หน้าแรก > สังคม

"พิพัฒน์" ร่วมงานครบรอบ 24 ปี กรมทางหลวงชนบท สานต่อนโยบายขับเคลื่อนโครงการพื้นฐานทางถนน เชื่อมต่อการเดินทางไร้รอยต่อ เร่งดูแลเส้นทางทั้ง13จังหวัด ที่ประสบอุทกภัย

วันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 13:23 น.


วันนี้ 9 ต.ค.2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในงาน วันคล้ายวันสถาปนา กรมทางหลวงชนบท ครบรอบ 24 ปี (9 ตุลาคม 2569) โดยมีนายปิยะพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาลปลัดกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ซึ่งมีนายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท และข้าราชการ ทุกท่านร่วมงาน

นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ควบคู่ไปกับการสร้างโอกาส และการนำพาประเทศให้มีความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจและสังคมที่สูงขึ้น ซึ่งตลอดระยะเวลา24 ปี ของกรมทางหลวงชนบท มุ่งเดินหน้าปฏิบัติภารกิจ เพื่อยกระดับและวางรากฐานด้านโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมขนส่งของประเทศ

นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวด้วยว่า ในปัจจุบัน ทช.มีโครงข่ายมีความรับผิดชอบทั่วประเทศจำนวน 3,662 สายทาง รวมระยะทาง 51,295.934กิโลเมตร โดยมี 2 โครงการสำคัญ ที่มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติให้กระทรวงการคลังใช้แหล่งเงินกู้ต่างประเทศจากธนาคารโลก (World Bank) 

โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 70:30 แบ่งออกเป็นเงินกู้จากธนาคารโลก ร้อยละ 70 และเงินงบประมาณแผ่นดิน ร้อยละ 30 เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา - อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง งบประมาณ 4,604 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ งบประมาณ 1,781 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันทั้งสองโครงการได้ลงนามเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมในการแจ้งเริ่มปฏิบัติงานต่อไป

ทั้งนี้ ยังมีภารกิจที่ ทช. ได้เดินหน้าอย่างต่อเนื่องตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมอย่างเข้มข้น คือ โครงการถนนเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ โดย ระยะที่ 1
(สมุทรสงคราม-ประจวบคีรีขันธ์-ระนอง-ชุมพร) ในส่วนของ ทช. ระยะทางรวม 514.616 กิโลเมตร ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ

อย่างไรก็ตาม ในปีงบประมาณปี 2570 ทช. ได้รับงบประมาณรวม 45,840.3570 ล้านบาท โดยการดำเนินงานแบ่งออกเป็น งานก่อสร้างถนนเพื่อยกระดับมาตรฐานชั้นทาง, ถนนเพื่อสนับสนุนเส้นทางรถไฟทางคู่ และถนนสนับสนุนการท่องเที่ยว จำนวน 231 โครงการ ระยะทางรวม 587.442 กิโลเมตร ถนนเพื่อการแก้ไขปัญหาจราจรในปริมณฑลและภูมิภาค และถนนเพื่อเชื่อมต่อระบบขนส่ง และเพื่อการพัฒนาถนนผังเมือง ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ มีการก่อสร้างถนนและสะพาน จำนวน 12 โครงการ

รวมถึง การก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กทั่วประเทศ จำนวน 20 โครงการ ความยาวรวม 1,927 เมตร อีกทั้งยังมีงานบำรุงรักษาทาง จำนวน 913 แห่ง และงานอำนวยความปลอดภัย จำนวน 1,050 แห่ง

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องอุทกภัย ทช. ได้ติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิดและเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วนในทั่วทุกภูมิภาค

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในส่วนของโครงข่ายทางหลวงชนบท ขณะนี้ประสบอุทกภัยใน 13 จังหวัด (บุรีรัมย์, นครราชสีมา, ชัยภูมิ, ปราจีนบุรี, ฉะเชิงเทรา, กาญจนบุรี, นครปฐม, กำแพงเพชร, สุพรรณบุรี, สมุทรปราการ, ราชบุรี, นครนายก, ปทุมธานี ) ได้รับผลกระทบ 71 สายทาง สัญจรผ่านได้ 47 สายทาง สัญจรผ่านไม่ได้ 24 สายทาง (ข้อมูล ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลา 17.00 น.) ซึ่ง ทช. ยังได้มีการเฝ้าระวังถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบในเส้นทางอื่น เพื่ออำนวยความสะดวกปลอดภัยในการสัญจรให้กับพี่น้องประชาชน และในบางสายทางที่ระดับน้ำได้ลดลงแล้ว ได้จัดทีมเข้าสำรวจโครงสร้างสะพานและถนนทุกสายที่ได้รับผลกระทบทันที พร้อมนำเครื่องมือ เครื่องจักร และวัสดุอุปกรณ์เข้าซ่อมแซมฟื้นฟูถนน/สะพาน ในเบื้องต้นเพื่อให้ประชาชนสัญจรผ่านได้ก่อน โดยจะประเมินสถานการณ์ วางแผนฟื้นฟูซ่อมแซมในระยะยาวอีกครั้งต่อไป

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้ใช้ทางโปรดระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนเป็นพิเศษ หากประชาชนต้องการแจ้งเหตุอุทกภัยหรือขอความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมทางหลวงชนบท 1146

 

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม