หน้าแรก > อาชญากรรม

กองปราบฯ รวบบัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ความเสียหายรวมเกือบ 3 ล้านบาท

วันที่ 20 กันยายน 2569 เวลา 23:25 น.


กองปราบฯ รวบบัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ความเสียหายรวมเกือบ 3 ล้านบาท

กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) โดย พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นางจิน (นามสมมุติ) อายุ 41 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดแพร่ ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันสนับสนุนการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น,ร่วมกันสนับสนุนการกระทำความผิดฐานโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด” จับได้บริเวณซอยรามอินทรา 115 แยก 3 แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรีกรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องจากเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ผู้เสียหายได้รับข้อความว่า “เกิดเหตุขัดข้องระหว่างจัดส่ง ติดต่อฝ่ายบริการเพื่อตรวจเช็คสถานะพัสดุ ต่อมาผู้เสียหายหลงเชื่อ เพราะเว็บไซต์ปลอมแสดง ชื่อผู้รับ เบอร์โทรศัพท์ และข้อมูลสินค้า ตรงกับข้อมูลจริง ก่อนมีคนร้ายติดต่อผ่าน LINE อ้างเป็นเจ้าหน้าที่พัสดุแจ้งว่าพัสดุเสียหาย และเสนอคืนเงิน 4,000 บาท จากนั้นคนร้ายหลอกให้ผู้เสียหาย เปลี่ยนภาษาแอปธนาคารเป็นภาษาอังกฤษ และทำตามขั้นตอน โดยอ้างว่าเป็นการกรอกรหัสธนาคาร สุดท้ายเงินถูกโอนออกจากบัญชี 5 ครั้ง รวม 219,096 บาท ไปยังบัญชีของผู้ต้องหา ภายหลังผู้เสียหายทราบว่าตนถูกหลอกลวง จึงได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยม้า เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การภาคเสธว่าไม่เคยรับจ้างเปิดบัญชีให้คนอื่นใช้ แต่แฟนเก่าได้ยืมบัญชีไปใช้และแฟนเก่าของผู้ต้องหาได้ถูกจับกุมตัวไปแล้ว

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหายังมีหมายจับในลักษณะเดียวกันนี้อีก 2 หมายจับ ดังนี้คือ

1.หมายจับศาลจังหวัดเชียงราย ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนผู้อื่นในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, เป็นผู้สนับสนุนผู้อื่นในการกระทำความผิดฐานโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนฯ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเปิด หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้องฯ ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด” ความเสียหาย 88,000 บาท

2.หมายจับศาลจังหวัดยโสธร ลงวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ผู้ใดเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่นใด” ความเสียหายประมาณ 2,400,000 บาท ในกรณีนี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ไม่ได้มีความเกรงกลัวต่อกฎหมายเลย โดยมีพฤติกรรมเมื่อหลอกเหยื่อสำเร็จได้ขอเบอร์โทรศัพท์ของลูกสาวเหยื่อแล้วโทรไปเยาะเย้ยว่าได้หลอกแม่จนหมดตัวแล้ว

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม สืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหา หลบหนีหมายจับไปพักอยู่ที่ ซอยรามอินทรา 115 แยก 3 แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรีกรุงเทพมหานคร จึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบและจับกุมตัวผู้ต้องหา ส่งพนักงานสอบสวนสภ.ห้วยม้า เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม