หน้าแรก > อาชญากรรม

บุกรวบ "นายก อบต.ในจังหวัดศรีสะเกษ" คาห้องทำงาน เรียกรับเงินลูกจ้างแลกต่อสัญญางาน

วันที่ 17 กันยายน 2569 เวลา 15:24 น.


บุกรวบ "นายก อบต.ในจังหวัดศรีสะเกษ" คาห้องทำงาน หลังรีดเงินพนักงานจ้างที่กำลังจะหมดสัญญา ร่วม 8.4 แสน ขู่ไม่จ่ายยุบตำแหน่งทิ้ง!

วันที่ 17 กันยายน 2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช., นายสุพจน์ ศรีงามเมือง รองเลขาธิการฯ ภาค 3 ได้สั่งการให้ นายชัยวัฒน์ ทองเกษม ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ นำกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) นำหมายจับและหมายค้นจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 เข้าควบคุมตัว นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 65 ปี มีตำแหน่งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ จังหวัดศรีสะเกษ จับกุมได้ที่องค์การบริหารส่วนตำบลดังกล่าว

คดีนี้เริ่มต้นจากการแจ้งเบาะแสของกลุ่มผู้เสียหาย ซึ่งเป็นพนักงานจ้างในสังกัด อบต.ดังกล่าว จากการสืบสวนเชิงลึกของ ป.ป.ช. พบข้อเท็จจริงว่า เมื่อเดือนสิงหาคม 2569 นายเอ (นามสมมุติ) ได้เรียกประชุมพนักงานจ้างจำนวน 28 ราย ที่สัญญาจ้างกำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยยื่นคำขาดว่า หากประสงค์จะได้รับการต่อสัญญา จะต้องจ่ายเงิน "ค่าต่อสัญญา" ให้ตนเอง รายละ 30,000 บาท รวมเป็นเม็ดเงินสูงถึง 840,000 บาท

นอกจากนี้ ยังพบพฤติการณ์ข่มขู่และกดดันอย่างหนัก โดยขีดเส้นตายให้พนักงานเร่งหาเงินมาจ่ายให้แล้วเสร็จ มิเช่นนั้นจะไม่พิจารณาต่อสัญญาจ้างให้ และเตรียมยุบเลิกภารกิจในบางตำแหน่งเพื่อบีบบังคับ ส่งผลให้พนักงานหลายรายเกิดความหวาดกลัวตกงาน จนต้องจำยอมหาเงินมาจ่ายเพื่อรักษาอาชีพ

ภายหลังศาลอนุมัติหมายจับ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ 3 ป. ได้เข้าควบคุมตัวนายเอ (นามสมมุติ) พร้อมตรวจค้นห้องทำงาน ซึ่งพบ "เงินสดของกลาง" จำนวนหนึ่ง จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นพยานหลักฐานสำคัญ และแจ้งข้อกล่าวหาหนักฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบทรัพย์สินให้ ฐานเรียกรับผลประโยชน์ และฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148, 149, 157 และ พ.ร.ป. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปราบการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172, 173

หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป สำนักงาน ป.ป.ช. ขอย้ำเตือนว่า พฤติกรรมการใช้อำนาจข่มขู่เพื่อรีดไถผู้ใต้บังคับบัญชา เป็นความผิดทางอาญาขั้นร้ายแรง หากประชาชนหรือข้าราชการท่านใดตกเป็นเหยื่อ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน ป.ป.ช. 1205 โดยข้อมูลของท่านจะถูกเก็บเป็นความลับขั้นสูงสุด

อย่างไรก็ตาม จากการสอบปากคำเบื้องต้น นายก อบต.รายนี้ ยังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยเจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

​ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม