วันที่ 6 ตุลาคม 2569 เวลา 23:54 น.
โฆษกรัฐบาลเผย ปศุสัตว์–ปภ. ระดมกำลังเร่งจัดการซากสุกร 2,000 ตัวในปราจีนบุรี เคลื่อนย้ายฝังกลบพื้นที่สูง ลดกลิ่น - ป้องกันโรคระบาด
(5 ตุลาคม 2569) นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ส่งผลกระทบต่อฟาร์มสุกรในพื้นที่อำเภอเมืองปราจีนบุรี ทำให้สุกรเสียชีวิตประมาณ 2,000 ตัว และมีซากสุกรบางส่วนยังอยู่ภายในพื้นที่ฟาร์ม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับในที่ประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ให้จังหวัดเร่งคลี่คลายปัญหา โดยเฉพาะการจัดการซากสุกร เพื่อป้องกันปัญหากลิ่นและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาด
นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้จังหวัดปราจีนบุรีและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งเคลื่อนย้ายซากสุกรออกจากพื้นที่น้ำท่วม และดำเนินการฝังกลบในระดับความลึกที่เหมาะสมตามหลักวิชาการ เพื่อควบคุมกลิ่น ลดการปนเปื้อน และป้องกันความเสี่ยงด้านโรคระบาด
“นายกรัฐมนตรีกำชับให้เร่งดำเนินการ ไม่ปล่อยให้ซากสัตว์ตกค้างในพื้นที่จนกลายเป็นปัญหาซ้ำเติมประชาชนที่กำลังประสบอุทกภัย ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ระดมกำลัง บุคลากร และเครื่องมือเข้าพื้นที่แล้ว เพื่อเร่งเคลื่อนย้ายซากสุกรและดำเนินการกำจัดอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ” นายเอกภพกล่าว
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังสั่งการให้กรมปศุสัตว์เร่งเข้าช่วยเหลือ โดยสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดปราจีนบุรีร่วมกับกองสารวัตรและกักกัน โดยระดมกำลังเจ้าหน้าที่ 50 นาย พร้อมรถบรรทุก 6 ล้อ 4 คัน และรถตัก 1 คัน สำหรับตักและเคลื่อนย้ายซากสุกร ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสนับสนุนรถบรรทุก 6 ล้อ พร้อมเจ้าหน้าที่ 2 คน และเรือท้องแบน รวมทั้งรถแบคโฮสำหรับขุดหลุมฝังกลบ
สำหรับการปฏิบัติงาน เจ้าหน้าที่ได้เข้าพื้นที่ฟาร์มสุกรที่ประสบอุทกภัย เพื่อเคลื่อนย้ายซากสุกรออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง พร้อมทั้งขนย้ายสุกรที่ยังมีชีวิตออกจากพื้นที่ โดยซากสุกรจะถูกนำไปยังพื้นที่ของเจ้าของฟาร์มในตำบลนนทรี อำเภอกบินทร์บุรี ซึ่งเป็นพื้นที่สูงและไม่มีน้ำท่วมขัง เพื่อดำเนินการฝังกลบตามหลักวิชาการทางสัตวแพทย์ต่อไป
นายเอกภพกล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีที่ให้ทุกหน่วยเร่งแก้ไขปัญหาผลกระทบจากอุทกภัยให้ครอบคลุมทุกด้าน ทั้งการช่วยเหลือประชาชน การจัดการความเสียหาย และการป้องกันผลกระทบต่อเนื่อง โดยเฉพาะซากสัตว์และสิ่งปฏิกูลในพื้นที่ประสบภัย ซึ่งต้องเร่งดำเนินการอย่างถูกต้อง เพื่อไม่ให้กระทบต่อสุขอนามัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่