วันที่ 23 กันยายน 2569 เวลา 14:24 น.
เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดงานแถลงข่าวและเสวนาวิชาการ “การใช้ AI ในการวิจัยอย่างมีจริยธรรม” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธาน พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ประมา ศาสตระรุจิ ที่ปรึกษาด้านระบบวิจัย วช. และผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมถ่ายทอดมุมมองด้านจริยธรรมและแนวทางกำกับดูแลการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในงานวิจัย ณ ศูนย์สารสนเทศกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วช.
ดร.วิภารัตน์กล่าวว่า วช. ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้นักวิจัยใช้ประโยชน์จาก AI ควบคู่กับการรักษามาตรฐานจริยธรรม จึงมุ่งพัฒนาแนวปฏิบัติสำหรับนักวิจัย หน่วยงานวิจัย และสถาบันการศึกษา โดยอาศัยองค์ความรู้และข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อให้การใช้ AI มีความเหมาะสม โปร่งใส และรับผิดชอบ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นต่อคุณภาพของงานวิจัยไทย
ดร.วิภารัตน์กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน AI ช่วยสนับสนุนงานวิจัยได้ตั้งแต่การสืบค้นข้อมูล การวิเคราะห์ผล ไปจนถึงการจัดทำรายงาน การส่งเสริมให้นักวิจัยเข้าใจความเสี่ยงด้านจริยธรรมจึงเป็นเรื่องจำเป็น โดยเฉพาะการลอกเลียนผลงานและการใช้เนื้อหาหรือภาพที่สร้างด้วย AI อย่างไม่เหมาะสม วช. จึงมุ่งให้แนวทางดังกล่าวนำไปใช้ได้จริง พร้อมถ่ายทอดความรู้แก่หน่วยงานวิจัยและสถาบันการศึกษา เพื่อให้การพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีดำเนินควบคู่กับความรับผิดชอบทางวิชาการ
รองศาสตราจารย์ ดร.ประมากล่าวว่า ประเด็นสำคัญของจริยธรรม AI คือการเข้าใจว่า การนำเทคโนโลยีมาใช้ในแต่ละขั้นตอนมีผลต่อความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ และสิทธิของผู้เกี่ยวข้องอย่างไร ผู้วิจัยจึงต้องพิจารณาตั้งแต่ข้อมูลที่นำเข้าสู่ระบบ การตรวจสอบผลลัพธ์ ไปจนถึงการนำผลงานไปเผยแพร่ พร้อมเปิดเผยการใช้ AI อย่างเหมาะสมและรับผิดชอบต่อผลงานของตนเอง
“ก่อนใช้ AI เราต้องตอบให้ได้ว่าจะใช้ทำอะไร ข้อมูลที่นำเข้าไปมีข้อจำกัดหรือเป็นความลับหรือไม่ และจะตรวจสอบสิ่งที่ AI สร้างขึ้นอย่างไร แม้ AI จะช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้น ผู้วิจัยก็ยังต้องเป็นผู้ตรวจสอบและรับผิดชอบต่อผลงาน ความน่าเชื่อถือจึงอยู่ที่กระบวนการทำงานที่อธิบายได้และตรวจสอบได้” ดร.ประมากล่าว
ดร.ประมาอธิบายเพิ่มเติมว่า หลักจริยธรรมในการใช้ AI ครอบคลุม 6 ด้าน ได้แก่ ความถูกต้องและความน่าเชื่อถือ ความโปร่งใสและการเปิดเผย ความปลอดภัยของข้อมูลและความเป็นส่วนตัว ทรัพย์สินทางปัญญาและการรักษาความลับ ความเป็นธรรม ความเสมอภาค และการจัดการอคติ รวมถึงความรับผิดชอบ การกำกับดูแล และการตรวจสอบย้อนหลัง ซึ่งต้องพิจารณาร่วมกันตลอดกระบวนการวิจัย เช่น การใช้ข้อมูลต้องคำนึงถึงสิทธิและความเป็นส่วนตัว ขณะที่การนำผลลัพธ์ไปใช้ต้องตรวจสอบทั้งความถูกต้องและอคติที่อาจส่งผลต่อข้อสรุปของงานวิจัย
ในมิติขององค์กร ดร.ประมากล่าวว่า การนำหลักจริยธรรม AI ไปใช้ให้เกิดผลต้องมีแนวทางที่บุคลากรเข้าใจตรงกัน ระบุขอบเขตการใช้งาน วิธีดูแลข้อมูล และหน้าที่ของผู้ตรวจสอบผลงานอย่างชัดเจน พร้อมสร้างความเข้าใจผ่านตัวอย่างที่เกี่ยวข้องกับงานของแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้บุคลากรนำหลักจริยธรรมไปประกอบการตัดสินใจได้จริง
“หลักจริยธรรมต้องอยู่ในขั้นตอนการทำงาน หากบุคลากรพบว่าผลลัพธ์จาก AI มีข้อผิดพลาด มีอคติ หรือเกี่ยวข้องกับข้อมูลที่ไม่ควรเปิดเผย องค์กรต้องมีแนวทางให้เขารู้ว่าควรหยุดตรวจสอบตรงไหน ปรึกษาใคร และแก้ไขอย่างไร การกำกับดูแลที่ชัดเจนจะช่วยให้ทุกฝ่ายใช้ AI ได้อย่างรับผิดชอบ และลดความเสี่ยงต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง” ดร.ประมากล่าว
ดร.ประมาย้ำว่า การส่งเสริมจริยธรรม AI ควรดำเนินควบคู่กับการพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยี เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าใจทั้งประโยชน์และข้อจำกัด สามารถพิจารณาความเหมาะสมของการใช้ AI ในแต่ละงาน และรักษาหลักสำคัญของการทำวิจัย คือความถูกต้อง ความซื่อสัตย์ และความรับผิดชอบต่อสังคม โดยยึดแนวคิด “โปร่งใส ปลอดภัย เป็นธรรม และรับผิดชอบ” เป็นแนวทางในการปฏิบัติ
ภายในงานยังมีการเสวนาวิชาการโดยศาสตราจารย์ นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ ศาสตราจารย์ ดร.ธีรยุทธ วิไลวัลย์ และรองศาสตราจารย์ ดร.ชัชวาล วงศ์ชูสุข ดำเนินรายการโดยรองศาสตราจารย์ ดร.ประมา ศาสตระรุจิ ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ กรณีศึกษา และข้อควรระวังในการใช้ Generative AI ในงานวิจัย ทั้งนี้ วช. มีแผนจัดอบรมแนวทางการใช้ AI อย่างมีจริยธรรมในเดือนพฤศจิกายน 2569 และขยายการอบรมให้แก่หน่วยงานวิจัยและสถาบันการศึกษาในทุกภูมิภาคอย่างต่อเนื่องในปี 2570 เพื่อให้เกิดการนำแนวทางไปใช้ในทางปฏิบัติและรักษามาตรฐานงานวิจัยของประเทศ






23 กันยายน 2569
23 กันยายน 2569