24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 20 กันยายน 2569
>> สั่งงดเล่นน้ำตกคลองลาน ชั่วคราว หลังฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง แต่สามารถเที่ยวชมสัมผัสบรรยากาศได้ตามปกติ
10.00 น. จากสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร ส่งผลให้ปริมาณน้ำสะสมในเขตอุทยานแห่งชาติคลองลาน อำเภอคลองลาน เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กระแสน้ำไหลหลากทะลักลงมาจากหน้าผาสูงชัน เกิดเป็นละอองน้ำปลิวฟุ้งไปทั่วบริเวณ สร้างม่านหมอกธรรมชาติ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของนักท่องเที่ยว ทางอุทยานแห่งชาติคลองลาน จึงได้ประกาศงดให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำเป็นการชั่วคราว เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันอันตรายจากสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก
อย่างไรก็ตาม ทางอุทยานฯ ยังคงเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและสัมผัสบรรยากาศได้ตามปกติ แม้นักท่องเที่ยวจะไม่สามารถลงเล่นน้ำได้ในระยะนี้ แต่ก็ยังสามารถเดินเที่ยวชม รับความสดชื่นจากละอองน้ำ และเก็บภาพความสวยงามของน้ำตกคลองลานในมุมมองที่หาชมได้ยาก ซึ่งเต็มไปด้วยเสน่ห์และความมีชีวิตชีวาของผืนป่าฤดูฝน
ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถติดตามข่าวสารและอัปเดตสถานการณ์น้ำตกคลองลานแบบวันต่อวันได้ทางเพจ Facebook อุทยานแห่งชาติคลองลาน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมก่อนออกเดินทางได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติคลองลาน
>> ผู้ว่าฯภูเก็ต สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริง อส.ถลาง ตั้งด่านเรียกเงิน ปรับเปลี่ยน อส.ชุดเดิม แต่งตั้งชุดใหม่
11.30 น. นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า กรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ในพื้นที่อำเภอถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งมีการเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ตั้งด่านตรวจยาเสพติด และอ้างเรียกรับเงินสด แลกการปล่อยตัวผู้ถูกควบคุมตัว จังหวัดภูเก็ตไม่นิ่งนอนใจ ได้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมดำเนินมาตรการด้านการบริหารจัดกำลัง เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน
ขณะนี้นายอำเภอถลางได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงหน้าที่ความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่แล้ว ขณะเดียวกัน จังหวัดอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยรวบรวมข้อมูลและสอบพยานที่เกี่ยวข้องแล้ว เหลือเพียงการ ให้ผู้เสียหายมาให้ปากคำเพื่อยืนยันข้อมูลและนำไปประกอบพยานหลักฐานให้การตรวจสอบมีความครบถ้วน
พร้อมกันนี้ เพื่อให้การปฏิบัติงานของสมาชิก อส.เป็นไปด้วยความเหมาะสมในระหว่างการตรวจสอบ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 จังหวัดภูเก็ตได้ดำเนินการยกเลิกการปฏิบัติการชุดเดิม และแต่งตั้งชุดใหม่ จำนวน 2 ชุด รวมกำลังประมาณ 30 คน การปรับเปลี่ยนดังกล่าวเป็นการจัดกำลังใหม่ เพื่อให้ภารกิจด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยและการดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับข้อร้องเรียนที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ทางจังหวัดมีข้อมูลจากการปฏิบัติงานอยู่แล้วว่ามีการดำเนินการกับบุคคลใดบ้าง ขณะนี้จึงอยู่ระหว่างเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ปากคำ เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่มีการร้องเรียน โดยพยานส่วนอื่นได้ดำเนินการสอบแล้ว เหลือเพียงข้อมูลจากผู้เสียหายที่จะนำมาประกอบการพิจารณาให้มีความครบถ้วนรอบด้าน
>> อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ออกหนังสือเรียกผู้ขับขี่ประมาทเข้าใกล้ช้างป่า “พ่องาทอง-ต้นกล้า” ย้ำเดินหน้าดำเนินคดีตามกฎหมายเด็ดขาด
14.20 น. จากกรณีผู้ขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลขับรถด้วยความเร็ว ประมาทหวาดเสียว และเข้าใกล้ “พ่องาทอง” และ “ต้นกล้า” ช้างป่าพ่อลูกในระยะกระชั้นชิด บนเส้นทางจราจรภายในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ส่งผลให้ลูกช้างเกิดความตื่นตกใจและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัตินั้น ล่าสุด อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้เร่งสืบสวนจนทราบข้อมูลยานพาหนะ และออกหนังสือเรียกตัวผู้ขับขี่รายดังกล่าวเข้ามารับทราบข้อกล่าวหา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยยืนยันมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพของสัตว์ป่าและความปลอดภัยในพื้นที่อนุรักษ์
นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปิดเผยว่า อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้ออกหนังสือแจ้งผู้กระทำผิดเหตุเข้าใกล้ช้างป่าในระยะน้อยกว่า 50 เมตรเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนระเบียบอุทยานแห่งชาติ และเข้าข่ายกระทำความผิดตามกฎหมายหลายกระทง ทั้งการคุกคามสัตว์ป่าและการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน จึงขอเน้นย้ำให้นักท่องเที่ยวและผู้ใช้เส้นทางทุกคนปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยต้องหยุดรถห่างจากช้างป่าอย่างน้อย 50 เมตร งดการใช้ความเร็ว สัญญาณแตร หรือส่งเสียงดัง และห้ามจอดรถถ่ายภาพในระยะประชิดอย่างเด็ดขาด เนื่องจากเป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิต
สำหรับขั้นตอนการดำเนินงานต่อจากนี้ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้สั่งการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจลาดตระเวนและประจำจุดเสี่ยงตลอดเส้นทางท่องเที่ยว พร้อมทั้งกำชับให้เจ้าหน้าที่หน้างานดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายทันทีหากพบการฝ่าฝืน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ซ้ำอีก ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดหรือพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสัตว์ป่า สามารถแจ้งเหตุได้ที่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ หรือ สายด่วนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร 1362 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
>> รวบโชเฟอร์รถบรรทุก ซุกยาบ้ากว่า 6 แสนเม็ด สารภาพได้ค่าจ้าง 2 หมื่นบาท
เวลา 17.00 น. ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 อ.เมือง จ.หนองคาย น.ส.วรรณา ผู้อุตส่าห์ นายด่านศุลกากรหนองคาย พร้อม พ.ต.อ.จิรวิทย์ ปานยิ้ม ผกก. สภ.เมืองหนองคาย , พ.ต.ท.อภิชาติ คลธา สว.ตม.หนองคาย เจ้าหน้าที่ศุลกากรหนองคาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงการจับกุมยาบ้า 600,000 เม็ด
การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 06.30 น. ขณะเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำด่านพรมแดนปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบรถบรรทุก เข้า-ออกประเทศ ได้เรียกตรวจค้นรถบรรทุกพ่วง มีนายสา (นามสมมุติ) อายุ 48 ปี ขับมาจาก สปป.ลาว จากการตรวจค้นภายในรถพบกระเป๋า 3 ใบ เจ้าหน้าที่จึงนำรถเข้าเครื่องเอ็กซเรย์อย่างละเอียด พบกระเป๋าลักษณะคล้ายกันอีก 1 ใบ ซุกซ่อนอยู่ที่เก็บผ้าใบกันฝนของส่วนพ่วงท้ายรถบรรทุก ภายในมีวัตถุต้องสงสัยลักษณะเดียวกัน จึงนำกระเป๋าทั้ง 4 ใบ มาตรวจสอบพบยาบ้ารวมกันกว่า 600,000 เม็ด
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ยาบ้าทั้งหมดมีคนว่าจ้างให้นำไปวางไว้ข้างทาง ฝั่งขาเข้าตัวเมือง จ.ขอนแก่น แล้วจะมีคนมารับ โดยได้ค่าหิ้วกระเป๋าใบละ 5,000 บาท รวมเป็นเงิน 20,000 บาท เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> กองปราบฯ รวบบัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ความเสียหายรวมเกือบ 3 ล้านบาท
18.20 น. กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) โดย พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นางจิน (นามสมมุติ) อายุ 41 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดแพร่ ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันสนับสนุนการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น,ร่วมกันสนับสนุนการกระทำความผิดฐานโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด” จับได้บริเวณซอยรามอินทรา 115 แยก 3 แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรีกรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจากเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ผู้เสียหายได้รับข้อความว่า “เกิดเหตุขัดข้องระหว่างจัดส่ง ติดต่อฝ่ายบริการเพื่อตรวจเช็คสถานะพัสดุ ต่อมาผู้เสียหายหลงเชื่อ เพราะเว็บไซต์ปลอมแสดง ชื่อผู้รับ เบอร์โทรศัพท์ และข้อมูลสินค้า ตรงกับข้อมูลจริง ก่อนมีคนร้ายติดต่อผ่าน LINE อ้างเป็นเจ้าหน้าที่พัสดุแจ้งว่าพัสดุเสียหาย และเสนอคืนเงิน 4,000 บาท จากนั้นคนร้ายหลอกให้ผู้เสียหาย เปลี่ยนภาษาแอปธนาคารเป็นภาษาอังกฤษ และทำตามขั้นตอน โดยอ้างว่าเป็นการกรอกรหัสธนาคาร สุดท้ายเงินถูกโอนออกจากบัญชี 5 ครั้ง รวม 219,096 บาท ไปยังบัญชีของผู้ต้องหา ภายหลังผู้เสียหายทราบว่าตนถูกหลอกลวง จึงได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยม้า เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การภาคเสธว่าไม่เคยรับจ้างเปิดบัญชีให้คนอื่นใช้ แต่แฟนเก่าได้ยืมบัญชีไปใช้และแฟนเก่าของผู้ต้องหาได้ถูกจับกุมตัวไปแล้ว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหายังมีหมายจับในลักษณะเดียวกันนี้อีก 2 หมายจับ
>> ความคืบหน้ากลุ่มเด็กแว้นยิง ชายวัย 37 ปี เสียชีวิต กลางดึกคืนวันที่ 19 ก.ย. ที่ผ่านมา
19.50 น. ล่าสุด พ.ต.ท.ธีระพล พุ่มชัย รอง ผกก.สภ.สิชล ได้นำตัวแก๊งเด็กแว้น 3 ราย ประกอบด้วย นายเอ (นามสมมติ) อายุ 19 ปี, นายบี (นามสมมติ) อายุ 18 ปี และ นายซี (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง นายทศพล พร้อมอาวุธปืนลูกซองสั้น 1 กระบอก เข้ามอบตัวให้กับ พ.ต.อ.กิตติชัย ไกรนรา ผกก.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ว่าได้ก่อเหตุยิง นายทศพล แต่ทำไปเพื่อป้องกันตัว เนื่องจากขณะที่กำลังซิ่งรถบนถนนได้ถูก นายทศพล ผู้เสียชีวิตและพวก 4-5 คน เดินออกมาขวางถนนและพยายามใช้สิ่งของบางอย่างมาขว้างใส่ รวมถึงมีการด่าทอ ทำให้ไม่พอใจ จึงได้กลับไปใช้อาวุธปืนยิงออกไป 1 นัด กระทั่งมาทราบภายหลังว่ามีคนเสียชีวิต จึงได้มามอบตัวกับตำรวจ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อกล่าวหาฆ่าคนตายโดยเจตนา และ พ.ร.บ.อาวุธปืน โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
>> รวบโจรย่องเบาตระเวน “รื้อหลังคา-มุดฝ้า” เข้าไปลักทรัพย์ ก่อเหตุ 4 คดีข้ามจังหวัด
20.50 น. กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม นายต้อม (นามสมมุติ) อายุ 48 ปี แจ้งข้อหา บุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน และลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะฯ, โดยเข้าช่องทางซึ่งมิได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า และทำด้วยประการอื่นใดเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้" โดยจับกุมได้ที่ บริเวณเพิงพักบ่อขยะ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พร้อมตรวจยึดของกลาง รถจักรยานยนต์ และเสื้อผ้าที่ใช้ก่อเหตุ
สืบเนื่องจากช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ถึง ต้นเดือนมิถุนายน 2569 เกิดเหตุคนร้ายตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์และบุกรุกเคหสถานในพื้นที่รอยต่อ จ.มุกดาหาร และ จ.นครพนม รวม 4 เหตุการณ์ สร้างความเดือดร้อนและหวาดระแวงให้กับประชาชนในพื้นที่ หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามฯ ร่วมกับฝ่ายสืบสวน สภ.คำป่าหลาย และ สภ.ธาตุพนม ติดตามตัวคนร้าย จนพบเบาะแสสำคัญว่า คนร้ายได้นำซิมการ์ดโทรศัพท์ของผู้เสียหายไปใส่และเปิดใช้งานกับโทรศัพท์ของตนเอง เจ้าหน้าที่จึงใช้ข้อมูลดังกล่าวแกะรอยจนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายต้อม ผู้ต้องหา ประวัติพบว่าเคยมีคดีเกี่ยวกับลักทรัพย์และยาเสพติดมาแล้วหลายคดี โดยเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ธาตุพนม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป