หน้าแรก > ภูมิภาค

รวบสาวรับจ้างเปิดบัญชีม้า พบมีหมายจับติดตัวรวม 7 หมาย เอี่ยวขบวนการหลอกลงทุน เสียหายกว่า 5 ล้านบาท

วันที่ 6 ตุลาคม 2569 เวลา 03:09 น.


รวบสาวรับจ้างเปิดบัญชีม้า พบมีหมายจับติดตัวรวม 7 หมาย เอี่ยวขบวนการหลอกลงทุน เสียหายกว่า 5 ล้านบาท

กองบังคับการตำรวจทางหลวง โดย พล.ต.ต.บุญลือ ผดุงถิ่น ผบก.ทล. พร้อม เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ส.ทล.1 กก.7 บก.ทล. (พังงา, กระบี่, ภูเก็ต) ร่วมกันจับกุม น.ส.ศิ (นามสมมุติ) อายุ 54 ปี ตามหมายจับของ ศาลจังหวัดนครปฐม ลงวันที่ 28 ธ.ค.2565 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนคนอื่น,โดยสุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา” จับได้ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดพังงา ต.ถ้ำน้ำผุด อ.เมือง จ.พังงา

สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับซึ่งขอปกปิดนามว่า พบ น.ส.ศิ (นามสมมุติ) อายุ 54 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ลงวันที่ 28 ธันวาคม 2565 กำลังเดินทางไปยังสถานีขนส่งผู้โดยสาร เจ้าหน้าที่จึงรายงานข้อมูลให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนเร่งเดินทางไปตรวจสอบตามเบาะแสทันที เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงบริเวณดังกล่าว พบหญิงรายหนึ่งตำหนิรูปพรรณใกล้เคียงกับบุคคลตามหมายจับ เจ้าหน้าที่จึงแสดงบัตรประจำตัวเจ้าพนักงานของรัฐเพื่อแสดงตน พร้อมขอตรวจสอบเอกสารประจำตัว เพื่อยืนยันตัวบุคคล ผลการตรวจสอบปรากฏว่า หญิงรายดังกล่าวคือ น.ส.ดา (นามสมมุติ) บุคคลตามหมายจับจริง อีกทั้งจากการตรวจสอบพบว่าไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับฉบับดังกล่าวมาก่อน เจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายจับและแจ้งรายละเอียดให้ทราบ พร้อมดำเนินการจับกุมตัวทันทีจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นเจ้าของบัญชีธนาคารที่กลุ่มมิจฉาชีพนำไปใช้ในการหลอกลวงผู้เสียหายจริง โดยเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2563 มีเพื่อนเข้ามาชักชวนให้ไปเปิดบัญชีธนาคารในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น จำนวน 2 บัญชี โดยได้รับค่าจ้างเป็นเงินจำนวน 2,500 บาท ต่อมาผู้ต้องหาทราบว่า กลุ่มเพื่อนที่เกี่ยวข้องกับการเปิดบัญชีดังกล่าวถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม เนื่องจากมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการนำบัญชีธนาคารไปใช้ในทางทุจริต ผู้ต้องหาจึงเกรงว่าจะถูกดำเนินคดีและได้หลบหนีออกจากพื้นที่ไปทำงานในพื้นที่จังหวัดพังงาเป็นเวลานานกว่า 5 ปี ก่อนถูกจับกุมตามหมายจับในคดีนี้

จากการตรวจสอบเพิ่มเติมของเจ้าหน้าที่ พบว่า บัญชีธนาคารดังกล่าวถูกกลุ่มมิจฉาชีพนำไปใช้เป็นช่องทางรับโอนเงินจากผู้เสียหาย ซึ่งถูกหลอกลวงผ่านขบวนการลงทุนออนไลน์ และมีการร้องทุกข์กล่าวโทษไว้กับสถานีตำรวจในท้องที่ต่าง ๆ รวมถึงมีการร้องทุกข์ผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว จำนวน 8 คดี มีผู้เสียหายเบื้องต้นกว่า 30 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 5,000,000 บาท
นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการออกหมายจับ น.ส.ศิ (นามสมมุติ) อายุ 54 ปี ในความผิดลักษณะเดียวกัน รวมถึงความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงินแล้ว จำนวน 7 หมายจับ

เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินและบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการและติดตามทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

 

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม