วันที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลา 22:49 น.
“สุริยะ - ปิยะรัฐชย์” นำทัพผู้บริหารลงพื้นที่กำแพงเพชร เดินหน้าแผนจัดการน้ำ รับมือฝน ลดเสี่ยงภัยแล้ง ดึง Big Data – AI ช่วยแจ้งเตือน
(10 ต.ค.69) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร ติดตามการบริหารจัดการน้ำและการพัฒนาแหล่งน้ำ รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากประชาชน พร้อมมอบนโยบายและปัจจัยการผลิตเพื่อสนับสนุนการประกอบอาชีพแก่เกษตรกร โดยมีนายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้นำท้องถิ่น และประชาชน เข้าร่วม
โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยังโรงเรียนพรานกระต่ายพิทยาคม ต.ถ้ำกระต่ายทอง เพื่อพบปะประชาชนและเกษตรกร พร้อมมอบนโยบายและปัจจัยการผลิต ตลอดจนเยี่ยมชมนิทรรศการด้านการเกษตร โดยได้เน้นย้ำถึงการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบชลประทาน รวมถึงการแก้ไขปัญหาด้านแหล่งน้ำในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการประกอบอาชีพและเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำ
นายสุริยะ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เนื่องจากน้ำเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญของภาคการเกษตร การมีแหล่งน้ำที่มั่นคงและเพียงพอจะช่วยให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงจากภัยแล้งและอุทกภัย ตลอดจนเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ โดยรัฐบาลมุ่งส่งเสริมการพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำ ระบบชลประทาน และการกระจายน้ำให้ครอบคลุมพื้นที่เกษตรกรรม ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาชน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำสอดคล้องกับสภาพพื้นที่และเกิดประโยชน์สูงสุด
จากนั้น นายสุริยะ พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยังสำนักงานชลประทานที่ 4 ต.หนองปลิง เพื่อรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์และแนวทางการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร โดยให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูฝน การบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำและระบบชลประทาน การเร่งระบายน้ำพื้นที่เสี่ยง ตลอดจนการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำหลาก เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับชุมชนและพื้นที่การเกษตร พร้อมส่งเสริมการนำเทคโนโลยี Big Data และ AI มาสนับสนุนการวิเคราะห์ วางแผน และพัฒนาระบบเตือนภัยด้านน้ำให้มีประสิทธิภาพ
“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มุ่งบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง โดยบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพระบบชลประทาน การพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำและปรับปรุงระบบระบายน้ำให้สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ พร้อมส่งเสริมให้เกษตรกรใช้น้ำอย่างคุ้มค่า ปรับรูปแบบการผลิตให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำ ตลอดจนสนับสนุนการแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่าและนำเทคโนโลยีมาช่วยลดต้นทุน ควบคู่กับการสร้างโอกาสทางการตลาด ทั้งนี้ เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงทำให้ประชาชนมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ แต่ต้องมีรายได้เพิ่มขึ้น มีอาชีพที่มั่นคง และสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศได้อย่างยั่งยืน” นายสุริยะ กล่าว