วันที่ 8 กันยายน 2569 เวลา 11:18 น.
วันที่ 8 กันยายน 2569 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ร่วมกับ เจ้าหน้าที่แผนกกงสุลตำรวจสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาชาวเกาหลีใต้และชาวจีน จำนวน 13 ราย ในความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน” ตามมาตรา 8 ประกอบมาตรา 101 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560
สืบเนื่องจาก ปัจจุบันกลุ่ม call center มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงที่หลากหลาย กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้มีการจัดตั้ง War room ACSC โดยมีการประสานงานร่วมกับฝ่ายต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร รวมถึงให้ความร่วมมือในการสืบสวนและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะขบวนการคอลเซ็นเตอร์ที่มีความเชื่อมโยงระหว่างประเทศ
ล่าสุดCIB โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) และ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ร่วมกันสืบสวนและแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยในห้วงปี 2568 และเปิดปฏิบัติการ “Breaking Chain 2025” เพื่อตรวจค้นจับกุม กลุ่มองค์กรอาชญากรรมออนไลน์ชาวเกาหลีใต้/จีน ซึ่งลักลอบเข้ามาหลบซ่อนตัวในประเทศไทย โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวเกาหลีใต้/จีน จำนวนหลายราย
จากการร่วมกันสืบสวนขยายผลพบว่ามีกลุ่มบุคคลสัญชาติเกาหลีใต้เชื่อว่าเป็นขบวนการคอลเซ็นเตอร์หลบหนีจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามายังประเทศไทย หลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ โดยเช่าบ้านหรู ย่านบางพลี เพื่อเปิดเป็นสำนักงานหรือออฟฟิศ ในการใช้หลอกลวงเหยื่อในประเทศเกาหลีใต้
จากการตรวจค้นพบว่าภายในบ้านถูกดัดแปลงเป็นลักษณะออฟฟิศคอลเซ็นเตอร์ โดยมีการจัดโต๊ะทำงานจำนวน 13 จุด พร้อมอุปกรณ์โทรศัพท์ VoIP, อุปกรณ์กระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ต (Router), เครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเปิดหน้าจอค้างอยู่ ซึ่งมีการแสดงผลเป็นข้อความ บทสคริปต์, เอกสารสคริปต์วางอยู่ที่โต๊ะ สำหรับพูดหรือพิมพ์เพื่อใช้ในการหลอกลวงทางออนไลน์, รายชื่อเหยื่อชาวเกาหลีใต้พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ และเอกสารปลอมแอบอ้างเป็นหนังสือทางราชการของอัยการประเทศเกาหลีใต้
ซึ่งจากการซักถามผู้ต้องหาในที่เกิดเหตุทราบว่าบทสคริปต์ดังกล่าวใช้เป็นต้นแบบในการสื่อสารหลอกลวงเหยื่อผ่านช่องทางออนไลน์ และเมื่อตรวจสอบอุปกรณ์โทรศัพท์ ที่ใช้ในการสื่อสารของผู้ต้องหา พบว่าเป็นการโทรผ่านอินเทอร์เน็ต (VoIP) เพื่อใช้ติดต่อสื่อสารกับเหยื่อในประเทศเกาหลีใต้ โดยใช้วิธีการปลอมเป็นอัยการหรือเจ้าหน้าที่รัฐของประเทศเกาหลีใต้ โทรศัพท์ข่มขู่เหยื่อโดยหลอกว่ามีคดี และหลอกให้เหยื่อโอนเงินให้กับกลุ่มคนร้าย จากการตรวจค้นสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาเป็นชาวเกาหลีใต้และชาวจีน จำนวน 13 ราย (ชาวเกาหลีใต้ จำนวน 12 ราย และ ชาวจีน จำนวน 1 ราย)
โดยในการเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและขอทำการตรวจสอบเอกสารประจำตัวและใบอนุญาตทำงาน โดยสอบถามผู้ต้องหาผ่านล่ามแปลภาษา ทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าวมีการลักลอบเข้ามาทำงานในประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงได้จับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางแก้ว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป







8 กันยายน 2569
8 กันยายน 2569