วันที่ 30 กันยายน 2569 เวลา 17:52 น.
วันนี้ (30 กันยายน 2569) เวลา 08.00 น. ณ ห้องบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย แนวโน้มสถานการณ์ และการช่วยเหลือผู้ประสบภัย
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณทุกฝ่ายที่เข้าร่วมการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย ทั้งในกรุงเทพมหานคร จังหวัดใกล้เคียง เพื่อบูรณาการการช่วยเหลือประชาชน โดยให้ความสำคัญกับการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และการดูแลผู้ประสบภัยอย่างทั่วถึง ผ่านความร่วมมือของทุกฝ่าย ทั้งข้าราชการ กองทัพ อาสาสมัคร มูลนิธิ และจิตอาสา
นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ผู้ปฏิบัติงานมีความใจกว้าง อดทน และรับฟังความคิดเห็นหรือข้อวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชน เพื่อนำมาปรับปรุงการแก้ไขปัญหา พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ทั้งนี้ จะจัดประชุมติดตามสถานการณ์ทุกวัน เพื่อให้ทุกหน่วยงานทำงานอย่างเป็นเอกภาพและใช้ข้อมูลร่วมกัน ซึ่งการประสานงานอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้การกำกับดูแลและควบคุมสถานการณ์มีความชัดเจนยิ่งขึ้น
สำหรับการกำกับดูแลรายภูมิภาค นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลรายภูมิภาค พร้อมมอบหมายให้พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้แทนคณะรัฐมนตรีกำกับดูแลกรุงเทพมหานคร โดยมีอำนาจบัญชาการ ประสานงาน และสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและครอบคลุม
นายกรัฐมนตรีขอให้ทุกหน่วยงานประสานงานกับผู้ได้รับมอบหมายและกระทรวงมหาดไทยอย่างใกล้ชิด พร้อมรายงานสถานการณ์และแจ้งความต้องการการสนับสนุนต่อที่ประชุม เพื่อบูรณาการทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
โดยในการเตรียมความพร้อมให้ตั้งศูนย์บัญชาการของแต่ละจังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ไม่ต้องรอให้เป็นพื้นที่ประสบภัย จังหวัดที่มีน้ำผ่าน มีเขื่อน ล้วนแต่อาจเกิดภัยได้ทั้งสิ้น จะทำให้สามารถสั่งการหน่วยงานให้บูรณาการได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งให้ สำรวจความเสียหาย แผนฟื้นฟูเยียวยา เมื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลแล้ว สถานการณ์ต่างๆ จะสามารถควบคุมได้โดยศูนย์กลางและคลี่คลายไปได้ สิ่งสำคัญคือ การเชื่อมข้อมูลให้มากที่สุด
“ ขอให้มีการสั่งการเปรียบเสมือนมีความพร้อมในการรับมือไว้ก่อนเกิดเหตุ รวมไปถึงทุกจังหวัดของประเทศอย่างเต็มที่ เต็มความสามารถ”
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดหาสถานที่สำหรับจัดตั้งศูนย์พักพิง พร้อมสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือและเงินช่วยเหลือแก่ประชาชน และลงไปกำกับดูแลรายละเอียดการจัดตั้งศูนย์พักพิงอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและทั่วถึง ศูนย์พักพิงต้องมีมาตรฐานสูง ทั้งด้านที่นอน อาหาร และสิ่งของอุปโภคบริโภค โดยสามารถใช้สถานที่ เช่น โรงเรียน เป็นศูนย์พักพิง พร้อมกระจายงบประมาณให้เพียงพอต่อการดำเนินงาน
โดยนายกรัฐมนตรีได้ให้ข้อสั่งการ ดังนี้
1. ให้ ปภ. เป็นศูนย์กลางเชื่อมข้อมูลเพื่อนำเสนอสถานการณ์ภาพรวมต่างๆ
2. เฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย ติดตามและประเมินสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะจังหวัดราชบุรีและจังหวัดสมุทรสงคราม ให้ติดตามการระบายน้ำ จากเขื่อนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีอย่างใกล้ชิด ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินปริมาณน้ำและระยะเวลาที่มวลน้ำจะไหลเข้าสู่พื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ริมแม่น้ำ พร้อมทั้งแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า เพื่อเตรียมรับมือได้อย่างทันท่วงที
3.ให้เตรียมกำลังและเครื่องจักรกลสาธารณภัย โดยบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกลสาธารณภัย ระดมเครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ประสบภัย รวมทั้งระดมรถสุขาเคลื่อนที่และห้องสุขา จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เพียงพอ พร้อมจัดวางกำลังพล และเครื่องจักรกลในพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้าให้สามารถปฏิบัติงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง หากไม่เพียงพอให้ประสานศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และหน่วยงานในพื้นที่สนับสนุนทันที
4.ให้ช่วยเหลือและอพยพประชาชน ให้ความสำคัญกับการรักษาชีวิตประชาชนเป็นอันดับแรก
5.ให้ดูแลสวัสดิภาพประชาชน และจัดศูนย์พักพิงชั่วคราว โดยจังหวัดต้องดูแลประชาชนให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ทุกตรอกซอกซอย หากขาดแคลนน้ำดื่ม ให้ประสานการประปาส่วนภูมิภาคเข้าดำเนินการโดยเร่งด่วน ทั้งนี้ มีกลุ่มจิตอาสาจำนวนมาก ขอให้หน่วยราชการได้ประสาน และอำนวยความสะดวกตามสมควรด้วย
6.ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องเพื่อให้การสั่งการเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
7.การสื่อสารข้อมูลต่อสาธารณะ ให้ทุกหน่วยงานสื่อสารข้อมูลตามข้อเท็จจริงอย่างถูกต้องและเป็นเอกภาพ โดยรายงานข้อมูลสถานการณ์น้ำ สภาพอากาศ และผลกระทบต่อโฆษกรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและป้องกันความสับสน หากโฆษกรัฐบาลขอข้อมูลเพิ่มเติมจากหน่วยงานใด ขอให้ดำเนินการจัดส่งให้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว เพื่อสนับสนุนให้เกิดการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ
8.กรณีพื้นที่ที่ไฟฟ้าดับและการปล่อยกระแสไฟฟ้าในพื้นที่ประสบอุทกภัย ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก
9. การฟื้นฟูและเยียวยาผู้ประสบภัย ให้จังหวัดเร่งสำรวจความเสียหาย และให้ความช่วยเหลือประชาชนตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นธรรม
นายกรัฐมนตรียังกล่าวย้ำให้ยึดหลัก “สื่อสารฉับไว ดูแลประชาชนให้ทั่วถึง และเร่งฟื้นฟูเยียวยาอย่างเร็วที่สุด”