วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 21:12 น.
(7 ต.ค. 69) นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการจัดเก็บขยะจากน้ำท่วมและการฟื้นฟูพื้นที่ชุมชนเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง หลังประชาชนได้รับผลกระทบจากขยะตกค้าง โดยเฉพาะขยะที่กีดขวางทางเข้าออกบ้านเรือน
นายพรพรหม กล่าวว่า กรุงเทพมหานครบูรณาการความร่วมมือกับหลายหน่วยงาน ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กรมราชทัณฑ์ กระทรวงมหาดไทย และกองทัพ ลงพื้นที่จัดการขยะตกค้างและฟื้นฟูพื้นที่เคหะร่มเกล้า ภายหลังระดับน้ำเริ่มลดลง โดยระดมกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรเข้าพื้นที่ให้ได้มากที่สุด ซึ่งได้รับการสนับสนุนกำลังคนจากผู้ต้องขังเรือนจำกลางคลองเปรม เรือนจำพิเศษมีนบุรี และกำลังพลจากทหารเข้ามาช่วยสนับสนุนภารกิจ
สำหรับการบริหารจัดการขนย้ายขยะ กทม. ปรับแผนโดยจัดตั้งจุดพักขยะให้ใกล้กับพื้นที่ชุมชนมากที่สุด เพื่อลดระยะทางและเวลาที่รถขยะต้องเดินทางไปยังจุดทิ้งส่วนกลาง ทำให้รถเก็บขยะของ กทม. สามารถทำรอบจัดเก็บได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยตั้งเป้านำแนวทางดังกล่าวไปปรับใช้ในทุกเขต เพื่อลดเวลาการเดินทางของรถขยะและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญในพื้นที่เขตลาดกระบังคือข้อจำกัดด้านกายภาพ เนื่องจากมีซอยแคบจำนวนมาก ทำให้รถบรรทุกขยะและเครื่องจักรไม่สามารถเข้าถึงได้ รถขยะจึงต้องจอดรออยู่บริเวณถนนสายหลัก และจำเป็นต้องใช้กำลังคนลากขยะจากภายในซอยออกมายังปากซอย โดย กทม. ปรับแผนการทำงานตามสภาพพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และขณะนี้ได้รับการสนับสนุนกำลังจากเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์เข้ามาช่วยขนย้ายขยะออกจากซอยเข้าสู่ถนนสายหลัก
ภายหลังการสัมภาษณ์ นายพรพรหมได้ลงพื้นที่ซอยเคหะร่มเกล้า 28 เพื่อติดตามปัญหาขยะจากน้ำท่วมที่กีดขวางทางเข้าออกบ้านเรือนประชาชน โดยระบุว่า พื้นที่ซอยอื่นส่วนใหญ่ประชาชนจะนำขยะมากองไว้บริเวณปากซอย เพื่อให้รถขยะเข้าจัดเก็บได้สะดวก แต่ในซอยเคหะร่มเกล้า 28 มีขยะตกค้างอยู่ภายในซอยและมีรถจอดเสียกีดขวาง ทำให้การเข้าถึงพื้นที่ทำได้ยาก จึงจำเป็นต้องใช้กำลังคนเข้าไปช่วยขนย้ายขยะออกมา
สำหรับแผนการจัดเก็บขยะในซอยเคหะร่มเกล้า 28 กทม. จะเร่งเคลียร์ขยะบริเวณปากซอยให้หมดก่อน โดยใช้เจ้าหน้าที่และรถตักดินลำเลียงขยะขึ้นรถดัมป์ จากนั้นเมื่อพื้นที่ด้านหน้าซอยเปิดทางแล้ว จะนำรถสไลด์เข้ามาเคลื่อนย้ายรถที่จอดเสียออก เพื่อเปิดเส้นทางให้เจ้าหน้าที่และรถเก็บขยะสามารถเข้าไปดำเนินการภายในซอยได้สะดวกยิ่งขึ้น ส่วนจุดทิ้งขยะจะอยู่ในบริเวณใกล้เคียง เพื่อลดระยะทางการขนส่งและให้รถสามารถทำรอบได้มากขึ้น โดยเป้าหมายสำคัญคือการเคลื่อนย้ายขยะจากซอยย่อยออกมายังจุดพักขยะใกล้ชุมชนให้ได้โดยเร็ว
ทั้งนี้ กทม. ประเมินว่า หากมีกำลังเจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้น จะช่วยให้การจัดการขยะในซอยย่อยรวดเร็วขึ้น เนื่องจากปัจจุบันปัญหาและอุปสรรคสำคัญคือกำลังคนยังไม่เพียงพอต่อปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน
นายพรพรหม กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินกรอบเวลาที่ชัดเจนได้ว่าจะใช้เวลาในการจัดเก็บขยะทั้งหมดกี่วัน เนื่องจากพื้นที่อยู่ในโหมดฟื้นฟู ประชาชนเริ่มทยอยทำความสะอาดและเคลื่อนย้ายสิ่งของออกจากบ้านเรือน ส่งผลให้มีปริมาณขยะเพิ่มขึ้นทุกวัน ภารกิจเร่งด่วนจึงคือการจัดเก็บขยะริมถนนสายหลักให้เร็วที่สุด เพื่อลดภาระของประชาชน
กทม. ขอความร่วมมือประชาชน หากมีกำลังเพียงพอ ขอให้นำขยะออกมายังจุดที่ กทม. กำหนดไว้ เพื่อช่วยให้การจัดเก็บเป็นไปอย่างรวดเร็ว ส่วนกรณีที่ไม่มีกำลังหรือไม่สามารถเคลื่อนย้ายขยะได้ กทม. จะเร่งจัดสรรเจ้าหน้าที่และรถเก็บขยะเข้าไปดำเนินการตามความเหมาะสม นอกจากนี้ กทม. ยังคงเฝ้าระวังฝนระลอกใหม่ที่อาจส่งผลต่อการฟื้นฟูและการจัดเก็บขยะตกค้าง โดยยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้พื้นที่กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด














