วันที่ 17 กันยายน 2569 เวลา 12:53 น.
ซิดนีย์, 17 ก.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (15 ก.ย.) มหาวิทยาลัยซิดนีย์แห่งออสเตรเลียรายงานผลการศึกษาว่าชาวออสเตรเลียเผชิญปัญหาความเหงาและมีสภาวะโดดเดี่ยวทางสังคมเพิ่มมากขึ้น โดยอัตราการโดดเดี่ยวทางสังคมเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าในช่วง 23 ปีที่ผ่านมา ขณะที่อัตราความเหงาเพิ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งผลกระทบรุนแรงที่สุดพบได้ในกลุ่มคนเปราะบาง
การศึกษาได้วิเคราะห์ข้อมูลที่เป็นตัวแทนของประชากรทั้งประเทศย้อนหลัง 23 ปี จากแบบสำรวจครัวเรือน รายได้ และแรงงานในออสเตรเลีย และพบว่าอัตราการโดดเดี่ยวทางสังคมเป็นครั้งคราว ซึ่งหมายถึงการพบภาวะดังกล่าวในอย่างน้อยหนึ่งรอบการสำรวจ เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 16.9 ในปี 2001 สู่ร้อยละ 29.9 ในปี 2023 ขณะที่อัตราการโดดเดี่ยวทางสังคมเรื้อรัง ซึ่งบันทึกผลต่อเนื่องกันอย่างน้อยสองรอบการสำรวจ เพิ่มขึ้นราวสองเท่า จากร้อยละ 10.3 ในปี 2002 สู่ร้อยละ 20.5 ในปี 2023
รายงานระบุว่าความเหงามีแนวโน้มลดลงในช่วงทศวรรษ 2000 ก่อนจะกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2010 โดยอัตราความเหงาเรื้อรังเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 6.3 ในปี 2002 สู่ร้อยละ 8.4 ในปี 2023 ซึ่งกลุ่มผู้ใหญ่ตอนต้นรู้สึกเหงามากขึ้นที่สุดกลุ่มหนึ่ง ส่วนกลุ่มผู้สูงวัยมีระดับการโดดเดี่ยวทางสังคมสูงสุดอย่างต่อเนื่อง
การศึกษาพบว่ากลุ่มคนว่างงาน อาศัยอยู่ในพื้นที่ด้อยโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม เป็นม่าย อาศัยอยู่ตามลำพัง หรือมีระดับการศึกษาต่ำ มักเผชิญกับความเหงาและมีการโดดเดี่ยวทางสังคมมากกว่าคนกลุ่มอื่น