วันที่ 22 กันยายน 2569 เวลา 11:44 น.
วันที่ 22 กันยายน 2569 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกประกาศฉบับที่ 5/2569 เรื่อง เฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำล้นตลิ่ง หลังติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศ พบหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณชายฝั่งเวียดนามตอนกลางจะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศไทยตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน
สำหรับลุ่มน้ำเจ้าพระยา คาดว่าจะมีน้ำหลากจากตอนบนไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในเกณฑ์ 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มจากปัจจุบันประมาณ 0.75-1.25 เมตร ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ได้แก่ จ.ชัยนาท อ.สรรพยา จ.สิงห์บุรี อ.อินทร์บุรี จ.อ่างทอง อ.เมืองอ่างทองและวิเศษชัยชาญ จ.พระนครศรีอยุธยา อ.เสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร รวมถึง จ.ปทุมธานี อ.เมืองปทุมธานีและสามโคก
ขณะเดียวกัน สทนช.ประเมินพื้นที่เสี่ยงช่วงวันที่ 22-26 กันยายน 2569 พบ 24 จังหวัด ต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม แบ่งเป็น
- ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน ตาก พิษณุโลก และอุทัยธานี
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ศรีสะเกษ
- ภาคกลาง ลพบุรี สระบุรี ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ
- ภาคตะวันตก กาญจนบุรี และราชบุรี
- ภาคตะวันออก นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี จันทบุรี และตราด
- ภาคใต้ ระนอง สงขลา และนราธิวาส
นอกจากนี้ ต้องเฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำตามแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขา ได้แก่ แม่น้ำเมย น้ำยวม และลำน้ำแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน แม่น้ำวังทอง จ.พิษณุโลก แม่น้ำภาชี จ.ราชบุรี แม่น้ำนครนายก จ.นครนายก แม่น้ำปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี คลองพระสทึงและคลองพระปรง จ.สระแก้ว แม่น้ำจันทบุรี จ.จันทบุรี คลองกะเปอร์ จ.ระนอง รวมถึงแม่น้ำสายบุรีและแม่น้ำโก-ลก จ.นราธิวาส
สทนช.กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่มีฝนสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตรใน 24 ชั่วโมง และพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมเป็นประจำ พร้อมตรวจสอบแนวคันริมแม่น้ำและทางระบายน้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และเร่งระบายและพร่องน้ำเพื่อรองรับฝนตกหนัก
พร้อมเตรียมบุคลากร เครื่องจักรและอุปกรณ์รับสถานการณ์น้ำหลาก รวมทั้งแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบล่วงหน้า เพื่อให้เตรียมพร้อมอพยพได้ทันหากเกิดสถานการณ์


.jpg)