วันที่ 3 ตุลาคม 2569 เวลา 14:34 น.
วันที่ 3 ตุลาคม 2569 นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวถึงสถานการณ์ไข่ไก่ว่า จากการติดตามร่วมกับฟาร์มผู้ผลิต พบว่าน้ำท่วมส่งผลกระทบต่อฟาร์มบางแห่ง แต่ภาพรวมยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ โดยกรมการค้าภายในได้ประชุมร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ ผู้ผลิต ผู้รวบรวม ผู้ส่งออก และผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่ง เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เพื่อประเมินสถานการณ์และร่วมกันบริหารผลผลิตให้เพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งมีความต้องการประมาณ 12 ล้านฟองต่อวัน
ทั้งนี้ กรมการค้าภายในขอความร่วมมือผู้ส่งออกลดปริมาณการส่งออก 30–50% หรือเลื่อนการส่งออกไป 2–3 สัปดาห์ พร้อมจัดส่งแผนการส่งออกช่วงเดือนตุลาคม–พฤศจิกายนเป็นรายสัปดาห์ เพื่อให้กรมฯ ติดตามและบริหารปริมาณไข่ไก่ในประเทศอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน ขอความร่วมมือผู้เลี้ยงไก่ไข่ขยายระยะเวลาแม่ไก่ยืนกรงอีก 3–5 สัปดาห์ เพื่อรักษาปริมาณแม่ไก่และเพิ่มผลผลิตเข้าสู่ตลาด พร้อมกำชับฟาร์มผู้ผลิตให้จัดสรรไข่ไก่ผ่านช่องทางการค้าและคู่ค้าตามปกติ โดยเฉพาะห้างค้าปลีกค้าส่ง เพื่อให้มีการกระจายสินค้าอย่างทั่วถึงและป้องกันการฉวยโอกาสในการปรับราคาที่ไม่สอดคล้องกับต้นทุนจริง
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่ากระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเร่งบริหารจัดการให้สินค้าจำเป็นกระจายเข้าสู่พื้นที่ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับกรมการค้าภายในส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามและตรวจสอบราคาสินค้า หากพบการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา โดยเฉพาะสินค้าที่เป็นสต๊อกเดิม ให้ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงติดตามราคาอาหารสำเร็จรูป ศูนย์อาหาร ตลาดสด และร้านจำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จ เพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบประชาชน
"รัฐบาลอยู่ระหว่างเตรียมมาตรการช่วยเหลือและงบประมาณเพื่อเยียวยาประชาชนหลังสถานการณ์น้ำลด ทั้งการซ่อมแซมบ้านเรือน ที่พักอาศัย และสถานประกอบการ รวมถึงเตรียมโครงการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดภายใต้แนวทาง "ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพ" เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและสนับสนุนการฟื้นตัวของประชาชนหลังสถานการณ์คลี่คลาย
ทั้งนี้ ขอฝากถึงพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการ ให้เลือกซื้อสินค้าและจำหน่ายสินค้าในราคาที่เหมาะสม หากพบการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า ขอให้แจ้งมายังสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 โดยผู้ประกอบการที่ขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือฉวยโอกาสในช่วงวิกฤต กรมการค้าภายในจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบว่ากระทำความผิดจริง จะได้รับโทษตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับ 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"
4 ตุลาคม 2569
4 ตุลาคม 2569