วันที่ 5 ตุลาคม 2569 เวลา 12:29 น.
นายกฯอนุทิน นั่งหัวโต๊ะประชุม บกปภ.ช. ต่อเนื่องวันที่ 6 สั่งผู้ว่าฯเตรียม รับมือฝนตกหนักระลอกใหม่ กำชับเร่งโอนเงินเยียวยาน้ำท่วม 4,700 ล้านบาท เคาะจ่ายตรงรายวันถึงมือผู้ประสบภัยในสัปดาห์นี้โดยไม่ต้องรอสรุปยอดรวม
วันนี้ (5 ต.ค. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ณ ห้องประชุม 1 ปภ. อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด ร่วมประชุมผ่านระบบ Video Conference System
นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับวันนี้เป็นการประชุมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 6 ซึ่งจะเห็นว่าแม้ภาพรวมในบางพื้นที่จะเริ่มดีขึ้น แต่บางจังหวัดและบางชุมชนยังคงมีระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอยู่ ตนจึงได้สั่งการให้ทุกฝ่ายได้ประเมินและดูแลเป็นรายพื้นที่ โดยไม่นำตัวเลขภาพรวมมาบดบังความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน
“สำหรับสถานการณ์สภาพอากาศ ในสัปดาห์นี้มีการคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นในทุกภาคของประเทศ รวมถึงกรุงเทพมหานคร และจะมีฝนตกชุกหนาแน่นจนถึงตกหนักมากในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งถ้าหากมีทั้งปริมาณฝนตกหนักและสภาวะน้ำทะเลหนุนสูง จะส่งผลให้การระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ดังนั้นในช่วงเวลานี้ จุดใดหรือพื้นที่ใดที่ยังสามารถเร่งระบายน้ำได้ ขอให้สั่งการและดำเนินการระบายน้ำทันที โดยขอเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานใช้ชุดข้อมูลเดียวกัน ทั้งการพยากรณ์ปริมาณฝน ปริมาณน้ำเหนือ การระบายน้ำ และระดับน้ำทะเล แล้วนำมาจัดทำเป็นแผนที่สารสนเทศที่เข้าใจง่าย เพื่อส่งต่อไปยังระดับอำเภอและระดับชุมชน หากพื้นที่ใดจำเป็นต้องปรับแผนการทำงาน หรือต้องการขอรับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำ เรือ ยานพาหนะยกสูง หรือกำลังพลสนับสนุนข้ามจังหวัด ขอให้ประสานแจ้งเรื่องมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทันที“ นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของพื้นที่เสี่ยง ขอให้ดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่มีขีดจำกัดในการช่วยเหลือตนเอง ขอให้เตรียมเส้นทางอพยพและจัดเตรียมยานพาหนะให้มีความพร้อม รวมถึงให้การดูแลต่อเนื่องจนกว่าประชาชนจะสามารถเดินทางกลับเข้าบ้านพักได้อย่างปลอดภัย สำหรับพื้นที่ที่ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว ไม่จำเป็นต้องรอให้น้ำแห้งพร้อมกันทั้งจังหวัด ให้เริ่มดำเนินการสูบน้ำที่ตกค้าง จัดเก็บขยะ ทำความสะอาด และเข้าตรวจสอบระบบไฟฟ้า ระบบน้ำประปาได้ทันที โดยเฉพาะเรื่องการจัดการขยะ ขอให้ดำเนินการในลักษณะการทำความสะอาดครั้งใหญ่ (Big Cleaning) และประชาสัมพันธ์แจ้งกำหนดการจัดเก็บล่วงหน้าเพื่อให้ประชาชนได้เตรียมตัว เช่นเดียวกับแนวทางที่กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการ ขอให้พื้นที่อื่น ๆ นำไปปรับใช้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนเช่นกัน
”ประเด็นสำคัญที่ขอเน้นย้ำอีกประการหนึ่ง คือการจัดตั้งศูนย์พักพิงหรือศูนย์อพยพ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบูรณาการการทำงานร่วมกับนายก อบจ. ในการขับเคลื่อนการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัดปราจีนบุรีเมื่อวานนี้ พบว่ายังมีน้ำท่วมขังอยู่มากจนต้องมีการอพยพประชาชนออกมา และทราบว่าในวันนี้ที่ อ.บ้านสร้าง อาจจำเป็นต้องอพยพประชาชนเพิ่มเติม เนื่องจากระดับน้ำยังไม่ลดลงและเริ่มส่งกลิ่นเน่าเหม็นจากการท่วมขังเป็นเวลานาน การร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจาก อบจ. มีเครือข่ายท้องถิ่นที่พร้อมให้การสนับสนุน ขณะที่ทางผู้ว่าราชการจังหวัดก็มีงบประมาณรองรับ ซึ่งทุกจังหวัดที่ประสบภัยได้มีการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยเรียบร้อยแล้ว จึงขอให้เร่งรัดการใช้จ่ายเงินทดรองราชการในเชิงป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ต้องมาพักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิง“ นายอนุทิน กล่าว
ในเรื่องการดูแลสุขอนามัยภายในศูนย์อพยพ โดยเฉพาะห้องน้ำห้องสุขาและยารักษาโรค เนื่องจากมีผู้อพยพเข้ามาพักอาศัยเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดความยากลำบากในการรักษาความสะอาด และอาจเกิดการเจ็บป่วยจากการอยู่กับน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน จึงขอสั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดให้ความสำคัญและกวดขันเรื่องนี้อย่างเข้มงวด ประสานงานกับทางสาธารณสุขจังหวัด บริหารจัดการความสะอาด ความเพียงพอของยารักษาโรค เพื่อป้องกันไม่ให้กลายพื้นที่พักพิงและศูนย์อพยพเป็นแหล่งสะสมและแพร่กระจายเชื้อโรค หรือลุกลามไปปนเปื้อนยังโรงครัวประกอบอาหาร
นายอนุทิน กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของมาตรการเยียวยา ขอให้ ปลัดกระทรวงมหาดไทยเร่งรัดการประสานงานขับเคลื่อนการลงทะเบียน ซึ่งขณะนี้ได้เปิดให้ลงทะเบียนครอบคลุมทุกพื้นที่ประสบภัย โดยให้เร่งสำรวจและรวบรวมจำนวนครัวเรือนที่มีสิทธิได้รับการเยียวยาให้ครบถ้วน และเร่งจ่ายเงินเยียวยาตามลำดับคำขอในทันทีแบบรายวัน ไม่ต้องรอรวบรวมครบทั้งพื้นที่ ซึ่งทาง ปภ. ได้รายงานว่า โอนงบประมาณเงินเยียวยาวงเงิน 4,700 ล้านบาท ไปยังธนาคารออมสินแล้ว หากตำบล อำเภอ หรือจังหวัดใดตรวจสอบความเสียหายเสร็จสิ้นก่อน ธนาคารออมสินจะโอนเงินให้ทันที อย่างไรก็ดี ขอเน้นย้ำว่าผู้มีบทบาทหลักคือ อปท. จึงขอให้อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกำชับเจ้าหน้าที่เร่งสำรวจข้อมูลตามหลักเกณฑ์ค่าซ่อมแซมบ้านเรือน โดยภายในสัปดาห์นี้จะต้องเริ่มเห็นยอดเงินโอนเข้าบัญชีประชาชน และขอให้ทุกฝ่ายเร่งช่วยเหลือฟื้นฟูซ่อมแซมบ้านเรือนให้เรียบร้อย ตลอดจนขอให้การประปาและการไฟฟ้าได้พิจารณามาตรการยกเว้นหรือลดหย่อนค่าไฟฟ้าและค่าน้ำ ให้แก่ครัวเรือนในพื้นที่ประสบอุทกภัย เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย ไม่ซ้ำเติมที่น้องประชาชน และเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถกลับเข้าอยู่อาศัย ทำความสะอาดในบ้านเรือนของตนเองได้อย่างเร็วที่สุด
ทั้งนี้ มีคณะรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูงของแต่ละหน่วยงานเข้าร่วมประชุม อาทิ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร ผู้นำเหล่าทัพ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์