หน้าแรก > สังคม > สุขภาพ

“รมว.สธ.” สั่งเขตสุขภาพที่ 5 ยกระดับรับมือ 3 ลุ่มน้ำเสี่ยง “น้ำท่วม” กางแผนประคองกิจการ รพ. รุกดูแลกลุ่มเปราะบางเชิงรุก

วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เวลา 23:48 น.


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สั่งการเขตสุขภาพที่ 5 ยกระดับเตรียมพร้อมรับมือมวลน้ำใน 3 พื้นที่เสี่ยง ทั้งลุ่มน้ำแควน้อย-แควใหญ่ แม่กลองตอนล่าง และท่าจีน เน้นดูแลกลุ่มเปราะบางเชิงรุก เตรียมระบบการแพทย์ฉุกเฉิน จัดทีมปฏิบัติการ และให้ทุกโรงพยาบาลใช้แผนประคองกิจการ เน้นความต่อเนื่องของบริการ และความปลอดภัยสูงสุดของประชาชน

(1 ตุลาคม 2569) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 5 พบว่า ยังมีความเสี่ยงจากมวลน้ำอีก โดยเฉพาะ 3 พื้นที่เสี่ยง คือ ลุ่มน้ำแควน้อย-แควใหญ่ กาญจนบุรี เฝ้าระวังการระบายน้ำจากเขื่อนและน้ำป่าไหลหลาก, ลุ่มน้ำแม่กลองตอนล่าง ได้แก่ กาญจนบุรีตอนล่าง ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร เฝ้าระวังปริมาณน้ำท้ายเขื่อนและอิทธิพลน้ำทะเลหนุน และลุ่มน้ำท่าจีน ได้แก่ สุพรรณบุรี และนครปฐม เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่ง น้ำหลาก และน้ำท่วมขังยาวนาน ตนจึงมีข้อสั่งการให้เขตสุขภาพที่ 5 ให้ยกระดับการเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข ประเมินและดำเนินการก่อนน้ำเข้าพื้นที่บริการ โดยมุ่งเน้นความต่อเนื่องของบริการทางการแพทย์ การดูแลกลุ่มเปราะบาง เพื่อความปลอดภัย ของประชาชน ดังนี้ 1.การดูแลกลุ่มเปราะบางและประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม โดยร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัด ท้องถิ่น ศูนย์วิชาการในเขต และภาคประชาสังคม ดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบางเชิงรุก โดยดูแลผู้ป่วยติดเตียงแล้ว 114 ราย ผู้ป่วยฟอกไต 5 ราย ผู้พิการ 84 ราย และผู้สูงอายุ 1,493 ราย เปิดศูนย์พักพิงแล้ว 8 แห่ง ในราชบุรี กาญจนบุรี และสมุทรสาคร รองรับได้ 1,850 คน มีผู้เข้าพัก 143 คน 2.เตรียมระบบการแพทย์ฉุกเฉินและทีมปฏิบัติการ ทีม EMS / miniMERT / MCATT / SEhRT / MERT ในระดับเขตสุขภาพที่ 5 รวม 117 ทีม พร้อมปฏิบัติการ

นายพัฒนากล่าวต่อว่า และ 3.ให้ทุกโรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยง ใช้แผนปฏิบัติการและแผนประคองกิจการ (BCP) ได้แก่ การป้องกันระบบไฟฟ้า โดยตรวจสอบและป้องกันจุดเสี่ยง ได้แก่ ห้องควบคุมไฟฟ้า ตู้จ่ายไฟ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสํารอง และระบบจ่ายไฟให้เครื่องมือช่วยชีวิต ทดสอบระบบไฟฟ้าสํารอง เตรียมเชื้อเพลิงให้เพียงพอ, ระบบออกซิเจนและก๊าซทางการแพทย์ ตรวจความพร้อมของแหล่งจ่ายออกซิเจน ระบบท่อและจุดควบคุมป้องกันน้ำเข้าถึงอุปกรณ์สำคัญ จัดเตรียมถังออกซิเจนสำหรับผู้ป่วยที่ต้องเคลื่อนย้าย, การดูแลผู้ป่วยให้ได้รับการรักษาต่อเนื่อง จัดพื้นที่ปลอดภัย โดยเฉพาะห้องฉุกเฉิน หอผู้ป่วยวิกฤต ห้องผ่าตัด ห้องคลอด และบริการฟอกไต พร้อมสํารองยา เวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ ขึ้นสู่พื้นที่ปลอดภัย ผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจ ผู้ป่วยวิกฤต ผู้ป่วยฟอกไต และหญิงใกล้คลอด ต้องได้รับการประเมินและมีแผนดูแลเฉพาะราย และแผนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยภายในโรงพยาบาลและการส่งต่อ โดยใช้รูปแบบโรงพยาบาลคู่ buddy กับโรงพยาบาลที่ไม่ประสบภัย พร้อมทั้งจัดรถพยาบาลหรือพาหนะที่เหมาะสม

“สถานการณ์ขณะนี้ได้รับผลกระทบ 6 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สุพรรณบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร มีสถานพยาบาลได้รับผลกระทบ 9 แห่งในกาญจนบุรีและนครปฐม โดยทุกแห่งสามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ ส่วน 3 พื้นที่เสี่ยงได้มีการทำมาตรการรับมือแล้ว โดยลุ่มน้ำแควน้อย-แควใหญ่ เน้นตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภค สำรองยาและเวชภัณฑ์ เฝ้าระวังระบบส่งต่อ เตรียมเส้นทางลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉิน ทั้งทางบกและอากาศ (Sky Doctor) จัดเตรียมเส้นทางและความพร้อมของหน่วยบริการ ส่วนลุ่มน้ำแม่กลองตอนล่าง จัดทำและเปิดใช้แผน BCP จับคู่โรงพยาบาลรับส่งต่อผู้ป่วย จัดทีมแพทย์เคลื่อนที่ตรวจรักษาและส่งยา ขณะที่ลุ่มน้ำท่าจีน เน้นดูแลด้านสาธารณสุขในพื้นที่น้ำท่วมขังนาน ใช้เทเลเมดิซีนและบริหารเชิงรุกดูแลกลุ่มเปราะบาง ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง จัดทีม MCATT เยียวยาจิตใจ คัดกรองภาวะเครียดสะสม เฝ้าระวังและควบคุมโรคติดต่อที่มากับน้ำท่วม” นายพัฒนากล่าว

 

 

 

 

 

ข่าวยอดนิยม