หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 6 ตุลาคม 2569

วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 05:30 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 6 ตุลาคม 2569

>> ตร.ไซเบอร์ เปิดปฏิบัติการเช็กบิลแก๊งหลอกนักศึกษา หลังสร้างความเสียหายทะลุ 200 ล้าน บุกทลายเครือข่ายใหญ่ ปักหลักเช่าบ้านหรูในไทย ยึดทรัพย์กว่า 100 ล้าน

07.30 น. พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผู้บัญชาการ สอท. จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดสนธิกำลังร่วมกับ สตม. และ ปปง. นำหมายค้นศาลอาญามีนบุรี ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2569 เข้าตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่ง พื้นที่แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กทม. โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 3 ราย เป็นชายชาวจีน 1 รายอายุ 37 ปี ทำหน้าที่ รับเงินสดจากแม่บ้านชาวเมียนมา ส่วนอีก 2 รายเป็นหญิงชาวเมียนมา ทำหน้าที่รับเงินสดไปส่งมอบให้ผู้ต้องหาชาวจีน

สืบเนื่องจาก ตำรวจในสังกัดเร่งปราบปรามเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติกรรมหลอกลวงนักศึกษา ซึ่งปัจจุบันกำลังตกเป็นเป้าหมายหลักของมิจฉาชีพ ซึ่งพบมูลค่าความเสียหายจากเหยื่อกลุ่มนี้แล้วกว่า 200 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับข้อมูลคดีหลอกลวงโดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เหตุเกิดระหว่างวันที่ 23–25 ก.ย.69 โดยผู้เสียหายเป็นชาย อายุ 19 ปี ถูกกลุ่มคนร้ายใช้กลอุบายหลอกลวงจนสูญเงินรวม 662,989.90 บาท โดยคนร้ายแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ค่ายสัญญาณโทรศัพท์มือถือติดต่อผู้เสียหาย แจ้งว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน ก่อนโอนสายต่อไปยังบุคคลที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ แล้วหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ของตนเอง

นอกจากนี้ยังได้ร่วมกันตรวจยึดทรัพย์สินของกลางกว่า 40 รายการ อาทิ นาฬิกาRichard Mille, นาฬิกา Patek Philippe, นาฬิกา Rolex, นาฬิกา Audemars, เงินสด, โทรศัพท์มือถือ, แท็บเล็ต, แฟลชไดรฟ์, หนังสือเดินทาง, สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร, หนังสือมอบอำนาจและใบรับเงินสด และอื่นๆ จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่ามีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการตามกฎหมายกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง พร้อมสืบสวนขยายผล เส้นทางการเงินและทรัพย์สิน เพื่อเชื่อมโยงไปยังผู้รับผลประโยชน์และบุคคลในเครือข่ายที่เหลือ เพื่อนำตัวมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


>> นายกฯ สั่งเร่งช่วยท่วมหนัก ‘ปราจีนฯ-แปดริ้ว’ กำชับ ภาคใต้ การ์ดห้ามตก 4–14 ต.ค. เร่งเยียวยา-Big Cleaning ให้ประชาชนกลับบ้าน

​ 08.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม บก.ปภ.ช. สั่งการเร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังสูงและเริ่มส่งกลิ่นเน่าเหม็น โดยเฉพาะจังหวัดปราจีนบุรีและฉะเชิงเทรา พร้อมเน้นย้ำทุกหน่วยงานห้ามประมาทและห้ามการ์ดตกในการรับมือพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วง “10 วันอันตราย” ระหว่างวันที่ 4–14 ตุลาคมนี้ จากแนวโน้มฝนตกหนัก โดยสั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอัปเดตข้อมูลและแจ้งเตือนภัยแก่ประชาชนอย่างฉับไวและต่อเนื่อง

​นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้เร่งรัดการเยียวยาผู้ประสบภัย โดยสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอเร่งส่งรายชื่อมายังส่วนกลางอย่างแม่นยำและรวดเร็ว เพื่อจ่ายเงินโอนเข้าบัญชีประชาชนทันทีโดยไม่ต้องรอให้สถานการณ์สิ้นสุด ซึ่งล่าสุดได้โอนเงินช่วยเหลือไปแล้วกว่า 600 ราย พร้อมกันนี้ยังได้สั่งการให้จัดส่งเครื่องจักรกลและรถบรรทุกเข้าซัพพอร์ตปฏิบัติการ Big Cleaning เก็บกวาดขยะชิ้นใหญ่ เพื่อฟื้นฟูพื้นที่และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถกลับเข้าอยู่อาศัยในบ้านเรือนได้โดยเร็วที่สุด


>> เพลิงไหม้รถยนต์ภายในโชว์รูม ย่านประเวศ เสียหายวอด 2 คัน

09.26 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ โชว์รูมแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นเพลิงลุกไหม้รถยนต์ เสียหายจำนวน 2 คัน (คันที่1) เป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง สีขาว หมายเลขทะเบียน ​กรุงเทพมหานคร รถใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นเชื้อเพลิง และ (คันที่2) เป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง สีขาว หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้รถยนต์คันที่ 1 เสียหายหมดทั้งคัน ลุกลามรถยนต์คันที่ 2 เสียหายบริเวณห้องโดยสาร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่แบตเตอรี่รถยนต์ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยเฉลิมพระเกียรติ


>> รวบชาวเวียดนาม คาห้างดังภูเก็ต หนีคดีฉ้อโกงอสังหาริมทรัพย์ กว่า 300 ล้านบาท

10.00 น. กองกำกับการ 1 กองบังคับการสืบสวน สตม. ร่วมกับ ตม.จว.ภูเก็ต, ตำรวจสันติบาล และเจ้าหน้าที่ INTERPOL ลงพื้นที่สืบสวนติดตามตัว MR.T (นามสมมุติ) อายุ 50 ปี สัญชาติเวียดนาม บุคคลตามหมายจับของตำรวจจังหวัดหล่าวกาย หน่วยงานตำรวจสอบสวนคดีอาญา ลงวันที่ 12 พ.ค. 2569 ในความผิดฐาน ใช้ความไว้วางใจในทางมิชอบเพื่อยักยอกทรัพย์ และเป็นบุคคลตามประกาศหมายแดงขององค์การตำรวจสากล INTERPOL RED NOTICE

จากการประสานข้อมูลกับฝ่ายความมั่นคงของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พบว่า ผู้ต้องหารายนี้มีพฤติการณ์กระทำความผิดโดยทำหน้าที่เป็นตัวแทนของผู้เสียหายในการขายที่ดินและอสังหาริมทรัพย์จำนวนประมาณ 10 โครงการ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 80,000 ล้านด่ง หรือประมาณ 150 ล้านบาท แต่กลับไม่นำเงินส่งมอบให้แก่ผู้เสียหาย และเบียดบังเงินดังกล่าวไปเป็นของตนเอง ก่อนหลบหนีออกนอกประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีในลักษณะเดียวกันในปี พ.ศ. 2563 มีมูลค่าความเสียหายประมาณ 15,000 ล้านด่ง หรือประมาณ 20 ล้านบาท รวมทั้งมีข้อมูลและพยานหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขายที่ดินและอสังหาริมทรัพย์อีกหลายรายการ ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 300 ล้านบาท จากการสืบสวนพบว่า MR. T เดินทางเข้ามาในประเทศไทยโดยการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรยังไม่สิ้นสุด เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง และสืบสวนติดตามอย่างต่อเนื่องจนทราบว่า ผู้ต้องหารายดังกล่าวหลบไปพักอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต

ต่อมาเมื่อเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการลงพื้นที่ติดตาม กระทั่งพบตัว MR. T บริเวณศูนย์การค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต จึงเข้าควบคุมตัว และนำส่ง กก.3 บก.สส.สตม. ดำเนินการกักตัวเพื่อเข้าสู่กระบวนการส่งกลับไปดำเนินคดีที่สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม


>> รัฐบาล เดินหน้ามาตรการดูแลประชาชน จัด “ธงฟ้า” ลดค่าครองชีพ พร้อมบริการแพทย์ต่อเนื่อง–ดูแลกลุ่มเปราะบาง

10.00 น. ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการแถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม (JICC ) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงมาตรการดูแลประชาชนด้านสินค้าอุปโภคบริโภคและการสาธารณสุขในพื้นที่ประสบอุทกภัย ดังนี้

กรมการค้าภายในเร่งดูแลปริมาณและราคาผักและไข่ไก่ เพื่อให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมด้านราคาสินค้าและบริการ โดยเชื่อมโยงสินค้ากับตลาดสด ตลาดกลาง และตลาดค้าส่งค้าปลีก เข้ามายังศูนย์กระจายสินค้าในกรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อกระจายต่อไปยังร้านค้าปลีกและห้างสรรพสินค้า พร้อมขอความร่วมมือผู้ส่งออกไข่ไก่ชะลอการส่งออกถึง ธ.ค.69 และผู้ผลิต-ฟาร์มขนาดใหญ่ตรึงราคาไข่ไก่หน้าฟาร์มไว้ที่ 4 บาทต่อฟอง 
ด้านกระทรวงพาณิชย์เตรียมจัดกิจกรรม “ธงฟ้า” โดยปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับพื้นที่ประสบอุทกภัย ใช้รถโมบายและตั้งเต็นท์จำหน่ายสินค้าในพื้นที่ที่น้ำลดและสามารถนำสินค้าเข้าไปจำหน่ายได้ เริ่ม 9 - 18 ต.ค. 69 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และดำเนินการต่อเนื่องถึงเดือน ธ.ค.69 ส่วนภูมิภาคเริ่ม 16 ต.ค. 69 โดยจัดกิจกรรมในทุกจังหวัด เดือนละ 1 ครั้ง รวม 12 ครั้งต่อจังหวัด เพื่อช่วยลดค่าครองชีพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขเร่งดำเนินมาตรการเชิงรุก ทั้งด้านการให้บริการทางการแพทย์ การดูแลสถานพยาบาล และการป้องกันโรคและภัยสุขภาพ โดยสถานพยาบาลที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ได้จัดระบบเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้การรักษาพยาบาลเป็นไปอย่างต่อเนื่อง พร้อมบูรณาการกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานในพื้นที่ จัดทำบัญชีผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงและวางระบบรับ-ส่งผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าวเป็นลำดับแรกเมื่อเกิดน้ำท่วม


>> "ศุภจี" ชี้ น้ำท่วม ทำราคาผักแพง เร่งชะลอส่งออกไข่ไก่ 2-3 สัปดาห์ บรรเทาปัญหาขาดแคลน

11.14 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีผักมีราคาแพง ว่า จะช่วยประสานจากผู้ผลิตไปสู่ตลาดกลางให้มากที่สุด และ จะประสานกับรถทหารเพื่อขนส่งผัก เข้าไปในพื้นที่เข้าถึงยาก

ยอมรับว่าสถานการณ์น้ำท่วมมีส่วนทำให้ผักมีราคาแพง จึงให้พาณิชย์จังหวัด ทำงานกับผู้ว่าฯ ส่งข้อปัญหาและอุปสรรคตรงมาถึงกระทรวงพาณิชย์ เพื่อประสานความช่วยเหลือไปในพื้นที่ต่างๆ หากพบว่าจุดใดขาดแคลน จะเชื่อมโยงกับผู้ผลิตส่งไปในพื้นที่ ส่วนข้อร้องเรียนเรื่องราคาไข่ไก่แพง ทางกรมการค้าภายในได้หารือกับทางสมาคมผู้เลี้ยงและผู้ค้าไข่ไก่ และเกษตรกรมาหารือ ว่าไข่ไก่มีปริมาณเพียงพอที่จะส่งไปในทุกพื้นที่หรือไม่ 
โดยให้ส่งรายงานมา กรมการค้าภายในทุก 2 สัปดาห์ เพื่อควบคุมให้ปริมาณทั่วถึงความต้องการทุกภาคส่วน พร้อมชะลอการส่งออก 3-50 % และดึงเวลาส่งออกให้ช้าไป 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้ปริมาณไข่ไก่ให้ทั่วถึง

ส่วนข้อเสนอให้นำรถพุ่มพวง เข้าไปช่วยประชาชนในหมู่บ้านที่ถูกน้ำท่วมจนเดินทางออกมาซื้อสินค้าไม่ได้ นางศุภจีระบุว่า แนวคิดของรถพุ่มพวงตั้งแต่ต้นคือการนำสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัดเข้าไปยังพื้นที่ห่างไกลและเข้าถึงสินค้าได้ยาก จึงมีประโยชน์ในสถานการณ์เช่นนี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือว่าจะนำรถพุ่มพวงหรือรูปแบบการกระจายสินค้าอื่นเข้าไปถึงพื้นที่ประสบภัยได้อย่างไร

โดยเป้าหมายสำคัญคือ ให้ประชาชนมีสินค้าจำเป็นเพียงพอ เข้าถึงสินค้าได้ และไม่ถูกซ้ำเติมด้วยราคาที่สูงผิดปกติในช่วงน้ำท่วม


>> ”วราวุธ“ สั่ง กรมโรงงาน เร่งกำจัดคราบน้ำมัน ลอยตามน้ำท่วมในปราจีนบุรี ติดประกาศหน้าโรงงาน ให้หยุดกิจการชั่วคราว

13.24 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพบคราบน้ำมันจากโรงงาน อุตสาหกรรม ใน อ.ศรีมหาโพธิ์ จ.ปราจีนบุรี ลอยมาตามน้ำท่วม ว่า เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรมได้ออกประกาศ อาศัยมาตรา 39 วรรค 1 ให้โรงงานดังกล่าวหยุดประกอบกิจการชั่วคราว และมีคำสั่งให้แก้ไขปรับปรุงโรงงาน ทั้งปิดหลุมและฝังกลบ ไม่ให้น้ำฝนชะล้างของเหลวหรือของเสียจากกองกากอุตสาหกรรม พร้อมสำรวจและฟื้นฟูพื้นที่ ทั้งภายในและภายนอกโรงงาน รวมถึงปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสีย ตลอดจนการนำวัตถุดิบและกักของเสียไปเก็บในอาคารของโรงงาน ให้เป็นไปตามประกาศของกระทรวง โดยโรงงานดังกล่าวอยู่ระหว่างการปรับปรุงแก้ไข และมีน้ำท่วมในพื้นที่ ไม่สามารถประกอบกิจการจึงมีคำสั่งให้หยุดทุกอย่างจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย และทำตามเงื่อนไขที่ใบอนุญาตกำหนดไว้

ทั้งนี้ กรมโรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ออกหนังสือแจ้งด้วยเช่นกันว่าให้ระงับการเอาวัตถุดิบที่เป็นสิ่งปฏิกูล หรือสิ่งที่ไม่ได้ใช้ในทางอิเล็กทรอนิกส์เข้าไปในโรงงาน ทั้งในส่วนของการคัดแยก การฝังกลบ ไม่ให้มีทั้งของเข้าและของออก และไม่ให้ดำเนินกิจการจนกว่าจะมีการแก้ไขปัญหาผลกระทบแล้วเสร็จ

นายวราวุธ กล่าวว่า ในปัจจุบันโรงงานได้ใช้บูมลักษณะเดียวกับการกำจัดคราบน้ำมันทางทะเลและใช้สารลดแรงตึงผิว เพื่อไปจับตัวน้ำมันเพื่อให้ง่ายต่อการจัดเก็บ แล้วจะใช้แผ่นดูดซับน้ำมัน แต่ยอมรับว่าบางจุดยังเข้าไปไม่สะดวก เนื่องจากน้ำยังท่วมสูง แต่หลังจากน้ำลดแล้วจะเร่งเข้าดำเนินการทันที สำหรับพื้นที่หลังโรงงานได้ใช้รถแบ็คโฮปั้นคันดินกั้นพื้นที่ ควบคุมของเสียจากบ่อฝังกลบไม่ให้ไหลออกนอกพื้นที่ และมีการใช้กระสอบทรายกั้นบริเวณโรงงานรีไซเคิล ที่อยู่อยู่สูงกว่าระดับระดับน้ำเพื่อป้องกันให้มีน้ำรั่วไหลออกมา และได้กำชับให้การประกอบกิจการโรงงานยึดตามมาตรา 39 ที่ประกาศไป นอกจากนี้ ยังมีการนำน้ำมันที่ไหลไปกับน้ำท่วมไปวิเคราะห์ เบื้องต้นยืนยันว่าเป็นคราบน้ำมัน ไม่มีสารพิษอื่นปนเปื้อน แต่ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการสัมผัส บริโภคน้ำ เลี่ยงอย่าให้เข้าปาก เข้าตา หากสัมผัสขอให้เร่งล้างออก


>> บุกค้นคลังขวดนม-จุกนม ปลอมเครื่องหมายการค้า ยึดของกลางกว่า 1,000 ชิ้น เตือนภัยแม่และเด็ก เสี่ยงอันตราย

13.25 น. ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย บก.ปอศ. ร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา และตัวแทนเจ้าของสิทธิ์ เข้าตรวจค้นคลังสินค้าของบริษัทชิปปิ้งแห่งหนึ่งในเขตคลองสามวา กรุงเทพฯ

หลังได้รับแจ้งเบาะแสการนำเข้าสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ โดยสามารถยึดของกลางเป็นขวดนมปลอม 400 ชิ้น และจุกนมปลอม 750 ชิ้น รวมทั้งสิ้น 1,150 ชิ้น ที่ปลอมเครื่องหมายการค้าแบรนด์ จึงได้ทำการยึดของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 ต่อไป

​พร้อมกันนี้ ได้ออกเตือนภัยผู้ปกครองเนื่องจากสินค้าเด็กอ่อนที่ไม่ได้มาตรฐานมักใช้วัตถุดิบคุณภาพต่ำ เมื่อนำไปผ่านความร้อนจากการต้ม นึ่ง หรือชงนม สารเคมีที่เป็นอันตรายอาจหลอมละลายเจือปนออกมากับนมทารกโดยตรง จึงขอให้หลีกเลี่ยงการสั่งซื้อจากร้านค้าออนไลน์ที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือขายในราคาถูกผิดปกติ เช่น ขวดนมสีชานำเข้าขายเพียง 100 บาท และควรเลือกซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการหรือห้างสรรพสินค้าชั้นนำเท่านั้น


>> ตร.ไซเบอร์ บุกรวบ 2 แอดมินเว็บพนันดัง ตั้งฐานกลางเมืองเชียงราย พบเงินหมุนเวียนรวมกว่า 420 ล้าน

14.46 น. ตำรวจไซเบอร์นำเจ้าหน้าที่ตำรวจออกสืบสวน ตรวจพบ 2 เว็บไซต์พนันออนไลน์ ที่ลักลอบเปิดให้บริการเล่นพนันออนไลน์ อาทิ พนันฟุตบอลต่างประเทศ หวย สล็อต บาคาร่า เสือมังกร ไฮโล ป๊อกเด้งและพนันอื่นๆ อีกหลายชนิด จากการสืบสวน พบรูปแบบการโอนเงินเพื่อเข้าเล่นพนันออนไลน์ผ่านระบบบัญชีธนาคารในรูปแบบอัตโนมัติ อีกทั้งสามารถแจ้งถอนเงินผ่านเว็บไซต์โดยตรง และมีแอดมินของเว็บไซต์ คอยช่วยเหลือหรือดำเนินการแทนเว็บไซต์ เช่น กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการสมัคร การทำธุรกรรมทางการเงิน การให้คำแนะนำเชิญชวน ให้เล่นการพนันออนไลน์ของเว็บไซต์โดยเว็บไซต์

โดยเว็บไซต์แรกคือเครือข่าย ที่ตรวจสอบเส้นทางการเงินพบยอดเงินหมุนเวียนกว่า 15 ล้านบาทต่อเดือน และอีกเว็บไซต์ คือเครือข่าย ที่มียอดเงินหมุนเวียนกว่า 20 ล้านบาทต่อเดือน รวมแล้วทั้ง 2 เว็บไซต์มีเงินหมุนเวียนรวมกันกว่า 420 ล้านบาทต่อปี โดยพบฐานปฏิบัติการของ 2 เว็บพนันดังกล่าวอยู่ในชุมชนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.เมือง จ.เชียงราย และได้แฝงตัวเก็บข้อมูล จนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายศาล และจับกุมได้

จากการตรวจค้นสามารถจับกุม น.ส.พิ (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี และ นายธอ (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี ซึ่งทั้งสองเป็นญาติกัน พร้อมตรวจยึดของกลางเป็น โทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก จำนวน 1 เครื่อง เครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ(CPU) จำนวน 1 เครื่อง พร้อมจอและอุปกรณ์รับส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ต

น.ส.พิ รับสารภาพว่าตนได้รับว่าจ้างให้ทำหน้าที่แอดมินตอบคำถามลูกค้าให้แก่เว็บไซต์พนันออนไลน์ทำงานมานานประมาณ 2 ปี ได้รับเงินค่าจ้างเดือนละ 13,000 - 15,000 บาท ส่วน นายธอ รับว่าตนได้รับว่าจ้างให้ทำหน้าที่แอดมินตอบคำถามลูกค้าให้กับเว็ปไซต์การพนันออนไลน์ ทำงานมานาน กว่า 10 ปีแล้ว ตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 ได้รับเงินค่าจ้างเดือนละ 23,500 บาท

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหา “ร่วมกันทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่น หรือเข้าพนันในการเล่นอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน” ก่อนควบคุมตัวเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจนถึงผู้รับผลประโยชน์ เพื่อนำตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินการตามกฎหมาย ตามนโยบาย ผบช.สอท. ต่อไป


>> เพลิงไหม้บ้านพักสองชั้น สภ.พยัคฆภูมิพิสัย ร่วมกับดับเพลิง อบต.ปะหลาน เข้าควบคุมเพลิงไว้ได้ทัน คาดสาเหตุมาจากไฟฟ้าลัดวงจร

15.27 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พยัคฆภูมิพิสัย นำโดย พ.ต.อ.ชัชชัย ไหมวันทา ผกก.สภ.พยัคฆภูมิพิสัย ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านพักอาศัยของราษฎร บ้านดงเค็ง หมู่ 11 ต.ปะหลาน อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม จึงประสานกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที 
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านสองชั้นครึ่งไม้ครึ่งปูน พบเพลิงกำลังลุกไหม้บริเวณชั้นสอง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับรถดับเพลิง อบต.ปะหลาน ได้ระดมฉีดน้ำเร่งควบคุมสถานการณ์จนเพลิงสงบลงได้ในเวลาต่อมา

สอบถาม เจ้าของบ้าน เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนและแฟนสาวได้ออกไปซื้อของที่ร้านค้าในหมู่บ้าน เมื่อกลับมาถึงพบควันไฟพุ่งออกจากชั้นสอง จึงรีบโทรแจ้ง 191 และประสาน อบต.ปะหลาน นำรถดับเพลิงเข้าช่วยเหลือ

จากการสอบสวนเบื้องต้นและคำให้การของชาวบ้านข้างเคียง พบว่าก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงคล้ายระเบิดบนชั้นสองก่อนจะมีประกายไฟลุกลาม คาดว่าเกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจรเนื่องจากสายไฟภายในบ้านมีสภาพเก่าใช้งานมานาน โดยเจ้าของบ้านไม่ติดใจประเด็นการวางเพลิง พนักงานสอบสวน ร.ต.อ.อำพล ป้องชารี ได้ถ่ายภาพ ตรวจบันทึกสถานที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป


>> 3 คนร้ายใช้ปืนขู่ บุกปล้นบ้านหรูหนองปรือ กวาดเงิน-Rolex บังคับโอนคริปโต เสียหายเกือบ 30 ล้าน

15.30 น. พล.ต.ท.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผบช.ภ.2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชาตรี สุขศิริ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี และ พล.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ผบก.สส.ภ.2 ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าคดีคนร้าย 3 คน บุกปล้นทรัพย์ชาวต่างชาติภายในบ้านพักในหมู่บ้านหรู พื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ก่อนกวาดเงินสด นาฬิกาหรู และบังคับโอนสินทรัพย์ดิจิทัล รวมมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นเกือบ 30 ล้านบาท

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 03.30 น. วันเดียวกัน โดยคนร้าย 3 คน ใช้บันไดปีนเข้าไปภายในบ้านพัก ก่อนมุ่งหน้าไปยังห้องนอนของผู้เสียหาย จากนั้นถีบประตูเข้าไป พร้อมใช้อาวุธปืนข่มขู่ บังคับให้ส่งมอบทรัพย์สินและเปิดตู้เซฟ

จากการตรวจสอบเบื้องต้น คนร้ายได้ทรัพย์สินเป็นเงินสดประมาณ 150,000 บาท และนาฬิกา Rolex จำนวน 3 เรือน นอกจากนี้ ยังบังคับผู้เสียหายให้โอนสินทรัพย์ดิจิทัล หรือคริปโตเคอร์เรนซี จากกระเป๋าเงินดิจิทัลไปยังกระเป๋าปลายทาง ก่อนมีการจำหน่ายออกไป คิดเป็นมูลค่าประมาณ 820,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 27 ล้านบาท รวมมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นเกือบ 30 ล้านบาท

ภายหลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายสามารถหลบหนีออกจากบ้านพัก ก่อนเดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ เพื่อให้ติดตามตัวกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดี

ด้านการสืบสวน เจ้าหน้าที่พบเบาะแสเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัย 3 คน โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าอาจเป็นบุคคลสัญชาติจีน อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดตัวบุคคลและสัญชาติ รวมถึงรอการยืนยันจากผู้เสียหายและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน ตำรวจได้ประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกองพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เพื่อตรวจสอบพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในที่เกิดเหตุ รวมถึงข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกประเทศของบุคคลต้องสงสัย เพื่อประกอบการติดตามตัว


>> 3 รัฐมนตรี ผนึกกำลังส่งมอบกำลังใจผู้ประสบอุทกภัยพื้นที่ปราจีนบุรี ย้ำ เร่งเยียวยาและฟื้นฟูพื้นที่ให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติสุขโดยเร็ว

15.40 น. ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดปราจีนบุรี อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายพลพีร์ สุวรรณณวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ร่วมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัย เยี่ยมศูนย์พักพิง รับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชน พร้อมมอบถุงยังชีพและให้กำลังใจผู้ได้รับผลกระทบ โดยมีนายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่

นายพลพีร์ สุวรรณณวี กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยขอส่งกำลังใจให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยรัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณสำหรับการเยียวยาผู้ประสบภัยและจัดสรรให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อเร่งดำเนินการช่วยเหลือ พร้อมกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอเร่งสำรวจและส่งรายชื่อผู้ประสบภัยเข้าสู่ ศปช. โดยเร็ว เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึงและทันท่วงที

นอกจากนี้ เมื่อสถานการณ์น้ำลดลง กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ตามแนวทาง “Big Cleaning” โดยจัดเตรียมยานพาหนะและเครื่องจักรกลหนักสำหรับจัดเก็บซากปรักหักพัง สิ่งปฏิกูล และขยะชิ้นใหญ่ที่กีดขวางเส้นทาง รวมถึงสนับสนุนเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือทำความสะอาดบ้านเรือนตามความต้องการของประชาชน เพื่อให้ที่พักอาศัยกลับมามีความปลอดภัย ถูกสุขอนามัย และสามารถกลับเข้าอยู่อาศัยได้โดยเร็ว


>> เพลิงไหม้ร้านประดับยนต์ ซอยเพชรเกษม 108/2 เสียหายทั้งหมด 2 คูหา

16.15 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยเพชรเกษม 108/2 ถนนเพชรเกษม แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นตึกแถว 4 ชั้น ประกอบกิจการจำหน่ายอุปกรณ์ประดับยนต์ ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 1 เพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด 2 คูหา พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 400 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 ราย เป็นเพศชาย ไม่ทราบอายุ มีอาการสำลักควัน อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลวิชัยเวช พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหนองแขม


>> หนุ่มวัย 40 ปีขี่รถจักรยานยนต์ เสียหลักพลิกคว่ำถนนเส้นทางบ้านดอยทอง บาดเจ็บอาการสาหัส กู้ชีพ - กู้ภัยเร่งทำ CPR แต่ไม่เป็นผล จ.เชียงราย

19.20 น. สมาคมกู้ชีพธรรมนันท์ เชียงราย ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ และมีผู้บาดเจ็บ บนถนนเส้นทางบ้านดอยทอง หมู่ที่ 17 ตำบลดอยลาน อำเภอเมืองเชียงราย

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีแดง ไม่พบป้ายทะเบียน ล้มคว่ำอยู่ข้างทาง ใกล้กันพบร่างของผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย อายุ 40 ปี ไม่รู้สึกตัว เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครได้เริ่มทำการ CPR พร้อมกับใช้เครื่อง AED แต่ไม่เป็นผล เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ประเมินเสียชีวิต ณ จุดเกิดเหตุ

ทางเจ้าหน้าทีตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย และแพทย์เวรร่วมชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น ก่อนมอบให้ รถกู้ชีพธรรมนันท์ เชียงราย นำผู้เสียชีวิตส่ง นิติเวชโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง 
 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม