24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 13 กันยายน 2569
>> สสจ.ยโสธร สั่งพักงาน ผู้ช่วยพยาบาล ใช้กรรไกรตัดเทปพันสายน้ำเกลือ โดนนิ้วเด็กชายวัย 1 ขวบขาด
09.12 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีแม่ชาว จ.ยโสธร โพสต์ร้องเรียนลูกชายวัยเพียง 1 ขวบ ถูกผู้ช่วยพยาบาลชายของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ใช้กรรไกรตัดผ้าก๊อซพันสายน้ำเกลือ แต่เกิดความผิดพลาดตัดโดนปลายนิ้วชี้ข้างขวาของลูกจนขาด ตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้
ขณะที่ บทลงโทษทางวินัย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยโสธร มีคำสั่งด่วนให้ ‘สั่งพักงาน’ ผู้ช่วยพยาบาลชายรายนี้ทันที พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน หากพบว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จะมีโทษสูงสุดคือ ไล่ออกหรือให้ออกจากราชการ
ล่าสุดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร ได้ออกหนังสือชี้แจงยอมรับผิดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัว โดยยืนยันว่าทางโรงพยาบาลได้ดูแลส่งตัวน้องไปผ่าตัดต่อนิ้วเร่งด่วนกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมมือ ที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งผลการผ่าตัดรอบสองผ่านพ้นไปด้วยดี แต่ยังต้องเฝ้าระวังอาการติดเชื้อและการไหลเวียนของเลือดอย่างใกล้ชิด
ในส่วนของการเยียวยา สสจ.ยโสธร ย้ำว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลทั้งหมด รวมถึงการชดเชยเยียวยาตามสิทธิขั้นสูงสุดอย่างเป็นธรรมที่สุด พร้อมทั้งสั่งการให้ทุกโรงพยาบาลในสังกัด ทบทวนระบบความปลอดภัยและวิธีปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการใช้อุปกรณ์การแพทย์ทันที
>> เพลิงไหม้ภายในคอนโดมิเนียม ซอยสุภาพงษ์ 1 เสียหายหมดทั้งห้อง
11.05 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ คอนโด ซอยสุภาพงษ์ 1 ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุ อาคารสูง 9 ชั้น ประกอบกิจการ ให้เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นที่ 1 ภายในห้องพัก เพลิงลุกไหม้ เสียหายหมดทั้งห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 30 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟต่อพ่วง ในที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยสุขุมวิท
>> สกัดกระบะขนแรงงานเถื่อน 14 ชีวิต อัดแน่นเต็มคัน ซิ่งหนีไม่รอด เจอ Stop Stick ต้องจอด
11.29 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ,บก.ทล.(นครสวรรค์) ,บก.ทล.(อยุธยา) ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหารวมจำนวน 15 ราย คือนายจอ (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี สัญชาติไทย ผู้ขับขี่รถกระบะ พร้อมต่างด้าว สัญชาติเมียนมา 14 ราย เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา“รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมายให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วย ประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม” และ “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
โดยจับกุม เส้นทางถนนหมายเลข 3013 อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี โดยกลางดึกคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่พบรถกระบะคันเป้าหมาย ขับเข้ามาด้วยความเร็วสูง โดยมีลักษณะบรรทุกน้ำหนักผิดปกติ จึงส่งสัญญาณไฟและเสียงเพื่อเรียกตรวจสอบ แต่ผู้ขับขี่กลับเร่งความเร็วเพื่อพยายามหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงติดตามอย่างกระชั้นชิด กระทั่งสามารถควบคุมผู้ขับขี่และตรวจสอบภายในรถ
นายจอ สัญชาติไทย ผู้ขับขี่ที่บรรทุกต่างด้าวมาจำนวน 14 ราย ให้การเบื้องต้นว่า ได้รับว่าจ้างให้ขับรถลำเลียงแรงงานต่างด้าวกลุ่มดังกล่าว โดยได้รับค่าจ้างรายละ 800 บาท รวมเป็นเงินประมาณ 12,000 บาท โดยรับตัวแรงงานจากบริเวณบ่อขยะในพื้นที่ อ.วังเจ้า จ.ตาก เพื่อนำไปส่งยังพื้นที่ จ.อุทัยธานี ขณะที่แรงงานต่างด้าวทั้ง 14 ราย ให้การผ่านล่าม ว่า พวกตนลักลอบเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ก่อนมีผู้นำพาออกมาขึ้นรถเพื่อเดินทางเข้าสู่พื้นที่ตอนในสำหรับหางานทำ โดยเสียค่าใช้จ่ายประมาณรายละ 9,000–10,000 บาท
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา ควบคุมตัวทั้งหมดไปตรวจสอบอย่างละเอียดที่ สภ.หนองฉาง เนื่องจากแรงงานต่างด้าวทั้ง 14 ราย ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใดๆ ดูน้อยลง
>> จ.อุดรธานี คุณลุงวัย 60 ปี ขี่รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถเก๋งอีวี กลางถนนสายบ้านผือ - นาคำไฮ บาดเจ็บสาหัส ก่อนไปเสียชีวิตที่โรงพบาบาล
11.40 น. ร.ต.อ.พงษ์พิพัฒน์ ลิขิตโยธิน รอง สว.(สอบสวน)สภ.บ้านผือ ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถนั่งส่วนบุคคล และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิด ถนนเส้นทางบ้านผือ - นาคำไฮ ในพื้นที่ บ้านโนนสง่า ตำบลข้าวสาร อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี จึงพร้อมด้วยกู้ชีพ รพ.บ้านผือ - กู้ชีพ และ อบต.ข้าวสาร รีบรุดตรวจสอบ โดยที่เกิดเหตุบริเวณเลนซ้าย ขาเข้าบ้านผือ
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟีราโน่ สีดำ ป้ายทะเบียน ชลบุรี ล้มคว่ำอยู่ริมถนน และบริเวณกลางถนน พบร่างของผู้บาดเจ็บ 1 ราย เป็นชายไทย อายุประมาณ 60 ปี เจ้าหน้าที่กู้ชีพเร่งช่วยเหลือนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลบ้านผือ และห่างออกไปข้างทาง พบรถนั่งส่วนบุคคล เนต้า สีเทา จอดอยู่ในสภาพกันชนหน้าฝั่งซ้ายและกระจกหน้ารถ มีร่องรอยการชนเสียหาย
และรับแจ้งว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บนั้นมาอาการสาหัส และได้เสียชีวิตเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาลบ้านผือ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านผือ ร่วมตรวจสอบพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไปต่อไป
>> ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลงพื้นที่ติดตามจราจรสะพานตากสิน–ไอคอนสยาม เตรียมใช้ Adaptive Control ปรับไฟจราจรพรุ่งนี้ 6 โมงเช้า
12.30 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจสอบการจัดการจราจรและติดตามสถานการณ์รถติดบริเวณสะพานตากสินและพื้นที่โดยรอบศูนย์การค้าไอคอนสยาม เขตคลองสาน พร้อมติดตามการทำงานของระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรอัตโนมัติ (Adaptive Control)
นายชัชชาติ กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นจุดที่มีปริมาณการจราจรหนาแน่น โดยเฉพาะบริเวณทางเข้า–ออกศูนย์การค้าไอคอนสยาม ซึ่งมีรถเลี้ยวเข้า–ออกจำนวนมาก ประกอบกับเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญระหว่างถนนเจริญนคร สะพานตากสิน และพื้นที่ฝั่งสาทร จึงต้องบริหารจัดการสัญญาณไฟให้สอดคล้องกับสภาพการจราจรในแต่ละช่วงเวลา
กทม. เตรียมนำระบบ Adaptive Control มาใช้ควบคุมและปรับจังหวะสัญญาณไฟจราจร โดยใช้ข้อมูลจากกล้องตรวจวัดปริมาณรถแบบเรียลไทม์ เพื่อปรับระยะเวลาสัญญาณไฟให้เหมาะสมกับปริมาณรถในแต่ละทิศทาง ช่วยลดการรอคอยและระบายรถจากจุดที่มีการสะสมได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคาดว่าจะเริ่มเปิดใช้งานบริเวณดังกล่าวในวันที่ 14 ก.ย. 69 เวลา 06.00 น.
สำหรับการจัดการจราจรบริเวณแยกหน้าไอคอนสยาม จะมีการปรับรูปแบบการเดินรถให้เหมาะสมกับแต่ละทิศทาง โดยฝั่งมุ่งหน้าวงเวียนใหญ่ ซึ่งมี 3 ช่องจราจร ช่องซ้ายสุดให้รถตรงผ่านได้ตลอด ส่วนช่องกลางสามารถตรงหรือเลี้ยวขวาเข้าไอคอนสยาม และช่องขวาสุดสามารถกลับรถหรือเลี้ยวเข้าไอคอนสยามได้
ส่วนฝั่งมุ่งหน้าสะพานตากสิน ซึ่งมี 3 ช่องจราจร จะไม่ให้กลับรถบริเวณหน้าไอคอนสยาม โดยให้ไปกลับรถบริเวณแยกถนนเจริญนคร ซอย 10 เพื่อช่วยลดการตัดกระแสจราจรและการสะสมของรถบริเวณหน้าไอคอนสยาม
ขณะเดียวกัน พื้นที่หน้าไอคอนสยามมีคนเดินเท้าจำนวนมาก การบริหารจัดการจราจรจึงต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ใช้ทางควบคู่กับการระบายรถ โดยรถที่เลี้ยวเข้า–ออกศูนย์การค้าต้องชะลอและระมัดระวังคนข้ามถนน รวมถึงปฏิบัติตามสัญญาณไฟและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
>> เทศบาลเมืองชะอำ แจงกรณีสูบน้ำทิ้งลง "ชายหาดชะอำ" สั่งระงับ มอบกลุ่มงานนิติการดำเนินการตามกฎหมาย
14.18 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ตามที่ปรากฏภาพและข้อมูลกรณีมีการ สูบน้ำทิ้งลงบริเวณชายหาดชะอำ และมีประชาชนและนักท่องเที่ยวแสดงความห่วงใยต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวของเมืองชะอำนั้น
เทศบาลเมืองชะอำขอชี้แจงว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมิใช่โครงการหรือการดำเนินงานของเทศบาลเมืองชะอำ แต่เป็นการดำเนินงานของผู้รับจ้างจากหน่วยงานภายนอก ซึ่งเข้ามาดำเนินการซ่อมแซมเครื่องสูบน้ำของ องค์การจัดการน้ำเสีย
เมื่อเทศบาลเมืองชะอำได้รับทราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าว นายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ ได้สั่งการให้ระงับการดำเนินการดังกล่าวทันที พร้อมทั้งมอบหมายให้ กลุ่มงานนิติการ ดำเนินการตามกฎหมาย กรณีการปล่อยน้ำเสียลงสู่ทะเลต่อไป
ทั้งนี้ เทศบาลเมืองชะอำ ต้องขออภัยเป็นอย่างสูงต่อประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้กำชับหน่วยงานผู้ว่าจ้างและผู้ที่เข้ามาดำเนินงานในเขตพื้นที่รับผิดชอบของเทศบาลเมืองชะอำ ให้ปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังและเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีกโดยเด็ดขาด
เทศบาลเมืองชะอำขอขอบคุณประชาชนและผู้แจ้งเหตุ รวมถึงทุกความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ปรากฏผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ด้วยความห่วงใยต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของเมืองชะอำ
ทุกเสียงสะท้อนของประชาชนมีความสำคัญ และเทศบาลเมืองชะอำจะนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะดังกล่าวไปใช้ในการกำกับดูแลและกำชับหน่วยงานที่เข้ามาดำเนินการในพื้นที่ ให้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดต่อไป
>> ขวัญ อุษามณี แจ้งความถูกชาย 3 คนข่มขู่กลางสวนเบญจกิติ ลั่น “อีก 3 เดือนมึงเจอกู” สงสัยโยงเปิดข้อมูลคดีแตงโม
15.15 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน “ขวัญ อุษามณี” เข้าแจ้งความ สน.ลุมพินี หลังถูกชายปริศนาจู่โจมเข้าประชิดตัวและพูดจาข่มขู่ขณะวิ่งออกกำลังกายที่สวนเบญจกิติ โดยชายคนดังกล่าวชี้หน้าและพูดซ้ำหลายครั้งว่า “อีก 3 เดือน จะต้องเปลี่ยนคำพูด” พร้อมกล่าวอ้างชื่ออดีตนักการเมืองและนายตำรวจระดับสูง ก่อนท้าให้ไปแจ้งความ ขณะที่เจ้าหน้าที่วิ่งไล่ติดตามชายอีก 2 คน แต่ไม่สามารถจับตัวได้
"ขวัญ" เปิดเผยว่า เหตุเกิดช่วงประมาณ 09.00 น. หลังทำกิจกรรมกับสมาชิกแฟนคลับ Uzi Club ตั้งแต่ช่วงเช้า ระหว่างวิ่งมีชายคนหนึ่งพุ่งเข้ามาประชิดตัว ทำทีคล้ายเป็นแฟนคลับ แต่กลับพูดข่มขู่ซ้ำ 6-7 ครั้ง จนคนรอบข้างเริ่มสงสัย ก่อนชายดังกล่าวจะวิ่งหลบหนีไป เจ้าตัวยอมรับว่า “กลัว 100 เปอร์เซ็นต์” และมองว่าเหตุการณ์ไม่ปกติ เพราะสามารถติดตามมาถึงจุดที่อยู่และเข้าประชิดตัวได้ อีกทั้งยังมีการกล่าวอ้างถึงบุคคลระดับสูง จึงสงสัยว่าอาจมีการวางแผนและไม่ได้ลงมือเพียงคนเดียว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกี่ยวข้องกับการออกมาเปิดเผยภาพและข้อมูลเกี่ยวกับคดีแตงโม อย่างไรก็ตาม ขวัญยืนยันว่าจะไม่หยุดทำในสิ่งที่เชื่อว่าถูกต้อง และต้องการนำเสนอข้อมูลเพื่อให้สังคมได้รับรู้ โดยขอให้ตำรวจเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดและติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป
>> รวบหนุ่มเพิ่งพ้นคุก หวนรับงานเดิมขนชาวจีนลักลอบเข้าเมือง
15.29 น. ตำรวจทางหลวงปราจีนบุรี รับแจ้งว่าจะมีการลักลอบขนคนต่างด้าวจากพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ จึงออกตรวจสอบตามเส้นทาง กระทั่งพบกระบะต้องสงสัยบนทางหลวงหมายเลข 304 ในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี แต่คนขับใช้ความเร็วสูง มุ่งหน้าเข้า จ.ฉะเชิงเทรา เจ้าหน้าที่จึงประสานกำลังสกัด ก่อนติดตามจนสามารถเรียกให้หยุดรถได้ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ตรวจสอบพบชายไทย อายุ 37 ปี เป็นคนขับ และมีชายชาวจีน 4 คน นั่งอยู่ภายในรถ โดยทั้งหมดมีดินโคลนเปื้อนตามตัวและเสื้อผ้า
จากการตรวจสอบพบว่า ชาวจีนทั้ง 4 คน ไม่มีเอกสารเข้าเมืองอย่างถูกต้อง และให้การผ่านล่ามว่า เดินทางจากจีนไปทำงานที่ปอยเปต ประเทศกัมพูชา ก่อนลักลอบเข้าไทยผ่านช่องทางธรรมชาติช่วงเช้ามืด เพื่อเดินทางต่อไปประเทศเมียนมา โดยเสียค่าเดินทางคนละ 100,000–150,000 บาท ส่วนคนขับให้การว่า ได้รับการว่าจ้างให้ไปรับชาวจีนจากพื้นที่ชายแดน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ไปส่งที่กรุงเทพฯ ได้ค่าจ้างคนละ 3,000 บาท รวม 12,000 บาท เคยถูกจับในคดีลักษณะเดียวกันและเพิ่งพ้นโทษเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ก่อนกลับมารับงานขนคนต่างด้าวอีกครั้ง เจ้าหน้าที่จึงจับกุมทั้งหมดนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.พนมสารคาม ดำเนินคดีตามกฎหมาย
>> 2 เด็กชาย จมน้ำและเสียชีวิต บริเวณอ่างเก็บน้ำ ในพื้นที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี
16.00 น. กู้ภัยสว่างรัตนตรัยธรรมสถานสระบุรี รับแจ้งเหตุเด็กจมน้ำสูญหาย ภายในอ่างเก็บน้ำ ในพื้นที่ ต.หน้าพระลาน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี
จากการสอบถามเบื้องต้น พบว่ากลุ่มเด็กๆได้เดินทางมาเล่นน้ำด้วยกันทั้งหมด 6 คน มีเด็กสูญหาย จำนวน 2 ราย (อายุประมาณ 14 ปี) หลังรับแจ้งเหตุ ชุดปฏิบัติการประดาน้ำและกู้ภัยสว่างรัตนตรัยฯสระบุรี ได้รีบลงพื้นที่ระดมกำลังค้นหาอย่างเร่งด่วน
จนกระทั่งล่าสุดได้พบร่างของผู้สูญหายทั้ง 2 รายและนำขึ้นฝั่ง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เฉลิมพระเกียรติ พร้อมแพทย์เวรร่วมตรวจสอบ ก่อนส่งร่างชันสูตรเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
>> ชาวจีนหนีคดี 30 ปี โผล่พัทยา ใช้ชื่อและถือบัตรประชาชนไทย อ้างจ่าย 5 หมื่น พบที่ดิน 17 แปลง
16.07 น. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. สั่งการตำรวจและฝ่ายปกครอง นำกำลังจับกุม ผู้ชาย ชาวสัญชาติจีน ผู้ต้องหาตามหมายแดง INTERPOL และหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ 509/2569 ได้ที่บ้านพักใน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ก่อนนำตัวส่ง สภ.บางละมุง
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากทางการจีนประสานขอให้ติดตามตัวผู้ต้องหาตามหมายแดง INTERPOL จากคดีทำร้ายร่างกายโดยเจตนา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2533 ในเมืองไท่โจว มณฑลเจ้อเจียง ก่อนหลบหนีเข้าประเทศไทย และมีข้อมูลว่าอาจได้สัญชาติไทยโดยมิชอบ เจ้าหน้าที่จึงประสานกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบ
จากการสอบปากคำ ผู้ต้องหาอ้างว่าเคยทำบัตรประชาชนไทยที่ อ.พบพระ จ.ตาก โดยเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 50,000 บาท เจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลตรวจสอบว่าเงินดังกล่าวจ่ายให้ใคร และมีเจ้าหน้าที่หรือบุคคลอื่นเกี่ยวข้องหรือไม่
นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ต้องหาเคยทำงานด้านไกด์และธุรกิจท่องเที่ยว ก่อนย้ายมาอยู่พัทยา มีครอบครัวและบุตรฝาแฝด รวมถึงเกี่ยวข้องกับบริษัทหลายแห่ง และถือครองอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่บางละมุง 17 แปลง มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท พร้อมรถยนต์และรถจักรยานยนต์หลายคัน เจ้าหน้าที่เตรียมตรวจสอบที่มาและสถานะทางกฎหมายของทรัพย์สินทั้งหมด
เบื้องต้น นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง ดำเนินคดีตามกฎหมาย และเตรียมขยายผลในประเด็นการได้มาซึ่งสัญชาติและทรัพย์สินต่อไป
>> เด็กชาย วัย 8 ขวบวิ่งตามลูกบอล ขึ้นมาบนถนน รถกระบะทางตรงเบรกไม่ทัน ชนเข้าอย่างจัง ร่างกระเด็นเสียชีวิต จ.เพชรบูรณ์
16.30 น. หน่วยกู้ภัยกกไทร ศรีเทพ รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถกระบะเฉี่ยวชนคนข้ามถนน และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บริเวณทางกลับรถบ้านคลองกระจัง อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์
ที่เกิดเหตุ พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นเด็กชาย อายุ 8 ปี และห่างออกไป พบรถกระบะ ฟอร์ด แรนเจอร์ สีดำ ป้ายทะเบียน 1198 เชียงใหม่ จอดอยู่สภาพกันชนหน้ารถพังเสียหาย
เบื้องต้นสอบถามผู้พบเห็นเหตุการณ์ รับแจ้งว่าเด็กชายวัย 8 ปี วิ่งตามลูกบอลออกมาจากบริเวณข้างทาง จึงทำให้รถกระบะ ที่วิ่งมาทางตรงชนเข้าอย่างจัง ร่างของเด็กกระเด็นไปโดนป้ายปูนบอกระยะทางบริเวณเกาะกลาง และทำให้เสียชีวิตทันที
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีเทพ และเจ้าหน้าที่แพทย์เวรโรงพยาบาลศรีเทพออกตรวจตรวจสอบชันสูตรพลิกศพบริเวณที่เกิดเหตุ อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่สอบสวนดำเนินการ อาสาสมัครนำร่างผู้เสียชีวิตส่งวัดคลองกระจังเพื่อบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป
>> ฝ้าเพดานพังถล่ม บริเวณโรงอาหารรัฐสภา ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
16.35 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุฝ้าเพดานบริเวณโรงอาหาร ชั้น B2 ภายในอาคารรัฐสภา พังถล่ม โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงวันหยุด ซึ่งไม่มีข้าราชการ เจ้าหน้าที่ หรือผู้มาใช้บริการอยู่ในบริเวณดังกล่าว จึงไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและทีมวิศวกรของอาคารรัฐสภาได้เข้าตรวจสอบพื้นที่และสำรวจความเสียหาย เพื่อหาสาเหตุของการพังถล่ม รวมถึงตรวจสอบว่า เกี่ยวข้องกับโครงสร้าง ความชื้น หรือสภาพของวัสดุหรือไม่ พร้อมปิดกั้นพื้นที่เป็นการชั่วคราวเพื่อดำเนินการซ่อมแซมและตรวจสอบความปลอดภัย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบพื้นที่และความปลอดภัยก่อนกลับมาเปิดใช้งานตามปกติ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำและลดความเสี่ยงต่อผู้ใช้อาคาร
>> โจรควงปืน บุกเดี่ยวชิงทรัพย์ร้านทองย่านสามโคก ปทุมธานี ได้ทองรูปพรรณ หนักรวม 52 บาท ตร.เร่งสอบสวนติดตามจับกุม
17.57 น. รับแจ้งว่า เกิดเหตุคนร้าย ใช้อาวุธปืนบุกชิงทรัพย์ ร้านทอง บริเวณแยกวัดสิงห์ ในพื้นที่ ม.4 ต.สามโคก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี
โดยได้ทรัพย์สิน เป็นสร้อยคอทองคำรูปพรรณ น้ำหนักรวม 52 บาท ประกอบด้วยสร้อยคอทองคำขนาด 10 บาท จำนวน 2 เส้น ขนาด 5 บาท จำนวน 4 เส้น และขนาด 4 บาท จำนวน 3 เส้น คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 3.5 ล้านบาท ก่อนหลบหนีไป โดยใช้การเดินเท้า
เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.สามโคก เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนีพบมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองปทุมธานี โดยพยานระบุว่า พบชายดังกล่าว ที่มาทราบภายหลังเป็นผู้ก่อเหตุ ได้มานั่งดูลาดเลานานกว่า 1ชม.บริเวณริมฟุตบาทฝั่งตรงข้าม
>> ความเสียหาย ‘รพ.บ้านแพ้ว’ หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้
18.00 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงพยาบาลบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร
จุดเกิดเหตุอยู่ภายในอาคารเฉลิมพระเกียรติ บริเวณชั้น 1 ห้องกายภาพบำบัด หลังเกิดเพลิงไหม้และมีกลุ่มควันภายในอาคาร เจ้าหน้าที่ระดมรถดับเพลิงและกำลังจากหลายพื้นที่เข้าควบคุมเพลิงอย่างเร่งด่วน จนเวลาประมาณ 19.30 น. สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว และไม่พบการลุกลามไปยังอาคาร หรือพื้นที่ข้างเคียง
ทั้งนี้ ได้ดำเนินการอพยพผู้ป่วย จำนวนกว่า 40 ราย ออกจากพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะผู้ป่วยที่อยู่บริเวณชั้นบน เพื่อป้องกันอันตรายจากเพลิงและกลุ่มควัน ไปยังอาคารอื่นในพื้นที่ปลอดภัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการระบายควันภายในอาคาร
พร้อมตรวจสอบพื้นที่และเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการปะทุซ้ำและให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ป่วย บุคลากรและประชาชนในพื้นที่ อยู่ระหว่างการประเมินความเสียหาย โดยมีนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าตรวจสอบพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
>> รถจักรยานยนต์เสียหลักชนเกาะกลาง หนุ่มวัย 49 ปีเสียชีวิต จ.สุโขทัย
18.18 น. หน่วยกู้ภัยเทพนิมิตรสุโขทัย จุดศรีสำโรง รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักชนเกาะกลางถนน และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บนถนนจรดวิถีถ่อง ใกล้เคียงร้านมวลการค้า ม.9 ต.ทับผึ้ง อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีดำ ป้ายทะเบียน สุโขทัย ล้มคว่ำอยู่กลางถนน ใกล้กันพบร่างของผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 49 ปี เบื้องต้นไม่มีชีพจรไม่หายใจ มีแผลฉกรรจ์ขนาดใหญ่ที่ศีรษะ แขนซ้ายผิดรูป ทางเจ้าหน้าที่ทีมกู้ชีพ ร่วมตรวจสอบและยืนยันว่า ได้เสียชีวิตแล้ว
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีสำโรง และแพทย์เวร รพ.ศรีสังวร ร่วมชันสูตรผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการนำร่างผู้เสียชีวิตส่งต่อให้กับทางญาติเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
>> ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลงพื้นที่คลองเตย เร่งบล็อกท่อ - ส่งกล้องตรวจสอบ ค้นหาต้นเหตุน้ำมันรั่ว
18.32 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้ากรณีตรวจพบน้ำมันในท่อระบายน้ำ บริเวณถนนพระราม 3 เขตคลองเตยโดยขณะนี้ยังไม่พบจุดรั่วของท่อน้ำมัน หลังผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบแนวท่ออย่างละเอียด ทั้งการตรวจความหนาของท่อ แรงดัน และเปิดพื้นที่ตรวจสอบตามแนวท่อ ขณะที่ปริมาณน้ำมันในระบบลดลง และกลิ่นจางลงอย่างต่อเนื่อง
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า “ขณะนี้ท่อน้ำมันไม่ได้มีการส่งน้ำมันและไม่มีแรงดัน ส่วนน้ำมันที่พบในบ่อระบายน้ำเหลือเพียงบาง ๆ บริเวณผิวน้ำ และไม่มีปริมาณเพิ่มขึ้น กทม. จึงบล็อกท่อระบายน้ำเป็นจุด ๆ เพื่อป้องกันน้ำมันเข้าสู่ระบบเพิ่มเติม พร้อมส่งกล้องตรวจสอบตลอดแนวท่อ เพื่อค้นหาจุดที่อาจเชื่อมโยงกับแหล่งน้ำมัน”
สำหรับการค้นหาต้นเหตุ ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจน โดยอยู่ระหว่างตรวจสอบความเป็นไปได้หลายประการ ทั้งน้ำมันเก่าหรือน้ำมันตกค้างที่อาจสะสมอยู่ในพื้นที่ รวมถึงความเป็นไปได้ที่อาจมีโพรงหรือแหล่งสะสมน้ำมันในชั้นดินใกล้แนวท่อ ซึ่งอาจซึมผ่านรอยต่อเข้าสู่ระบบระบายน้ำ จึงอยู่ระหว่างตรวจสอบพื้นที่โดยรอบเพิ่มเติม เพื่อไล่หาต้นเหตุและตัดประเด็นที่เป็นไปได้ออกทีละจุด
ทั้งนี้ กทม. ยังคงประสานผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมดำเนินการควบคุมและตรวจสอบระบบระบายน้ำในพื้นที่ โดยจัดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเฉพาะส่วนที่จำเป็น ขณะเดียวกันยังดูแลชุมชนและติดตามผลกระทบอย่างใกล้ชิด ล่าสุดยังไม่พบว่าน้ำมันเพิ่มขึ้น และกลิ่นลดลงอย่างต่อเนื่อง
>> “เจเศรษฐ์” ลงพื้นที่ เพลิงไหม้ รพ.บ้านแพ้ว สั่ง ปภ.-โยธาฯ เฝ้าระวังการปะทุซ้ำ-ตรวจโครงสร้าง ก่อนเปิดใช้อาคาร
19.00 น. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) ลงพื้นที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อติดตามสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้ภายในอาคารเฉลิมพระเกียรติ ที่เกิดเหตุตั้งแต่เวลาประมาณ 18.00 น. ของวันนี้ โดยเพลิงได้ลุกไหม้บริเวณแผนกกายภาพบำบัด ชั้น 1 ของอาคาร
ภายหลังได้รับแจ้งเหตุ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรสาคร อาสาสมัครมูลนิธิ และ อปพร. ได้เข้าพื้นที่ระงับเหตุ โดยโรงพยาบาลบ้านแพ้วได้อพยพผู้ได้รับผลกระทบออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็ว ปัจจุบันสามารถควบคุมเพลิงได้ 100% ไม่มีผู้เสียชีวิต มีเพียงผู้ได้รับเล็กน้อยจากการสำลักควัน เจ้าหน้าที่ชุดเผชิญเหตุได้ระบายควันที่ตกค้างภายในอาคาร และประเมินความปลอดภัยของพื้นที่อย่างละเอียด
“ในฐานะที่กำกับดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้สั่งการให้ทั้ง 2 หน่วยงาน สนับสนุนการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยของโรงพยาบาลอย่างใกล้ชิด โดยให้ ปภ. สนับสนุนการป้องกันและระงับเหตุสาธารณภัย ประเมินความเสี่ยงและเฝ้าระวังการเกิดเหตุซ้ำ ขณะที่กรมโยธาธิการและผังเมืองให้เตรียมเข้าตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร เพื่อประเมินความปลอดภัยก่อนการกลับเข้าใช้พื้นที่ พร้อมให้จังหวัด ประสานกรมควบคุมมลพิษเข้าตรวจวัดคุณภาพอากาศและค่ามลพิษจากควันที่ยังตกค้างอยู่ภายในโรงพยาบาล เพื่อให้มั่นใจว่าพื้นที่มีความปลอดภัยต่อผู้ป่วย บุคลากร และประชาชน ส่วนการตรวจสอบหาสาเหตุของเพลิงไหม้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะเข้าพื้นที่ในวันพรุ่งนี้ เพื่อเก็บหลักฐานและตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้อย่างละเอียด ก่อนสรุปข้อเท็จจริงต่อไป นายเจเศรษฐ์ มท.3 กล่าว
นายเจเศรษฐ์ มท.3 ยังได้กล่าวชื่นชมและขอบคุณเจ้าหน้าที่ดับเพลิง อปพร. และ อส. ที่เข้าถึงพื้นที่และปฏิบัติการระงับเหตุได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงบุคลากรของโรงพยาบาลที่มีความพร้อมด้านการอพยพ ทำงานอย่างรวดเร็วเป็นระบบ สามารถเคลื่อนย้ายผู้ได้รับผลกระทบออกจากพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที ทำให้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
>> แผ่นดินไหว ในพื้นที่ของประเทศเมียนมา
19.01 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 3.4 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 237 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> เพลิงไหม้รถยนต์ ริมถนนราชดำเนิน ห้องเครื่องเสียหายวอด จนท.คาดไฟฟ้าลัดวงจรที่ไฟสปอร์ตไลท์ที่ติดตั้งเพิ่มเติม
23.26 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ ตรงข้ามอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง แขวงวัดบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน สีขาว หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายเฉพาะห้องเครื่องยนต์ทั้งหมด ไม่ลุกลามห้องโดยสาร อาสาสมัครใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายความร้อน
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่ไฟสปอร์ตไลท์ที่ติดตั้งเพิ่มเติม ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยภูเขาทอง