24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 30 กันยายน 2569
>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยรามคำแหง 21 เสียหายวอดทั้งห้อง
07.15 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซอยรามคำแหง 21 ถนนรามคำแหง แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวคอนกรีต 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นล่าง เพลิงลุกไหม้ห้องทำงานเสียหายทั้งหมด พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 6 ตารางเมตร อาสาสมัครใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายความร้อน
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่คอมเพรสเซอร์เครื่องปรับอากาศ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหัวหมาก
>> นายกฯ กำชับ “อุดรอยรั่ว” และ “เติมเต็ม” ช่วยผู้ประสบอุทกภัย ย้ำ “การสื่อสาร–สวัสดิภาพประชาชน” ต้องมาก่อน
08.00 น. ณ ห้องบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย แนวโน้มสถานการณ์ และการช่วยเหลือผู้ประสบภัย
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณทุกฝ่ายที่เข้าร่วมการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย ทั้งในกรุงเทพมหานคร จังหวัดใกล้เคียง เพื่อบูรณาการการช่วยเหลือประชาชน โดยให้ความสำคัญกับการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และการดูแลผู้ประสบภัยอย่างทั่วถึง ผ่านความร่วมมือของทุกฝ่าย ทั้งข้าราชการ กองทัพ อาสาสมัคร มูลนิธิ และจิตอาสา
นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ผู้ปฏิบัติงานมีความใจกว้าง อดทน และรับฟังความคิดเห็นหรือข้อวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชน เพื่อนำมาปรับปรุงการแก้ไขปัญหา พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ทั้งนี้ จะจัดประชุมติดตามสถานการณ์ทุกวัน เพื่อให้ทุกหน่วยงานทำงานอย่างเป็นเอกภาพและใช้ข้อมูลร่วมกัน ซึ่งการประสานงานอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้การกำกับดูแลและควบคุมสถานการณ์มีความชัดเจนยิ่งขึ้น
สำหรับการกำกับดูแลรายภูมิภาค นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลรายภูมิภาค พร้อมมอบหมายให้พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้แทนคณะรัฐมนตรีกำกับดูแลกรุงเทพมหานคร โดยมีอำนาจบัญชาการ ประสานงาน และสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและครอบคลุม
นายกรัฐมนตรีขอให้ทุกหน่วยงานประสานงานกับผู้ได้รับมอบหมายและกระทรวงมหาดไทยอย่างใกล้ชิด พร้อมรายงานสถานการณ์และแจ้งความต้องการการสนับสนุนต่อที่ประชุม เพื่อบูรณาการทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
โดยในการเตรียมความพร้อมให้ตั้งศูนย์บัญชาการของแต่ละจังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ไม่ต้องรอให้เป็นพื้นที่ประสบภัย จังหวัดที่มีน้ำผ่าน มีเขื่อน ล้วนแต่อาจเกิดภัยได้ทั้งสิ้น จะทำให้สามารถสั่งการหน่วยงานให้บูรณาการได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งให้ สำรวจความเสียหาย แผนฟื้นฟูเยียวยา เมื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลแล้ว สถานการณ์ต่างๆ จะสามารถควบคุมได้โดยศูนย์กลางและคลี่คลายไปได้ สิ่งสำคัญคือ การเชื่อมข้อมูลให้มากที่สุด
>> แกลงยังอ่วม น้ำท่วมสูง ชาวบ้านลุยน้ำซื้อเสบียง จ.ระยอง
10.00 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม บนถนนเส้นสุขุมวิท ตั้งแต่แยกเขาดิน ตำบลทุ่งควายกิน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เส้นทางขาเข้าตัวเมืองระยอง พบว่า ถนนยังคงมีน้ำท่วมสูง รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ระดับน้ำบนถนนยังคงสูงประมาณ 50 - 60 เซนติเมตร ประชาชนที่ใช้เส้นทางส่วนใหญ่ ต้องมาใช้เส้นทางฝั่งขาเข้าตัวเมืองระยองเพื่อวิ่งสวนเลน โดยระยะทางตั้งแต่แยกเขาดิน ถึงแยกโพธิ์ทอง ระยะทาง 5 กิโลเมตร น้ำท่วมตลอดเส้นทาง ส่วนบริเวณสำนักงานที่ดินจังหวัดระยองสาขาแกลง ประชาชนที่ลุยน้ำออกมาจัดเตรียมเสบียงเพื่อนำกลับเข้าบ้าน พบว่ายังต้องเดินลุยน้ำสูงระดับเอวออกมา
ขณะที่แยกดอนมะกอก จุดก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองแกลง พบว่า มีรถจอดเสียหลายคัน รถยนต์นั่งส่วนบุคคลถูกน้ำซัดไปตะแคงอยู่ริมถนน ยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายหรือนำออกมาได้ เนื่องจากระดับน้ำยังสูง และน้ำยังคงไหลแรง ประชาชนที่จะใช้เส้นทางต้องใช้รถยกสูงเท่านั้น ส่วนหน้าโรงพยาบาลแกลง มีการนำกระสอบทรายมาวางกั้นน้ำที่ประตูทางเข้าออก เพื่อไม่ให้น้ำไหลเข้าในตัวโรงพยาบาลเพิ่มเติม เนื่องจากระดับน้ำ อยู่ในระดับต่ำกว่ากำแพงประมาณ 20 เซนติเมตร
ส่วนแยกโพธิ์ทอง จุดพักรถตายายแห่งเก่า ประชาชนยังได้พอพักรถ และหายใจได้บ้าง เพราะถนนช่วงนี้ ไปจนถึงแยกสามย่าน น้ำลดลงมาบ้างแล้ว การเดินทางง่ายขึ้น แต่ในชุมชนเข้าไปที่ถนนหลวงปู่บุญ ซอยบ้านนา และโรงเรียนวัดโพธิ์ทอง จุดนี้ยังอ่วม เพราะรถโฟร์วีลยกสูงขับเข้าไปน้ำยังท่วมมิดล้อ ประชาชนที่เดินเท้าเข้าออก ระดับน้ำสูงถึงอก ยังเป็นจุดที่มีความน่าเป็นห่วง แม้ชาวบ้านจะบอกว่าระดับน้ำลดลงมาแล้วนิดหน่อยก็ตาม แต่การเดินทางด้วยรถยังไม่สามารถทำได้ ประชาชนต้องเดินเท้า หรือรอรถยกสูงนำอาหารเข้าไปแจกจ่ายเท่านั้น
>> สาววัย 21 ปี กินยาทำแท้งลูก 9 เดือน ก่อนนำศพแช่ฟรีซในตู้เย็น
11.40 น. พ.ต.ท.ธุวานันท์ เงินยวง สว.(สอบสวน) สน.หัวหมาก รับแจ้งจาก น.ส.กอ (นามสมมุติ) อายุ 21 ปี ว่าตัวเองได้แท้งบุตรภายในห้องพัก โรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ
ที่เกิดเหตุพบ น.ส.กอ อยู่ในห้องเพียงลำพัง ภายในช่องฟรีซตู้เย็นพบศพทารกเพศหญิง อายุครรภ์ประมาณ 9 เดือน สภาพแข็งโป๊ก อยู่ในถุงขยะสีดำ ตามตัวไม่พบบาดแผลและร่องรอยการถูกทำร้าย ในลิ้นชักโต๊ะแต่งหน้า พบยายุติการตั้งครรภ์ 1 แผง จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวน น.ส.กอ ให้การว่า เข้าพักที่โรงแรมนี้ตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค. โดยมีการหาชายชาวจีนมาร่วมหลับนอนผ่านแอปหาคู่ เมื่อรู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ จึงไปซื้อยายุติการตั้งครรภ์มากินเอง ต่อมาวันที่ 27 ก.ย. ช่วง 03.00 น. รู้สึกปวดท้อง และกระทั่งเวลาประมาณ 06.00 น. ได้คลอดทารกออกมา แล้วทารกเสียชีวิต ด้วยความตกใจจึงได้นำลูกใส่ถุงขยะแล้วแช่ช่องฟรีซไว้ก่อน จากนั้นได้เดินทางไปคลินิกย่านถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เพื่อให้แพทย์ตรวจร่างกาย สาเหตุที่แจ้งตำรวจเพราะต้องการนำลูกไปเผาตามศาสนา
>> จ.ภูเก็ต พร้อมต้อนรับกองทัพสหรัฐฯ กว่า 5,000 นาย ยกพลขึ้นบก เพื่อพักผ่อน ช่วง 4–9 ต.ค 69 คาดบรรยากาศคึกคัก สร้างเม็ดเงินสะพัดในพื้นที่ภูเก็ต
12.08 น. นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จังหวัดภูเก็ตพร้อมให้การต้อนรับกำลังพลสหรัฐฯ จำนวนประมาณ 5,120 นาย จากเรือกองทัพสหรัฐอเมริกา จำนวน 2 ลำ ซึ่งมีกำหนดเข้าเทียบท่าในช่วงวันที่ 4–9 ตุลาคม 2569 เพื่อมาพักผ่อนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต
นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตเตรียมความพร้อม บูรณาการความร่วมมือร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ทูตประจำหน่วยป้องกันกองกำลังสหรัฐ (Force Protection Detachment) สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ประสานความร่วมมือหารือด้านการรักษาความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกแก่กำลังพลกองทัพสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะมีกำหนดเดินทางเข้ามาพักผ่อนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยได้มีการหารือแนวทางบูรณาการด้านการรักษาความปลอดภัย การอำนวยความสะดวก และการประสานงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับกำลังพล ตลอดจนดูแลความสงบเรียบร้อยและสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต
“จังหวัดภูเก็ตพร้อมต้อนรับกองทัพสหรัฐ และพร้อมดูแลอำนวยความสะดวกเพื่อให้การเดินทางมาพักผ่อนในจังหวัดภูเก็ตเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย โดยคาดว่าการเข้าจอดเรือและนำกำลังพลขึ้นฝั่งครั้งนี้ จะเสริมสร้างบรรยากาศในพื้นที่ท่องเที่ยวของภูเก็ต รวมถึงสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวให้คึกคัก และมีเงินสะพัดในพื้นที่จากค่าอาหาร เครื่องดื่ม และจากการใช้จ่ายในการท่องเที่ยว” นางสาวพลอยทะเล กล่าว
>> นครนนท์ปักธงแดง เร่งเสริมความสูงกระสอบทรายแนวคันกั้นน้ำ หลังกรมชลฯ ประกาศปล่อยน้ำเพิ่มเป็น 2,500 ลบม./วินาที
13.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ริมเขื่อนท่าน้ำนนทบุรี ต.สวนใหญ่ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี นายสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่กองช่างเทศบาลนครนนทบุรี อาสาสมัคร ร่วมกับทหาร ปตอ. ร่วมกันนำกระสอบทราย ไปเสริมแนวป้องกันเดิมที่วางไว้สูง 30 ซม. หลังจากมีประกาศจากกรมชลประทานเพิ่มปริมาณการระบายน้ำ เป็น 2,500 ลบม./วินาที
โดยเทศบาลนครนนท์ ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และกำลังทหาร รวมเกือบ 100 นาย เร่งนำกระสอบทรายไปเสริมเพิ่มความสูงอีก 50 ซม. ซึ่งจะทำให้ความสูงของแนวคันต้องการน้ำเป็น 80 ซม. โดยจะเสริมทุกจุดริมแม่น้ำเจ้าพระยาระยะทางกว่า 10 กม.
นอกจากนี้จุดที่มีความเสี่ยงที่แนวคันจะแตก จากน้ำท่วมครั้งที่ที่ผ่านมา ได้มีการวางแผนระบบการวางแนวป้องกันใหม่ให้แข็งแรงกว่าเดิมเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาน้ำเข้าพื้นที่
ทั้งนี้ เทศบาลนครนนทบุรี ได้ปักธงแดงเตือนประชาชนว่าระดับน้ำสูงถึงขั้นวิกฤต โดยประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเกรงว่าน้ำจะท่วมเข้าบ้านเรือนสามารถติดต่อประสานงานได้ที่ ศูนย์อำนวยการป้องกันน้ำท่วม เทศบาลนคร ที่ ศาลากลางนนทบุรี (หลังเก่า) ท่าน้ำนนทบุรี ต.สวนใหญ่ อ.เมืองนนทบุรี
>> กทม. ลุย Big Cleaning กวาดดินทรายฟื้นถนนรามคำแหง หลังน้ำลด กกท.-ม.รามฯ ยังมีน้ำขังบางจุด
13.30 น. สถานการณ์น้ำท่วมบนถนนรามคำแหงเริ่มคลี่คลาย ระดับน้ำลดลงจนการสัญจรกลับมาเกือบเป็นปกติ กทม. จึงเร่งส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ทำความสะอาดครั้งใหญ่ (Big Cleaning) ตักกวาดเศษดิน หิน และทรายที่มากับน้ำ พร้อมล้างผิวจราจรเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรถลากมาช่วยย้ายรถยนต์ที่จอดเสียจากน้ำท่วมออกจากพื้นที่ เพื่อช่วยเปิดทางและระบายการจราจรให้คล่องตัวยิ่งขึ้น
จากการสำรวจพบว่าแม้ภาพรวมถนนสายหลักจะเดินทางได้แล้ว แต่พื้นที่ลุ่มต่ำอย่างการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และมหาวิทยาลัยรามคำแหง ยังคงมีน้ำท่วมขังรอการระบายอยู่บางจุด ด้านชาวบ้านและเจ้าของรถต่างเร่งกลับเข้าพื้นที่เพื่อทำความสะอาดบ้านเรือน และย้ายรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้ไปซ่อมแซม โดยเจ้าหน้าที่ กทม. ยังคงระดมกำลังกวาดล้างฟื้นฟูพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อคืนสภาพถนนให้พร้อมใช้งานตามปกติโดยเร็ว
>> รถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ กลางถนนพหลโยธิน คุณลุงชาวไทย และคุณป้าชาวเวียดนาม เสียชีวิต จ.กำแพงเพชร
14.55 น. รับแจ้งจาก สมาคมหน่วยกู้ภัยข่าวภาพกำแพงเพชร มีอุบัติเหตุรถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส ถนนสายพหลโยธิน ฝั่งขาขึ้น ช่วงเส้นทาง กำแพงเพชร - ตาก ใน พื้นที่ ม.12 ต.นครชุม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ นิสสัน สีดำ ป้ายทะเบียน ขอนแก่น ลักษณะชนกับรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีขาว-แดง ป้ายทะเบียน นครสวรรค์ ใกล้กันพบร่างของผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย มีอาการสาหัส ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพ - กู้ภัยเร่งช่วยเหลือปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมาทั้งคู่ ตรวจสอบเอกสาร ทราบต่อมา คือ ชายไทย อายุ 68 ปี และ ผู้หญิง อายุ 57 ปี ชาวสัญชาติเวียดนาม
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทรงธรรม เจ้าหน้าที่แพทย์เวรนิติเวช เข้าตรวจสอบรายละเอียดเบื้องต้น ณ จุดเกิดเหตุ ก่อนมอบให้อาสาฯ รับดำเนินการ-นำร่างผู้เสียชีวิตส่งตรวจหาสาเหตุที่นิติเวช รพ.กำแพงเพชร
>> “ไซเบอร์กบ” ส่งไม้ต่อ “ไซเบอร์โอ๋” เร่งกู้ศรัทธา ดักทางโจรปราบอาชญากรรมออนไลน์
15.30 น. กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) จัดพิธีส่งมอบตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์ ระหว่าง พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร (“ไซเบอร์กบ”) ที่เข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล กับ พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ (“ไซเบอร์โอ๋”) รอง ผบช.สอท. ที่ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผบช.สอท. คนใหม่ โดย พล.ต.ท.สุรพล ได้ขอบคุณกำลังพลที่ทุ่มเททำงานตลอด 1 ปีเต็ม พร้อมแสดงความมั่นใจในศักยภาพของผู้นำคนใหม่ที่มีความมุ่งมั่นและอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของหน่วยงานมาโดยตลอด
ด้าน พล.ต.ต.ทินกร เปิดเผยพร้อมรับภารกิจและเคียงข้างผู้ใต้บังคับบัญชาเพื่อเร่งกู้ศรัทธาประชาชน โดยเน้นย้ำยุทธศาสตร์รุกเร็ว “คิดให้ไกล มองให้ขาด และเดินไปดักหน้าโจร” เพื่อหยุดยั้งความเสียหาย ตัดช่องทางเงิน มุ่งทำลายเครือข่ายมิจฉาชีพอย่างเด็ดขาด พร้อมยกระดับ สอท. ให้เป็นองค์กรที่เชี่ยวชาญ โปร่งใส และเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง
>> เจ้าท่านนท์ เตือน "เรือโดยสาร" ลดความเร็ว ลดผลกระทบบ้านเรือนประชาชน
17.30 น. เทศบาลนครนนทบุรีและสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขานนทบุรี ร่วมกันนำป้ายเตือนติดตามท่าเรือโดยสารและตามบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา หลังระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้น เกรงบ้านเรือนจะได้รับผลกระทบจากคลื่นทำให้เกิดความเสียหาย
โดยป้ายดังกล่าวมีข้อความระบุว่า “กรุณาขับเรือช้าๆ คลื่นแรงกระทบบ้าน“ ซึ่งเป็นป้ายของเทศบาลนครนนทบุรี และ ”ขณะนี้น้ำขึ้นสูง ให้เดินเรือ ช้า และเบา“ ซึ่งเป็นป้ายของสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคนนทบุรี จากการตรวจสอบเรือโดยสาร พบว่ามีการให้ความร่วมมือ ขับช้าลง ทำให้คลื่นเบาไม่รุนแรงมากนัก
>> แผ่นดินไหว ที่ปรเทศเวียดนาม
18.24 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 4.7 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเวียดนาม ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ อ. โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ประมาณ 275 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> นายกฯ ร่วมงานวันเอกภาพเยอรมนี ย้ำความสัมพันธ์ยาวนาน พร้อมส่งเสริมความร่วมมือรอบด้าน
19.00 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในโอกาสครบรอบวันเฉลิมฉลองวันเอกภาพสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (Day of German Unity) ซึ่งตรงกับวันที่ 3 ตุลาคมของทุกปี โดยมีนายมิชาเอล ไรฟ์เฟินสตูล เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ให้การต้อนรับ
นายกฯ ในนามรัฐบาลไทยและประชาชนชาวไทย แสดงความยินดีอย่างอบอุ่นต่อรัฐบาลและประชาชนเยอรมนี เนื่องในวันเอกภาพสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ซึ่งในปีนี้เป็นวาระครบรอบ 36 ปี “ความเป็นเอกภาพ” เป็นสิ่งที่ต้องสร้างขึ้นผ่านความกล้าหาญ ความอดทน และความไว้วางใจ โดยการรวมประเทศเยอรมนีอย่างสันติถือเป็นตัวอย่างสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าประชาชนสามารถก้าวข้ามความขัดแย้งและร่วมกันสร้างอนาคตที่มีร่วมกันได้
สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเยอรมนี มีมิตรภาพที่ยืนหยัดผ่านกาลเวลา โดยประเทศเยอรมนีถือเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของไทยในบรรดาประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป และบริษัทเยอรมันมีบทบาทในการพัฒนาอุตสาหกรรมของไทยมาอย่างยาวนาน ซึ่งปัจจุบัน ไทยและเยอรมนีกำลังต่อยอดรากฐานความร่วมมือดังกล่าวไปสู่สาขาใหม่ ๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมขั้นสูงและนวัตกรรม พลังงานสะอาด การศึกษา ตลอดจนการพัฒนาทักษะร่วมกัน ความเชื่อมโยงที่เข้มแข็งที่สุดระหว่างสองประเทศมักเกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน โดยมีคนไทยมากกว่า 100,000 คนอาศัยอยู่ในเยอรมนี ขณะเดียวกัน ชาวเยอรมันจำนวนมากได้เลือกประเทศไทยเป็นบ้าน หรือเดินทางกลับมาเยือนประเทศไทยอยู่เสมอจนประเทศไทยกลายเป็นเสมือนบ้านหลังที่สอง
ปีหน้าจะเตรียมฉลอง 165 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เยอรมนี จึงควรร่วมกันสร้างโอกาสให้ประชาชนของทั้งสองประเทศได้เรียนรู้ ทำงาน และเติบโตไปด้วยกันมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ความร่วมมือระหว่างประเทศมีความสำคัญ
>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะ หนุ่มใหญ่เสียชีวิต กลางถนนสาย น่าน - ทุ่งช้าง จ.น่าน
19.20 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิเพชรเกษมน่าน มีอุบัติเหตุ รถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส บนถนนสาย น่าน - ทุ่งช้าง บริเวณหัวดอยเขตพื้นที่รอยต่อระหว่าง อ.ท่าวังผา และ อ.ปัว จ.น่าน
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ โตโยต้า สีเทา ป้ายทะเบียน น่าน อยู่กลางถนนสภาพหน้ารถพังเสียหาย ที่บริเวณใต้ท้องรถ พบร่างของผู้บาดเจ็บที่ 1 รายทางอาสาสมัครดำเนินการใช้อุปกรณ์ และนำร่างออกมา และห่างออกไป พบรถจักรยานยนต์ สีดำ ล้มคว่ำสภาพพังเสียหายทั้งคัน อยู่ข้างทาง
จากการตรวจสอบ พบว่าผู้บาดเจ็บนั้นได้เสียชีวิตแล้ว เป็นผู้ชาย อายุประมาณ 40 - 50 ปี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปัว พร้อมแพทย์เวรร่วมตรวจสอบ ก่อนมอบร่างให้อาสาฯ นำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว เพื่อชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง
>> เพลิงไหม้คอกสุกร บ้านกระโพธิ์ ต.ตูม อ.ปรางค์กู่ สังเวยกองเพลิง 8 ตัว รอดชีวิต 7 ตัว เจ้าหน้าที่และชาวบ้านเร่งช่วยชีวิตสุดความสามารถ จ.ศรีสะเกษ
19.25 ได้เกิดเหตุอัคคีภัยขึ้นอย่างกะทันหัน บริเวณคอกเลี้ยงสุกรในพื้นที่บ้านกระโพ ตำบลตูม อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ส่งผลให้เปลวเพลิงลุกโหมอย่างรวดเร็วท่ามกลางความมืดมิด สร้างความตื่นตระหนกตกใจและความสูญเสียอย่างหนักให้แก่เจ้าของสุกร
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัย ฝ่ายปกครอง ตลอดจนชาวบ้านและเพื่อนบ้านในพื้นที่ใกล้เคียง ต่างรีบรุดระดมกำลังเข้าช่วยกันควบคุมเพลิงและช่วยเหลือสุกรอย่างเต็มกำลังความสามารถ ท่ามกลางความยากลำบากและความตึงเครียด
ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้สุกรถูกไฟย่างสดเสียชีวิตในคอกจำนวน 8 ตัว ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถฝ่าเปลวเพลิงเร่งช่วยเหลือสุกรให้รอดชีวิตออกมาได้จำนวน 7 ตัว
ทีมและพี่น้องชาวอำเภอปรางค์กู่ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเจ้าของสุกรและครอบครัวผู้ประสบภัยในครั้งนี้ ที่ต้องสูญเสียผลผลิตและหยาดเหงื่อแรงกายที่ตั้งใจฟูมฟักดูแลมา และขอส่งกำลังใจให้สามารถผ่านพ้นช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ไปได้โดยเร็ว
>> เพลิงไหม้รถยนต์ไฟฟ้า ซอยเคหะร่มเกล้า 15 แยก 6 - 3 ประชาชนช่วยกันใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ
01.47 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยเคหะร่มเกล้า 15 แยก 6 - 3 ถนนเคหะร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายแบตเตอรี่ ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายควันและความร้อน ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่แบตเตอรี่ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยร่มเกล้า