม. ได้เร่งระบายน้ำออกเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง และหากระดับน้ำในคลองลดลงเข้าสู่เกณฑ์ปกติและมีศักยภาพรองรับน้ำเพิ่มเติม จะเปิดรับน้ำจากพื้นที่ภายนอกเพื่อช่วยระบายน้ำผ่านระบบคลองของกทม.ต่อไป
ทั้งนี้ ยังมีน้ำบริเวณจุดใต้สะพานคลองสามวา สูง 10-15 เซนติเมตร จึงต้องระวังในการสัญจร โดยคาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายในสัปดาห์นี้
สำหรับปัญหาขยะหลังน้ำท่วม กทม.ได้เคลียร์พื้นที่เคหะชุมชนร่มเกล้า เก็บขยะกว่า 5,000 ตัน ส่วนขยะชิ้นใหญ่สะสมกว่า 1,000 ตัน ส่วนเขตลาดกระบัง หนองจอก เร่งเคลียร์พื้นที่เรียบร้อยแล้วใน
ส่วนความคืบหน้าการยื่นลงทะเบียนขอรับการเยียวยา มีผู้ยื่นลงทะเบียนทางออนไลน์ของ กทม. จำนวน 83,268 ราย ในพื้นที่เขตลาดกระบัง บางกะปิ และสายไหม ตามลำดับ เพื่อรับสิทธิ์ค่าดำรงชีพ ค่าซ่อมแซมบ้านและค่าเครื่องมือทุนประกอบอาชีพ เป็นส่วนใหญ่
>> รวบหนุ่ม ใช้ AI ปลอมเอกสารธนาคาร โกงเงินเหยื่อรวม 21 ล้านบาท
13.15 น. ตำรวจฝ่ายสืบสวนภูธรจังหวัดจันทบุรี จับกุม นายชอ (นามสมมุติ) มีพฤติกรรมใช้ AI ปลอมเอกสารธนาคาร อ้างมีเงิน 14 ล้าน หลอกเหยื่อสูญกว่า 21 ล้านบาท
โดยตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดจันทบุรี นำหมายศาลเข้าจับกุม นายชอ ได้ที่บ้านพักในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หลังผู้ต้องหามีการหลอกลวงผู้เสียหาย จนมีการโอนเงินมาให้ รวมทั้งสิ้น 623 ครั้ง ระหว่างวันที่ 21 เมษายน 2568 ถึง 19 กันยายน 2569 คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวม 21,287,731.88 บาท สูงกว่าที่ผู้ต้องหาบอกว่า 18 ล้านบาท
โดยก่อนหน้านี้ ผู้ต้องหาได้รู้จักกับผู้เสียหายที่ร้านนวดแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร เมื่อประมาณเดือนมีนาคม 2568 ก่อนพัฒนาความสัมพันธ์ในลักษณะเชิงชู้สาว ใช้คำพูดหวานหว่านล้อมจนผู้เสียหายเกิดความรักและความไว้วางใจ จากนั้นเริ่มออกอุบายขอยืมเงินโดยอ้างเหตุผลต่าง ๆ พร้อมรับปากว่าจะนำเงินมาคืน โดยส่งภาพเอกสารที่อ้างว่าเป็นหนังสือรับรองยอดเงินฝากจากธนาคารแห่งหนึ่ง ผ่านแอปพลิเคชัน LINE โดยระบุยอดเงินฝากสูงถึง 14,067,897.05 บาท เพื่อให้ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองมีฐานะทางการเงินมั่นคงและมีเงินเพียงพอสำหรับชำระหนี้คืน
นอกจากนี้ ยังนำเอกสารที่อ้างว่าเป็นเอกสารจาก สภ.เมืองนนทบุรี มาแสดง โดยกล่าวอ้างว่ามารดาถูกจับกุมในคดีการพนันหวยใต้ดิน และจำเป็นต้องใช้เงินชำระค่าปรับ ประเด็นสำคัญของคดี คือการนำเทคโนโลยี AI มาใช้เป็นเครื่องมือหลอกลวง เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ก่อนส่งตัวดำเนินคดีต่อไป
>> เปิดคะแนนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมอย่างไม่เป็นทางการ หลังนับครบ 100% คาดประกาศผลเป็นทางการ ภายใน 30 วัน
16.00 น. นางสาวจีระภา บุญรัตน์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยผลการนับคะแนนการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) อย่างไม่เป็นทางการ ขณะนี้การบันทึกผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการจากที่เลือกตั้งรวม 5,233 แห่ง ทั่วประเทศ เสร็จสิ้นครบทุกที่เลือกตั้งแล้ว โดยมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง รวมทั้งสิ้น 1,003,615 คน แบ่งเป็นนายจ้าง 12,200 คน และผู้ประกันตน 991,415 คน เมื่อเทียบกับปี 2566 สัดส่วนการใช้สิทธิของนายจ้างเพิ่มขึ้น 733% และสัดส่วนการใช้สิทธิของผู้ประกันตนเพิ่มขึ้น 533%
ในส่วนของผลคะแนนผู้สมัครแต่ละราย สามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคม
สำหรับการประกาศผลอย่างเป็นทางการนั้น กกต.สปส.จะต้องรวมคะแนนของแต่ละจังหวัดตามที่ได้รับรายงานจาก กดต.จังหวัด/กทม. เพื่อจัดทำบัญชีรายชื่อผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนตามลำดับคะแนน จากนั้นจะเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานแต่งตั้งเป็นกรรมการฝ่ายนายจ้างและกรรมการฝ่ายผู้ประกันตนในคณะกรรมการประกันสังคมต่อไป คาดว่าจะสามารถดำเนินการประกาศผลอย่างเป็นทางการได้ภายใน 30 วัน ตามขั้นตอน และกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด
ทั้งนี้ หากปรากฏข้อเท็จจริงในภายหลังว่ากรรมการรายใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย จนเป็นเหตุให้พ้นสภาพการเป็นกรรมการ สปส.จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
>> ทหารวัย 24 ร้องขอความเป็นธรรม อ้างถูกสาวพยาบาลเบี้ยวรัก สูญเงินสินสอด 4 แสน ทวงคืนกลับถูกท้าให้ฟ้อง
16.54 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน นายวอ (นามสมมติ) อายุ 24 ปี ข้าราชการทหาร เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด หลังอ้างถูกหญิงสาวอาชีพพยาบาลและครอบครัวหลอกให้หมั้นหมาย โดยนำเงินสินสอดกว่า 4 แสนบาทไปสู่ขอเมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2569 ภายหลังคบหากันได้หลายเดือน ก่อนฝ่ายหญิงลาออกจากงานและย้ายไปทำงานที่กรุงเทพฯ จนเริ่มตีตัวออกห่าง ไม่ตอบข้อความ ลบรูปงานหมั้นออกจากโซเชียลมีเดีย และไม่ยอมเปิดเผยสถานที่ทำงาน เมื่อครอบครัวผู้เสียหายเข้าไปเจรจาขอเงินสินสอดคืน กลับถูกปฏิเสธ โดยฝ่ายหญิงระบุว่าไม่ได้ทำผิดและหากต้องการเงินคืนให้ไปฟ้องร้องเอาเอง
นายวอ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ตนกู้เงินมา 5 แสนบาท เพื่อนำไปใช้ในเรื่องการหมั้นหมาย และยังกล่าวอ้างว่าฝ่ายหญิงเคยยืมเงินอีก 130,000 บาท โดยอ้างนำไปจ่ายค่าซ่อมรถ รวมถึงพบข้อมูลว่าฝ่ายหญิงอาจมีความสัมพันธ์กับชายอื่นหลายคน และเคยหมั้นหมายมาก่อน จึงต้องการให้ฝ่ายหญิงและครอบครัวออกมาชี้แจงและรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาทั้งหมดยังเป็นข้อมูลจากฝั่งผู้ร้องเรียน โดยต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
>> ตร.ไซเบอร์ ทลายเครือข่ายเว็บพนันรายใหญ่ภาคอีสาน พบเงินหมุนเวียนกว่า 300 ล้านบาท ยึดทรัพย์กว่า 32 ล้าน
17.36 น. ที่กองบัญชาการตำรวจ สืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ( บช.สอท.) เมืองทองธานี พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. พล.ต.ต.อรุษ แสงจันทร์ พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รอ ผบช.สอท. พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองจเรตำรวจ ปฎิบัติราชการสอท ร่วมแถลงปฏิบัติการทลายเครือข่ายเว็บพนันรายใหญ่ภาคอีสาน เงินหมุนเวียนกว่า 300 ล้านบาทต่อปี ยึดทรัพย์สินกว่า 32 ล้านบาท
คดีนี้เจ้าหน้าที่ใช้เวลาสืบสวนประมาณ 2 ปี ก่อนพบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์รายหนึ่ง ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องอยู่ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น
ซึ่งมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติจากการกระทำความผิด เจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 6 จุด ในจังหวัดขอนแก่น ก่อนขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 7 ราย สามารถจับกุมได้ 4 ราย สำหรับของกลางและทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้ ประกอบด้วยเงินสดประมาณ 18 ล้านบาท รถยนต์ 4 คัน (ในจำนวนนี้เป็นรถยนต์หรู 2 คัน) รวมถึงโทรศัพท์มือถือ 11 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 4 เครื่อง แท็บเล็ต 1 เครื่อง ซิมการ์ด 8 ซิม บัตร ATM 61 ใบ สมุดบัญชีธนาคาร 8 เล่ม โฉนดที่ดิน 3 ใบ ห้องชุด 8 ห้อง และทองคำน้ำหนักรวม 18 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้กว่า 32 ล้านบาท ขณะที่เครือข่ายดังกล่าวมีเงินหมุนเวียนประมาณ 300 ล้านบาท
เบื้องต้น ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมเป็นเจ้าของเว็บไซต์พนันออนไลน์ โดยจากการตรวจสอบประวัติยังไม่พบประวัติคดีอาญา และมีข้อมูลด้านอาชีพว่า เป็นผู้ว่างงาน
>> รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง กลางสี่แยกบ้านหัวบึง มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย จ.ขอนแก่น
18.50 น. พนักงานสอบสวน สภ.หนองเรือ รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกัน บริเวณสี่แยกกลางหมู่บ้านบ้านหัวบึง หมู่ 5 ตำบลจระเข้ อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น
ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงินเทา และรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ-แดง ลักษณะชนกัน สภาพรถเสียหายทั้ง 2 คัน ตรวจสอบพบว่ามีผู้บาดเจ็บรวม 4 ราย เป็นหญิงอายุ 61 และ 67 ปี พร้อมเด็กชายอายุ 11 ปี จำนวน 2 ราย เจ้าหน้าที่กู้ชีพนำส่งโรงพยาบาลหนองเรือ
พนักงานสอบสวนตรวจสถานที่เกิดเหตุและเดินทางไปพบผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลแล้ว ส่วนข้อเท็จจริงและผู้เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการสอบสวนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
>> "ศุภมาส" พร้อม ผู้ว่าฯ นครนายก เยี่ยมศูนย์พักพิง ผู้ประสบภัยน้ำท่วม
19.21 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน นางสาว ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนผู้ประสบภัยที่ ศูนย์พักพิงชั่วคราว ภายใน วัดประสิทธิเวช ตำบลบางปลากด อำเภอองครักษ์จังหวัดนครนายก โดยมี ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จากพื้นที่บางปลากดและพื้นที่ใกล้เคียง มาอาศัยพักพิง อยู่ ประมาณ 300 คน ที่พักอาศัยถูก น้ำท่วม อย่างรวดเร็ว และอพยพมาตั้งแต่วันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา ยังไม่สามารถกลับเข้าที่พักได้ ส่วนใหญ่ไม่มีทรัพย์สินติดตัวมาเลย โดยที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว วัดประสิทธิเวชแห่งนี้สนับสนุนอุปกรณ์เครื่องใช้อำนวยความสะดวกในเบื้องต้นให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างปลอดภัย
ขณะที่นางสาวศุภมาส ได้ร่วมพูดคุยให้กำลังใจและรับทราบถึงข้อกังวลของชาวบ้านกรณี ความยากลำบาก หาก ถึงเวลาต้อง กลับบ้านไป เริ่มต้นฟื้นฟู หลังน้ำลด โดย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยัน รัฐบาลเร่ง ดำเนินการจ่ายเงิน เยียวยาน้ำท่วม 5000 ถึง 9000 บาทให้กับครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบเชื่อว่าในส่วนนี้จะสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ให้สามารถกลับไปเริ่มต้นตั้งหลักได้
ขณะที่นายชานน วาสิกศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ได้เผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ว่าขณะนี้น้ำท่วมจังหวัดนครนายกสถานการณ์เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นแล้ว เหลือเพียงในที่อำเภอองครักษ์ ซึ่งเป็นเขตท้ายน้ำ และทราบว่าน้ำจากพื้นที่องครักษ์ กำลังเร่งระบายลงสู่ปากแม่น้ำบางปะกง และสมุทรปราการ โดยมี มาตรการเตรียม นำเรือผลักดันน้ำช่วย เร่งการระบายน้ำในพื้นที่ปากแม่น้ำต่อไป
สำหรับความห่วงกังวลของพี่น้องประชาชนกรณีการกลับบ้าน หลังน้ำลดเนื่องจากมีทรัพย์สินข้าวของบ้านเรือนเสียหายรวมทั้งกลุ่มพี่น้องชาวนา และกลุ่มผู้ปลูกไม้ดอกไม้ประดับในส่วนนี้ทางภาครัฐจะได้เร่งดำเนินการเยียวยาตามระเบียบต่อไป
>> ‘กรุงเทพมหานคร’ แจ้งเตือนประชาชนริมคลอง เขตสายไหม-เขตคลองสามวา เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น
21.00 น. กรุงเทพมหานคร ขอแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชุมชนริมคลองในพื้นที่เขตสายไหมและเขตคลองสามวา ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ระดับน้ำในคลองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากกรุงเทพมหานครมีแผนบริหารจัดการน้ำ โดยรับน้ำจากคลองหกวาสายล่าง จังหวัดปทุมธานี เข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งอาจส่งผลให้ระดับน้ำในคลองที่เชื่อมต่อกันเพิ่มสูงขึ้นได้
พื้นที่เฝ้าระวัง คือ ชุมชนริมคลองสอง แขวงสายไหม และแขวงคลองถนน เขตสายไหม, ชุมชนริมคลองพระยาสุเรนทร์ แขวงสายไหม และแขวงออเงิน เขตสายไหม รวมถึงแขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา และ ชุมชนริมคลองสามวา แขวงสามวาตะวันตก และแขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา
ขอความร่วมมือประชาชน ติดตามข่าวสารและประกาศแจ้งเตือนจากกรุงเทพมหานครและสำนักงานเขตอย่างต่อเนื่อง สังเกตการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในคลอง โดยเฉพาะบ้านเรือนที่อยู่ติดริมคลองและพื้นที่ลุ่มต่ำ หากพบสถานการณ์ผิดปกติหรือได้รับผลกระทบจากระดับน้ำ สามารถแจ้งสำนักงานเขตในพื้นที่เพื่อประสานการช่วยเหลือ
ทั้งนี้ สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร จะติดตามสถานการณ์และระดับน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานงานกับกรมชลประทานในการบริหารจัดการน้ำ เพื่อเฝ้าระวังและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน
>> กรมทรัพยากรน้ำเตือนภัยสีเหลือง จ.กระบี่ หลังฝนตกหนักสะสม 12 ชั่วโมง พุ่ง 153 มม. เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก
21.36 น. ห้องปฏิบัติการเฝ้าระวังและเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลัน–น้ำป่าไหลหลาก กองวิจัย พัฒนาและอุทกวิทยา กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แจ้งเตือนภัยระดับเตรียมพร้อม (สีเหลือง) ในพื้นที่บ้านพรุเตย ตำบลเพหลา อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่
ภายหลังตรวจวัดปริมาณฝนสะสมในรอบ 12 ชั่วโมง สูงถึง 153.0 มิลลิเมตร และปริมาณฝนสะสมในช่วง 15 นาที วัดได้ 44.0 มิลลิเมตร
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและบริเวณใกล้ทางน้ำไหลผ่าน เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมติดตามประกาศแจ้งเตือนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ภาพเรดาร์ตรวจอากาศภูเก็ต เวลา 21.30 น. พบกลุ่มฝนปกคลุมหลายพื้นที่ของจังหวัดกระบี่และจังหวัดใกล้เคียง โดยมีกลุ่มฝนกำลังแรงบริเวณ อำเภอเมืองกระบี่ อำเภอเขาพนม อำเภอคลองท่อม อำเภอลำทับ และอำเภอเกาะลันตา พบฝนฟ้าคะนองกำลังเคลื่อนตัวจากฝั่งเข้าสู่ทะเลอันดามัน
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศอินเดีย
22.37 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 4.1 ความลึก 10 กม. บริเวณหมู่เกาะอันดามัน ประเทศอินเดีย ศูนย์กลางอยู่ห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เมือง จ.พังงา ประมาณ 607 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ ชายไทยวัย 35 ปีเสียชีวิตริมถนนเลียบคลองพระองค์เจ้า
22.40 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำและมีผู้เสียชีวิต ริมถนนเลียบคลองพระองค์เจ้า ใกล้เคียงร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ ในพื้นที่ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปาการ
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า ลีด สีแดง ป้ายทะเบียน กทม. ล้มคว่ำอยู่ข้างทาง ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร ทราบต่อมา คือชายไทย อายุ 35 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบ่อ
>> แผ่นดินไหว ขนาด 4.1 ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา
01.34 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 4.1 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของ ประเทศเมียนมา ศูนย์กลางอยู่ห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 467 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
13 ตุลาคม 2569
13 ตุลาคม 2569