หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 10 ตุลาคม 2569

วันที่ 11 ตุลาคม 2569 เวลา 05:34 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 10 ตุลาคม 2569


>> พบชายวัย 62 ปี จมน้ำเสียชีวิตในลำห้วย อ.ทองผาภูมิ ญาติเร่งค้นหาตั้งแต่กลางดึก ก่อนพบร่างติดโขดหินช่วงเช้า จ.กาญจนบุรี

07.00 น. มูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรี เขตทองผาภูมิ ได้รับแจ้งเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำ บริเวณลำห้วยภายในหมู่บ้าน พื้นที่ ตำบลห้วยเขย่ง อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อภายหลังคือ นายหม่องทู อายุ 62 ปี เป็นบุคคลไม่มีสัญชาติในกลุ่มชาติพันธุ์ จากการสอบถามญาติผู้เสียชีวิตเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตออกไปหาปลาบริเวณหลังบ้านตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 9 ตุลาคม 2569 กระทั่งเวลาประมาณเที่ยงคืน ญาติพบว่ายังไม่กลับบ้าน จึงออกติดตามค้นหาแต่ไม่พบ เนื่องจากเป็นช่วงเวลากลางคืน ทำให้การค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบาก 
ต่อมาในช่วงเช้าวันที่ 10 ตุลาคม ญาติได้ออกค้นหาอีกครั้ง ก่อนพบร่างผู้เสียชีวิตติดอยู่บริเวณโขดหินภายในลำห้วย จึงประสานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอน

ภายหลังการตรวจสอบ พนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ และแพทย์เวรได้มีคำสั่งให้นำร่างผู้เสียชีวิตไปตรวจชันสูตรเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลทองผาภูมิ ก่อนอนุญาตให้อาสาสมัครกู้ภัยดำเนินการส่งมอบร่างให้แก่ญาติ เพื่อนำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป โดยญาติไม่ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิต


>> ซิ่งหนีด่านตรวจ ก่อนพุ่งลงข้างทาง ค้นรถพบยาบ้าล็อตใหญ่ 3 ล้านเม็ด รวบผู้ต้องหา 2 ราย

07.40 น. พล.ต.ต.ธนารักษ์ ปาระมีสา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตร (ผบก.ภ.จว.พิจิตร) พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชูชีพ สิทธิราช รองผู้บังคับการตำรงวจภูธรจังหวัดพิจิตร และ พ.ต.อ.ศักดิ์สุธี คำมูล ผกก.สภ.วชิรบารมี ลงพื้นที่ หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วชิรบารมี สกัดจับและตรวจยึดยาบ้าล็อตใหญ่รวมกว่า 3 ล้านเม็ด เหตุเกิด บริเวณหมู่ที่ 13 ตำบลบ้านนา อำเภอวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร

โดยเหตุการณ์ครั้งนี้สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วชิรบารมี ได้ตั้งจุดตรวจสกัดยาเสพติดบริเวณด่านตรวจบ้านนา บนทางหลวงหมายเลข 117 สายพิษณุโลก–นครสวรรค์ ระหว่างนั้น มีรถยนต์ สีขาว หมายเลขทะเบียน "ขอนแก่น" ขับมาก่อนจะพบด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงไหวตัวหลบหนีโดยขับรถเข้าไปจอดพักบริเวณร้านค้าแห่งหนึ่งก่อนถึงด่านตรวจเล็กน้อย

ต่อมาเจ้าของร้านสังเกตเห็นพฤติกรรมมีพิรุธจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางสายตรวจรถยนต์จึงรุดเข้าตรวจสอบ แต่เมื่อกลุ่มผู้ต้องสงสัยเห็นเจ้าหน้าที่ จึงรีบขับรถหลบหนีด้วยความเร็วสูงมุ่งหน้าสู่ทางหลวงหมายเลข 115 สายปลวกสูง–สามง่าม เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังไล่ติดตามกระชั้นชิดคนร้ายจำนวน 2 คนพยายามขับรถหนีเข้าไปในเส้นทางกลางทุ่งนา แต่รถเกิดเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ คนร้ายจึงตัดสินใจทิ้งรถแล้ววิ่งหลบหนีข้ามคลองไปซ่อนตัวในป่ากลางทุ่งนา

ภายหลังเหตุการณ์ พล.ต.ต.ธนารักษ์ ผบก.ภ.จว.พิจิตร ได้สั่งการระดมกำลังเจ้าหน้าที่กระจายกำลังปิดล้อมและปูพรมค้นหาตัวผู้ต้องหา ก่อนจะสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาชายทั้ง 2 รายไว้ได้ในที่สุด จากการตรวจค้นภายในรถคันดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบกระสอบบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 15 กระสอบ รวมยาบ้ากว่า 3 ล้านเม็ด จึงทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง

สำหรับยาบ้าล็อตดังกล่าวจากการตรวจสอบเบื้องต้น ทราบว่า รถคันดังกล่าวได้ลำเลียงยาบ้ามาจากเส้นทางสายเหนือ ด้านจังหวัดตาก มา จังหวัดกำแพงเพชร และจะมาเข้าทางหลวงหมายเลข 117 พิษณุโลก – นครสวรรค์ ซึ่งขณะนี้ กองวิทยาการพิสูจน์หลักฐานได้ตรวจสอบลายนิ้วมือและหลักฐานต่างๆเพื่อติดตามหาผู้ร่วมขบวนการต่อไป


>> มท.2 นำทีม DOPA S.W.A.T. ทลายผับเถื่อนย่านข้าวสาร พบเยาวชนอายุต่ำสุด 15 ปี ยาเสพติดเกลื่อนร้าน

09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นำชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง (DOPA S.W.A.T.) เปิดปฏิบัติการ “สิงห์เผด็จศึก” เข้าตรวจสอบร้านแห่งหนึ่ง ย่านถนนข้าวสาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร หลังได้รับเรื่องร้องเรียน พบเปิดสถานบริการโดยไม่มีใบอนุญาต จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลา และปล่อยให้เยาวชนเข้าใช้บริการ

ปฏิบัติการครั้งนี้ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง สั่งการให้ นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง พร้อมด้วยนายสิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษลงพื้นที่จัดระเบียบสังคมอย่างเด็ดขาด

ผลการตรวจสอบพบเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 30 คน โดยอายุต่ำสุดเพียง 15 ปี ตรวจพบผู้มีผลปัสสาวะเป็นสีม่วง 31 คน พบยาเสพติดและลูกโป่งอัดแก๊สหัวเราะจำนวนมาก รวมถึงอาวุธปืน 1 กระบอกและเครื่องกระสุน นอกจากนี้ ยังพบหลักฐานที่อาจเชื่อมโยงกับการจ่ายเงินให้หลายหน่วยงาน เดือนละกว่า 177,000 บาท ซึ่งจะต้องตรวจสอบและขยายผลต่อไป

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้จัดการร้านดำเนินคดีหลายข้อหา ทั้งเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต จำหน่ายสุราเกินเวลา และจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เยาวชน พร้อมเตรียมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสั่งปิดสถานบริการเป็นเวลา 5 ปี


>> ไฟไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยราชพฤกษ์ 29 ลุกลามบ้านข้างเคียงเสียหายทั้งหมด 4 หลังคาเรือน

10.23 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยราชพฤกษ์ 29 ถนนราชพฤกษ์ แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น หลังคาสังกะสี ปลูกติดกัน จำนวน 4 หลัง ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ภายในบ้าน เพลิงลุกไหม้บ้านต้นเพลิง ลุกลามบ้านข้างเคียงเสียหายทั้งหมด จำนวน 4 หลังคาเรือน และรถจักรยานยนต์เสียหาย จำนวน 2 คัน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 200 ตารางวา รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟต่อพ่วง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางขุนนนท์


>> ลิฟต์ขนของสลิงขาดร่วงจากชั้น 2 พนักงานดับ 1 บาดเจ็บ 1 ราย

13.16 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางโพงพาง พร้อมอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าตรวจสอบอุบัติเหตุลิฟต์ขนของสลิงขาดร่วงตกลงมาจากชั้น 2 พบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 1 ราย เหตุเกิดภายในบริษัทขนส่งแห่งหนึ่ง ย่านซอยสาธุประดิษฐ์ ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 2 คูหา

ผู้เสียชีวิตเป็นหญิงอายุ 47 ปี สวมเสื้อสีดำ สภาพศีรษะขาด ส่วนผู้บาดเจ็บเป็นชายอายุ 25 ปี มีบาดแผลบริเวณขา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ก่อนเกิดเหตุ ชายวัย 25 ปี ได้เข็นรถพัสดุเข้าไปภายในลิฟต์ขนของ ขณะที่หญิงวัย 47 ปี ก้าวขาตามเข้าไปได้เพียง 1 ก้าว จังหวะนั้นลิฟต์เกิดร่วงลงจากชั้น 2 สู่ชั้น 1 อย่างกะทันหัน ส่งผลให้หญิงคนดังกล่าวร่วงตามลงไปด้วยจนเสียชีวิตทันที ส่วนชายวัย 25 ปี ได้รับบาดเจ็บ

ภายหลังเกิดเหตุ แพทย์นิติเวชจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ โดยจะตรวจสอบสภาพลิฟต์และระบบการทำงานอย่างละเอียด เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยว่าเหตุใดลิฟต์จึงร่วงลงมา ทั้งที่มีรายงานว่าเพิ่งผ่านการตรวจสอบจากวิศวกร ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ข้อมูลเพิ่มเติม ลิฟต์ดังกล่าวเป็นลิฟต์สำหรับขนย้ายสิ่งของ ไม่ได้มีไว้เพื่อโดยสาร โดยมีรายงานว่าเพิ่งมีวิศวกรเข้าทำการตรวจสอบสภาพ เมื่อไม่กี่วันก่อนเกิดเหตุแต่ไม่พบผิดปกติแต่อย่างใด


>> นายกฯ อนุทิน ประชุมร่วมผู้ว่าฯ 14 จังหวัดภาคใต้ เตรียมรับมืออุทกภัยจากฝนตกหนัก ย้ำ ต้องช่วยให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยในชีวิต

15.00 น. จังหวัดปัตตานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยพื้นที่ภาคใต้ โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง พร้อมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและผู้ว่าราชการจังหวัดพื้นที่ภาคใต้ ร่วมประชุม และประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้มาปฏิบัติภารกิจในการรับเสด็จพระราชดำเนินพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่จังหวัดปัตตานี จึงใช้โอกาสนี้ประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ เพราะจากการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาแสดงให้เห็นว่า ตอนนี้หลายจังหวัดยังมีความเสี่ยงประสบอุทกภัยจากปริมาณน้ำฝนที่จะตกชุกครอบคลุมแทบทุกจังหวัดในภาคใต้ ตั้งแต่ในห้วงเวลานี้จนถึงสิ้นเดือนตุลาคม 69 จึงต้องมีการประชุมซักซ้อมความพร้อมเตรียมรับมือสถานการณ์อุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้น โดยขอย้ำว่า "มันไม่ควรจะเกิดขึ้น" แต่ถ้าเกิดขึ้นแล้วจะรับมือกับสถานการณ์อย่างไร "การเตรียมพร้อมคือสิ่งที่ดีที่สุดที่เราจะทำได้ในวันนี้" โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ความพร้อมในการดูแลประชาชน" ด้วยการ "คาดการณ์สถานการณ์ได้ล่วงหน้าและมีการเตรียมการศูนย์พักพิงเพื่ออพยพผู้คน" โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเปราะบาง ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ โดยจำแนกตามอาการป่วยไปยังสถานพยาบาลต่าง ๆ เพื่อให้ปลอดภัย

หลักการคือ "ต้องไม่มีพื้นที่ไหนที่ถูกละเลย" การสื่อสารกับพี่น้องประชาชนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ด้วยการสื่อสารที่ทั่วถึง เข้าใจง่าย ใช้ถ้อยคำภาษาที่อ่านแล้วเข้าใจทันที เป็นภาษาที่ง่ายต่อการเข้าใจให้ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนมีความพร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์ และในการบริหารจัดการน้ำต้องสื่อสารกันระหว่างรอยต่อพื้นที่ต่อพื้นที่ด้วย เพื่อที่จะให้พื้นที่ที่รับน้ำต่อเตรียมความพร้อมการแจ้งเตือน และการดูแลประชาชน ซึ่งจะลดความรุนแรงในพื้นที่ต่าง ๆ และลดความขัดแย้งในพื้นที่ได้ โดยที่ต้องเน้นย้ำคือ "การเข้าไปช่วยให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยในชีวิต" และได้รับการดูแลให้อยู่ในที่ปลอดภัย มีปัจจัย 4 ครบถ้วน


>> หนุ่มวัยเบญจเพส ขี่รถจักรยานยนต์ชนกับรถไม่ทราบคู่กรณี เสียชีวิตกลางแยกลานมันตาเบิ้ม ถนนสายวังม่วง - ชัยบาดาล ตร.เร่งติดตามคู่กรณี จ.ลพบุรี

16.47 น. รับแจ้งจาก หน่วยกู้ภัยพุทไธสวรรย์ เกิดอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถไม่ทราบคู่กรณี มีผู้เสียชีวิต บริเวณกลางแยก ลานมันตาเบิ้ม ถนนหมายเลข 2089 เส้นทางวังม่วง - ชัยบาดาล ในพื้นที่ ตำบลท่าหลวง อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีเขียว-ดำ หมายเลขทะเบียน ลพบุรี ล้มคว่ำอยู่กลางแยกสภาพรถพังเสียหาย และใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร ทราบต่อมา คือ ชายไทย อายุ 25 ปี สภาพกะโหลกศีรษะแตก

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าหลวง พร้อมแพทย์เวรร่วมตรวจสอบ ก่อนจะดำเนินการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุ และติดตามคู่กรณีมาดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป


>> ในหลวง - พระราชินี เสด็จพระราชดำเนินถึงท่าอากาศยานหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ณ จังหวัดปัตตานี

16.50 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินพระที่นั่งถึงท่าอากาศยานหาดใหญ่ อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา เพื่อเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานรางวัลการทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานระดับประเทศ ครั้งที่ ๑๙ ประจำปี ๒๕๖๙ ณ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี โดยมีนายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ คณะแม่บ้านและพสกนิกรชาวจังหวัดสงขลา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ

จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานโล่เกียรติคุณและเงินรางวัลแก่คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และอิหม่ามที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น ประจำปี ๒๕๖๘ พร้อมทั้งพระราชทานรางวัลแก่ผู้แทนโรงเรียน ผู้บริหารโรงเรียน ครู และนักเรียนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามภาคใต้ ประจำปี ๒๕๖๘ ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี


>> เฝ้าระวัง ภูเขาหินถล่ม ทางขึ้นโบราณสถานถ้ำศิลป์ยะลา

17.08 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ร.ต.อ.วิชัย บุญล้ำ อาสาสมัครมรดกทางศิลปวัฒนธรรม (อส.มศ.) สังกัดสำนักศิลปากรที่ 11 กรมศิลปากร แจ้งเตือนนักท่องเที่ยวเพิ่มความระมัดระวัง หลังจากค่ำวานนี้ (9 ต.ค.) เกิดเหตุภูเขาหินถล่มทับเส้นทาง ก่อนถึงทางขึ้นโบราณสถานถ้ำศิลป์ และบริเวณบันไดพญานาค ทางขึ้นโบราณสถานถ้ำพระพุทธไสยาสน์ และพ่อท่านเจ้าเขา "วัดคูหาภิมุข" อ.เมือง ยะลา

ตรวจสอบไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ จึงขอแจ้งเตือนนักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาท่องเที่ยวชมโบราณสถานในช่วงหน้าฝน ให้เพิ่มความระมัดระวังด้วย


>> ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เผยน้ำท่วม กทม. คลี่คลายหลังฝนเว้นช่วง เหลือ 6 เขตฝั่งตะวันออก พร้อมรับมือฝนช่วงเย็นนี้ถึงรุ่งเช้า

17.29 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุดของกรุงเทพมหานคร การเร่งระบายน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันออก ตลอดจนการรับมือฝนตกหนักระลอกใหม่ น้ำท่วม กทม. เริ่มคลี่คลายหลังฝนหยุด 2 วัน ยังเหลือพื้นที่ขัง 6 เขตฝั่งตะวันออก

ภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพมหานครเริ่มคลี่คลายหลังฝนเว้นช่วงไป 2 วัน โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังใน 6 เขตฝั่งตะวันออก ได้แก่ เขตมีนบุรี หนองจอก ประเวศ สะพานสูง ลาดกระบัง และบึงกุ่ม รวมประมาณ 97 ชุมชน ส่วนใหญ่เป็นชุมชนริมคลอง ทั้งนี้ สาเหตุหลักเกิดจาก กทม. ถูกล้อมด้วยมวลน้ำ 3 ด้าน ทั้งจากปทุมธานี-นครนายกทางเหนือ ฉะเชิงเทราทางตะวันออก และสมุทรปราการทางใต้ กทม. เฝ้าระวังฝนตก 40–50 มม. ระดมเครื่องสูบน้ำรับมือช่วงเย็นนี้ถึงตี 4 เช้า

ด้านการเร่งระบายน้ำ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กรมชลประทานเร่งประสานงานผลักดันน้ำออกทั้งทางฝั่งแปดริ้วและสมุทรปราการ ขณะที่ศูนย์บัญชาการกรุงเทพมหานครได้เตรียมพร้อมรับมือกับการพยากรณ์อากาศซึ่งคาดว่าจะมีฝนตกเพิ่มขึ้นช่วงเวลา 16.00 น. วันนี้ ถึง 04.00 น. ของพรุ่งนี้ ปริมาณฝนประมาณ 40–50 มิลลิเมตร แม้ปริมาณฝนจะไม่หนักเท่าสัปดาห์ก่อน แต่ กทม. ยังคงระดมเครื่องสูบน้ำและเตือนประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมให้คอยสังเกตระดับน้ำในท่อระบายน้ำอย่างใกล้ชิด

สำหรับอุปสรรคสำคัญในการระบายน้ำ คือระดับน้ำในคลองแนวเหนือ-ใต้ยังคงเต็ม โดยเฉพาะคลองลำปลาทิวที่ลดลงช้าเพราะมีน้ำล้นคันกั้นน้ำจากปทุมธานีไหลมาเติมต่อเนื่อง ประกอบกับภายนอกทางแปดริ้วมีปริมาณน้ำมากทำให้สูบออกยาก กทม. จึงต้องติดตั้งเรือผลักดันน้ำลงคลองประเวศฯ และประสานกรมชลประทานช่วยดึงน้ำลงคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิตมุ่งหน้าสู่อ่าวไทย ทว่าพื้นที่สมุทรปราการมีความราบเรียบทำให้น้ำเคลื่อนตัวช้าและเครื่องสูบน้ำริมทะเลทำงานได้เพียงร้อยละ 50 จึงต้องเร่งผลักดันน้ำออกทะเลเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลย้อนกลับ

สถานการณ์น้ำเจ้าพระยายังอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย กทม. ติดตามการผันน้ำฝั่งตะวันออกใกล้ชิด ด้านสถานการณ์น้ำเหนือในแม่น้ำเจ้าพระยาระบายอยู่ที่ 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่ง กทม. ยังรองรับได้ปลอดภัยถึง 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเนื่องจากคันกั้นน้ำสูงเพียงพอ ส่วนเขื่อนหลักทั่วไปยังมีพื้นที่รองรับน้ำเหลือราวร้อยละ 30 ยกเว้นเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ที่ค่อนข้างเต็ม ซึ่งหากมีการแบ่งระบายน้ำมาทางคลองระพีพัฒน์หรือคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ฝั่งตะวันออกของ กทม. ได้เช่นกัน


>> เทศกาลกินเจเยาวราชคึกคัก นักท่องเที่ยวแห่ลิ้มลองอาหารบุญ พร้อมชมการแสดงเชิดสิงโตสุดอลังการ

17.58 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ​บรรยากาศเทศกาลกินเจที่ย่านเยาวราชในวันนี้เต็มไปด้วยความคึกคักและเนืองแน่นไปด้วยประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ที่ต่างเดินทางมาเลือกซื้ออาหารเจเลิศรสตลอดสองข้างทาง พร้อมร่วมสืบสานประเพณีการละเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์เพื่อชำระจิตใจ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความศรัทธาและความอบอุ่นของครอบครัวที่ออกมาทำบุญร่วมกัน

​นอกจากความหลากหลายของเมนูอาหารเจชื่อดังแล้ว งานนี้ยังสร้างสีสันและความสนุกสนานครื้นเครงด้วยการแสดงเชิดสิงโตและมังกรกลางย่านธุรกิจสำคัญ ซึ่งสะท้อนเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทย-จีนที่ยังคงสืบทอดอย่างเหนียวแน่น ตอกย้ำให้เยาวราชกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับต้น ๆ ที่ทุกคนต้องนึกถึงในช่วงเทศกาลบุญนี้


>> รถกระบะ ชนกับรถจักรยานยนต์ หนุ่มวัย 26 ปีเสียชีวิต กลางถนนสายวังสามหมอ – หนองกุงทับม้า จ.อุดรธานี

18.00 น. พ.ต.ท.กีรติพงศ์ แสนศรีมหาชัย สารวัตรสอบสวน สภ.วังสามหมอ รับแจ้งเหตุรถกระบะ เฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้เสียชีวิต บนถนนสายวังสามหมอ – หนองกุงทับม้า ในพื้นที่ โนนเสถียร อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน สีดำ ลักษณะชนกับ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีขาว - แดง ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 26 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวน


>> ผู้ว่าฯ แปดริ้ว ลุย 3 จุด เร่งระบายน้ำท่วมขัง ระดมเครื่องสูบน้ำ 30 เครื่อง ผันน้ำลงบางปะกง เร่งคลี่คลายวิกฤตน้ำท่วม บรรเทาความเดือดร้อนประชาชน

18.56 น. นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยนายประสิทธิ์ อินทโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายปรัตรวีร์ วิจบ นายอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและเร่งขับเคลื่อนแผนระบายน้ำ 3 จุดสำคัญ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำจากพื้นที่ประสบอุทกภัยลงสู่แม่น้ำบางปะกง

จุดแรก บริเวณวัดจุกกระเฌอ ตำบลคลองจุกกระเฌอ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ติดตามปัญหาน้ำสะสมในคลองธรรมชาติ ซึ่งบางช่วงตื้นเขินและมีวัชพืชกีดขวาง ทำให้การระบายน้ำล่าช้า จังหวัดจึงเร่งใช้คลองชลประทานเป็นเส้นทางผันน้ำหลัก โดยวางแผนระดมเครื่องสูบน้ำประมาณ 30 เครื่อง กระจายติดตั้งตามจุดต่าง ๆ เพื่อสูบน้ำจากคลองธรรมชาติเข้าสู่ระบบคลองชลประทาน ก่อนระบายต่อไปยังแม่น้ำบางปะกง

แผนดังกล่าวมุ่งช่วยลดปริมาณน้ำสะสมในพื้นที่ตำบลสาวชะโงก ตำบลเสม็ดเหนือ และตำบลเสม็ดใต้ อำเภอบางคล้า รวมถึงตำบลบางไผ่ ตำบลคลองนา และตำบลคลองจุกเฌอ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา โดยหากติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเดินระบบได้ครบตามแผน คาดว่าจะเริ่มเห็นผลในการลดระดับน้ำภายใน 3 วัน ทั้งนี้ ผลการระบายน้ำยังขึ้นอยู่กับระดับน้ำในแม่น้ำบางปะกง ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าพื้นที่ และสภาพอากาศด้วย

จุดที่สอง บริเวณปลายคลองส่งน้ำสายใหญ่ ซอยซ้าย ตำบลเสม็ดเหนือ อำเภอบางคล้า ติดตามการทำงานของเครื่องสูบน้ำแบบท่อซิ่ง 3 เครื่อง ซึ่งสูบน้ำจากคลองวังซุงเข้าสู่คลองชลประทาน เพื่อผันน้ำต่อไปตามเส้นทางระบายผ่านพื้นที่จุกเฌอและลงสู่แม่น้ำบางปะกง ตามแผนเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการไว้ระหว่างลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา

จุดที่สาม บริเวณประตูสูบน้ำเสาเขาชะโงก ในโครงการเขื่อนทดน้ำบางปะกง ติดตามการเปิดสปริงเวย์เพื่อระบายน้ำจากระบบคลองชลประทานลงสู่แม่น้ำบางปะกง ช่วยลดปริมาณน้ำสะสมในคลอง และเพิ่มความสามารถในการรองรับน้ำจากพื้นที่ตอนใน โดยเฉพาะตำบลจุกเฌอและตำบลบางไผ่ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา

การดำเนินงานครั้งนี้อาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้มีจิตศรัทธา ทั้งการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำและน้ำมันเชื้อเพลิง โดยจังหวัดจะเร่งประสานการทำงานทุกจุดให้สอดคล้องกัน ตั้งแต่การสูบน้ำออกจากพื้นที่ต้นทาง การผันน้ำผ่านคลองชลประทาน ไปจนถึงการระบายลงแม่น้ำบางปะกง พร้อมติดตามผลการทำงานและสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง

เป้าหมายสำคัญ คือเร่งระบายน้ำที่สะสมอยู่ในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด เพื่อลดผลกระทบและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่อำเภอบางคล้าและอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา โดยคำนึงถึงสภาพน้ำในแต่ละช่วงและประสิทธิภาพการระบายของระบบโดยรวม


>> ปภ.-ออมสิน เผย จ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วมวันนี้ 75,326 ครัวเรือน กว่า 650 ล้านบาท

19.00 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เผย ยอดโอนเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามมติคณะรัฐมนตรี วันนี้ (10 ต.ค. 69) รวม 75,326 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ 31 จังหวัด พร้อมเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย 5 ราย รายละ 2 ล้านบาท เป็นเงิน 10 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 650.874 ล้านบาท

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า ผลการโอนเงินเยียวยาน้ำท่วม 9,000 และ 5,000 บาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเมื่อวานนี้ จาก 35,845 ครัวเรือน เป็น 75,326 ครัวเรือน คืบหน้าตามนโยบาย First come-First served ของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล

ทั้งนี้ ปภ. ขอขอบคุณองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อำเภอ และจังหวัด ที่ร่วมเร่งรัดกระบวนการตามข้อประสานเน้นย้ำของ ปภ. ส่งผลให้ประชาชนได้รับเงินเยียวยาเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากในรอบเย็นนี้/


>> “มท.3” ส่งเรือท้องแบนช่วยบางน้ำเปรี้ยว พร้อมระดมรถขนขยะฟื้นฟูเคหะร่มเกล้า

19.53 น. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สนับสนุนเรือท้องแบนจำนวน 4 ลำ เพื่อเสริมภารกิจช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย โดยส่งมอบให้นายธีรพล สุมมาตย์ นายอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา รับไปดำเนินการและบริหารจัดการตามความจำเป็นของพื้นที่ เพื่อเพิ่มความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

ขณะเดียวกัน ยังสนับสนุนรถบรรทุกขนขยะจำนวน 10 คัน ในช่วงระหว่างวันที่ 9-11 ตุลาคม 2569 เพื่อเร่งฟื้นฟูพื้นที่เคหะร่มเกล้า กรุงเทพมหานคร ร่วมสนับสนุนการฟื้นฟูของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมโยธาธิการและผังเมือง และกรุงเทพใหานคร โดยระดมกำลังขนย้ายขยะและสิ่งของที่ได้รับความเสียหาย ทั้งชิ้นเล็กและชิ้นใหญ่ออกจากชุมชน ช่วยเปิดพื้นที่สัญจร ลดปัญหาขยะตกค้าง และฟื้นฟูสภาพแวดล้อมให้สะอาดและปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

นายเจเศรษฐ์เน้นย้ำว่า การช่วยเหลือประชาชนต้องดำเนินการควบคู่กันทั้งพื้นที่ที่ยังประสบอุทกภัยและพื้นที่ที่อยู่ระหว่างฟื้นฟู โดยต้องจัดสรรกำลังพล เครื่องมือ และอุปกรณ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความจำเป็นของแต่ละพื้นที่ พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง ลดผลกระทบต่อประชาชน และเร่งคืนความเป็นปกติให้กับชุมชนโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ การเร่งฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในขณะนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมด้านกำลังพลและทรัพยากร เพื่อให้สามารถปรับกำลังไปสนับสนุนพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งอาจเผชิญสถานการณ์อุทกภัยจากสภาพอากาศที่กำลังจะเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด วางแผนการปฏิบัติงานล่วงหน้า และเตรียมความพร้อมในการเข้าช่วยเหลือประชาชนทันทีเมื่อเกิดสถานการณ์


>> เพลิงไหม้รถบรรทุก 4 ล้อคนงานตีเส้นจราจร บนคู่ขนานลอยฟ้า มีพนักงานบาดเจ็บ 5 ราย กู้ภัยเร่งนำส่ง รพ.

20.45 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถบรรทุก สถานที่เกิดเหตุ บริเวณบนทางด่วนคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ชนิดขนาด 4 ล้อ ไม่ทราบยี่ห้อ สีเหลือง หมายเลขทะเบียนกรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคัน รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคัน ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นเพศชาย จำนวน 5 ราย เป็นเพศชาย จำนวน 5 ราย มีอาการถูกไฟลวก อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ จำนวน 2 ราย นำส่งโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ จำนวน 1 ราย นำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า 1 ราย และนำส่งโรงพยาบาลเกษมราษฎร์บางแค จำนวน 1 ราย พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยตลิ่งชัน ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คู่ขนานลอยฟ้า


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

21.51 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.9 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประมาณ 180 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย 


 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม