หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 8 ตุลาคม 2569

วันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 05:34 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 8 ตุลาคม 2569


>> นายกฯ สั่งเร่งระบายน้ำ รับฝนระลอกใหม่ เตือนพื้นที่เสี่ยงวางแผนอพยพล่วงหน้า ย้ำภาคใต้ซักซ้อมแผน–แยกผู้ป่วยจากศูนย์พักพิง

08.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ในช่วงวันที่ 9-13 ต.ค. ภาคตะวันออก ภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงภาคใต้ จะมีฝนเพิ่มและอาจมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง จึงกำชับเร่งวางแผนระบายน้ำ เตรียมพื้นที่รับน้ำ แจ้งเตือนและซักซ้อมความเข้าใจกับประชาชน ก่อนเข้าสู่ฝนระลอกใหม่

นายกฯ เน้นย้ำให้หน่วยงานใช้ข้อมูลพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาที่นำเสนอในรูปแบบแผนที่และไฮไลท์พื้นที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งประชาชนเข้าใจได้ง่าย รวมทั้งนำข้อมูล Nowcasting หรือการคาดการณ์สภาพอากาศในช่วงเวลาสั้น ๆ มาประกอบกับข้อมูลพยากรณ์อากาศ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการประเมินสถานการณ์และการแจ้งเตือนประชาชน

สำหรับพื้นที่ที่ประเมินว่าจะมีน้ำท่วมสูง ขอให้เตรียมการอพยพประชาชนล่วงหน้า โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง พร้อมสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจถึงความเสี่ยงและสามารถวางแผนรับมือสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม ส่วนพื้นที่ภาคใต้ที่เตรียมพร้อมแล้ว ให้เร่งซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ และทำความเข้าใจกับหน่วยงานและผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเตรียมความพร้อมของทรัพยากรและบุคลากรให้มีความพร้อมอย่างเต็มที่

นายกฯ ยังกำชับการดูแลกลุ่มเปราะบางโดยแยกผู้ป่วยออกจากผู้ที่ไม่ป่วย ไม่ควรนำผู้ป่วยมาอยู่รวมกับประชาชนทั่วไปในศูนย์พักพิง เนื่องจากเสี่ยงติดเชื้อและอาจเป็นอุปสรรคต่อการดูแลด้านสุขอนามัย พร้อมให้กระทรวงสาธารณสุขจัดระบบส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลที่เหมาะสมตามระดับ เพื่อให้สามารถรองรับผู้ป่วยได้อย่างเป็นระบบ และเตรียมมาตรการดังกล่าวรองรับสถานการณ์น้ำระลอกใหม่ที่อาจเกิดขึ้น


>> รัฐบาลยืนยัน ผู้ประสบภัยแฟลตคลองจั่น ได้รับเงินเยียวยาตามหลักเกณฑ์ ชี้กรณีน้ำล้อมเกิน 7 วัน ได้รับสิทธิ 100%

10.00 น. นางสาว พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยจากกรณีข้อสงสัยเกี่ยวกับการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยบริเวณแฟลตเคหะชุมชนคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร นั้น รัฐบาลขอยืนยันว่า กรณีประชาชนในพื้นที่เข้าหลักเกณฑ์น้ำท่วมขังหรือถูกน้ำล้อมรอบต่อเนื่องเกิน 7 วัน จะได้รับเงินเยียวยาตามหลักเกณฑ์ของรัฐบาลอย่างแน่นอน

โดยเงื่อนไขเงินเยียวยากรณีน้ำล้อมรอบ (น้ำล้อม) ตามเกณฑ์ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยปี 2569 มีรายละเอียดน้ำล้อมมีดังนี้

กรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำล้อมรอบจนไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ติดต่อกันเกิน 7 วัน จะได้รับอัตราเงินช่วยเหลือ: ได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาท / ครัวเรือน (ตามมติ ครม. แยกจากกรณีน้ำท่วมขังถึงตัวบ้าน), กรณีอยู่ในอาคารสูง (คอนโด อพาร์ตเมนต์) น้ำไม่ถึงชั้นที่พัก แต่ได้รับผลกระทบจากการเดินทางหรือการใช้ชีวิตเกิน 7 วัน ได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาทต่อครัวเรือนเช่นกัน

นอกจากนี้ ผู้ประสบภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครยังสามารถขอรับการช่วยเหลือจากกรุงเทพมหานครได้เพิ่มเติมอีก ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล ค่าดำรงชีพเบื้องต้น และเงินปลอบขวัญ เป็นต้น โดยสามารถยื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงานเขตในพื้นที่ที่บ้านเรือนได้รับผลกระทบ หรือยื่นผ่านประธานชุมชน / เจ้าหน้าที่เขตที่ลงพื้นที่ในชุมชนนั้น ๆ 
“รัฐบาลยืนยันทุกความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน รัฐบาลพร้อมเร่งช่วยเหลือให้พี่น้องประชาชนได้รับการช่วยเหลือครอบคลุมมากที่สุด โดยเฉพาะเรื่องเงินเยียวยา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น รัฐบาลพร้อมอำนวยความสะดวกเร่งแก้ไขปัญหาให้เงินเยียวยาถึงมือพี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด” นางสาวพลอยทะเล


>> พบศพทารกชาย 7 เดือน ถูกทิ้งในถังขยะตลาดย่านสำโรง

11.00 น. พ.ต.อ.วิโรจน์ ตัดโส ผกก.สภ.สำโรงเหนือ รับแจ้ง พบศพเด็กทารกภายในถังขยะ บริเวณใต้อาคารโจนาธานแมนชั่น ภายในตลาดย่านสำโรง ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ

ที่เกิดเหตุ พบศพเด็กทารกเพศชาย อยู่ภายในถังรองรับขยะ ใต้ปล่องทิ้งขยะของอาคาร เบื้องต้นพบว่าเป็นทารกอายุครรภ์ประมาณ 7 เดือน อวัยวะครบถ้วน มีสายรกติดคาอยู่สะดือ สภาพศพเริ่มเน่า คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วันสำหรับโจนาธานแมนชั่น เป็นอาคารสูง 16 ชั้น มีระบบปล่องทิ้งขยะจากตัวอาคารลงมายังถังรองรับด้านล่าง โดยขณะนี้ยังไม่ทราบว่าศพทารกถูกนำมาทิ้งจากชั้นใด

นายอุทัย อายุ 57 ปี พนักงานเก็บขยะ ผู้พบศพ เปิดเผยว่า ตนเริ่มเก็บขยะตั้งแต่ช่วงเช้า และเก็บบริเวณดังกล่าวไปแล้ว 2 รอบ กระทั่งรอบที่ 3 ขณะกำลังเก็บขยะเพื่อนำไปทิ้ง ได้พบศพเด็กทารกอยู่ภายในถัง เมื่อเข้าไปตรวจสอบพบว่าเป็นทารกเพศชาย มีรูปร่างสมบูรณ์ อวัยวะครบถ้วน จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้ทราบ ก่อนประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเก็บขยะผ่านจุดดังกล่าวมาแล้ว 2 รอบ แต่ไม่พบศพ จนกระทั่งรอบที่ 3 จึงมาพบศพทารกดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิด รวมถึงตรวจสอบระบบปล่องทิ้งขยะและบุคคลที่พักอาศัยภายในอาคาร เพื่อหาเบาะแสว่าศพถูกนำมาทิ้งจากชั้นใด และผู้ใดเป็นผู้ก่อเหตุ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันตัวผู้กระทำได้ โดยตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


>> ปภ.เผยยังมีน้ำท่วม 21 จังหวัด และ กทม. ระดมเครื่องจักรกลฯ เร่งบรรเทาความเดือดร้อน – ฟื้นฟูพื้นที่ที่คลี่คลายต่อเนื่อง

11.04 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เผยยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 21 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง รวมถึงกรุงเทพมหานคร ซึ่ง ปภ. ได้ระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัย เร่งช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมเข้าฟื้นฟูพื้นที่ที่สถานการณ์คลี่คลายให้เข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ระยะนี้ ประกอบกับการระบายน้ำที่ไหลมาจากภาคเหนือ มาสมทบกับมวลน้ำในภาคกลาง ทำให้ปัจจุบันมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 21 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง รวม 110 อำเภอ 927 ตำบล 6,928 หมู่บ้าน และกรุงเทพมหานคร 1,144,019 ครัวเรือน 3,134,415 คน

โดย กรุงเทพมหานคร ประชาชนได้รับผลกระทบ 329,000 ครัวเรือน เสียชีวิต 4 ราย ระดับน้ำลดลง

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับหน่วยงานในพื้นที่ประสบภัยเร่งช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง สำหรับพื้นที่ที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ให้เร่งสำรวจความเสียหายและฟื้นฟูพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควบคู่กับการจัดทำข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อเตรียมดำเนินการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว


>> กรมควบคุมโรค เฝ้าระวังสารหนูและโลหะหนักในแม่น้ำสาย เตือนประชาชน งดใช้น้ำโดยตรงเพื่อดื่ม–ประกอบอาหาร

11.52 น. นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สารหนู (Arsenic) เป็นโลหะหนักที่สามารถปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมและเข้าสู่ร่างกายได้จากการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน การได้รับสารหนูในปริมาณมากหรือได้รับเป็นเวลานานอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ประชาชนควรยึดหลัก “รู้ความเสี่ยง ไม่ตื่นตระหนก แต่ไม่ประมาท” และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด จากการที่พบสารหนูปนเปื้อนในแม่น้ำสาย สำหรับประชาชนในพื้นที่ ขอให้ งดใช้น้ำจากแม่น้ำสายโดยตรง โดยปฏิบัติตามข้อแนะนำ ดังนี้

ห้ามนำน้ำจากแม่น้ำสายมาดื่ม, ห้ามนำน้ำจากแม่น้ำสายมาประกอบอาหาร, ห้ามนำน้ำจากแม่น้ำสายมาทำน้ำแข็งหรือเครื่องดื่ม, หลีกเลี่ยงการจับสัตว์น้ำมาบริโภค และ ติดตามประกาศจากจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด สำหรับประชาชนที่เคยดื่มหรือใช้น้ำจากแม่น้ำสายหรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยง ขอให้หยุดดื่ม หรือใช้น้ำดังกล่าว และเปลี่ยนมาใช้น้ำจากแหล่งที่ปลอดภัย

โดยสามารถเลือกใช้น้ำดื่มบรรจุขวดที่ได้มาตรฐาน น้ำประปาที่หน่วยงานในพื้นที่ตรวจสอบและควบคุมคุณภาพแล้ว หรือน้ำที่ผ่านระบบผลิตและตรวจสอบคุณภาพตามมาตรฐาน

อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า ประชาชนกลุ่มที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้ประกอบอาชีพในลำน้ำ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว และกลุ่มเปราะบาง หากอยู่ในพื้นที่เฝ้าระวัง ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจสัมผัสหรือได้รับน้ำจากแม่น้ำสายเข้าสู่ร่างกาย และเลือกใช้น้ำสะอาดที่ผ่านการตรวจสอบว่าปลอดภัยสำหรับการดื่มและประกอบอาหาร

ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่มีความกังวลว่าอาจได้รับสารหนูจากการใช้น้ำในพื้นที่ดังกล่าว ขอให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือใช้น้ำจากแหล่งที่อยู่ระหว่างการเฝ้าระวัง และหากมีอาการผิดปกติหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพ ควรปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือเข้ารับการตรวจประเมินตามคำแนะนำของหน่วยงานในพื้นที่


>> ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เตือนคนกรุง เฝ้าระวังฝนตกหนัก 10–12 ต.ค. นี้ อาจมีฝนตกหนักเพิ่มขึ้น

12.14 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขัง หมู่บ้านฟลอร่าวิลล์ ซอยสุวินทวงศ์ 38 เขตหนองจอก ซึ่งเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่เนื้อที่ประมาณ 2,000 ไร่ รวม 24 เฟส มีผู้อยู่อาศัยราว 7,300 คน โดยมีพื้นที่ครอบคลุมทั้งเขตหนองจอกและเขตมีนบุรี

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า สำหรับสาเหตุของน้ำท่วมขังเนื่องจากฝนตกหนักสะสมในพื้นที่ กทม. สูงถึง 350 มิลลิเมตร ร่วมกับฝนตกสะสมทั่วปริมณฑล ทั้งจังหวัดปทุมธานีและฉะเชิงเทรา ส่งผลให้น้ำในทุ่งและคลองย่อยมีปริมาณมาก ขณะที่ตัวหมู่บ้านไม่มีแนวคันกั้นน้ำหรือคันกั้นน้ำเดิมไม่สามารถต้านทานได้ ทำให้น้ำทะลักเข้าพื้นที่ เช่นเดียวกับอีกหลายหมู่บ้านตามแนวตะเข็บชายแดนระหว่าง กทม. และจังหวัดข้างเคียง อ่านคู่มือท่องเที่ยว 
สำหรับการระบายน้ำพบอุปสรรคสำคัญ เนื่องจากพื้นที่โดยรอบเป็นทุ่ง ทำให้น้ำที่สูบออกไหลวนกลับเข้ามาในพื้นที่อีกครั้ง ขณะที่ถนนสายหลักแห้งแล้ว แต่ถนนภายในหมู่บ้านบางจุดมีน้ำท่วมสูงประมาณ 50–70 เซนติเมตร

เนื่องจากระดับน้ำในพื้นที่เท่ากับระดับน้ำในคลอง จึงไม่สามารถระบายออกทางคลองแสนแสบได้ ต้องใช้วิธีผลักดันน้ำลงสู่ทางใต้ผ่านคลองลำปลาทิวแยกไปยังคลองประเวศบุรีรมย์ เข้าเขตลาดกระบังเพื่อเข้าสู่อุโมงค์ระบายน้ำต่อไป ซึ่งในเขตหนองจอกยังคงมีหมู่บ้านริมคลองที่ประสบปัญหาน้ำท่วมลักษณะนี้อีก 10 หมู่บ้าน

ในด้านการช่วยเหลือ ชาวหมู่บ้านและกองทัพไทยได้ร่วมกันทำคันดินกั้นน้ำ พร้อมนำน้ำหมักจุลินทรีย์มาช่วยปรับสภาพน้ำท่วมขัง ด้านการเยียวยา ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ระบุว่าบ้านเรือนที่ถูกน้ำล้อมรอบเกิน 7 วัน มีสิทธิลงทะเบียนรับการเยียวยาตามหลักเกณฑ์ สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาพื้นที่นี้ในอนาคต อาจแนะนำให้หมู่บ้านจัดทำแนวคันกั้นน้ำปิดล้อมพื้นที่ให้ละเอียดขึ้น พร้อมติดตั้งปั๊มน้ำของตนเองเพื่อช่วยบรรเทาภาระการระบายน้ำ “สถานการณ์ในพื้นที่เริ่มคลี่คลายเนื่องจากฝนหยุดตก แต่วันที่ 10–12 ต.ค. นี้ อาจมีฝนตกหนักเพิ่มขึ้น ขอให้ระมัดระวังและช่วยกันดูแลไม่ให้ขยะอุดตันขวางทางน้ำ กทม. เขต รัฐบาล ปภ. ทหาร และทุกหน่วยงานร่วมมือกันเต็มที่ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน"


>> รวบหนุ่ม 27 ล่วงละเมิดลูกสาวแฟน วัย 12 ขวบ "ปวีณา" รุดแจ้งความ สน.โคกคราม ค้านประกันตัว

13.26 น. ​ผู้สื่อข่าวรายงาน กรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โคกคราม สนธิกำลังบุกจับกุม นายเจ (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบสามปี หลังก่อเหตุข่มขืนลูกสาววัย 12 ปี ของแฟนสาวถึง 2 ครั้ง ภายในห้องพัก เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 อาศัยช่วงเวลาที่ฝ่ายแม่ไว้วางใจปล่อยให้อยู่ด้วยกันตามลำพัง ขณะออกไปซื้อของเตรียมรับมือน้ำท่วม โดยหลังเกิดเหตุผู้เป็นแม่ได้เข้าขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วนมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เพื่อดำเนินคดีกับแฟนหนุ่มที่คบหากันมา 11 เดือนให้ถึงที่สุด

​ต่อมา นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้นำตัวแม่และเด็กหญิงผู้เสียหายเดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ประภาส แก้วฉีด ผกก.สน.โคกคราม เพื่อยื่นเรื่องคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าผู้เสียหายจะไม่ปลอดภัย พร้อมประสานกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เพื่อขอรับเงินเยียวยา และเตรียมส่งตัวเด็กหญิงเข้ารับการฟื้นฟูสภาพจิตใจ ณ ศูนย์พึ่งได้ โรงพยาบาลตำรวจ โดยพนักงานสอบสวนเตรียมควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งฝากขังต่อศาลอาญามีนบุรีในวันที่ 9 ตุลาคมนี้


>> นายกฯ ยินดี ไทย–UAE เจรจา “CEPA” สำเร็จ ปูทางสินค้าไทยบุกตลาดตะวันออกกลาง คาดลงนามไตรมาสแรกปี 2570

13.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้การต้อนรับ ดร. ธานี บิน อาเหม็ด อัล เซยูดี รมว.การค้าต่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เข้าเยี่ยมคารวะ เพื่อรายงานความสำเร็จในการเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (CEPA) โดยคาดว่าจะลงนามได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2570 ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสทางการค้า และต่อยอดการขยายตลาดไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง

นายกฯ สนับสนุนความร่วมมือระหว่างไทย-UAE ในสาขาที่มีศักยภาพร่วมกัน โดยเฉพาะพลังงาน ความมั่นคงทางอาหาร และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ขณะที่ รมว.การค้าต่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ยืนยันการเป็นหุ้นส่วนสำคัญของไทยในการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และจะขยายการลงทุนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคต และส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนของทั้งสองประเทศ

ในช่วงท้าย นายกฯ ยืนยันไทยพร้อมผลักดันความตกลง CEPA ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุนให้แก่ภาคธุรกิจและประชาชนไทย โดย CEPA ถือเป็นความสำเร็จในการเจรจาจัดทำความตกลงความเป็นหุ้นส่วนการค้า มั่นใจว่าไทยจะประสบความสำเร็จในการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจและเขตการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยกับประเทศอื่น ๆ ในอนาคต


>> เปิดปฏิบัติการ สยบไพรีมัจฉานุปราบสมุทร ทลายขบวนการขนไอซ์ 1 ตัน ข้ามชาติทางทะเล มูลค่า 300 ล้านบาท

14.37 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร. /ผอ.ศอ.ปส.ตร. ร่วมแถลงผลการปฏิบัติการ “สยบไพรีมัจฉานุปราบสมุทร” สกัดจับเรือต้องสงสัยลักลอบยาเสพติดข้ามชาติกลางทะเลอ่าวไทย จับกุมผู้ต้องหา ซึ่งเป็นกัปตันพร้อมลูกเรือ 6 คน พร้อมไอซ์ล็อตใหญ่น้ำหนักรวม 1,178 กก. ในช่องลับท้ายเรือ

ทั้งนี้สืบเนื่องมาจาก ชุดปฏิบัติการเข้าตรวจสอบและตรวจค้นเรือลำหนึ่ง ซึ่งมีข้อมูลว่ามีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติ จากการตรวจค้นพบ กัปตันพร้อมลูกเรือชาวไทยรวม 6 คน พร้อมตรวจพบยาเสพติดประเภท ไอซ์ บรรจุอยู่ในกระสอบจำนวน 39 กระสอบ และอีก 8 ก้อน น้ำหนักรวมประมาณ 1,178 กิโลกรัม โดยซุกซ่อนไว้ภายใน ช่องลับบริเวณท้ายเรือ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องพร้อมของกลางทั้งหมดไว้ดำเนินคดี และขยายผลไปยังขบวนการที่อยู่เบื้องหลัง


>> ตร.ไซเบอร์ รวบแอดมินเว็บพนัน หลังเข้าตรวจค้นหา SIMBOX โยงเว็บพนันออนไลน์

15.17 น. พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผู้บัญชาการ สอท. สั่งการให้ พล.ต.ต.ศรายุทธ์ จุณณวัตต์ ผู้บังคับการ สอท.2 และ พ.ต.อ.คุณาประโยชน์ อารียรัตนะณธร ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท. สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.สระแก้ว นำหมายค้นศาลจังหวัดสระแก้ว ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เข้าตรวจค้นบ้านพักหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ต.ผ่านศึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พร้อมจับกุม นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี แอดมินเว็บพนัน พร้อมด้วยของกลางคอมพิวเตอร์ จำนวน 1 เครื่อง ขณะกำลังโปรโมทเว็บพนัน และโทรศัพท์มือถืออีก 9 เครื่อง เจ้าตัวสารภาพมาแล้วประมาณ 1 ปี หลังได้รับจ้างจากบุคคลปริศนาในแอปเทเลแกรมแลกค่าตอบแทนเดือนละ 20,000 บาท

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ได้รับรายงานว่ามีกลุ่มบุคคลได้ร่วมกันนำเครื่องส่งสัญญาณอุปกรณ์ส่งคำสั่งผ่านสัญญาณอินเทอร์เน็ต เพื่อควบคุมสั่งการซิมการ์ด GSM Gateways (Simbox) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้ในการกระทำความผิดเพื่อใช้โทรศัพท์หลอกลวงประชาชน มาติดตั้งอยู่ในพื้นที่แนวตะเข็บชายแดน ไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้สืบสวนทราบแหล่งที่ใช้ซุกซ่อนอุปกรณ์ดังกล่าว จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายค้นบ้านหลังดังกล่าว 
จากการสอบถามเจ้าตัว ให้การยอมรับว่า ตนเองเป็นแอดมินทำหน้าที่ชักชวนลูกค้าเข้ากลุ่มไลน์ทายผลพนันฟุตบอลต่างประเทศ โดยส่งลิงก์เว็บไซต์พนันออนไลน์ เข้าไปในกลุ่มต่างๆ โดยได้รับว่าจ้างผู้ใช้บัญชีแอพพลิเคชันเทเลแกรมรายหนึ่ง แลกกับค่าตอบแทน 20,000 บาท ต่อเดือน ตนเองจึงทำงานนี้มาแล้วกว่า 1 ปี

ในส่วนอุปกรณ์ Simbox เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบภายหลังว่า ได้มีการขนย้ายเพื่อหลบหนีออกไปจากพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ก่อนการเข้าตรวจค้นเพียงไม่นาน โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลทั้งในส่วนเว็บพนันและอุปกรณ์ Simbox เพื่อเชื่อมโยงไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจนถึงผู้รับผลประโยชน์

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหา ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นพนัน (ฟุตบอลต่างประเทศออนไลน์) ในการเล่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางดำเนินการตามกฎหมาย


>> ไฟไหม้รถยนต์ ซอยประเสริฐมนูกิจ 29 เสียหายหมดทั้งคัน ลุกลามฝ้าเพดานเสียหายบางส่วน

16.16 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยประเสิรฐมนูกิจ 29 ถนนประเสริฐมนูกิจ แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดอเนกประสงค์ สีขาว หมายเลขทะเบียน ​ กรุงเทพมหานคร รถใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคันลุกลามฝ้าเพดานตัวบ้านเสียหายเล็กน้อย รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่แบตเตอรี่ภายในห้องเครื่องยนต์ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางเขน


>> “รมว.สุชาติ” เผย ทส.เดินหน้าฟื้นฟูเคหะร่มเกล้าวันที่ 3 ผนึกพลัง “อุเทนถวาย”นักศึกษา–ศิษย์เก่า ร่วมเก็บกวาดขยะ เร่งคืนพื้นที่ให้ประชาชน

16.31 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า วันนี้ (8 ตุลาคม 2569) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังคงเดินหน้าภารกิจฟื้นฟูและทำความสะอาดพื้นที่ประสบอุทกภัยบริเวณเคหะร่มเกล้า–ลาดกระบังอย่างต่อเนื่อง เป็นวันที่ 3 ตามข้อสั่งการของรัฐบาล โดยระดมกำลังเจ้าหน้าที่ในสังกัด ทส. เข้าดำเนินการเก็บกวาดขยะ ทำความสะอาด และขนย้ายสิ่งของและวัสดุที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม เพื่อเร่งฟื้นฟูพื้นที่และคืนความเป็นปกติให้ประชาชนโดยเร็ว

นายสุชาติกล่าวว่า สำหรับวันนี้ ทส.ได้รับความร่วมมือจากคณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก เขตพื้นที่อุเทนถวาย พร้อมด้วยสมาคมศิษย์เก่าอุเทนถวาย ระดมกำลังนักศึกษาและศิษย์เก่าประมาณ 200 คน เข้าร่วมสนับสนุนภารกิจของ ทส. ในพื้นที่เคหะร่มเกล้า โดยร่วมกับเจ้าหน้าที่ในการเก็บกวาด ทำความสะอาด ขนย้ายขยะและสิ่งของที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย รวมถึงภารกิจฟื้นฟูพื้นที่ตามความเหมาะสม

“วันนี้เป็นวันที่ 3 แล้วที่ ทส. ยังคงเดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เราไม่ได้ทำงานเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยพลังจากทุกภาคส่วน วันนี้น้อง ๆ นักศึกษาและศิษย์เก่าอุเทนถวายเข้ามาร่วมแรงร่วมใจกับเจ้าหน้าที่ ทส. ถือเป็นพลังสำคัญในการช่วยกันทำความสะอาดและฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็ว สะท้อนพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการช่วยเหลือประชาชน” นายสุชาติกล่าว

รมว.ทส. กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะยังคงระดมกำลังและประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง จนกว่าภารกิจฟื้นฟูพื้นที่จะแล้วเสร็จ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว ภายใต้แนวทาง “ทส.หนึ่งเดียว ร่วมด้วยช่วยกัน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”


>> ชายหนีหมายจับ โดดคอนโดฯ ชั้น 3 ก่อนชักอาวุธจะทำร้ายตัว สุดท้ายต่อรองขอกอดแม่กับเมียก่อนถูกจับ

17.10 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุชายใช้อาวุธปืนจ่อศีรษะตัวเอง เหตุเกิดบริเวณหน้าคอนโดแห่งหนึ่ง ถนนรัตนาธิเบศร์ ฝั่งขาเข้า ก่อนขึ้นสะพานพระนั่งเกล้า ต.ไทรม้า อ.เมืองนนทบุรี จึงนำกำลังไปตรวจสอบ

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบชายอายุประมาณ 25-40 ปี สวมเสื้อแขนยาวสีเหลือง กางเกงขายาว รองเท้าสีขาว ใช้อาวุธปืนพกจ่อศีรษะตัวเองไว้ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่จึงปิดล้อมบริเวณดังกล่าวไว้เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีอาวุธปืนเกรงว่าจะเป็นอันตรายกับผู้ที่สัญจรผ่านไปมา

เบื้องต้นผู้ก่อเหตุ คือ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 41 ปี จากการตรวจสอบประวัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า ผู้ก่อเหตุรายนี้มีประวัติถูกศาลจังหวัดนนทบุรี ออกหมายจับในฐานความผิดพยายามฆ่าผู้อื่น พกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ ยิงปืนในที่สาธารณะ และมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนไว้ในความครอบครอง ในพื้นที่ สภ.บางแม่นาง จ.นนทบุรี

ต่อมาทาง พ.ต.อ.ศุภชัย ศรีศักดิ์ ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.นนทบุรี เข้าเจรจากับชายคนดังกล่าวเป็นเวลานาน ซึ่งชายคนดังกล่าวซึ่งอยู่ในความเครียดยังไม่ยอมวางอาวุธปืนลง ทำให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องปรับแผนด้วยการให้ภรรยาและลูกชายของชายคนดังกล่าวพูดคุยกันผ่านทางโทรศัพท์มือถือ แต่นายเอ (นามสมมุติ) ยังคงคลุ้มคลั่งโวยวายอยู่ตลอดเวลา

ต่อมาเวลา 18.00 น. มารดาของนายเอ (นามสมมุติ) ได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุก่อนจะขอเจรจาผ่านโทรศัพท์กับนายเอ เพื่อเกลี่ยกล่อมให้ยอมวางปืนลงและมอบตัว จนกระทั่งเวลาประมาณ 18.30 น. นายเอ ผู้ต้องหาจึงได้ยอมวางปืนลงและยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการควบคุมตัว ตามข้อต่อรองทึ่นายเอ ขอกอดแม่กับเมียก่อนจะถูกจับดำเนินคดี ประกอบกับตัวเองได้รับบาดเจ็บขาหักหลังกระโดดจากชั้น 3 เพื่อหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรภาค 1 ที่มาติดตามจับกุมตัวตามหมายจับของ สภ.บางแม่นาง

จากการตรวจค้นในกระเป๋าสะพายของนายเอ (นามสมมุติ) พบอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. บรรจุกระสุนเต็มแม็กกาซีน พร้อมขึ้นลำเอาไว้อีก 1 กระบอก ส่วนปืนที่ใช้ก่อเหตุจ่อศีรษะตัวเองนั้น เป็นอาวุธปืนขนาด .45 ม.ม. รวมเป็น 2 กระบอก

หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าชาร์ตตัวแล้ว นายเอ (นามสมมุติ) ได้ร้องขอพบเมียกับแม่เพื่อขอกอดตามที่ได้ต่อรองไว้ ก่อนจะถูกนำตัวส่งรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า พร้อมกับถูกพนักงานสอบสวน สภ.บางศรีเมือง แจ้งข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป


>> เพลิงไหม้รถจักรยานยนต์ ใกล้เคียงสวนสุขภาพเขตประเวศ เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคัน

17.19 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ใกล้เคียงสวนสุขภาพเขตประเวศ ถนนกาญจนาภิเษก แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียนกรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคัน รถน้ำสำนักงานเขตใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายความร้อน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก การขนย้ายแบตเตอรี่ลิเธียมที่เสื่อมสภาพเกิดการสะสมความร้อนทำให้เพลิงลุกไหม้ ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 ราย (รายที่ 1) เป็นเพศหญิง อายุ 36 ปี ได้รับบาดเจ็บถูกไฟลวกบริเวณขา อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลสินแพทย์

(รายที่ 2) เป็นเพศชาย ไม่ทราบอายุ ได้รับบาดเจ็บถูกไฟลวกบริเวณแขนขวา อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลสินแพทย์ พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยประเวศ


>> กทม. เปิดโต๊ะพิจารณาแนวทางแผนปฏิบัติการแก้ปัญหายาเสพติดปี 70

18.11 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกรุงเทพมหานคร (ศอ.ปส.กทม.) ครั้งที่ 9/2569 โดยมี นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้แทนหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร ซึ่งเป็นการประชุมประจำเดือนเพื่อติดตามผลการดำเนินงานและความคืบหน้าการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด รวมถึงการนำผู้เสพเข้ารับการบำบัดและลดจำนวนผู้เสพหน้าใหม่

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กล่าวในการเปิดประชุมว่า ยาเสพติดเป็นเรื่องใหญ่ ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ได้ร่วมมือกันลงพื้นที่และช่วยกันแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งสุดท้ายแล้วได้ผลดี เป็นการแสดงถึงความตั้งใจจริงที่จะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และต้องดูว่าจะต้องมีการขยายการดำเนินการในส่วนใดบ้าง เช่น การบำบัดที่ถูกต้อง เมื่อกลับสู่ชุมชนหากต้องอยู่สภาพแวดล้อมเดิม ๆ สถานบำบัดหรือสถานที่ดูแลอาจต้องมีการคิดเรื่องนี้ให้รอบคอบ ถือเป็นวาระสำคัญที่ต้องช่วยกันดำเนินการต่อไป

พร้อมกันนี้ ให้มีการนำแผนดำเนินการไปจัดทำเป็น Action Plan ที่มีกำหนดการ และตัวชี้วัดที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดแนวทางการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมและเหมาะสม รวมถึงเกิดแผนป้องกันยาเสพติดของปี 2570 ต่อไป

สำหรับวันนี้ที่ประชุมได้พิจารณาถึงการจัดงานวันสถาปนากองทุนแม่ของแผ่นดิน ซึ่งกรุงเทพมหานคร โดยสำนักพัฒนาสังคม ร่วมกับ เครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินกรุงเทพมหานคร และสำนักงาน ป.ป.ส.กทม. กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2569 ณ อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย – ญี่ปุ่น) เขตดินแดง

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาถึงเป้าหมายการดำเนินงานประกอบร่างแผนปฏิบัติการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ซึ่งเห็นควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ สำนักอนามัย และสำนักการศึกษา พิจารณาทบทวนค่าเป้าหมายตามที่สำนักงาน ป.ป.ส. เสนอ โดยส่งข้อมูลการพิจารณาให้ฝ่ายเลขานุการ ศอ.ปส.กทม. ภายในวันที่ 12 ตุลาคม 2569


>> พ่อเฒ่าชาวออสเตรเลียวัย 82 ปี ป่วยหนัก ตกที่สูงจากคอนโดฯ ชั้น 16 เสียชีวิต จ.ชลบุรี

19.06 น. ร.ต.อ.ปกรณ์ ประกอบนันท์ รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา รับแจ้งเหตุมีบุคคลพลัดตกจากที่สูงเสียชีวิต เหตุเกิดภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านจอมเทียน เมืองพัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ที่เกิดเหตุ บริเว

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม