หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 10 กันยายน 2569

วันที่ 11 กันยายน 2569 เวลา 05:34 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 10 กันยายน 2569


>> วินาที “หมวดโอ๋” ร่ำไห้ กอดลูกชาย ยอมมอบตัว หลังเจรจานาน 18 ชั่วโมง

05.06 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน "หมู่โฟล์ค" บุตรชายของ "หมวดโอ๋" ได้เดินเข้าใกล้ตัวบ้านตะโกนเจรจาเกลี่ยกล่อมผู้เป็นพ่ออีกครั้ง หลังได้รับการติดต่อกลับหลัง เจ้าหน้าที่ปิดล้อมนานกว่า 18 ชั่วโมง ก่อนจะยอมให้ ลูกชาย เข้าเจรจาอีกครั้งท่ามกลางความตึงเครียดและความเหน็ดเหนื่อยของทีมชุดปฏิบัติการ

โดย หมู่โฟล์ค บุตรชาย และลูกสะใภ้ที่กำลังตั้งครรถ์แก่ เจราจาเกลี้ยกล่อมกว่า 40 นาที ให้ผู้เป็นพ่อวางอาวุธแล้วยอมมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ แต่เจ้าตัวยังคงเก็บตัวเงียบอยู่ภายในบ้าน ไม่มีสัญญาณการตอบกลับแม้แต่ประโยคเดียว

ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้กันผู้ไม่เกี่ยวข้องออกห่างจากตัวบ้าน ราว 30 เมตร เพื่อป้องกันอันตราย โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง รวมไปถึงเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยฯ ที่คอยแสตนบายให้การช่วยเหลือ หลังพบปฏิกิริยา หมวดโอ๋ เริ่มใจอ่อน ได้สติ เดินออกจากประตูบ้านเพื่อจะเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ ด้วยมือเปล่า ยอมวางอาวุธปืนไว้ในบ้าน

โดย บุตรชาย คอยปลอบใจ เจรจาเกลี้ยกล่อม จังหวะแรกที่ผู้เป็นพ่อโผลเข้ากอดลูกชาย ได้มีเสียงร้องไห้จากผู้เป็นพ่อในลักษณะปล่อยโฮด้วยความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าควบคุมสถานการณ์ และเข้าตรวจสอบอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุภายในตัวบ้าน รวมถึงรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุไปตรวจสอบ

ด้าน พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผกก.สภ.บางละมุง เปิดเผยว่า หลังจากลูกชายพยายามเจรจาเกลี้ยกล่อมอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเวลาประมาณ 06.20 น. หมวดโอ๋ จึงยอมมอบตัวแต่โดยดี ซึ่งการมอบตัวครั้งนี้ถือเป็นการยุติสถานการณ์ปิดล้อมที่ดำเนินมาตั้งแต่หลังเกิดเหตุช่วงสายวันที่ 9 กันยายน ต่อเนื่องตลอดทั้งคืนจนถึงเช้าวันที่ 10 กันยายน โดยเจ้าหน้าที่ใช้การเจรจาเป็นแนวทางหลัก ก่อนที่ความพยายามของลูกชายจะทำให้บิดายอมออกมามอบตัวในที่สุด


>> ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลงพื้นที่คลองเตย กำชับเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำมันปนเปื้อนใกล้ชิด ตรวจวัดไอระเหยทุกชั่วโมง

07.30 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การปนเปื้อนของน้ำมันในท่อระบายน้ำในพื้นที่เขตคลองเตย พร้อมตรวจเยี่ยมชุมชนเชื้อเพลิงพัฒนา โดยมีนายบำรุง สำเนียงงาม ผู้อำนวยการเขตคลองเตย ร่วมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า เมื่อวานนี้ทีมงานได้ปฏิบัติงานในพื้นที่ต่อเนื่องจนถึงเวลา 22.00 น. เพื่อค้นหาจุดที่เป็นรอยรั่วของท่อน้ำมัน แต่ยังไม่พบจุดรั่วที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ในช่วงเมื่อคืนพบกลิ่นน้ำมันขึ้นมาจากท่อ จึงได้ดำเนินการฉีดโฟมเพื่อควบคุมสถานการณ์ 
ขณะที่ปัจจุบันยังพบน้ำมันปนเปื้อนอยู่ในน้ำภายในท่อระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร แต่ปริมาณและความเข้มข้นลดลงและเจือจางลงมากแล้ว จึงยังจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

สำหรับการค้นหาจุดต้นเหตุ เมื่อคืนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้ขุดเปิดพื้นที่จำนวน 2 จุด เพื่อค้นหาจุดที่ท่อน้ำมันอาจเกิดการรั่วซึม แต่ยังไม่พบจุดรั่วที่ชัดเจน วันนี้จึงจะขยายผลการค้นหาต่อเนื่อง เพื่อระบุจุดต้นเหตุให้ได้โดยเร็ว โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านที่เกี่ยวข้องควบคุมและเฝ้าระวังการขุดค้นอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความปลอดภัย

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เทศกิจจากสำนักงานเขตคลองเตยและสำนักงานเขตยานนาวาเฝ้าระวังพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่ เพื่อประสานและติดตามการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการตรวจวัดปริมาณไอน้ำมันในพื้นที่ทุก 1 ชั่วโมง และติดตามสถานการณ์หรือมอนิเตอร์พื้นที่ทุก 30 นาที เพื่อประเมินความปลอดภัยและรองรับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลง

ภายหลังการติดตามสถานการณ์ นายชัชชาติได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนเชื้อเพลิงพัฒนา ซึ่งอยู่ใกล้เคียงบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อรับฟังและติดตามผลกระทบที่ประชาชนได้รับ โดยพบว่าประชาชนยังได้กลิ่นน้ำมันอยู่เล็กน้อย แต่กลิ่นเบาบางลงจากเดิมอย่างมากจนเกือบไม่มีกลิ่นแล้ว

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ย้ำว่า ภารกิจสำคัญในวันนี้คือการขยายผลค้นหาจุดต้นเหตุของการรั่วซึมให้พบ พร้อมดำเนินการจัดการน้ำมันที่ปนเปื้อนอยู่ในน้ำที่สูบขึ้นมาจากระบบท่อระบายน้ำอย่างเหมาะสม เพื่อควบคุมสถานการณ์และลดผลกระทบต่อประชาชนและพื้นที่โดยรอบให้ได้มากที่สุด โดยกรุงเทพมหานครจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและดำเนินการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง


>> เขย่ายามเช้า จ.น่าน แผ่นดินไหวขนาด 2.8 สามารถรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้

08.23 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.8 มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่บริเวณ ตำบลน้ำมวบ อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน

แผ่นดินไหวครั้งนี้คือมีความลึกใต้ผิวดินเพียง 1 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าค่อนข้างตื้น ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ตำบลน้ำมวบ และบริเวณใกล้เคียงในอำเภอเวียงสา อาจสามารถรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนหรือเสียงดังคล้ายเสียงคำรามใต้ดินได้ เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหายหรือผู้ได้รับบาดเจ็บ


>> จ.ศรีสะเกษ เร่งระบายน้ำท่วมขังในเขตเมือง เปิดทางจราจร–ลดผลกระทบประชาชน

11.33 น. เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองศรีสะเกษ และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำในจุดที่มีน้ำท่วมขัง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำออกจากถนน ขณะเดียวกัน ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษได้เข้าช่วยบริหารจัดการจราจร เร่งระบายรถ พร้อมแนะนำประชาชนให้หลีกเลี่ยงจุดที่มีน้ำท่วมขังและใช้เส้นทางที่สามารถสัญจรได้สะดวกกว่า

การดำเนินการครั้งนี้ไม่ได้มุ่งแก้เฉพาะสถานการณ์เฉพาะหน้าเท่านั้น แต่จังหวัดยังสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนเตรียมจุดติดตั้งเครื่องสูบน้ำและมาตรการรองรับล่วงหน้า หากเกิดฝนตกหนักอีก เพื่อให้สามารถเข้าจัดการพื้นที่เสี่ยงได้รวดเร็ว ลดระยะเวลาน้ำท่วมขัง และลดผลกระทบต่อบ้านเรือน การค้าขาย และการเดินทางของประชาชน

นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ด้วยตนเอง พร้อมกำชับเทศบาลเมืองศรีสะเกษ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งระบายน้ำและดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยมีหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ผู้แทนเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ผู้แทนอำเภอเมืองศรีสะเกษ และเจ้าหน้าที่ร่วมปฏิบัติงานในพื้นที่

เป้าหมายสำคัญ คือ ระบายน้ำให้เร็ว เปิดเส้นทางให้ประชาชนเดินทางได้สะดวก และเตรียมพร้อมรับมือฝนรอบต่อไป เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด


>> ตำรวจ ปทส. ร่วมกรมอุทยานฯขยายผลจับเขมรเทา สั่งค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ

11.57 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ,เจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และ เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานประเทศสหรัฐอเมริกา

ร่วมกันจับกุม นายสอ อายุ 35 ปี สัญชาติกัมพูชา และนายนอ อายุ 39 ปี สัญชาติไทย แจ้งข้อหา “ร่วมกันค้า และมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562” และแจ้งข้อกล่าวหากับนายสาเพิ่มเติมในข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุดตาม พรบ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522” พร้อมตรวจยึดของกลาง นกเงือกหัวแรด 1 ตัว โดยจับกุมได้ภายในปั๊มน้ำมัน ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 1 กองบังคับการ ปทส. ได้สืบสวนขยายผลพฤติกรรมการกระทำความผิดของผู้ถูกจับกุม (นายสอ) มาจากคดีที่มีการจับกุมแก๊งซื้อสัตว์ป่าจากประเทศไทย และลักลอบนำขึ้นเครื่องบินไปขายที่ไต้หวัน และประเทศอินเดีย จากการสืบสวนทำให้ทราบว่ามีนายสา เป็นหนึ่งในผู้นำสัตว์ป่า มาขายให้กับชาวต่างชาติกลุ่มที่ถูกจับกุม โดยซื้อขายกันผ่านช่องทางออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการแฝงตัวเข้าสั่งซื้อนกเงือก และนัดรับกัน ที่ปั๊มน้ำมัน ถนนวิภาวดี

ต่อมาเมื่อถึงวันเวลานัดหมาย มีนายสอ และ นายนอ ขับรถมอเตอร์ไซค์ บรรทุกกล่องกระดาษเจาะรูมองเห็นกล่องพลาสติก ซึ่งเป็นกรงสัตว์ไว้หลังมอเตอร์ไซค์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ พบว่าภายในกล่องกระดาษ มีนกเงือกหัวแรด จำนวน 1 ตัว และ ชะนี จำนวน 1 ตัว จึงได้ทำการตรวจยึด และแจ้งข้อหาพร้อมกับแจ้งสิทธิของผู้ถูกจับ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ควบคุมส่งพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 1 กองบังคับการ ปทส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> แม่ ร้องสายไหมต้องรอด คลี่คลายเงื่อนงํา หลังลูกชายวัย 15 ดับปริศนา

13.05 น.​ นางสาวขอ (นามสมมุติ) อายุ 39 ปี เดินทางเข้าร้องเรียนกับ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ เพจสายไหมต้องรอด เพื่อขอความเป็นธรรมกรณี “น้องเลโอ” ลูกชายวัย 15 ปี เสียชีวิตจากบาดแผลถูกยิงเข้าหน้าผากภายในบ้านพักที่ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งถูกระบุเบื้องต้นว่าเป็นการคิดสั้น ผู้เป็นแม่เปิดเผยว่ายังคงแคลงใจในสาเหตุ เนื่องจากพบความผิดปกติหลายประการ ทั้งร่องรอยบาดแผลที่ระบุว่ายิงด้วยมือซ้ายขัดแย้งกับลูกที่เป็นคนถนัดขวา จดหมายลาตายที่มีสำนวนภาษาและลายมือคล้ายผู้ใหญ่ รวมถึงไม่มีใครในบ้านได้ยินเสียงปืนทั้งที่เกิดเหตุในห้องติดกัน

​ความสงสัยยิ่งเพิ่มขึ้นหลังผลตรวจพิสูจน์หลักฐานเบื้องต้นกลับไม่พบทั้งลายนิ้วมือและ DNA ของผู้เสียชีวิตบนอาวุธปืนแม้แต่น้อย ทางครอบครัวจึงวอนขอให้ตำรวจรื้อสำนวนและตรวจนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียด รวมถึงสอบปากคำผู้อยู่ในบ้านทุกคนและเช็กกล้องวงจรปิดใหม่ทั้งหมด ด้านนายเอกภพระบุว่าจะเร่งประสานไปยังผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อลงมาควบคุมการตรวจสอบพยานหลักฐานและคืนความเป็นธรรมให้กับครอบครัวต่อไป


>> “วีระ” บุก ก.ศึกษาธิการ จี้สอบทุจริตโซลาร์เซลล์อาชีวะ แฉพิรุธซอยงบละเอียดยิบเอื้อทุนการเมือง

13.33 น. นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน เดินทางไปยังกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อจี้ให้ตรวจสอบความไม่ปกติในโครงการจัดซื้อจัดจ้างติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ ของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ช่วงปีงบประมาณ 2566–2569 ที่อาจสร้างความเสียหายสูงถึงหลายพันล้านบาท โดยพบพฤติการณ์ส่อทุจริตด้วยการใช้วิธีซอยงบประมาณให้เหลือไม่เกินแห่งละ 500,000 บาท ครอบคลุมวิทยาลัยเทคนิคอย่างน้อย 230 แห่ง เพื่อเปิดช่องให้ใช้วิธีจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง

​นอกจากนี้ ยังพบเงื่อนงำว่าอุปกรณ์ที่จัดส่งไม่ครบตามสเปกโดยไร้แบตเตอรี่ พร้อมข้อสงสัยเรื่องการล็อกตัวผู้เสนอซื้อขายที่เชื่อมโยงกับกลุ่มอิทธิพลหรือ “บ้านใหญ่” ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคอีสาน ซึ่งการเดินทางมาครั้งนี้เป็นการให้โอกาส ศธ. ชี้แจงและแสดงหลักฐานหักล้างก่อน หากไร้คำตอบที่ชัดเจนจะส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยมี นายตติยภัทร์ ปิติเศรษฐพันธุ์ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เป็นตัวแทนรับเรื่องและยืนยันว่าจะเร่งเสนอผู้บริหารเพื่อตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงโดยเร็ว


>> "แม่น้ำสาย" เพิ่มสูงขึ้น แจ้งเตือนพื้นที่ลุ่มต่ำ "เวียงพางคำ แม่สาย เกาะช้าง" เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่ง

14.00 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือนสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำสาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย หลังเกิดฝนตกบริเวณต้นแม่น้ำสาย ส่งผลให้ระดับน้ำที่สถานีสะพานมิตรภาพแห่งที่ 1 เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด ระดับน้ำบริเวณสะพานมิตรภาพไทย–เมียนมาแห่งที่ 1 เพิ่มสูงขึ้นจนชิดใต้ขอบสะพานข้ามแม่น้ำสาย สะท้อนถึงสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ปภ.จังหวัดเชียงราย ได้ส่งข้อความแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast Service (CBS) ไปยังประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำสาย ได้แก่ ตำบลเวียงพางคำ ตำบลแม่สาย และตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความเสี่ยงจากน้ำล้นตลิ่ง รวมถึงน้ำซึมหรือลอดใต้แนวกระสอบทราย

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงยกสิ่งของและทรัพย์สินขึ้นไว้ในที่สูง เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ และดูแลกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง พร้อมติดตามข้อมูลข่าวสารและประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด


>> จ.เชียงใหม่ ฝนตกถนนลื่น รถกtะบะเสียหลักหลุดโค้ง พลิกคว่ำลงข้างทาง บาดเจ็บ 5 รายกู้ภัยเร่งนำส่ง รพ.

15.00 น. มีรายงานอุบัติเหตุ รถกระบะพลิกคว่ำลงข้าวทาง ถนนเส้นตำบลทาเหนือ - ตำบลออนกลาง อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่

ที่เกิดเหตุ พบรถกะบะ โตโยต้า วีโก้ สีดำ ป้ายทะเบียน เชียงใหม่ ลักษณะเสียหลักหลุดโค้ง แล้วพลิกตะแคงอยู่ข้างทาง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย ทางอาสากู้ภัยช่วยเหลือและนำส่ง รพ.ใกล้เคียง ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ออน


>> คนร้ายควงปืนบุกเดี่ยว "ชิงทรัพย์" ภายในธนาคารฯ สาขาตลาดไท กวาดเงินสด 1.5 ล้านบาท

16.00 น. ตำรวจ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้ง เกิดเหตุคนร้ายเป็นชายก่อเหตุใช้อาวุธปืนบุกเดี่ยว เข้าชิงทรัพย์ภายในธนาคารฯ สาขาตลาดไท ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี กวาดเงินสดไปได้รวม 1.5 ล้านบาท

เบื้องต้น หลังก่อเหตุคนร้ายใช้ยานพาหนะเป็นรถยนต์เก๋ง สีดำ จากการตรวจสอบพบว่าเป็นป้ายทะเบียนปลอม ขับขี่หลบหนีออกจากพื้นที่

ต่อมา พล.ต.ต พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี เดินทางลงพื้นที่มาตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ได้รับแจ้งเพิ่มเติมว่า รถเก๋งต้องสงสัยถูกคนร้ายจุดไฟเผาทำลายทิ้งบริเวณพงหญ้าฝั่งตรงข้ามสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) เพื่อทำลายหลักฐาน ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.คลองหลวงและสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ลงพื้นที่เร่งตรวจสอบ เก็บรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมาย


>> กองปราบฯ บุกค้นบ้าน “สีกา” หญิงคนสนิทของอดีตเจ้าอาวาส พบของกลางเงินสด - ทองคำแท่ง - พระเครื่องรุ่นดัง เพียบ

16.39 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณี ตำรวจกองปราบ นำกำลังเข้าจับกุม อดีตหลวงพ่อโชติ เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ที่ 29/2569 ลงวันที่ 8 ก.ย. 69 ในข้อหา “เป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ฯ, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ/ละเว้นหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริตฯ, เป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติ/ละเว้นโดยมิชอบ และสมคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน” หลังพบพฤติกรรมเบียดบังเงินวัดไปเป็นของตน โดยในห้วงเวลากว่า 2 ปี มีการออกใบอนุโมทนาบัตรในนามวัดโดยมิชอบกว่า 20 รายการ ก่อนมอบให้สีกาคนสนิทแปลงสภาพความเสียหายกว่า 92 ล้านบาท โดยจับกุมได้ที่กุฏิวัดดังกล่าว

ซึ่งขณะจับกุมตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในกุฏิวัด สามารถจับภาพเจ้าอาวาสดังกล่าว เสพเมถุนกับสีกาด้วย โดยอยู่ระหว่างการตรวจค้นหาหลักฐานเพิ่มเติม

ต่อมาตำรวจกองปราบนำกำลังเข้าตรวจสอบภายในกุฏิของอดีตหลวงพ่อโชติ 
พบทองคำแท่งน้ำหนักหลายบาท มูลค่าหลายล้านบาท รวมถึงยังพบพระพุทธรูปทองคำหนักประมาณ 2 กิโลกรัม จากนั้นเก็บรวบรวมหลักฐานและตรวจยึดทรัพย์สินไปตรวจสอบ

ล่าสุด ตำรวจกองปราบอีกชุด นำกำลังเข้าตรวจค้นที่บ้านพักของ "สีกาออ” (นามสมมุติ) อายุ 47 ปี หญิงคนสนิทของอดีตหลวงพ่อโชติ ซึ่งจากการตรวจค้นเจอเงินสดปึกใหญ่หลายกอง มูลค่าหลายล้านบาท รวมถึงทองคำแท่งอีกหลายแท่ง พระเครื่องโบราณและรุ่นดัง ตำรวจจึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง ก่อนคุมตัว “สีกาออ” มาสอบปากคำที่กองปราบปรามฯ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


>> ลุ้น! "ไทยช่วยไทยพลัส" ต่ออายุอีก 2 เดือน คาดได้ความชัดเจน สิ้นเดือน ก.ย.นี้

16.58 น. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เผยว่า กระทรวงการคลังพร้อมรับข้อเสนอพิจารณาเดินหน้าโครงการไทยช่วยไทยพลัสต่อเนื่อง หลังจากการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของพ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ ต่างเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาขยายเวลาโครงการเพื่อช่วยกระตุ้นกำลังซื้อออกไปอีก 1-2 เดือน ซึ่งคาดว่าจะเห็นข้อสรุปภายในสิ้นเดือน ก.ย.นี้ ส่วนเม็ดเงินงบประมาณเหลืออยู่ที่จะสามารถนำมาต่ออายุโครงการได้ ส่วนรูปแบบและเงื่อนไขโครงการเฟส 3 จะเปลี่ยนแปลงอย่างไร กระทรวงการคลังขอเวลารวบรวมข้อมูล และหารือกับนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง คาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายใน 2-3 สัปดาห์นี้

หนึ่งในปัจจัยสำคัญของการต่ออายุโครงการมาจากวิกฤตราคาพลังงานที่ยังไม่คลี่คลายและส่งผลต่อราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูง ซึ่งส่งผลต่อค่าครองชีพของประชาชน และ หากมีการต่ออายุโครงการออกไป จะพิจารณาปรับสูตรโครงการ เช่น กลุ่มที่เข้าร่วม และอัตราการร่วมจ่ายระหว่างรัฐกับประชาชนด้วย

ปัจจุบันโครงการมีประชาชนเข้าร่วมใช้สิทธิแล้วกว่า 26 ล้านคน และเมื่อรวมกับกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 13 ล้านคน จะมีประชาชนที่ได้รับประโยชน์ในการลดค่าครองชีพรวมกว่า 40 ล้านคน


>> ไฟไหม้บ้านวอด ทรุดตัวทั้งหลัง โชคดีตำรวจเมืองนนท์ เข้าช่วยเหลือเด็ก 2 ผู้ใหญ่ 2 บ้านติดกันออกมาได้

17.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้าน เหตุเกิดหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.บางกร่าง อ.เมืองนนทบุรี หลังรับแจ้งได้ประสานรถดับเพลิง เทศบาลบางศรีเมือง และรถน้ำจากเทศบาลใกล้เคียง

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว ไฟกำลังรุกไหม้บ้านอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ระดมฉีดน้ำ มีรถดับเพลิงจากเทศบาล 7 คัน ใช้เวลานานกว่า 30 นาที สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่ยังคงต้องฉีดน้ำไว้ตลอดเวลา เนื่องจากภายในบ้านมีสิ่งของจำนวนมาก ด้านเจ้าของบ้านกล่าวว่า ไฟเริ่มลุกไหม้จากหน้าบ้านบริเวณด้านนอก ตนอยู่ในบ้านกะว่าจะเปิดประตูมาดับไฟ แต่แล้วไฟลุกแรงโหมมาที่หน้าประตู เพราะลมแรง ควันและไฟเยอะขึ้นออกจากบ้านไม่ได้แล้วจึงได้ปิดประตูหน้าบ้าน แล้วไปออกประตูหลังบ้าน เนื่องจากบริเวณหน้าบ้านสิ่งของ ประกอบด้วยถุงพลาสติก ถุงเสื้อผ้า และเสื้อผ้ามือสอง

พ.ต.ท.ภูรินท์ บุญชัยวงศ์ สวป.(ชส.) สภ.เมืองนนทบุรี มีที่พักอยู่ใกล้กับบ้านที่เกิดเหตุ กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าไฟไหม้บ้านจึงรีบแจ้งศูนย์วิทยุให้แจ้งรถดับเพลิงมา เมื่อเดินไปดูบ้านที่เกิดเหตุไม่พบผู้อยู่อาศัย ส่วนบ้านข้างเคียงมีเด็ก 2 คนและผู้ใหญ่ 2 คน ตนจึงเข้าไปช่วยอุ้มเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายออกมาก่อน ส่วนผู้สูงอายุก็ออกตามมาได้ปลอดภัย จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมเพลิงไว้ได้ไม่ลุกลาม

ด้านกู้ภัยนนทบุรี กล่าวว่า มาถึงพบว่าไฟลุกไหม้รุนแรงแล้ว เห็นว่ามีตำรวจบ้านอยู่ใกล้กับบ้านต้นเพลิง ได้เข้าไปช่วยเจ้าของบ้านออกมาได้พาไปโรงพยาบาลแล้ว เบื้องต้นตำรวจกั้นพื้นที่ห้ามบุคคลไม่เกี่ยวข้องเข้าไป เนื่องจากเป็นพื้นที่อันตราย ตัวบ้านได้ทรุดตัวลงมาทั้งหลัง พร้อมจะประสานตำรวจพิสูจน์หลังฐานจังหวัดนนทบุรี เข้าตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้


>> รวบหนุ่มใหญ่ พิเรนทร์! แอบลงบ่อปลาคราฟทำอนาจาร รับสารภาพเคยก่อเหตุกับหมา-ตุ๊กตา

21.03 น. ​ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง เข้าจับกุมนายสอ (นามสมมุติ) โต้ง อายุ 51 ปี ที่บริเวณเชียงกงหลักสี่ หลังก่อเหตุแอบลงไปในบ่อปลาคราฟหน้าบ้านประชาชนในซอยวิภาวดี 66 เพื่อจับปลาขึ้นมาทำอนาจารจนสำเร็จความใคร่ถึง 2 ครั้ง เมื่อช่วงดึกวันที่ 7 ก.ย. โดยมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดชัดเจน แม้เจ้าของบ้านจะพยายามไล่กุมตัวจนหกล้มบาดเจ็บ แต่ผู้ก่อเหตุสามารถปั่นจักรยานหลบหนีไปได้ ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ติดตามลากตัวมาดำเนินคดีได้สำเร็จขณะพยายามวิ่งหนี

​จากการสอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพว่าเกิดอารมณ์ชั่ววูบหลังลงไปอาบน้ำ ประกอบกับไม่มีเงินและไม่มีแฟน ทั้งยังยอมรับว่าเสพยา และเคยก่อเหตุลักษณะนี้กับสุนัขรวมถึงตุ๊กตาเก่ามาก่อน ด้านเจ้าของบ้านซึ่งเลี้ยงปลามากว่า 8 ปี ยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเนื่องจากสงสัยว่าปลาที่เคยป่วยตัวคดและตายก่อนหน้านี้อาจถูกกระทำเช่นกัน

เบื้องต้น ตำรวจเตรียมแจ้งข้อหาทารุณกรรมสัตว์ ทำให้เสียทรัพย์ บุกรุกยามวิกาล และกระทำการอนาจารต่อไป


>> พนังกั้นแม่น้ำสายฝั่งท่าขี้เหล็กแตก มวลน้ำทะลักท่วมชุมชน - พื้นที่เศรษฐกิจฝั่งเมียนมา

22.00 น. มีรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่ชายแดนไทย–เมียนมา เกิดเหตุ พนังกั้นแม่น้ำสายบริเวณฝั่งท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา เกิดการแตกส่งผลให้มวลน้ำจากแม่น้ำสายไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนและพื้นที่เศรษฐกิจของเมืองท่าขี้เหล็กอย่างรวดเร็ว

สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากน้ำที่ไหลทะลักออกจากแนวพนังกั้นได้เข้าพื้นที่ชุมชนและบริเวณที่มีประชาชนอาศัยอยู่ รวมถึงพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของท่าขี้เหล็ก ซึ่งเป็นย่านการค้าและเส้นทางสัญจรที่มีประชาชนและผู้ประกอบการอยู่เป็นจำนวนมาก

เบื้องต้นพบว่า ระดับน้ำจากแม่น้ำสายมีปริมาณสูงและไหลเชี่ยว ก่อนที่แนวพนังกั้นน้ำบริเวณฝั่งท่าขี้เหล็กจะไม่สามารถรองรับแรงดันของน้ำได้ จนเกิดการแตกและเปิดทางให้น้ำไหลเข้าพื้นที่ด้านใน ส่งผลให้สถานการณ์น้ำท่วมขยายวงอย่างรวดเร็วในช่วงค่ำ

ประชาชนในพื้นที่ต้องเร่งติดตามสถานการณ์และเคลื่อนย้ายทรัพย์สิน สิ่งของมีค่า และยานพาหนะขึ้นไปไว้ในพื้นที่สูง ขณะที่พื้นที่เศรษฐกิจบางส่วนต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมวลน้ำมีแนวโน้มไหลเข้าท่วมพื้นที่ต่อเนื่อง หากระดับน้ำในแม่น้ำสายยังคงเพิ่มสูงขึ้น

เหตุการณ์ครั้งนี้ยังส่งผลให้บรรยากาศบริเวณชายแดนเกิดความตึงเครียดด้านสถานการณ์น้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งไทยซึ่งอยู่ติดกับแม่น้ำสาย เนื่องจากต้องเฝ้าระวังปริมาณน้ำและทิศทางการไหลอย่างใกล้ชิด รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชุมชนและพื้นที่เศรษฐกิจตามแนวชายแดน

ขณะนี้สถานการณ์ยังอยู่ระหว่างการติดตามและประเมินผลกระทบ ประชาชนในพื้นที่ท่าขี้เหล็ก รวมถึงประชาชนฝั่งไทยบริเวณแนวชายแดน ควรติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด และหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้บริเวณแม่น้ำสาย จุดที่มีน้ำไหลเชี่ยว และพื้นที่น้ำท่วม เนื่องจากระดับน้ำสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว


>> คุมตัว "สมีโชติ" ยึดทรัพย์สมบัติแน่น ขนย้ายรถ 4 คัน ขึ้นสอบฯ บนกองปราบ ตำรวจเผยนับเงินจนเครื่องพัง

23.11 น. ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ได้ควบคุมตัว "สมีโชติ" อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง มาถึงกองบังคับการปราบปรามเพื่อดำเนินการสอบปากคำ โดยระหว่างการควบคุมตัว ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามว่ามีอะไรอยากจะขอโทษ บอกกล่าว หรือมีความเครียดหรือไม่ ซึ่ง "สมีโชติ" ตอบกลับด้วยท่าทีเรียบเฉยเพียงสั้น ๆ ว่า "มันเป็นธรรมดาครับ" ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่นำตัวขึ้นไปยังอาคารด้านบน

การเดินทางมาถึงกองปราบปรามในครั้งนี้ เลื่อนเวลาออกไปจนดึก เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้เวลานานในการตรวจนับทรัพย์สินที่มีอยู่เป็นจำนวนมหาศาล โดยต้องใช้ยานพาหนะขนย้ายถึง 4 คัน ได้แก่ รถยนต์อเนกประสงค์ 1 คัน, รถเก๋ง 1 คัน, รถกระบะ 1 คัน และรถตู้ อีก 1 คัน

ทั้งนี้ ในขั้นตอนการตรวจนับเงินสด เจ้าหน้าที่ได้เตรียมเครื่องนับธนบัตรมาใช้งานถึง 4 เครื่อง แต่ด้วยจำนวนเงินที่มีมาก ส่งผลให้เครื่องนับธนบัตรเกิดขัดข้องและพังเสียหายไปถึง 2 เครื่องระหว่างการทำงาน

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม