วันที่ 7 กันยายน 2569 เวลา 14:54 น.
กรมโยธาธิการและผังเมือง แจงมาตรการด้านผังเมือง-ควบคุมอาคาร รับมือ Data Center พร้อมควบคุมกิจการ Data Center ขนาดใหญ่ ที่มีผลกระทบในหลายด้าน ให้สามารถดำเนินการได้ในพื้นที่เฉพาะที่กำหนดให้ดำเนินการได้เท่านั้น
7 กันยายน 2569 แถลงการณ์กรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่อง การดำเนินการด้านผังเมืองและด้านการควบคุมอาคารที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการ Data Center ตามที่มีข่าวเกี่ยวกับกรณี นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ได้เสนอข้อคิดเห็นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับการเติบโตของธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) และเสนอให้ภาครัฐพิจารณาจัดทำหลักเกณฑ์ด้านกฎหมายควบคุมอาคาร การผังเมือง และกฎหมายสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับการขยายตัวของกิจการดังกล่าว เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๖๗ นั้น
นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น ได้สั่งการปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ดำเนินการตามข้อคิดเห็นดังกล่าว โดยขอเรียนชี้แจงว่า กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ตระหนักถึงความสำคัญของการขยายตัวของกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญต่อเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ และเห็นว่าการส่งเสริมการลงทุน ควรดำเนินควบคู่กับการมีมาตรฐานด้านความปลอดภัย การใช้ประโยชน์ที่ดิน การก่อสร้างอาคาร และการดูแลผลกระทบต่อประชาชนและชุมชน โดยที่ผ่านมา กรมฯ ได้ดำเนินการศึกษาข้อมูลของกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ประธานคณะกรรมการมาตรฐานดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับประเทศไทย วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยร่วมให้ข้อมูลแก่ผู้ปฏิบัติงานเพื่อทราบถึงข้อดี ข้อเสียและความเหมาะสมในการกำหนด กฎ ระเบียบ มาตรการทางผังเมืองและอาคาร เนื่องจากกิจการดาต้าเซ็นเตอร์มีหลายขนาดและหลายประเภท และแต่ละขนาด-ประเภท มีความต้องการใช้พื้นที่ และระบบประปา ระบบไฟฟ้า ระบบสื่อสาร การขออนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผลกระทบต่อสาธารณะที่ต่างกันออกไป
ทั้งนี้ กรมฯ ได้มีการพิจารณาแนวทางการอนุญาตก่อสร้างอาคารแล้ว เห็นควรให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นพิจารณาเทียบเคียงกับประเภทของอาคารหรือกิจการเท่าที่มีกำหนดไว้ โดยขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของผู้ยื่นคำขออนุญาตว่าจะใช้เป็นอาคารประเภทใดหรือกิจการประเภทใด ซึ่งในปัจจุบันการขออนุญาตก่อสร้างอาคารดาต้าเซ็นเตอร์ได้มีการขออนุญาตเป็นประเภทสำนักงาน อาคารพาณิชยกรรม หรืออาคารคลังสินค้า เจ้าพนักงานท้องถิ่นก็จะพิจารณาตามวัตถุประสงค์ และลักษณะ รูปทรง สัดส่วนของอาคาร จากแบบแปลนที่ยื่นขออนุญาต กรณีที่อาคารมีพื้นที่น้อยกว่า ๑๐,๐๐๐ ตารางเมตร หรือไม่เข้าข่ายอาคารสูงต้องปฏิบัติให้มีลักษณะความปลอดภัยด้านอัคคีภัยเนื้อที่ว่าง แนวอาคารตามกฎหมาย กรณีอาคารมีพื้นที่ตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป ต้องปฏิบัติให้มีลักษณะความปลอดภัยด้านอัคคีภัย เนื้อที่ว่าง แนวอาคารตามกฎหมายที่เข้มงวดมากขึ้น รวมถึงต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบอาคาร นอกจากนี้หากอาคารดังกล่าวเข้าข่ายเป็นอาคารประเภทควบคุมการใช้ ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎกระทรวงกำหนดวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างอาคารประเภทควบคุมการใช้ด้วย
จากผลการศึกษาและการดำเนินงานที่ผ่านมา กรมฯ จึงได้จัดทำแนวทางดำเนินการเพื่อกำกับกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ดังนี้
๑. มาตรการทางด้านผังเมือง
๑) นำนิยาม “ดาต้าเซ็นเตอร์” มากำหนดไว้ในกิจการการใช้ประโยชน์ที่ดินตามผังเมืองรวม โดยครอบคลุมทั้งประเภทที่ให้บริการแก่บุคคลอื่นหรือเพื่อใช้เอง
๒) มีการกำหนดเพื่อควบคุมกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดเล็ก - กลาง ซึ่งมีผลกระทบต่ำ ให้สามารถดำเนินการได้ในกลุ่มที่ดินประเภทที่อยู่อาศัย พาณิชยกรรม พื้นที่ชนบทและเกษตรกรรมบางส่วน และอุตสาหกรรม โดยมีเงื่อนไขเรื่องอัตราส่วนพื้นที่อาคารปกคลุมดิน (BCR) และระยะถอยร่นรวมกำหนดเงื่อนไขอื่นที่เกี่ยวข้อง
๓) มีการกำหนดเพื่อควบคุมกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ ซึ่งมีผลกระทบในหลายด้าน ให้สามารถดำเนินการได้ในพื้นที่เฉพาะที่กำหนดให้ดำเนินการได้เท่านั้น
๒. มาตรการทางด้านการควบคุมอาคาร
๑) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการยกร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมอาคารที่ใช้เป็นอาคารดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อกำหนดนิยามประเภทอาคาร หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการก่อสร้างอาคารกำหนดหลักเกณฑ์ในการควบคุมอาคารดาต้าเซ็นเตอร์ให้มีความปลอดภัยด้านอัคคีภัยและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของประชาชนผู้อยู่อาศัยและชุมชนรอบข้าง และกำหนดเพิ่มเติมให้อาคาร ดาต้าเซ็นเตอร์เป็นประเภทอาคารที่ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบ
๒) อาคารดาต้าเซ็นเตอร์ที่ประกอบกิจการอยู่ในปัจจุบัน กรมฯ จะประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกันตรวจสอบความปลอดภัยของอาคาร และผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนโดยรอบ รวมถึงข้อมูลใบอนุญาตก่อสร้าง หากพบว่าอาคารที่ประกอบกิจการอยู่มีสภาพหรือมีการใช้ที่อาจเป็นภยันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน หรืออาจไม่ปลอดภัยจากอัคคีภัย หรือก่อให้เกิดเหตุรำคาญ หรือกระทบกระเทือนต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม ก็จะให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นดำเนินการออกคำสั่งกับเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารให้ปรับปรุงแก้ไขหรือสั่งห้ามใช้อาคาร แล้วแต่กรณีประกอบกฎกระทรวงการแก้ไขอาคารที่มีสภาพหรือมีการใช้ที่อาจเป็นภยันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน หรืออาจไม่ปลอดภัยจากอัคคีภัย หรือก่อให้เกิดเหตุรำคาญ หรือกระทบกระเทือนต่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. ๒๕๖๓ ต่อไป โดยกรมฯ จะดำเนินการตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๑๒ กันยายนนี้
ทั้งนี้ กรมฯ จะได้นำแนวทางและมาตรการทางผังเมืองและการควบคุมอาคารเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อประกอบในการกำหนดนโยบายมาตรฐาน และกรอบการดำเนินงานเกี่ยวกับการอนุมัติ การอนุญาต การส่งเสริมการลงทุน และการให้บริการภาครัฐสำหรับกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ต่อไป