หน้าแรก > ภูมิภาค

อวดโฉมมากกว่า 200 ตัว! ฉลามครีบดำมารวมตัวกันที่อ่าวมาหยา!!

วันที่ 14 กันยายน 2569 เวลา 09:25 น.


วันที่ 14 ก.ย. 69 เจ้าหน้าที่ศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 (ตรัง)  ลงพื้นที่เก็บข้อมูลฉลามครีบดำ ประจำเดือนกันยายน 2569 โดยในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงปิดอ่าวมาหยาของทุกปี (1 สิงหาคม ถึง 30 กันยายน) เพื่อให้ปะการังและหาดทรายได้ฟื้นตัว และเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่มีคลื่นลมกำลังแรง

ในการสำรวจครั้งนี้สามารถดำเนินการบินสำรวจจำนวนประชากรฉลามครีบดำด้วยอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ได้รวม 15 ครั้ง สังเกตพฤติกรรมตามธรรมชาติและระบุอัตลักษณ์ (Photo ID) ด้วยการใช้กล้องถ่ายวิดีโอใต้น้ำโดยมีเหยื่อล่อที่ปลาย (Baited Remoted Underwater Video Station: BRUVS) สามารถดำเนินการได้รวม 23 ครั้ง และดำเนินการตรวจวัดคุณภาพน้ำทะเลได้รวม 22 ครั้ง

จากการสำรวจจำนวนฉลามครีบดำด้วยการบินสำรวจด้วยอากาศยานไร้คนขับ (Drone) เบื้องต้นพบว่าช่วงเช้าในเวลาฟ้าสางเป็นช่วงเวลาที่ตรวจพบฉลามครีบดำมากที่สุด โดยมีจำนวนเฉลี่ย 251.67 ± 22.91 ตัว รองลงมาคือช่วงเย็น ซึ่งพบจำนวนฉลามเฉลี่ย 57.25 ± 15.42 ตัว ขณะที่การสำรวจในช่วงค่ำไม่สามารถดำเนินการบินสำรวจได้ทุกวัน เนื่องจากสภาพทัศนวิสัยไม่เหมาะสม จากการบินสำรวจทั้งหมด 15 ครั้ง พบจำนวนฉลามครีบดำสูงสุดในช่วงเช้าของวันที่ 2 กันยายน 2569 โดยสามารถตรวจนับได้สูงถึง 278 ตัว ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดของชุดข้อมูลจากการสำรวจ

ในครั้งนี้ และยังเป็นจำนวนสูงสุดที่ตรวจพบจากการสำรวจตลอดปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นฉลามครีบดำระยะ Subadult–Adult (>1 เมตร) รวมกลุ่มและว่ายวนไปมาในบริเวณใกล้ชายหาดเป็นจำนวนมาก  การรวมตัวครั้งนี้อาจเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในช่วงปิดอ่าว หรืออาจมีพฤติกรรมทางสังคมและการผสมพันธุ์ ซึ่งต้องศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังตรวจพบฉลามครีบดำระยะ Neonate–Juvenile (<1 เมตร) จำนวนประมาณ 3–5 ตัว ว่ายอยู่บริเวณริมหาดด้านหน้าอ่าวมาหยาและใกล้ชายหาด โดยเฉพาะในช่วงที่สภาพคลื่นลมสงบ   

จากการติดตั้ง BRUVS พบว่าฉลามที่ตอบสนองต่อเหยื่อล่อส่วนใหญ่เป็นฉลามครีบดำระยะวัยอ่อน (Neonate – Juvenile < 1 เมตร) โดยมีพฤติกรรมจู่โจมเหยื่อรุนแรงเฉพาะในช่วงที่มีคลื่นลมสงบในช่วงเย็นและช่วงค่ำ พบจำนวนฉลามสูงสุดในเฟรมเดียวกัน (MaxN) เท่ากับ 4 ตัว การพบเห็นฉลามครีบดำจากการดำเนินการสำรวจครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการคงอยู่ของประชากรฉลามวัยอ่อนในพื้นที่อ่าวมาหยาแม้ว่าจะอยู่ในช่วงฤดูมรสุมก็ตาม ส่วนฉลามครีบดำระยะตัวเต็มวัย (Subadult - Adult > 1 เมตร) จำนวน 5-20 ตัว พบว่ายวน BRUVS ในรัศมีที่ห่างออกไปเล็กน้อย
 

สำหรับคุณภาพน้ำทะเล พบว่าอุณหภูมิน้ำทะเลเฉลี่ยเท่ากับ 30.25 ± 0.94 องศาเซลเซียส ความเค็มเฉลี่ย 33.10 ± 0.16 ppt และค่าความเป็นกรด–ด่างของน้ำทะเล (pH) เฉลี่ย 8.86 ± 0.25 ซึ่งอยู่ในช่วงที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตทางทะเล

สำหรับฉลามครีบดำมากกว่า 200 ตัวที่พบในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่น่าสนใจว่า เมื่อธรรมชาติได้รับโอกาส… ชีวิตก็สามารถกลับคืนมาได้ และนี่คืออีกหนึ่งความสำเร็จของการจัดการพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา–หมู่เกาะพีพี ที่ทำให้การอนุรักษ์และการท่องเที่ยวสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน
 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม