หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 9 ตุลาคม 2569

วันที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลา 05:39 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 9 ตุลาคม 2569

>> นายกฯ พบเครือข่ายพันธมิตรการกุศลแห่งเอเชีย ย้ำศักยภาพเศรษฐกิจไทย เดินหน้าปรับกฎระเบียบส่งเสริมการลงทุน ควบคู่ความร่วมมือด้านมนุษยธรรม

09.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้การต้อนรับ นาย Edmund Koh ประธานเครือข่ายพันธมิตรการกุศลแห่งเอเชีย พร้อมคณะ ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการลงทุน การพัฒนาสังคม และความร่วมมือด้านมนุษยธรรม

นายกฯ เน้นย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ ควบคู่กับการขับเคลื่อนนโยบายให้สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจโลก การส่งเสริมหลักธรรมาภิบาลและยกระดับมาตรฐานความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาครัฐ ตลอดจนการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้พลัดถิ่นจากภัยสงครามและความรุนแรง ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานของเครือข่ายพันธมิตรการกุศลแห่งเอเชีย

ด้านประธานเครือข่ายฯ ชื่นชมนโยบายและการดำเนินงานของรัฐบาลไทย โดยเห็นว่ามีแนวทางที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของเครือข่ายฯ และเชื่อมั่นว่าทั้งสองฝ่ายมีศักยภาพในการพัฒนาความร่วมมือในโครงการต่าง ๆ ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะการส่งเสริมการพัฒนาสังคมและการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม


>> สกัดจับกลางถนน รวบหนุ่ม ตามหมายจับคดีสมคบค้ายาบ้า รายสำคัญ

09.24 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย สถานีตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ร่วมกันจับกุม นายกอ (นามสมมุติ) อายุ 51 ปี โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน อันเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป, สมคบกันโดยการตกลงตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน” โดยจับกุมได้ที่หน้าหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงเกาะคา ทล.1 กม. 678 อ.เกาะคา จ.ลำปาง ​

พฤติการณ์แห่งคดี ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงลำปาง ตั้งจุดตรวจป้องกันปรามปรามอาชญากรรมและกวดขันวินัยจราจร บริเวณหน้าหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงเกาะคา ทล.1 กม.678 อ.เกาะคา จ.ลำปาง ได้มีรถยนต์หมายเลขทะเบียนจังหวัดสงขลา ขับมาด้วยความเร็วเกินกว่าอัตราที่กำหนด ตำรวจทางหลวงจึงได้เรียกรถคันดังกล่าวเพื่อตรวจสอบ

​ จากการตรวจสอบภายในรถพบว่ามีชายไทย นั่งที่นั่งโดยสารมากับรถคันดังกล่าว เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ต้องหาแสดงอาการมีพิรุธ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้ขอตรวจค้นและตรวจสอบข้อมูลบุคคล ผ่านระบบ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบเป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ ตามหมายจับศาลจังหวัดยะลา ​

จากการสืบสวนทราบว่าชายคนดังกล่าว อยู่ระหว่างการหลบหนีหมายจับ ซึ่งเดินทางมาจากภาคใต้ขึ้นมายังภาคเหนือเพื่อกำลังจะหลบหนีคดีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่มาถูกตำรวจทางหลวงลำปางเรียกตรวจและจับกุมได้เสียก่อน

​เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงลำปาง จึงได้ทำการจับกุมตัวชายคนดังกล่าวส่งพนักงานสอบสวน สภ.กาบัง จว.ยะลา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> แม่บ้านพบร่างเด็กทารกเพศหญิง ถูกทิ้งในถุงขยะชั้น 5 คอนโดดังย่านเมืองทองธานี

10.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุพบศพเด็กทารกถูกนำมาทิ้งไว้ภายในถุงขยะสีดำ บริเวณคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านเมืองทองธานี ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู และแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์

ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าอาคารคอนโดมิเนียม พบถุงขยะสีดำขนาดใหญ่ (ประมาณ 26×30 นิ้ว) ถูกนำลงมารอการตรวจพิสูจน์ เมื่อเปิดออกดูพบถุงพลาสติกจากร้านสะดวกซื้อ กางเกงขายาวผู้ใหญ่สีดำ และใบเสร็จสั่งอาหารบรรจุอยู่ภายใน

จากการชันสูตรเบื้องต้น พบร่างทารกเพศหญิง สภาพร่างกายสมบูรณ์ครบ 32 ประการ ผิวขาว บริเวณสายสะดือมีร่องรอยถูกตัดด้วยของมีคม นอกจากนี้บริเวณศีรษะมีบาดแผล ซึ่งเกิดจากช่วงที่แม่บ้านใช้ของมีคมกรีดเปิดถุงขยะเพื่อตรวจสอบ

จากการสอบถาม แม่บ้านผู้พบเห็นคนแรก เล่าว่า ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่เก็บขยะตามปกติอยู่ที่บริเวณชั้น 5 ได้ยกถุงขยะใบดังกล่าวแล้วรู้สึกว่ามีสิ่งของลักษณะแข็งผิดปกติอยู่ภายใน จึงรีบโทรศัพท์แจ้งหัวหน้าแม่บ้านและหัวหน้ารักษาความปลอดภัย ก่อนช่วยกันยกถุงขยะลงมายังชั้นล่างเพื่อเปิดดู เมื่อแกะถุงออกพบศีรษะเด็กทารกที่มีเส้นผมบางๆ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าเด็กทารกเสียชีวิต มาแล้วประมาณ 2-3 วัน ถุงขยะดังกล่าวถูกนำมาทิ้งไว้ช่วงเช้าก่อนที่แม่บ้านจะมาเก็บขยะ โดยขณะนี้พนักงานสอบสวนได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ รวมทั้งใบเสร็จสั่งอาหารที่พบในถุง เพื่อใช้เป็นเบาะแสสำคัญในการประสานฝ่ายสืบสวนเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณชั้น 5 และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อติดตามตัวแม่ของเด็กหรือผู้ที่นำทารกมาทิ้งมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> จ.พระนครศรีอยุธยา น้ำท่วมอ่วม ได้รับผลกระทบ 16 อำเภอ, 63,534 ครัวเรือน

11.40 น. สำนักงานประชาสัมพันธ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงาน กรมชลประทาน แจ้งการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา 2,300 ลบ.ม./วินาที ทำให้มีบ้านเรือนของประชาชนได้รับผลกระทบ รวม 16 อำเภอ 205 ตำบล 1,353 หมู่บ้าน 68 ชุมชน 63,534 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย ใน อำเภอเสนา


>> กทม. ระดมกำลัง 600 ชีวิต เร่งฟื้นกรุง ลุยเคลียร์ขยะตกค้างเคหะร่มเกล้า ตั้งเป้าแล้วเสร็จใน 3 วัน

12.19 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด ณ ชุมชนเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง โดยระบุว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำแห้งลงเป็นส่วนใหญ่แล้ว ภารกิจหลักในปัจจุบันจึงมุ่งเน้นไปที่การจัดการปัญหาขยะตกค้าง โดยเฉพาะลักษณะพื้นที่ของเขตลาดกระบังที่มีซอยย่อยแบบก้างปลาจำนวนมาก เมื่อน้ำลดลงประชาชนจึงนำขยะภายในบ้านออกมาวางกองบริเวณหน้าบ้านและปากซอย ทำให้ขยะเต็มซอยจนคนออกไปทำงานไม่ได้ ขณะที่รถขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงได้ กทม. จึงต้องใช้ระดมกำลังคนทอยขยะจากซอยย่อยออกมายังจุดรวบรวมด้านนอกให้เร็วที่สุด เพื่อให้รถขนาดใหญ่เข้ามาขนถ่ายออกไปได้

ปัจจุบันการเคลียร์พื้นที่ในซอยย่อยลุล่วงไปเป็นส่วนใหญ่แล้ว แต่อาจยังมีบางจุดที่มีขยะกีดขวางหน้าบ้านหรือปากซอย ซึ่งในวันนี้จะลุยปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีกองขยะขนาดใหญ่ที่ต้องเร่งไล่เก็บประมาณ 33 กอง ซึ่งต้องใช้กำลังคนและอุปกรณ์จำนวนมาก 
วันนี้จึงมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ กทม. ทั้งพนักงานกวาด คนสวน และพนักงานเก็บขยะ รวมประมาณ 500–600 คน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จาก ปภ. ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้กล่าวขอบคุณและส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกคนที่ปฏิบัติงานอย่างเหน็ดเหนื่อยตั้งแต่วันที่ 24–25 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยเฉพาะพนักงานกวาดซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและต้องปฏิบัติงานขยะหนักซึ่งไม่ใช่ลักษณะงานปกติ

สำหรับการขนย้ายขยะ จะใช้ระบบการจัดการแบบโลจิสติกส์ผ่าน 3 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ ใช้กำลังคนจำนวนมากทอยขยะออกจากซอยเล็ก ๆ มาไว้ยังจุดกองบริเวณลานกว้าง จากนั้นใช้รถดัมพ์หรือรถบรรทุก 6 ล้อ / 10 ล้อ ขนย้ายขยะจากจุดกองไปสู่จุดเทรวม และใช้รถเทรลเลอร์ขนาดใหญ่ 30 ตัน ลากขนขยะไปทิ้งยังจุดกำจัดปลายทางต่อไป


>> รวบจอมบงการจ้างวานฆ่า ขบวนการค้ายาไอซ์ข้ามชาติ ก่อนจนมุมพร้อมบุหรี่ต่างประเทศย่านรามคำแหง มูลค่ากว่า 8 ล้านบาท

13.08 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร่วมกันจับกุม นายมา(นามสมมุติ) อายุ 29 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดนราธิวาส ฐาน “เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิด ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือ รับไว้ด้วยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่า เป็นของที่ยังมิได้เสียภาษีหรือของต้อง จำกัด หรือของต้องห้าม โดยยังไม่ผ่าน ศุลกากร” โดยจับกุมได้ที่ บ้าน ถ.รามคำแหง เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พร้อมของกลาง บุหรี่ต่างประเทศ รวมทั้งหมด จำนวน 9,180 ซอง รวมมูลค่าของกลางกว่า 8,200,000 บาท

สืบเนื่องจาก พฤษภาคม 2569 พนักงานสอบสวน สภ.ยี่งอ ได้รับแจ้งเหตุจาก เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน พบศพชายไทย นายอับดุลเลาะ (ทราบชื่อภายหลัง) สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธสงคราม เสียชีวิตอยู่ภายในสวนผลไม้ จ.นราธิวาส

จากการสืบสวนพบว่า มีผู้ร่วมขบวนการ จำนวน 6 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 5 ราย ส่วนนายมา ยังคงหลบหนี 1 ราย และจากพยานหลักฐานที่ตรวจยึดทำให้ทราบว่าผู้ต้องหาเป็นผู้จ้างวานฆ่าผู้ตาย เนื่องจากมีความขัดแย้งกันในเรื่องปมค้ายาเสพติด ซึ่งผู้ตายได้ถูกจับเป็นตัวประกันเพื่อการลำเลียงยาเสพติดเครือข่ายของผู้ต้องหา แต่การส่งมอบยาเสพติดไม่สำเร็จ เพราะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมพร้อมตรวจยึดไอซ์ น้ำหนักรวม 500 กิโลกรัม ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ต่อมา พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขออนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ดำเนินการสืบสวนติดตามตัวอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าผู้ต้องหามีการเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์มือถือ และยานพาหนะที่ใช้ จึงทำให้การติดตามจับกุมมีความซับซ้อนมากขึ้น

ต่อมา เจ้าหน้าตำรวจชุดจับกุมได้ใช้เครื่องมือและเทคนิคการสืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีไปกบดานอยู่ในจังหวัดสตูล ก่อนจะไหวตัวหลบหนีต่อ เจ้าหน้าที่จึงติดตามอย่างต่อเนื่อง จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาในพื้นที่กรุงเทพมหานครได้ในที่สุดและขณะทำการจับกุมตัว พบผู้ต้องหาซุกซ่อนบุหรี่เถื่อนภายในบ้านพัก จำนวน 9,180 ซอง รวมมูลค่าของกลางกว่า 8,200,000 บาท ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรยี่งอ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การภาคเสธ 
โดยให้การว่า ไม่ได้เป็นผู้จ้างวานฆ่า นายอับดุลเลาะ แต่รับสารภาพว่าได้นำบุหรี่เถื่อนมาจากพื้นที่ จ.นราธิวาส มาจำหน่ายที่กรุงเทพมหานครจริง


>> CIB ระดมตรวจค้น 4 จุด ตรวจยึดอะไหล่ และอุปกรณ์เสริมของโทรศัพท์มือถือปลอม เสี่ยงอันตรายต่อผู้ใช้

13.17 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) และตัวแทนจากเจ้าของสิทธิ์ในเครื่องหมายการค้า ร่วมลงพื้นที่จับกุม นายสม (นามสมมุติ) อายุ 56 ปี เจ้าของร้านโมบายแห่งหนึ่ง ในฐานความผิด “ร่วมกัน มีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมและเลียนเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นที่จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร” 
พร้อมตรวจยึดของกลาง เครื่องชาร์จแบตเตอรี่, อุปกรณ์อะแดปเตอร์, หน้าจอโทรศัพท์ และ ที่ใส่ป้องกันการกระแทกสำหรับโทรศัพท์มือถือ ปลอมเครื่องหมายการค้ายี่ห้อดัง รวมของ จำนวน 880 ชิ้น หลังเจ้าหน้าที่ร่วมตรวจค้น ร้าน สาขา จ.ศรีสะเกษ ,จ.สุรินทร์, จ.บุรีรัมย์ และ ตึกแกรนด์เสือป่า กรุงเทพมหานคร

ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มจากเจ้าของสิทธิในเครื่องหมายการค้า สินค้าจำพวก อะไหล่ และอุปกรณ์เสริมของโทรศัพท์มือถือ ตรวจสอบพบว่าตามร้านค้าออนไลน์ มีการเสนอจำหน่ายสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้า โดยสินค้าที่เป็นของปลอมดังกล่าว เป็นสินค้าที่มีคุณภาพต่ำ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น และอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้งาน

หลังจากที่ได้รับเบาะแส เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.1 บก.ปอศ. พร้อมด้วย ผู้เสียหาย ได้ร่วมมือกันสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จนกระทั่งพบว่าร้านค้าออนไลน์ดังกล่าว มีแหล่งกักเก็บสินค้า และร้านค้าจำหน่ายสินค้าอยู่ตามพื้นที่จังหวัดต่างๆ จึงได้ขออนุมัติหมายค้นจากศาล เข้าตรวจสอบเป้าหมายจำนวน 4 จุด ในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ จ.สุรินทร์ จ.บุรีรัมย์ และกรุงเทพมหานคร ซึ่งเกี่ยวพันกัน

จากการลงพื้นที่ตรวจค้นพบว่า สถานที่ดังกล่าวเป็นร้านค้า จำหน่ายปลีก-ส่ง อุปกรณ์มือถือครบวงจร ด้านภายในร้านเปิดเป็นหน้าร้านสำหรับให้บริการลูกค้าทั่วไป พบด้านในเป็นห้องบรรจุสินค้าผ่านคำสั่งซื้อจากร้านค้าออนไลน์ เพื่อนำส่งให้กับลูกค้า และมีการติดตั้งอุปกรณ์ในการแพ็คและเตรียมจัดส่งสินค้าอย่างครบครัน โดยร้านที่อยู่ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร เป็นร้านหลักในการนำเข้าสินค้า เก็บรักษาสินค้า และกระจายสินค้า ผลการตรวจค้นพบสินค้าที่ปลอมเครื่องหมายการค้า รวมกว่า 880 ชิ้น พร้อมจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย

เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดสินค้าดังกล่าวทั้งหมดไว้เป็นของกลาง โดยในคดีนี้พนักงานสอบสวน จะออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องในการกระทำความผิดเพิ่มเติม มารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป


>> “เสฏฐวุฒิ” อดีต นายอำเภอบ้านสร้าง เข้ารายงานตัวที่ลพบุรี

14.45 น. นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ อดีตนายอำเภอบ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ได้เดินทางมายังศาลากลาง จ.ลพบุรี เข้าพบกับ นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าฯ จ.ลพบุรี เพื่อรายงานเข้ารับตำแหน่งนายอำเภอลำสนธิ

โดย นายเสฏฐวุฒิ ได้เปิดเผยว่า ตนเองเคยเดินทางมาลพบุรีหลายครั้ง ซึ่งวันนี้ได้เข้าพบ นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าฯ จ.ลพบุรี โดยให้นโยบายดูแลเรื่องป่าไม้และทรัพยากร พร้อมรับเข็มพระนารายณ์เป็นที่ระลึก และเข้าพบ นายประยูร ศิริวรรณ รองผู้ว่าฯ จ.ลพบุรี ซึ่งเป็นคนใต้ด้วยกัน

ทั้งนี้ นายเสฏฐวุฒิ ยังเปิดเผยอีกว่า การเดินทางมารับตำแหน่งในครั้งนี้ เป็นการโยกย้ายตามระบบราชการโดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีได้ให้นโยบายการดูแลเรื่องโคนม ป่าไม้และการเกษตร การย้ายมาอยู่ที่จังหวัดลพบุรีถือว่าเป็นเรื่องปกติของราชการก็มีการโยกย้าย ถ้าไม่มีการย้ายถือว่าเป็นเรื่องแปลก


>> CIB ลุยศูนย์ดูแลผู้สูงอายุฯ เมืองกาญจน์ พาผู้เสียหายชี้ 3 ห้องทรมาน ยึดกล้องวงจรปิด 26 ตัว

15.32 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้า กรณีผู้เสียหายเข้าร้องเรียนว่าถูกศูนย์ดูเเลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง ในพื้นที่ ต.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี กักขังหน่วงเหนี่ยวเเละทำร้ายร่างกาย ตามที่มีสื่อนำเสนอไปก่อนหน้านี้

ล่าสุด ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ได้พาผู้เสียหายเดินทางไปยังสถานที่ดังกล่าว เพื่อนำชี้จุดเกิดเหตุภายในทั้งหมด โดยเฉพาะ 3 ห้องพักที่ผู้เสียหายระบุว่าถูกกักขังและทำร้ายร่างกาย แบ่งเป็น

ห้องที่1 คือห้องเเรกรับในวันที่มาถึง, ห้องที่ 2 คือห้องพักลูกกรง(เเดน3) และ ห้องที่3 คือห้องกักตัวชั่วคราว (ห้องท้ายสุด)

โดยผู้เสียหาย ระบุว่า ห้องนี้จะใช้เพื่อหลบ หากมีเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบศูนย์ฯ เนื่องจากเกรงว่าตนจะร้องเรียน ซึ่งระหว่างที่พาเดินชี้แต่ละจุดอยู่นั้น ผู้เสียหายได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟัง และมีบางจังหวะที่ผู้เสียหายร้องไห้ออกมา ระบุยังนึกถึงภาพเหตุการณ์ในวันเหล่านั้น ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ได้ตรวจยึดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดภายในศูนย์ กว่า 26ตัว เพื่อนำไปตรวจสอบ หาหลักฐานเพิ่มเติม และหากพบกระทำความผิด เจ้าหน้าที่เตรียมจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


>> "หนุ่ม กรรชัย" เข้าพบ DSI ให้ข้อมูลฐานะพยาน ปมบริจาคเงิน 1.5 ล้าน ให้ "กัน จอมพลัง"

16.00 น. พิธีกรชื่อดัง "หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย" ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสืบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อให้ข้อมูลในฐานะพยาน เกี่ยวกับกรณีการบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมเมื่อปี 2567 รวมเป็นเงิน 1,500,000 บาท โดยแบ่งเป็นโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของ "กัน จอมพลัง" จำนวน 1,000,000 บาท (ก่อนที่จะมีการจัดตั้งมูลนิธิ) และโอนเข้าบัญชี "มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้" อีกจำนวน 500,000 บาท หลังเปิดมูลนิธิแล้ว การเชิญเข้าให้ปากคำครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากกรณีร้องเรียนให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินและการใช้เงินบริจาคของมูลนิธิว่าตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่

​ในการเข้าชี้แจง หนุ่ม กรรชัย ได้นำหลักฐานสลิปการโอนเงินทั้งหมดมอบให้เจ้าหน้าที่ พร้อมแสดงความเห็นในฐานะประชาชนผู้บริจาคและคนทำงานสื่อว่า ไม่ว่าจะเป็นมูลนิธิใดก็ควรมีความโปร่งใส และควรเปิดเผยรายละเอียดการจัดสรรงบประมาณให้ประชาชนรับทราบเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย ส่วนความสัมพันธ์ส่วนตัวกับ กัน จอมพลัง นั้น พิธีกรดังระบุว่าไม่อยากใช้คำว่า "ตัดขาด" แต่เห็นควรว่าควรต่างคนต่างอยู่และหยุดการพาดพิงถึงกันนับจากนี้


>> "ในหลวง-พระราชินี" โปรดเกล้าฯ ให้ "เนเน่ รอยัล" แชมป์ AGT2026 และครอบครัว เข้าเฝ้าฯ

17.09 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นำนางสาวรัตติกานต์ อำลอย เยาวชนจากจังหวัดภูเก็ต ผู้ชนะเลิศการแข่งขันรายการ America’s Got Talent 2026 พร้อมครอบครัว เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายใบประกาศผลรางวัลชนะเลิศการแข่งขัน ฯ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานใบประกาศผลรางวัลชนะเลิศการแข่งขัน ฯ คืนแก่นางสาวรัตติกานต์ อำลอย เพื่อเป็นที่ระลึกและเกียรติประวัติแก่วงศ์ตระกูลสืบไป


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

23.23 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 3.4 ความลึก 10 กม. บริเวณใกล้ชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศเมียยนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.แม่สอด จ.ตาก ประมาณ 250 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย  

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม