24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 7 ตุลาคม 2569
>> ปคบ. ลุยค้น 9 จุดฝั่งธนฯ ทลายเครือข่าย “อาไห่” คลังบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ ยึดของกลาง 2 แสนชิ้น มูลค่าทะลุ 200 ล้าน
08.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ตำรวจ บก.ปคบ. เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น 9 จุด ย่านคลองสาน บางบอน และตลิ่งชัน เพื่อรวบเครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ "อาไห่" สามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งชาวไทยและต่างชาติรวม 47 ราย พร้อมยึดของกลางกว่า 200,000 ชิ้น ทั้งบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยา อุปกรณ์ส่วนควบ เอกสารการเงิน และยานพาหนะ รวมมูลค่าราว 200 ล้านบาท โดยการจับกุมครั้งนี้ขยายผลมาจากผู้ต้องหารายย่อยเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 จนพบเบาะแสจากกล้องวงจรปิด เส้นทางการเงิน และนิติบุคคลที่ใช้รถยนต์ขนส่งสินค้าเป็นเครือข่าย
จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มผู้ต้องหาแบ่งหน้าที่กันอย่างเป็นระบบ ทั้งจุดพักสินค้า จุดแพ็กส่งขายออนไลน์ และจุดเก็บหลักฐานทางการเงิน เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาร่วมกันจำหน่ายและซ่อนเร้นบุหรี่ไฟฟ้าหรือสินค้าลักลอบนำเข้าโดยมิผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคฯ และ พ.ร.บ.ศุลกากรฯ เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ จึงนำตัวส่งดำเนินคดีพร้อมเร่งขยายผลติดตามตัวนายทุนและผู้สั่งการมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป
>> ตำรวจเร่งล่า มือยิงอาคาร สพป.จังหวัดตราด กลางดึก
09.20 น. ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุ สภ.เมืองตราด ได้รับแจ้งจาก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด ต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด ว่าพบปลอกกระสุนอาวุธปืนและมีรอยยิงทะลุกระจกเข้ามาภายในอาคารทรัพย์เจริญ สำนักงานพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด
หลังรับแจ้งจึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองตราด พร้อมด้วยชุดสืบสวน สภ.เมืองตราด ระดมกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ที่เกิดเหตุพบนายสมชาย เจริญสุข เจ้าหน้าที่เวรยาม คอยให้ข้อมูลเจ้าหน้าที่ตํารวจ โดยบอกว่าเมื่อคืนตนอยู่เวรในป้อมของ สพป.ตราด ได้ยินเสียงปืนประมาณ 9 นัด เมื่อช่วงเวลาประมาณ ตี1-2 ที่ผ่านมา หลังสิ้นเสียงปืน จึงออกมาดูก็ไม่พบใคร รอจนรุ่งเช้า จึงพบอาคารถูกกระสุนปืนดังกล่าว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ
ขณะ พ.ต.ท. บวร สุทธิวารี รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองตราด เดินทางมาตรวจสอบในที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง ในส่วนเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดตราด ได้เดินทางมาตรวจสอบพบรอยกระสุน เพียง1จุด ที่บริเวณกระจกบานเลื่อนด้านหน้าทางเข้า ของสํานักงานเขตพื้นการศึกษาประถมศึกษาตราด ซึ่งรายละเอียดเชิงลึกเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ทราบอยู่ระหว่างการตรวจสอบวัตถุพยาน และหลักฐานจากกล้องวงจรปิด และบอกว่าเรื่องนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้มงวดเรื่องการพกพาอาวุธปืนเป็นอย่างมาก โชคดีที่เหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจดูจากรอยกระสุนเบื้องต้นพบว่าเป็นการยิงจากด้านนอกและมาทะลุด้านใน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่รู้วัตถุประสงค์ว่าผู้ก่อเหตุต้องการอะไร และฝากถึงประชาชนหากใครมีเบาะแสแจ้งได้ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองตราด หรือโทรติดต่อ191 ซึ่งที่เกิดเหตุมีภาพจากกล้องวงจรหลายจุดขนาดนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นายสมชาย เจริญสุข และเจ้าหน้าที่ของ สพป.ตราด บอกว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้ จะเกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงมีการจัดงานต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นความขัดแย้งกันระหว่างกลุ่มวัยรุ่น ขับรถไล่ยิงกัน และยังเคยมีกลุ่มวัยรุ่นวิ่งหลบหนีเข้ามาในเขตสพป.ตราดด้วย โดยช่วงนี้มีการจัดงานบริเวนสวนรุกขชาติ ในตัวเมืองตราด อาจจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นไล่ทำร้ายกันก็เป็นได้ อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด ของ สพป.ตราดต่อไปอีกครั้ง
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา
10.29 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 4.0 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 525 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> ผบ.ตร. สั่งเร่งจับกุมแก๊งแอปเงินกู้เถื่อน โยงคดีสลด แม่-ลูกเสียชีวิตย่านปทุมธานี เตือนประชาชนระวังมิจฉาชีพ หลอกโอนเงินก่อนได้รับเงินกู้
11.06 น. พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการตำรวจภูธรภาค 1 และ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เร่งตรวจสอบและติดตามจับกุมแก๊งมิจฉาชีพ กรณีเหตุสะเทือนใจ แม่-ลูกเสียชีวิต 3 ศพ ในบ้านพักย่านปทุมธานี พบหลักฐานถูกมิจฉาชีพสร้างแอปพลิเคชันเงินกู้หลอกโอนเงิน เชื่อว่ามีเหยื่ออีกจำนวนมาก พร้อมเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพอ้างให้โอนเงินก่อนกู้
โฆษก ตร. กล่าวว่า จากการสืบสวนพบว่าผู้เสียชีวิตได้มีการแจ้งความผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์ เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 ซึ่งถูกหลอกลวงให้กู้เงิน อันมีลักษณะฉ้อโกง หลังพบเจอเพจเฟซบุ๊ก จากนั้นได้แอดไลน์เพื่อเข้าไลน์กลุ่ม ทำการกรอกข้อมูลส่วนตัว ก่อนได้รับอนุมัติยอดกู้ แต่มิจฉาชีพหลอกลวงว่าต้องโอนเงินเข้าไปก่อนอ้างเป็นการชำระงวดแรก จากนั้นคนร้ายบอกให้อ่านข้อความเพื่อบันทึกเสียง ก่อนแจ้งว่าอ่านผิดต้องโอนเงินเพิ่มเป็นค่าปรับ ผู้เสียชีวิตจึงมั่นใจว่าเป็นมิจฉาชีพ จึงเข้าแจ้งความผ่านทางการแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มูลค่าความเสียหาย 1,980 บาท ซึ่งต่อมาพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี รับคดีและได้ติดต่อผู้เสียหายนัดหมายให้มาพบเพื่อขอข้อมูลและพยานหลักฐานเพิ่มเติมแล้ว แต่มาเกิดเหตุดังกล่าวขึ้นเสียก่อน
ผบ.ตร. สั่งการตำรวจไซเบอร์ และ ตำรวจภูธรภาค 1 เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน และติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว เพราะคนร้ายเหล่านี้ก่อเหตุซ้ำเติมคนที่เดือดร้อน แม้กรณีดังกล่าวมูลค่าความเสียหายไม่มาก แต่สร้างความเดือดร้อนและทุกข์ใจอย่างหนักกับผู้เสียหาย จนเกิดเหตุการณ์อันน่าเศร้า ทั้งนี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ทราบตัวผู้เกี่ยวข้องแล้วบางส่วน โดยจะเร่งดำเนินการสืบสวนเพิ่มเติมเพื่อติดตามจับกุมทั้งขบวนการมาดำเนินคดีต่อไป
>> เตือน โรคพิษสุนัขบ้าระบาดในพื้นที่ บ้านทับทิมสยาม 03 หมู่ 9 ต.ทัพไทย อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว
12.02 น. สำนักงานปศุสัตว์อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว ออกประกาศกำหนดเขตโรคระบาดชั่วคราว ชนิดโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ชนิดสุนัข ในพื้นที่บ้านทับทิมสยาม 03 หมู่ 9 ตำบลทัพไทย อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว หลังพบการเกิดโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่ โดยมีสุนัขป่วยหรือตายด้วยโรคพิษสุนัขบ้า และมีแนวโน้มที่โรคจะแพร่ระบาดไปยังพื้นที่ใกล้เคียง หรือระบาดเข้ามาในพื้นที่ จากการเคลื่อนย้ายสัตว์ ซากสัตว์ที่เป็นโรค หรือพาหะของโรค
สำหรับพื้นที่ที่ถูกกำหนดเป็นเขตโรคระบาดชั่วคราว มีอาณาเขตโดยรอบ ได้แก่ ทิศเหนือ จดอุทยานแห่งชาติตาพระยา, ทิศใต้ จดหมู่ที่ 1, 2 และ 3 ตำบลทัพไทย, ทิศตะวันออก จดอุทยานแห่งชาติตาพระยา และ ทิศตะวันตก จดหมู่ที่ 1, 2, 3 และ 11 ตำบลทัพราช จังหวัดสระแก้ว
ขณะเดียวกัน ประกาศฉบับนี้ กำหนดห้ามผู้ใดเคลื่อนย้ายสัตว์ สุนัข หรือซากของสัตว์ดังกล่าว เข้า-ออก ผ่าน หรือภายในเขตโรคระบาดชั่วคราว เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากสัตวแพทย์ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบประจำเขตนั้น โดยประกาศมีผลตั้งแต่ วันที่ 6 ต.ค. 2569 ถึงวันที่ 5 พ.ย. 2569 สั่งพิมพ์ปฏิทิน
สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนมาตรการตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์ มีโทษตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ทั้งจำคุก ปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ
>> รวบสาวนักศึกษาออกอุบายหลอกเพื่อน ให้ร่วมลงทุนจัดซื้อจัดจ้าง อบต. ใช้เช็คปลอมอ้างได้ผลตอบแทนสูง ก่อนเชิดเงินหนี 3 แสนบาท
13.03 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม น.ส.ชอ (นามสมมุติ) อายุ 21 ปี แจ้งข้อหา “โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมฯ และฉ้อโกง” โดยจับกุมได้ บริเวณชั้นล่างคอนโดแห่งหนึ่ง อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี
พฤติการณ์ ผู้ต้องหารายนี้ซึ่งเคยช่วยงานอยู่ที่ อบต.แห่งหนึ่ง ในจังหวัดจันทบุรี ปัจจุบันเป็นนักศึกษาอยู่ที่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จังหวัดปทุมธานี โดยรู้จักกับผู้เสียหายและสนิทสนมกัน เนื่องจากเป็นเพื่อนบ้านและกำลังศึกษาอยู่ในสถาบันเดียวกัน นอกจากนี้ก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหาเคยขอยืมเงินจากผู้เสียหายไปหลายครั้ง
ต่อมาผู้ต้องหาได้ชักชวนผู้เสียหายผ่านทางแอปพลิเคชันไลน์ให้เข้าร่วมลงทุนเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างกับทาง อบต. โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุน จนผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินให้ผู้ต้องหาเป็นเงิน 90,000 บาท ภายหลังกลับไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่กล่าวอ้าง ผู้เสียหายจึงเริ่มสงสัยและขอถอนเงินลงทุนคืน แต่ผู้ต้องหาอ้างว่าไม่สามารถนำเงินมาคืนได้ ก่อนจะมีการกล่าวอ้างเกี่ยวกับการลงทุนเพิ่มเติม พร้อมส่งรูปเช็คของทาง อบต. มาแสดงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และทำให้ผู้เสียหายยังคงเชื่อว่ายังคงมีการลงทุนดังกล่าวอยู่จริง ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อและโอนเงินให้ผู้ต้องหาเพิ่มเติมหลายครั้ง รวมเป็นเงินได้ทั้งสิ้น 351,000 บาท แต่ผู้เสียหายก็ยังไม่ได้รับผลตอบแทนหรือเงินลงทุนคืนแต่อย่างใด
ต่อมาผู้เสียหายได้ตรวจสอบรูปเช็คที่ผู้ต้องหาส่งมา ก่อนพบว่ารูปเช็คดังกล่าวเป็นเช็คเก่าจึงเกิดข้อสงสัยว่าอาจไม่ได้มีการลงทุนหรือดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามที่กล่าวอ้าง และเชื่อว่าตนเองถูกหลอก ภายหลังผู้เสียหายได้รวบรวมพยานหลักฐานและเข้าแจ้งความ กระทั่งต่อมา ตำรวจชุดจับกุมสืบสวนและจับกุมได้ จากการสอบเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาว่า โดยอ้างว่าเป็นเพียงการยืม
>> กทม. เร่งช่วยผู้ประสบภัย หารือ ปภ. ผ่อนเงื่อนไขกรณีน้ำล้อม 7 วัน
14.40 น. นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือและพื้นที่ที่มีน้ำล้อม แต่ระยะเวลาน้ำท่วมไม่ครบ 7 วัน ว่า ขณะนี้ กทม. เร่งรวบรวมข้อมูลจากสำนักการระบายน้ำและสำนักงานเขต เพื่อตรวจสอบระดับน้ำ ระยะเวลาที่ได้รับผลกระทบ จุดที่ยังมีน้ำท่วมขัง และหลักฐานความเสียหายอย่างละเอียด
นางสาวทวิดา กล่าวว่า เกณฑ์การได้รับเงินช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนดระยะเวลาน้ำท่วม 7 วัน ซึ่ง กทม. ไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้เอง แต่กำลังหารือกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ว่า กรณีประชาชนยังมีน้ำล้อมพื้นที่และได้รับผลกระทบจริง แม้สามารถเข้า-ออกได้แล้วบางส่วน จะสามารถนำข้อมูลระดับน้ำและหลักฐานในพื้นที่มาประกอบการพิจารณาเพิ่มเติมได้หรือไม่
สำหรับประชาชนที่มีทรัพย์สินเสียหาย แม้น้ำท่วมไม่ครบ 7 วัน หากเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการดำรงชีพหรือเข้าหลักเกณฑ์ความช่วยเหลือในหมวดอื่น กทม. ยังสามารถพิจารณาช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยจะตรวจสอบและประเมินความเสียหายเป็นรายกรณี
ขณะเดียวกัน กทม. อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลจากหลายระบบ โดยแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” มีผู้ลงทะเบียนประมาณ 558,000 ราย ขณะที่เว็บไซต์ “Claim Bangkok” มีการแจ้งความเสียหายประมาณ 57,000 ราย ซึ่งผู้แจ้งส่วนใหญ่แนบเอกสารและรายละเอียดความเสียหาย ทำให้สามารถนำข้อมูลมาจับคู่และตรวจสอบกับข้อมูลของภาครัฐได้
เบื้องต้น กลุ่มผู้แจ้งความเสียหายจำนวนมากอยู่ในพื้นที่เขตลาดกระบัง บางกะปิ และสายไหม กทม. จะเร่งตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว รวมถึงข้อมูลจากการลงพื้นที่ ภาพ CCTV และภาพถ่ายจากโดรน เพื่อให้สำนักงานเขตสามารถรับรองความเสียหายได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น เมื่อสำนักงานเขตตรวจสอบและรับรองข้อมูลแล้ว จะส่งต่อให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยดำเนินการตามขั้นตอน โดยธนาคารออมสินจะเป็นผู้จ่ายเงินช่วยเหลือเข้าบัญชีประชาชนตามระบบที่กำหนด
รองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรีกำชับให้เร่งช่วยเหลือประชาชนตามมติ ครม. ให้เร็วที่สุด และให้สามารถจ่ายเงินช่วยเหลือได้มากที่สุดภายในสัปดาห์นี้ กทม. จึงเร่งตรวจสอบข้อมูล โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีข้อสงสัยเรื่องระยะเวลาน้ำท่วม เพื่อให้ได้ข้อสรุปและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด
>> ศบส. ประสานตำรวจ เข้าตรวจสอบสถานดูแลผู้สูงอายุ ย่านเมืองนนท์ หลังเหยื่อร้อง ถูกล่ามโซ่ ยันจนท.ตรวจไม่พบ
15.00 น. ดร.พรเทพ ล้อมพรหม กองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ นายศุภชัย สิงโห ผอ.ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 4 (ศบส.4) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่ง ย่าน ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี
จากการตรวจสอบเบื้องต้นมีผู้ป่วยจิตเวชและผู้สูงอายุเป็นชายทั้งหมด 81 ราย อยู่บนอาคาร 3 ชั้น มีการปิดล็อกประตูเพื่อป้องกันการหลบหนี
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบไม่พบว่ามีโซ่ล่ามขาตามที่มีการกล่าวถึงและจากการเดินตรวจสอบบริเวณพื้นที่ยังไม่พบวัตถุที่เป็นโซ่ จากการตรวจสอบใบอนุญาต เป็นการขออนุญาตดูแลผู้สูงอายุ 9 ราย ไม่ได้ขออนุญาตดูแลผู้ป่วยจิตเวช และไม่มีจิตแพทย์หรือพยาบาลเฉพาะทาง กำกับดูแล ซึ่งในส่วนนี้จะเป็นในเรื่องของข้อกฎหมายที่ตำรวจจะต้องเป็นผู้ดำเนินการ ในวันพรุ่งนี้จะมีการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง และถ้าหากว่าพบกระทำความผิด ก็ดำเนินการตามกฎหมาย และจะมีการประสานไปยังผู้ปกครองเพื่อให้มารับกลับ
ดร.พรเทพ ล้อมพรม ผอ.กองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เปิดเผยว่า ที่ศูนย์แห่งนี้ได้รับอนุญาตให้เปิดบริการดูแลผู้สูงอายุตามกฎหมาย หลังจากได้รับการประสานว่ามีการล่ามโซ่ผู้สูงอายุ จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ไม่พบว่ามีการล่ามโซ่ผู้ที่มาพักอาศัยที่สถานที่แห่งนี้ และจากการตรวจสอบพบว่ามีอาคารที่ให้พักอยู่อาศัยจำนวน 2 อาคาร มีหนึ่งอาคารที่ทาง สบส. อนุญาตให้เป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ อนุญาตให้จำนวน 9 เตียง แต่พบว่ามีการให้บริการตรงจุดนั้น 15 เตียง และอีก 1 อาคาร พบว่ามีผู้อยู่อาศัยอีกจำนวนหนึ่งซึ่งไม่ได้ขออนุญาต สรุปว่าสถานที่แห่งนี้มีการบริการที่เกินกว่าที่ให้อนุญาต
โดยหลังจากนี้ อธิบดีกรม สบส.ได้มีคำสั่งให้ศูนย์บริการสุขภาพทั้ง 12 เขต ปูพรมตรวจสอบสถานบริการลักษณะนี้ทุกพื้นที่อย่างละเอียดให้จบภายใน 2 เดือน ทั่วกรุงเทพและปริมณฑล
ดร.พรเทพ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนี้จะมีการตรวจสอบเพิ่มเติมรวมทั้งกล้องวงจรปิดหากพบว่ามีพฤติกรรมใส่กุญแจมือหรือล่ามโซ่ ต้องอาศัยอำนาจเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ ซึ่งในวันพรุ่งนี้จะมีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลัง และตรวจสอบบันทึกการให้บริการอย่างละเอียดอีกครั้ง สำหรับกรณีที่จังหวัดกาญจนบุรีได้มีคำสั่งให้เพิกถอนสถานบริการดังกล่าวแล้ว และที่สถานบริการนี้ของจังหวัดนนทบุรีหากพรุ่งนี้ตรวจพบว่ามีการกระทำผิด จะต้องดำเนินการเพิกถอนก็ต้องมีคำสั่งทันที ต้องดูจากพยานหลักฐานก่อน
>> หนุ่มหาปลาสุดช้ำ ลงไปตกปลาไม่นาน กลับมาพบรถ จยย. ถูกขโมยล้อแม็กหายทั้งคู่ เผยเงินก็ไม่ค่อยมี ยังมาเจอเหตุซ้ำเติม
15.00 น. พ.ต.ท.สุชาติ เจริญศรี สารวัตรสอบสวน สภ.ศรีราชา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายขโมยล้อรถจักรยานยนต์ของนักตกปลา ซึ่งจอดไว้ริมถนนบริเวณถนนเลียบอ่างเก็บน้ำบางพระ ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 110 ไอ สีน้ำเงิน-ดำ หมายเลขทะเบียน สุรินทร์ จอดล้มอยู่ริมทาง โดยล้อหน้าและล้อหลังถูกถอดออกไปทั้งสองล้อ เหลือเพียงตัวรถได้รับความเสียหาย
ในที่เกิดเหตุพบ นายวอ (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี เจ้าของรถ ยืนดูรถของตัวเองด้วยความเศร้าและน้ำตาซึม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบและบันทึกภาพสภาพรถ รวมถึงสถานที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน เพื่อใช้ในการติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี
จากการสอบถาม นายวอ เปิดเผยว่า ช่วงประมาณเที่ยงที่ผ่านมา ตนได้ขี่รถจักรยานยนต์มาตกปลาและจอดรถไว้บริเวณจุดเกิดเหตุ จากนั้นจึงเดินลงไปตกปลา โดยไม่ได้คาดคิดว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น กระทั่งระหว่างกำลังตกปลา เพื่อนที่มาตกปลาด้วยกันได้บอกว่า รถจักรยานยนต์ของตนถูกถอดล้อออกทั้งสองข้าง
เมื่อตนรีบวิ่งกลับขึ้นมาดู ก็พบว่ารถจักรยานยนต์ของตนล้มอยู่ในสภาพไม่มีล้อทั้งล้อหน้าและล้อหลัง จึงรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะขณะนี้ตนเองก็ไม่ได้มีเงินมากนัก และยังต้องมาเจอเหตุการณ์ถูกขโมยทรัพย์สินซ้ำเติมอีก
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุและเก็บข้อมูลหลักฐานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง เพื่อหาเบาะแสของคนร้ายที่ก่อเหตุ ก่อนติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> รถบรรทุกชนกับรถจักรยานยนต์ กลางถนนหมายเลข 402 มีผู้เสียชีวิตเป็นชาวสัญชาติฟิลิปปินส์ จ.ภูเก็ต
16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง หน่วยฯ ภูเก็ต รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุรถยนต์บรรทุกชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้เสียชีวิต บนทางหลวงหมายเลข 402 ขาเข้าเมือง ช่วง กม.26 - 27 ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต
ที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุก มิตซูบิชิ สีขาว ป้ายทะเบียน ภูเก็ต ลักษณะชนกับ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีดำ - แดง ป้ายทะเบียน นครศรีธรรมราช ตรวจสอบพบว่า มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้ชาย ชาวสัญชาติฟิลิปปินส์ ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ถลาง
>> เหตุเพลิงไหม้รถยนต์ ซอยเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 28 แยก 8 ลุกไหม้เสียหายห้องเครื่องยนต์
16.35 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซอยเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 28 แยก 8 ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง สีดำ หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายห้องเครื่องยนต์ เเละกระจก รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรภายในห้องเครื่องยนต์ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยเฉลิมพระเกียรติ
>> เพลิงไหม้รถยนต์ ใกล้เคียงโลตัส ปิ่นเกล้า อาสาสมัครใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
17.51 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ใกล้เคียงโลตัส ปิ่นเกล้า ถนนบรมราชชนนี แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง สีดำ หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้ห้องเครื่องยนต์เสียหายเล็กน้อย อาสาสมัครใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายควันและความร้อน
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรภายในห้องเครื่องยนต์ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางขุนนนท์
>> จับแอดมินแก๊ง Spell ตุ๋นลงทุนออนไลน์ เสียหายกว่า 200 ล้านบาทต่อเดือน โยงคดีเอสเธอร์
17.34 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกันจับกุม นายยอ (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 547/2565 ลงเดือนสิงหาคม 2565 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” โดยจับกุมได้ที่บริเวณจุดพักรถนครชัยทัวร์ ต.ตะเคียน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569
พฤติการณ์สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับประสานจากพนักงานสอบสวน สภ.บางแก้ว ให้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จนพบบุคคลที่มีรูปร่างและตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ จึงแสดงตัวเข้าจับกุม เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ตลอดข้อกล่าวหา โดยเปิดเผยว่า ตนเองจบการศึกษาด้านคอมพิวเตอร์ และได้เดินทางไปทำงานยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อทำงานให้กับขบวนการหลอกลวงออนไลน์ ทำหน้าที่เป็นแอดมินตอบแชต สร้างบัญชี LINE และ Facebook ปลอม เพื่อเข้าไปพูดคุยสร้างความสนิทสนมกับเหยื่อในประเทศไทย จากนั้นชักชวนให้ลงทุนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ชื่อ “Spell” ซึ่งอ้างว่าเป็นแอปพลิเคชันชอปปิ้งออนไลน์ระบบหั่นราคาที่สมาชิกจะได้รับโบนัส แต่กำหนดให้เติมเงินเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะทำรายการได้ ต่อมาสมาชิกไม่สามารถถอนเงินคืนได้ ช่องทางติดต่อและแพลตฟอร์มปิดตัวลง โดยเครือข่ายนี้มีแอดมินประมาณ 30-40 คน และสามารถหลอกเงินจากผู้เสียหายได้รวมกว่า 200 ล้านบาทต่อเดือน
ซึ่งแพลตฟอร์มดังกล่าวเป็นแพลตฟอร์มเดียวกับกรณีที่นักแสดงสาว “เอสเธอร์” เคยเข้าแจ้งความต่อศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (PCT) ไว้ เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางแก้ว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> นั่งซดเหล้าอยู่ดีๆ ทะเละะกัน พ่อตาเดือด คว้าลูกซองสอยลูกเขยร่วง ก่อนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
18.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ได้รับแจ้งจากวิทยุ 191 ว่า มีเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิต ที่บ้านหลังหนึ่ง หมู่ 11 ต.ทุ่งนางงาม อ.ลานสัก จึงเดินทางไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตนอนตายอยู่บริเวณโต๊ะหินอ่อนใต้ถุนบ้าน ทราบชื่อต่อมาคือ ชายไทย อายุ 50 ปี (ลูกเขย) ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัว ชายไทย อายุ 71 ปี (พ่อตา) ผู้ก่อเหตุ ที่รอพบเจ้าหน้าที่ พร้อมอาวุธปืนลูกซองยาวของกลาง
สอบถาม ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ผู้ก่อเหตุเป็นพ่อตา ส่วนผู้เสียชีวิตเป็นลูกเขย ทั้งสองอยู่บ้านเดียวกัน ก่อนเกิดเหตุตนนั่งกินเหล้ากับทั้งคู่รวม 3 คน ช่วงหนึ่งอยู่ดีๆ ทั้งสองเกิดมีปากเสียงทะเลาะกัน ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะลุกไปหยิบปืนลูกซองยาวมายิงลูกเขยล้มลงต่อหน้า
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ คุมตัวไปสอบสวน และจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
>> ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์มีอาการชัก ก่อนเสียหลักพลิกคว่ำ ภายในซอยจรัญฯ 45
20.47 น. รับแจ้งอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักพลิกคว่ำ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จุดเกิดเหตุภายในซอยจรัญสนิทวงศ์ 45 ด้านหลังห้างเซ็นทรัลปิ่นเกล้า กำลังพลกู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง จุด สน.บางยี่ขัน , บางกอกน้อย เข้าช่วยเหลือในที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สกูปปี้ สีดำ - แดง ล้มคว่ำอยู่ข้างทาง ใกล้กันพบร่างของผู้ได้รับบาดเจ็บชาย 1 ราย มีอาการชัก และบาดแผลถลอกตามร่างกาย เบื้องต้นคาดว่าผู้ขับขี่เกิดอาการชักขณะขับขี่ ส่งผลให้รถจักรยานยนต์เสียหลักพลิกคว่ำ
เจ้าหน้าที่เข้าประเมินอาการเบื้องต้น พบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บมีระดับความรู้สึกตัวต่ำกว่าปกติ และมีอาการชักร่วมด้วย จึงประสานขอการสนับสนุน ทีมปฏิบัติการแพทย์ขั้นสูง (ALS) ร.พ.ศิริราช เข้าสนับสนุนการช่วยเหลือ ณ จุดเกิดเหตุ
ทีม ALS เข้าประเมินอาการและให้การช่วยเหลือทางการแพทย์เบื้องต้น โดยให้ออกซิเจน (O₂ Support) และดำเนินการปฐมพยาบาล/ดูแลผู้บาดเจ็บ ณ จุดเกิดเหตุ ก่อนที่ทีมALS จะนำผู้บาดเจ็บส่งเข้ารับการรักษาต่ออย่างเร่งด่วน ณ โรงพยาบาลศิริราช จุดเกิดเหตุพื้นที่รับผิดชอบ สน.บางยี่ขัน
>> อุบัติเหตุ รถเก๋ง 1 และรถจักรยานยนต์ 2 คัน กลางถนนรัชดาภิเษก มีทั้งผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต
22.55 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุ รถนั่งส่วนบุคคล ชนกับรถจักรยานยนต์ ถนนรัชดาภิเษก ขาเข้า มาจากแยกรัชดา - ลาดพร้าว ฝั่งตรงข้าม โรงแรมเจ้าพระยา ปาร์ค เลนซ้าย , กลาง
ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล ฮอนด้า สีเทา สภาพกันชนหน้ารถพังเสียหาย ใกล้กัน พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า จิออโน่ สีน้ำเงิน ไม่พบป้ายทะเบียน ล้มคว่ำ สภาพรถเสียหาย และ รถจักรยานยนต์ BMW สีแดง ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะชนอยู่กับขอบทางทาง
มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย อาสาสมัครช่วยเหลือและนำส่ง รพ.วิมุต พหลโยธิน และ รพ.เปาโล เกษตร ส่วนอีก 1 รายนั้น มีอาการสาหัส และล่าสุด ทางกู้ชีพเอราวัณ ยืนยัน การทำ CPR ไม่เป็น เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุประมาณ 52 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สุทธิสาร
>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถเทรลเลอร์ เจ็บสาหัส 1 และเสียชีวิต 1 ราย กลางถนนเทพารักษ์ จ.สมุทรปราการ
23.00 น. ได้รับแจ้งจากกู้ชีพปราการ มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถเทรเลอร์ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส ถนนเทพารักษ์ กม. 25 บริเวณทางกลับรถ ในพื้นที่ อำเภอบางเสาธง สมุทรปราการ
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนดา เวฟ สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. ล้อคว่ำสภาพหน้ารถพังเสียหาย ห่างออกไป พบรถเทลเลอร์ อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน นครปฐม จอดอยู่ข้างทาง ที่บริเวณล้อหลัง พบร่องรอยการชนเสียหาย
ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นผู้ชาย 2 ราย โดย 1 รายนั้นมีอาการสาหัส และหมดสติ ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพ - กู้ภัยเร่งช่วยเหลือแต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย ส่วนอีก 1 รายนั้นมีอาการสาหัสและหมดสติเช่นกัน ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพ รพ.บางบ่อ สนับสนุนที่เกิดเหตุ ให้การช่วยเหลือนำส่ง รพ.บางบ่อ ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเสาธง
8 ตุลาคม 2569
8 ตุลาคม 2569