วันที่ 12 กันยายน 2569 เวลา 09:28 น.
วันนี้ 12 กันยายน 2569 ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการแก้ปัญหาปลาหมอคางดำว่า รัฐบาละโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดทำงานเชิงรุก รวดเร็ว และเด็ดขาด เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และกระทบต่อการประกอบอาชีพของประชาชน
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีข้อมูลว่า มีปลาหมอคางดำระบาดอยู่ใน 21 จังหวัด ดังนั้นเพื่อให้การทำงานคล่องตัวและแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงเตรียมจัดตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นมา เพื่อกำกับการแก้ไขปัญหาโดยตรง และเตรียมตั้งคณะเคลื่อนที่เร็วระดับจังหวัด หรือ Task Force ใน 21 จังหวัดที่มีรายงานการระบาด เพื่อให้แต่ละพื้นที่มีผู้รับผิดชอบชัดเจน สามารถประสานงานระหว่างหลายหน่วยงาน และลงพื้นที่ปฏิบัติการล่า-จับ-ควบคุมปลาหมอคางดำได้ทันที ตัดขั้นตอนยุ่งยากด้านเอกสาร
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ก่อนหน้านี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีมาตรการเชิงรุกที่ดำเนินการไปแล้ว 7 ด้าน ได้แก่ การเร่งล่าและกำจัดปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำ / ปล่อยปลาผู้ล่า เพื่อคุมปริมาณจำนวนปลา / นำปลาที่จับได้ไปแปรรูปทำปุ๋ยหมักและปลาป่น สร้างรายได้ / บล็อกพื้นที่เสี่ยง เฝ้าระวังไม่ให้เกิดการแพร่กระจายไปแหล่งน้ำใหม่ / ผนึกกำลังชุมชน ดึงอาสาสมัครและชาวบ้านร่วมเป็นหูเป็นตา / ใช้นำเทคโนโลยีวิเคราะห์ DNA และนำระบบ Tracking มาใช้ติดตามการกระจายตัว และ ฟื้นฟูระบบนิเวศ หลังควบคุมพื้นที่สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาปลาหมอคางดำนี้ รัฐบาลได้วางแผนจัดสรรงบประมาณปี 2570 ไว้ประมาณ 70-90 ล้านบาท แต่จากสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างมากขึ้น อาจส่งผลให้งบประมาณดังกล่าวไม่เพียงพอต่อการดำเนินการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้มีการหารือกับนายกรัฐมนตรีให้รับทราบในหลักการแล้ว และอาจจะต้องขอรับการสนับสนุนงบกลางเพิ่มเติมประมาณ 350 ล้านบาท เพื่อใช้ในการควบคุมและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดอย่างครอบคลุม