วันที่ 8 กันยายน 2569 เวลา 13:12 น.
ส่งเสริมความคล่องตัวทางการเงินและดึงดูดทาเลนต์ หวังปั้นยูนิคอร์น รั้งเม็ดเงินลงทุนให้อยู่ในไทยสร้างงานและโอกาสใหม่เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ
วันที่ (8 กันยายน 2569) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่าวันนี้กระทรวง อว จะนำร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมธุรกิจสตาร์ตอัป (STARTUP ACT) นำเสนอให้ ครม เห็นชอบ เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรม เร่งปลดล็อคข้อจำกัดด้านกฎหมาย ติดปีกให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืน และจะพิจารณาเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป
การเสนอร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมธุรกิจสตาร์ตอัปครั้งนี้ ดำเนินการโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สศก.) ซึ่งได้ยกร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว โดยมีสาระสำคัญคือการแก้ไขข้อจำกัดในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) เดิมที่ไม่เอื้อต่อรูปแบบการทำธุรกิจของสตาร์ตอัป เพื่อลดอุปสรรคทางกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อการระดมทุนมาอย่างยาวนาน ให้สอดรับกับสภาวการณ์ปัจจุบันที่ภาคเอกชนเคยชี้ให้เห็นถึงช่องว่างทางการเงินและแนวโน้มการหลั่งไหลของเงินทุนไทยไปสู่ตลาดต่างประเทศ
และได้กำหนดให้สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการ โดยทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (One-Stop Service Center) ทั้งในด้านการรับรอง การสนับสนุน และการประสานงาน และจะมีคณะกรรมการส่งเสริมธุรกิจสตาร์ตอัปที่มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้ามามีบทบาทในการกำหนดนโยบายยุทธศาสตร์ และแผนในการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสตาร์ตอัพ รวมถึงระบบนิเวศของธุรกิจสตาร์ตอัพให้สอดคล้องกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ให้มั่นใจว่าหน่วยงานกำกับดูแลต่างๆ จะทำงานร่วมกันได้อย่างสอดประสาน เพื่อลดอุปสรรคทางระบบราชการ และเพิ่มช่องทางสนับสนุนการเติบโตสำหรับสตาร์ตอัปและนักลงทุน โดยสตาร์ตอัปที่ได้รับการรับรองจะได้รับสิทธิและประโยชน์เป็นเวลา
5 ปี และสำหรับกลุ่มที่จัดอยู่ในประเภทเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) คณะกรรมการอาจขยายระยะเวลาให้รวมแล้วสูงสุดถึง 10 ปี
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA กล่าวถึงความพร้อมเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้ เตรียมปักหมุดยกระดับภารกิจการเป็นหน่วยงานหลักดูแลการบูรณาการและเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มธุรกิจสตาร์ตอัปกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่มีบทบาทในการพัฒนาและส่งเสริมสตาร์ตอัป เป็นศูนย์กลางให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับโครงการและแหล่งเงินทุนสนับสนุนธุรกิจสตาร์ตอัพ รวมทั้งทำหน้าที่เป็นหน่วยรับ ตรวจสอบการยื่นคำรับรอง และประกาศรายชื่อเป็นธุรกิจสตาร์ตอัพให้ได้รับสิทธิและประโยชน์ตามที่กำหนดไว้ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ นับเป็นอีกความท้าท้ายครั้งสำคัญเมื่อสตาร์ตอัปไทยจะมีข้อมูลกลางในเรื่องโครงการสนับสนุนและข้อมูลเงินทุน ช่วยสร้างโอกาสกระตุ้นการลงทุนให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตได้มากยิ่งขึ้น ให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการสร้างสตาร์ตอัประดับยูนิคอร์นและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
อีกประเด็นสำคัญคือความสะดวกในการประกอบธุรกิจกำลังจะก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนอีกครั้ง เมื่อร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวจะมุ่งผลักดันการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมายในหลายประเด็นสำคัญ ได้แก่ การรองรับการออกหุ้นกู้ที่สามารถแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญได้ ซึ่งเป็นเครื่องมือระดมทุนยอดนิยมของสตาร์ตอัประดับโลก การอนุญาตให้บริษัทจำกัดสามารถถือหุ้นของตนเอง (Treasury Stock) เพื่อนำมาจัดสรรเป็นหุ้นจูงใจให้กับพนักงานหรือกรรมการ ช่วยดึงดูด Talent เข้ามาร่วมงาน รวมทั้งการรองรับการเปลี่ยนหนี้สินให้กลายเป็นทุนจดทะเบียน เพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการโครงสร้างทางการเงิน
ตลอดจน จะมีการเร่งส่งเสริมมาตรการจากภาครัฐให้สตาร์ตอัปเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เช่น การให้สิทธิลดหย่อนภาษีและการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการเติบโตของสตาร์ตอัป การเสริมสร้างกำลังคนในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญต่างชาติและบุคลากรที่มีทักษะสูงภายใต้กฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองและกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนการเข้าถึงตลาดภาครัฐและสิทธิประโยชน์ตามมาตรการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ เป็นต้น
8 กันยายน 2569
8 กันยายน 2569