หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 29 กันยายน 2569

วันที่ 30 กันยายน 2569 เวลา 05:34 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 29 กันยายน 2569


>> เด็กหญิงวัย 14 ปี ขี่รถจักรยานยนต์คู่ใจชนกับรถพ่วง ร่างกระเด็นเสียชีวิต ริมถนนทางหลวงชนบท จ.นครพนม

08.51 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ธาตพนม รับแจ้งว่า เกิดอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุกพ่วง และมีผู้เสียชีวิต บนทางหลวงชนบท นพ.3047 เส้นทางสายบ้านต้อง - บ้านน้ำก่ำ บริเวณหมู่ 6 ตำบลน้ำก่ำ อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีน้ำเงิน ล้มคว่ำอยู่กลางถนน และห่างออกไป พบรถพ่วง ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว จอดอยู่ จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นเยาวชนหญิง อายุ 14 ปี สภาพศพนอนเสียชีวิตอยู่ริมไหล่ทางในพงหญ้า

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ธาตุพนม และแพทย์เวรจากโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม ร่วมกันทำการชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่กู้ชีพฯ สว่างนาวาธาตุพนม และทีมกู้ภัยจากองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำก่ำ (อบต.น้ำก่ำ) ได้เข้าตรวจสอบและชันสูตรพลิกศพในที่เกิดเหตุ ส่วนสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุสลดในครั้งนี้ อยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


>> รถจักรยานยนต์ ชนกับรถขยะ แม่คนขี่บาดเจ็บ ลูกสาววัย 8 ขวบนั่งซ้อนเสียชีวิต กลางถนนคลองแอน 3-4 จ.ปทุมธานี

10.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถขยะ มีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต บริเวณถนนคลองแอน 3-4 หมู่ 9 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีม่วง ล้มคว่ำอยู่สภาพหน้ารถด้านซ้ายมีร่องรอยการเฉียวชนเสียหาย ห่างออกไป พบรถขนขยะ อีซูซุ สีเขียว จอดอยู่สภาพหน้ารถฝั่งขวามีร่องรอยการชน ตรวจสอบพบว่ามีผู้บาดเจ็บ 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นผู้หญิง อายุ 32 ปี ชาวสัญชาติเมียนมา ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลคลองสาม นำส่งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ รังสิต และพบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นเด็กหญิง อายุ 8 ปี

เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง ได้ตรวจสอบและบันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน ก่อนให้มูลนิธิร่วมกตัญญู นำส่งผู้เสียชีวิตส่งนิติเวช รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และทำการสอบถึงอุบัติเหตุที่แท้จริงทำให้มีผู้เสียชีวิตต่อไป


>> ลุย Big Cleaning หลังน้ำลด! กทม.ระดมกำลังฟื้นฟู “สวนสมเด็จสราญราษฎร์มณีรมย์–ถนนเพชรบุรี” คืนพื้นที่ให้ประชาชน

13.30 น. นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการฟื้นฟูพื้นที่หลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย พร้อมระดมเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดครั้งใหญ่ หรือ Big Cleaning บริเวณสวนสมเด็จสราญราษฎร์มณีรมย์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เพื่อเร่งฟื้นฟูพื้นที่และคืนสภาพให้ประชาชนกลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว โดยมีนายอภิชาต แสนมาโนช ผู้อำนวยการเขตราชเทวี เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต และ พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผกก.สน.มักกะสัน ร่วมติดตามและดูแลความเรียบร้อย

ภารกิจครั้งนี้เน้นเก็บกวาดขยะ เศษวัสดุ ดินโคลน และสิ่งตกค้างที่มากับน้ำ พร้อมทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะและบริเวณโดยรอบ เพื่อฟื้นฟูภูมิทัศน์และสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้ประชาชน ขณะเดียวกัน กทม.ได้ระดมกำลังสำนักงานเขตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดการขยะและสิ่งปฏิกูลในพื้นที่ประสบภัย ป้องกันปัญหามลพิษและโรคที่อาจเกิดขึ้นหลังน้ำลด โดยกำหนด Big Cleaning เป็นภารกิจสำคัญในระยะฟื้นฟูหลังน้ำท่วม


>> ครม. อนุมัติโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย เริ่มปี 2570 ลดพื้นที่น้ำท่วม 3.48 ล้านไร่–ลดความเสียหาย 16,930 ล้านบาทต่อปี

14.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย มีข้อสั่งการเกี่ยวกับการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยมอบหมายเพิ่มเติมให้ รมว.กลาโหม ดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ ช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและต่อเนื่อง

โดย ครม. มีมติอนุมัติโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย โดยโครงการนี้จะเริ่มต้นในปี 2570 ใช้เวลา 8 ปี เสร็จสิ้นในปี 2577 คาดว่าจะสามารถลดความเสียหายตีเป็นประมาณได้ 16,930 ล้านบาทต่อปี ลดพื้นที่น้ำท่วมได้ 3.48 ล้านไร่ และสามารถเก็บกักน้ำในหน้าแล้งได้ประมาณ 1,555 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมถึงเพิ่มช่องทางขนส่งสินค้าเกษตร

พร้อมเร่งโครงการก่อสร้างคลองระบายน้ำหลากบางบาล–บางไทร เชื่อมโยง 2 ระบบเข้าด้วยกันเพื่อลดน้ำท่วมในภาคกลาง ซึ่งกรมชลประทานคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2571 โดย ครม. ไม่ต้องการให้ขยายระยะเวลาอีก

นอกจากนี้ ครม. อนุมัติงบกลาง 4,731 ล้านบาท เยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ และทั่วประเทศ โดยให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำรวจและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้เร็วที่สุด

ทั้งนี้ นายกฯ ได้สั่งการให้ ปลัด ก.มหาดไทย กำชับผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดให้ร่วมประชุมกับรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายลงพื้นที่ เพื่อให้การสั่งการและแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็ว


>> นครนนท์ ปักธงเหลือง เฝ้าระวังรับน้ำเหนือ เร่งสูบน้ำ วางกระสอบทรายกว่า 5 หมื่นใบ เสริมแนวป้องกันน้ำริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาระยะทาง 10 กม.

15.00 น. นายสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี เตรียมความพร้อมรับมือน้ำเหนือ หลัง สทนช.เตือนน้ำท่วมหลัง น้ำเหนือบวกกับน้ำทะเลหนุนสูง จัดทำกระสอบทรายกว่า 1 แสนใบ โดยวางริมแนวแม่น้ำเจ้าพระยาระยะทาง 10 กม. วางกระสอบทรายไปแล้ว 50,000 ใบ ส่วนที่เหลือเตรียมไว้เพิ่มแนวเสริมหากระดับน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี กล่าวว่า ขณะนี้หลังจากพายุฝนจะหยุดตกไปแล้ว 2 วัน สถานการณ์น้ำในเขตเทศบาลนครนนทบุรี เริ่มคลี่คลายเกือบเป็นปกติหมดแล้ว แต่ยังมีบางส่วนน้ำท่วมอยู่ เช่น บริเวณคลองบางตลาด คลองส่วย ซึ่งต้องผลักดันน้ำ เพราะมีน้ำจากท่อไซฟอน ลงมาท่อนละ 2 เมตร 2 ท่อน ลงมาที่คลองส่วย ทำให้ปริมาณน้ำในคลองส่วย ไหลระบายได้ช้าและยังมีน้ำจากกรุงเทพฯ จึงทำให้เทศบาลมีภาระในการสูบน้ำอย่างหนักตรงนี้ ส่วนอื่นๆนั้นเบาบางลงแล้ว

นายสมนึก กล่าวว่า โดยเฉพาะฝนหยุดตกมา 2 วันแล้วทำให้สถานการณ์ในเขตเทศบาลคลี่คลายลง ก็อาจจะมีท่วมอยู่บ้างตรงประชานิเวศน์ 2 ประชานิเวศน์ 3 และช่วงที่อยู่ติดกับคลองส่วย ในซอยประชาชื่น 8 ประชาชื่น 7 และประชาชื่น 6 ซึ่งเทศบาลไม่ได้นิ่งนอนใจได้ดำเนินการเร่งสูบน้ำอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ยังระดมกำลังทั้งหมดของพนักงานเทศบาล ไปร่วมกันกรอกกระสอบทรายเพื่อเสริมคันกั้นน้ำตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยา 10 กิโลเมตร เนื่องจากน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เพิ่มขึ้นจากที่เขื่อนเจ้าพระยาระบายมามากขึ้น เทศบาลจึงต้องเร่งดำเนินการเสริมคันกั้นน้ำต่างๆ เพื่อป้องกันน้ำให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง

นายสมนึก กล่าวอีกว่า คาดว่าปีนี้น้ำทั้งเหนือมีจำนวนมาก แต่หลังจากฝนหยุดตก เราก็มาดำเนินการป้องกันในส่วนติดแม่น้ำเจ้าพระยา ความยาว 10 กิโลเมตร เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้ามาชั้นในได้ ให้ประชาชนที่อยู่ในชั้นในได้รับความปลอดภัย หลังจากเกิดฝนตกหนักสร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก ส่วนแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยามีการตั้งแนวคันกระสอบทรายและเสริมอย่างต่อเนื่อง


>> เจ้าของโอด น้ำทะลักท่วมฟาร์มไก่ จมน้ำตายนับหมื่นตัว ตัดใจขายขาดทุน

16.28 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ทะลักเข้าฟาร์มเลี้ยงไก่เนื้อ ในพื้นที่หมู่ 1 ต.ทรงธรรม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ส่งผลให้เจ้าของฟาร์มต้องเผชิญภาวะขาดทุนกว่า 1 ล้านบาท หลังมวลน้ำมาเร็วเกินตั้งรับ จนไก่ที่เลี้ยงไว้นับหมื่นตัวจมน้ำตายเกือบยกฟาร์ม

ผู้ประกอบการเจ้าของฟาร์ม เปิดเผยว่า ทางฟาร์มได้เลี้ยงไก่เนื้อไว้ทั้งหมดประมาณ 20,000 ตัว ทว่ามวลน้ำได้ไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่อย่างรวดเร็วและไม่ทันตั้งตัว ทำให้คนงานและเจ้าหน้าที่ต้องเร่งอพยพไก่ออกจากโรงเรือนอย่างยากลำบาก ซึ่งสามารถช่วยย้ายไก่ออกไปอยู่ในที่ปลอดภัยได้เพียงประมาณ 8,000 ตัวเท่านั้น

ส่วนไก่ที่เหลืออีกนับหมื่นตัวถูกน้ำท่วมขัง และจมน้ำเสียชีวิตทั้งหมด จากการประเมินความเสียหายเบื้องต้น รวมมูลค่าไก่ที่ตาย ต้นทุนอาหารสัตว์ที่จมเสียหาย และค่าใช้จ่ายแฝงอื่นๆ ส่งผลให้ฟาร์มต้องแบกรับภาระขาดทุนสะสมพุ่งสูงกว่า 1 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการบรรเทาความเสียหายและลดภาระขาดทุนบางส่วน ทางฟาร์มจึงได้นำไก่เนื้อที่เพิ่งจมน้ำตาย มาเร่งเปิดจำหน่ายให้กับประชาชนในราคาถูกพิเศษ เพียง 5 ตัว 100 บาท ซึ่งทันทีที่ข่าวแพร่ออกไป ได้มีชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงเดินทางมาช่วยอุดหนุนและทยอยซื้อกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปประกอบอาหาร


>> หนุ่มหลอน บุกใช้มีด - กรรไกรจี้คอพนักงานสาวร้านขายของเล่นใกล้โรงเรียน เป็นตัวประกัน ตร.บุกเข้าชาร์จ รวบตัว จ.ชลบุรี

16.36 น. ร.ต.อ.ชาญชัย สงวนศักดิ์ศรี สวป.สภ.หนองปรือ รับแจ้งเหตุมีบุคคลคลุ้มคลั่ง ใช้ของมีคมจี้ผู้หญิง ภายในร้านขายของเล่น แห่งหนึ่ง ซอยมาบยายเลีย 12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ที่เกิดเหตุ เป็นช่วงเลิกเรียน มีนักเรียน ผู้ปกครอง และชาวบ้านออกมามุงดูเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก พบภายในร้านมีคนร้ายเป็นชายไทยรูปร่างผอม ทราบชื่อภายหลังคือนายวอ (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี มือซ้ายถือกรรไกร มือขวาถือมีดคัตเตอร์ ยืนจี้อยู่ที่ลำคอของ น.ส.ศอ (นามสมมุติ) อายุ 31 ปี พนักงานร้านขายของเล่น ซึ่งอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์คิดเงิน สร้างความหวาดเสียวแก่ผู้ที่พบเห็น

เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้กันบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องออกห่างจากจุดเกิดเหตุ ก่อนใช้วิธีเกลี้ยกล่อมผ่านโทรศัพท์มือถือ แต่ผู้ก่อเหตุยังไม่มีทีท่าว่าจะยอมลดละ เจ้าหน้าที่จึงอาศัยจังหวะที่ผู้ก่อเหตุเผลอ ใช้กุญแจสำรองไขเปิดประตู ก่อนที่ พ.ต.ท.สุพัฒน์ สุดสงค์ สว.สส.สภ.หนองปรือ จะส่งสัญญาณให้กำลังเจ้าหน้าที่บุกเข้าไปชาร์จตัว โดยผู้ก่อเหตุยังต่อสู้และกวัดแกว่งมีดไปมาเพื่อขัดขืนเจ้าหน้าที่ ใช้เวลาไม่นานเจ้าหน้าที่สามารถสยบผู้ก่อเหตุไว้ได้ พร้อมช่วยตัวประกันออกมาอย่างปลอดภัย โดยได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยจากการถูกอาวุธมีดบาดเข้าที่มือ เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ จึงให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวผู้ก่อเหตุไปสงบสติอารมณ์ที่ สภ.หนองปรือ เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมาย

เบื้องต้น พ.ต.อ.ณัฐพล ผ่องสุขสกุล ผกก.สภ.หนองปรือ ได้สั่งการให้ตรวจสอบประวัติของผู้ก่อเหตุ คือนายวอ อายุ 32 ปี และตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย โดยเจ้าตัวให้การรับสารภาพว่าเสพยาบ้าเข้าไปแล้วมีอาการหลอน คิดว่ามีตำรวจไล่ตามไปจับกุม จึงหลบหนีเข้าไปซ่อนตัวและจับพนักงานร้านเป็นตัวประกัน อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้ควบคุมตัวบุคคลดังกล่าวส่งพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป


>> สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร ประกาศปิดโรงเรียนในสังกัดในพื้นที่ 15 เขต วันที่ 30 ก.ย. - 2 ต.ค. 69

16.58 น. สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร ประกาศปิดโรงเรียนในสังกัดในพื้นที่ 15 เขต วันที่ 30 ก.ย. - 2 ต.ค. 69 เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับนักเรียน ผู้ปกครอง และข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร มีการตรวจสอบทรัพย์สินของโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครที่อาจเกิดความเสียหายให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย นักเรียนสามารถเดินทางไปโรงเรียนได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และโรงเรียน มีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอน การสอบปลายภาคเรียนที่ 1/2569 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการสั่งปิดสถานศึกษาชั่วคราวเนื่องจากเหตุพิเศษ พ.ศ. 2541 ข้อ 5 (3)

จึงให้ปิดโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตที่ได้รับผลกระทบระดับสูง จำนวน 15 เขต เป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2569 ถึงวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ประกอบด้วย เขตคลองสามวา เขตคันนายาว เขตจตุจักร เขตบางเขน เขตบางกะปิ เขตบึงกุ่ม เขตประเวศ เขตมีนบุรี เขตลาดกระบังเขตวังทองหลาง เขตสวนหลวง เขตสะพานสูง เขตสายไหม เขตหนองจอก เขตหลักสี่ โดยให้จัดการสอนชดเชยในภายหลัง และแจ้งผู้ปกครองทราบอย่างเร่งด่วน

สำหรับโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เขต ที่ได้รับผลกระทบระดับปานกลาง จำนวน 14 เขต ประกอบด้วย เขตดอนเมือง เขตดินแดง เขตดุสิตเขตทวีวัฒนา เขตทุ่งครุ เขตบางซื่อ เขตบางนา เขตบางบอน เขตบางพลัด เขตพญาไท เขตพระโขนงเขตราชเทวี เขตวัฒนา และเขตห้วยขวาง รวมทั้งพื้นที่เขตที่ไม่ได้รับผลกระทบ จำนวน 21 เขต ให้เป็นดุลพินิจของผู้อำนวยการเขต ในการพิจารณาสั่งปิดสถานศึกษาเพิ่มเติม


>> เพลิงไหม้รถยนต์ บริเวณใกล้เคียงโรงเรียนดอนเมืองจาตุรจินดา มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

18.38 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ บริเวณใกล้เคียง โรงเรียนดอนเมืองจาตุรจินดา ถนนเชิดวุฒากาศ แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายบริเวณเบาะหลัง ภายในห้องโดยสาร อาสาสมัครใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายความร้อน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ขั้วแบตเตอรี่ ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 ราย (รายที่ 1) เป็นเพศชาย อายุ 43 ปี มีอาการโดนไฟลวกที่แขนเล็กน้อย ไม่ประสงค์ไปโรงพยาบาล (รายที่ 2) เป็นเพศหญิง อายุ 37 ปี มีอาการโดนไฟลวกที่แขนเล็กน้อย ไม่ประสงค์ไปโรงพยาบาล พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยดอนเมือง


>> ตำรวจน้ำสัตหีบ ลุยน้ำช่วยชาวบ้านระยอง อพยพคน-ขนของหนีน้ำท่วม

18.44 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.ระยอง เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำสัตหีบไม่รอช้า ระดมกำลังลงพื้นที่หมู่บ้านศุภาลัยวิลล์ ต.เชิงเนิน อ.เมืองระยอง เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ทั้งอพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่เสี่ยง และช่วยขนย้ายสิ่งของจำเป็นภายในบ้านขึ้นที่สูง ท่ามกลางน้ำที่เข้าท่วมพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดความเสียหายให้กับประชาชน

หมู่บ้านแห่งนี้มีบ้านเรือนประมาณ 150–200 หลังคาเรือน ขณะที่ภารกิจช่วยเหลือยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่พร้อมเข้าถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ดูแลความปลอดภัย และช่วยขนย้ายทรัพย์สินเท่าที่สามารถทำได้ สะท้อนภาพการทำงานของตำรวจน้ำที่ลงพื้นที่เคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตอุทกภัย


>> แผ่นดินไหว ที่จังหวัดเชียงใหม่

19.08 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 1.4 ความลึก 2 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.โหล่งขอด อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ยังไม่มีรายงานการรับรู้ถีงแรงสั่นสะเทือน


>> กทม. ประกาศปรับลดพื้นที่ที่ยังประสบสาธารณภัย จาก 50 เหลือ 29 เขต

21.00 น. จากเดิมที่ กทม. เคยประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ในพื้นที่ 50 เขต กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 69 ล่าสุด ประกาศกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร เรื่อง การสิ้นสุดสาธารณภัยในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครยกเว้นพื้นที่เขตคลองสามวา เขตคันนายาว เขตจตุจักร เขตดอนเมือง เขตดินแดง เขตดุสิต เขตทวีวัฒนา เขตทุ่งครุ เขตบางเขน เขตบางกะปิ เขตบางซื่อ เขตบางนา เขตบางบอน เขตบางพลัด เขตบึงกุ่ม เขตประเวศ เขตพญาไท เขตพระโขนง เขตมีนบุรี เขตราชเทวี เขตลาดกระบัง เขตวังทองหลาง เขตวัฒนา เขตสวนหลวง เขตสะพานสูง เขตสายไหม เขตหนองจอก เขตหลักสี่ เขตห้วยขวาง โดยระบุว่า

ตามที่กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานครได้มีประกาศ เรื่อง เขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประกาศ ณ วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2569 เนื่องจากมีฝนตกหนักเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัด ซึ่งกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชนในพื้นที่ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร ตลอดจนก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย และความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชนและของรัฐ อันเป็นสาธารณภัยตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 นั้น

บัดนี้ สถานการณ์ฝนตกหนักได้ยุติลงแล้ว และจากการตรวจสอบในเชิงพื้นที่พบว่ามีพื้นที่เขตที่ไม่ได้รับผลกระทบ 21 เขต ได้รับผลกระทบปานกลาง 14 เขต และได้รับผลกระทบระดับสูง 15 เขต รายละเอียดปรากฏตามเอกสารแนบท้ายประกาศนี้ จึงประกาศให้สถานการณ์สาธารณภัยในพื้นที่เขตที่ไม่ได้รับผลกระทบทั้ง 21 เขต สิ้นสุดลง ยังคงเหลือพื้นที่ประสบสาธารณภัย 29 เขต โดยให้ผู้อำนวยการเขตรับผิดชอบดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 และระเบียบกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

23.50 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 3.2 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 337 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย


>> แพหลุด ลอยตามกระแสน้ำ ชนบานประตูเขื่อนแม่กลอง จนท.ปิดประตูน้ำ 3 จาก 8 บานเพื่อเก็บกู้ จ.กาญจนบุรี

23.58 น. ได้เกิดเหตุ มีแพขนาดใหญ่หลุดออกจากชายฝั่ง ลอยออกมาตามกระแสน้ำ ชนเข้ากับบานประตูเขื่อนแม่กลอง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี

โดยเขื่อนแม่กลอง จ.กาญจนบุรี มีประตูน้ำทั้งหมด 8 บาน โดยขณะนี้จำเป็นต้อง ปิดประตูน้ำชั่วคราว 3 บาน และเปิดการระบายน้ำ 5 บาน เพื่อเปิดทางและอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติการ กู้แพที่หลุดและลอยไปชนบริเวณประตูเขื่อน

ขณะนี้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการกู้แพและควบคุมสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ประชาชนริมแม่น้ำแม่กลองติดตามสถานการณ์ระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง


>> เพลิงไหม้รถยนต์ ซอยวิภาวดีรังสิต 72 เสียหายวอดทั้งคัน

00.25 น. สำนักป้องกันและบรรเทาาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ ไม่มีเลขที่ ซอยวิภาวดีรังสิต 72 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดรถยนต์อเนกประสงค์ สีขาว หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคัน รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคัน ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางเขน

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม