หน้าแรก > สังคม

กทม. เร่งกู้ “สะพานสูง–ลาดกระบัง” รับมือฝน 5–8 ต.ค. พร้อมจัดการขยะน้ำท่วม เปิดระบบเยียวยาออนไลน์ภายในวันนี้

วันที่ 2 ตุลาคม 2569 เวลา 14:45 น.


(2 ต.ค. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายคุณานพ เลิศไพรวัลย์ เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วม การบริหารจัดการขยะ และมาตรการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน ณ ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร สำนักการระบายน้ำ เขตดินแดง

เร่งพร่องน้ำคลองหลัก รับมือฝน 5–8 ต.ค.

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า จากการคาดการณ์ช่วงวันที่ 5–8 ต.ค. 69 จะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยลักษณะเป็นฝนตกเป็นช่วง ๆ ไม่ใช่ฝนตกต่อเนื่องเป็นเวลานาน จึงยังไม่ถือเป็นสถานการณ์ที่น่ากังวล หากสามารถเร่งพร่องน้ำในระบบคลองให้มีพื้นที่รองรับน้ำได้มากที่สุด

ขณะนี้คลองหลัก 4 สาย ได้แก่ คลองเปรมประชากร คลองลาดพร้าว คลองแสนแสบ และคลองประเวศบุรีรมย์ มีแนวโน้มดีขึ้น โดยคลองประเวศบุรีรมย์ยังเป็นพื้นที่ที่ต้องเร่งระบายน้ำเป็นพิเศษ ส่วนคลองลาดพร้าวมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการรับน้ำที่ระบายมาจากคลองสอง จังหวัดปทุมธานี ทั้งนี้ กทม. ได้เพิ่มการเปิดประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์จาก 10 เซนติเมตร เป็น 20 เซนติเมตร เพื่อช่วยเร่งการระบายน้ำ

“สถานการณ์ยังไม่น่าเป็นห่วง หากเราพร่องน้ำให้มากที่สุด หากวันที่ 5 ต.ค. มีฝนตกเพิ่มขึ้น ก็น่าจะไม่ส่งผลกระทบเพิ่มเติมมาก แต่ต้องติดตามปริมาณฝนอย่างใกล้ชิด โดย กทม. ยังคงเร่งสูบน้ำอย่างต่อเนื่อง” ผู้ว่าฯ ชัชชาติกล่าว

เร่งกู้พื้นที่สะพานสูง–ลาดกระบัง ใช้ท่อซิ่งเพิ่มประสิทธิภาพระบายน้ำ

สำหรับพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะเขตสะพานสูง บริเวณด้านใต้คลองแสนแสบ ระหว่างคลองแสนแสบกับคลองประเวศบุรีรมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ระบายน้ำได้ช้า กทม. เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำและสูบน้ำลงคลองประเวศบุรีรมย์ เพื่อเร่งกู้คืนพื้นที่หมู่บ้านและชุมชนโดยรอบ

ส่วนเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ขณะนี้ติดตั้ง “ท่อซิ่ง” จำนวน 4 ท่อแล้ว อยู่ระหว่างเร่งทำแนวคันกั้นน้ำบริเวณคลองหนึ่งอีกประมาณ 100 เมตร เพื่อป้องกันน้ำไหลย้อนกลับ ก่อนเดินเครื่องสูบน้ำ คาดว่าจะเริ่มสูบน้ำได้ประมาณเที่ยงวันนี้

ขณะที่ฝนตกหนักเมื่อวานนี้ พื้นที่ฝั่งธนบุรีมีฝนสะสมเกือบ 90 มิลลิเมตร ส่วนเขตลาดพร้าวมีฝนประมาณ 30 มิลลิเมตร แต่สามารถระบายน้ำได้รวดเร็ว การเร่งดึงน้ำออกจากคลองทำให้พื้นที่รับน้ำเดิมเริ่มมีพื้นที่ว่าง สามารถรองรับฝนระลอกใหม่ได้ อย่างไรก็ตาม กทม. ยังคงเฝ้าระวังพื้นที่ที่ยังมีปัญหา เพราะหากมีฝนตกซ้ำในบริเวณดังกล่าว อาจทำให้การฟื้นตัวของพื้นที่ล่าช้าออกไป

รับมือน้ำเหนือ ประสาน “กลาโหม–ปภ.” ทำงานร่วมทุกเขต

สำหรับสถานการณ์น้ำเหนือและการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราประมาณ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ผู้ว่าฯ ชัชชาติระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพฯ เนื่องจากแนวคันกั้นน้ำยังสูงกว่าระดับน้ำมากกว่า 1 เมตร

กทม. ยังคงเน้นการบริหารจัดการน้ำโดยผันน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ตอนกลาง ก่อนระบายออกสู่ทะเล พร้อมหลีกเลี่ยงการพร่องน้ำออกทางฝั่งตะวันออกมากเกินไป เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ลาดกระบังและประเวศ

นอกจากนี้ กทม. ได้ประสานความร่วมมือกับกระทรวงกลาโหม และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จัดตั้งคณะทำงานร่วมและศูนย์ประสานงานในทุกสำนักงานเขต โดยมีผู้บริหารระดับรองอธิบดีของ ปภ. เข้าร่วมประจำศูนย์ เพื่อให้การสนับสนุนกำลังคน เครื่องมือ และการช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง

จัดการ “ขยะน้ำท่วม–ขยะชิ้นใหญ่” ใช้ระบบ Buddy ช่วยกันทั้งเมือง

ด้านการจัดการขยะน้ำท่วมและขยะชิ้นใหญ่ กทม. ใช้ระบบ “จับคู่เขต (Buddy)” โดยให้สำนักงานเขตที่ไม่ได้รับผลกระทบเข้ามาสนับสนุนการจัดเก็บขยะในพื้นที่ประสบภัย พร้อมระดมความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ

สำหรับพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วม เช่น เคหะร่มเกล้า ซึ่งขยะบางส่วนลอยมากองรวมกันตามกระแสน้ำ กทม. ได้นำทีมจัดเก็บขยะทางน้ำที่มีความเชี่ยวชาญจากพื้นที่แม่น้ำเจ้าพระยาเข้าช่วยดำเนินการ ขณะที่ชุมชนบางบัวและพื้นที่ลาดพร้าว ได้ระดมเจ้าหน้าที่และรถดัมพ์เข้าจัดเก็บและขนย้ายขยะอย่างต่อเนื่อง

ประชาชนสามารถแจ้งปัญหาขยะน้ำท่วมผ่าน Traffy Fondue โดยเลือกหัวข้อ “เจอกองขยะน้ำท่วม” เพื่อให้เจ้าหน้าที่รับเรื่องและเข้าดำเนินการ นอกจากนี้ สามารถตรวจสอบจุดทิ้งขยะชิ้นใหญ่ฟรีและจุดทิ้งขยะน้ำท่วมในชุมชนได้ทางเว็บไซต์ greener.bangkok.go.th

ระดมกำลังทหารช่วยพื้นที่วิกฤต เพิ่มประสิทธิภาพขนย้ายขยะ

สำนักสิ่งแวดล้อมได้รวบรวมความต้องการด้านอุปกรณ์และกำลังสนับสนุน เช่น รถกระเช้า รถสูง เรือ รถตักดิน และกำลังคน ส่งให้กองทัพไทย เพื่อให้ผู้อำนวยการเขตสามารถประสานกำลังเข้าช่วยเหลือในพื้นที่วิกฤตได้โดยตรง

สำหรับการขนส่งและกำจัดขยะ ขยะทั้งหมดจะถูกนำส่งไปยังศูนย์กำจัดมูลฝอยของ กทม. ทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ หนองแขม อ่อนนุช และสายไหม ตามระบบปกติ

เนื่องจากขยะน้ำท่วมส่วนใหญ่เป็นขยะชิ้นใหญ่และไม่สามารถใช้รถอัดขยะทั่วไปได้ กทม. จึงประสานสำนักการโยธาและสำนักสิ่งแวดล้อมนำรถตักดินเข้าช่วยกดอัดขยะบนรถดัมพ์ ทำให้สามารถเพิ่มปริมาณขยะต่อเที่ยวได้ประมาณ 2–3 เท่า ช่วยลดจำนวนเที่ยวขนส่งและเพิ่มความรวดเร็วในการจัดเก็บ

เมื่อขนส่งถึงศูนย์กำจัดมูลฝอย ขยะจะเข้าสู่กระบวนการกำจัดในระบบโรงงานทันที โดยไม่มีการเทกองกลางแจ้ง ช่วยลดปัญหากลิ่นและผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ

เตรียมเปิดระบบ “ยื่นเยียวยาน้ำท่วมออนไลน์” ภายในเย็น–ค่ำวันนี้

สำหรับการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้เร่งดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดย กทม. อยู่ระหว่างเตรียมเปิดระบบยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเยียวยาน้ำท่วมออนไลน์ ภายในช่วงเย็น–ค่ำวันนี้

ระบบดังกล่าวจะช่วยให้ประชาชนสามารถยื่นคำร้อง แนบเอกสาร และอัปโหลดภาพหลักฐานความเสียหายผ่านระบบออนไลน์ได้ในขั้นตอนเดียว โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปสำนักงานเขตหรือสถานีตำรวจในเบื้องต้น

ขอบเขตการช่วยเหลือครอบคลุมความเสียหายตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด อาทิ อาคารบ้านเรือน เครื่องยังชีพ ค่าที่อยู่อาศัยหลัก และกรณีได้รับบาดเจ็บ

สำหรับประชาชนที่ไม่สะดวกหรือไม่ถนัดใช้งานระบบออนไลน์ ยังคงสามารถเดินทางไปยื่นเอกสารและแบบคำร้องด้วยตนเอง ณ สำนักงานเขตในพื้นที่ได้

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามลิงก์ระบบยื่นคำร้อง หลักเกณฑ์ และรายละเอียดการขอรับความช่วยเหลืออย่างเป็นทางการ ผ่านเพจเฟซบุ๊ก กรุงเทพมหานคร

ข่าวยอดนิยม