24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 4 กันยายน 2569
>> นายกฯ พบคณะทูต 76 คน ประกาศทิศทางไทย “เปิดกว้าง–เชื่อมโลก–เติบโตไปด้วยกัน” ใช้การต่างประเทศเปิดประตูสู่โอกาส
09.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พบกับคณะเอกอัครราชทูต กงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทย ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยเป็นการแลกเปลี่ยนมุมมอง เชื่อมโยงการทำงานระหว่างคณะทูตกับรัฐบาลไทย เพื่อร่วมกันต่อยอดความสัมพันธ์ไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม
นายกฯ ได้แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับทิศทางของประเทศว่า ไทยกำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการเปลี่ยนแปลง รัฐบาลจึงเดินหน้าปฏิรูปภาครัฐควบคู่กับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต เทคโนโลยีใหม่ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูง รวมทั้งเตรียมความพร้อมสู่การเข้าเป็นสมาชิก OECD เพื่อยกระดับมาตรฐาน กฎระเบียบ และสถาบันของประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในระยะยาว
นายกฯ ย้ำว่า นโยบายต่างประเทศต้องเป็น "ประตูสู่โอกาส" ให้แก่ประเทศและประชาชน ก้าวจากความสัมพันธ์ที่มุ่งเพียงซื้อขายสินค้าไปสู่การร่วมคิด ร่วมลงทุน และสร้างสิ่งใหม่ไปด้วยกัน ยืนยันว่า ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพ เปิดกว้าง พร้อมทำงานกับทุกประเทศโดยให้ความไว้วางใจ และความเป็นหุ้นส่วน และพร้อมทำงานร่วมกับประชาคมระหว่างประเทศเพื่อ “เติบโตไปด้วยกัน” ในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
>> ทนายปราบโกงพาผู้เสียหายร้อง ผบช.น. จี้ขยายผลคดีคนในบ้านลักทรัพย์ ต้องควัก 4.5 แสนไถ่ทรัพย์ตัวเองคืน
10.00 น. ที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ผู้เสียหายพร้อม นายกฤษฎา อินทามระ หรือ “ทนายปราบโกง” เข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ขอให้ตรวจสอบและขยายผลคดีทรัพย์สินมีค่า ทั้งทองรูปพรรณและเครื่องประดับที่ถูกคนงานในบ้านลักไปตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2568 หลังพบหลักฐานเพิ่มเติมว่าทรัพย์บางส่วนถูกนำไปจำนำ รวมถึงมีข้อมูลรายการเดินบัญชีของผู้ต้องสงสัยที่ควรตรวจสอบเส้นทางเงิน โดยมี พ.ต.อ.วิวัฒนชัย บุญญานุพงศ์ (ผกก.ฝอ.7 บก.อก.บช.น.) เป็นผู้รับเรื่อง
ผู้เสียหายระบุว่า แม้จะสามารถติดตามทรัพย์บางส่วนกลับคืนมาได้ แต่ต้อง ควักเงินประมาณ 450,000 บาทเพื่อไถ่ทรัพย์ของตัวเองคืน มองว่าไม่เป็นธรรม พร้อมตั้งคำถามว่าเงินจากการจำนำทรัพย์ครั้งแรกถูกส่งต่อไปที่ใด และใครเป็นผู้ได้รับประโยชน์ ขณะที่ทนายกฤษฎาเผยว่า พบข้อมูลบัญชีธนาคารของผู้ต้องสงสัยมีเงินเข้า-ออกหลายรายการ และบางเดือนมียอดหมุนเวียนสูงกว่า 1 ล้านบาท จึงขอให้ตำรวจตรวจสอบเส้นทางทรัพย์และเส้นเงินอย่างละเอียด รวมถึงตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดคดีจึงเร่งสั่งฟ้องและมีจำเลยเพียงรายเดียว ทั้งที่ยังมีทรัพย์สินบางส่วนสูญหายและประเด็นทางการเงินที่ควรขยายผลเพิ่มเติม
>> ทนายอั๋น ทวง DSI เร่งลงนามเลขสืบสวนคดีเขากระโดง ตั้งข้อสงสัยดึงเรื่อง เตรียมจี้คดีสนามบินขนงพระ
10.30 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” ยื่นหนังสือถึงอธิบดี DSI ทวงถามความคืบหน้าการอนุมัติเลขสืบสวนคดีบุกรุกลำรางและทางสาธารณะบริเวณเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ หลังอ้างว่าล่วงเลยมากกว่า 3 เดือน แต่ยังไม่มีการลงนาม พร้อมตั้งข้อสงสัยว่ามีการดึงรั้งคดีหรือรอการเปลี่ยนตัวอธิบดี DSI หรือไม่ ขณะที่ก่อนหน้านี้ รมว.ยุติธรรมระบุว่าได้กำชับให้ DSI ดำเนินการตามขั้นตอนแล้ว
ทนายอั๋น ยังเปิดเผยว่า สัปดาห์หน้าจะเดินหน้าตรวจสอบกรณีสืบสวนที่ 108/2568 เกี่ยวกับการใช้ทางสาธารณะเป็นทางวิ่งเครื่องบินในพื้นที่ ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยอ้างว่ามีเอกสารลงวันที่ 18 พ.ย. 2558 ซึ่งมีลายเซ็นของนายอนุทิน ชาญวีรกูล เกี่ยวข้องกับการขออนุญาตใช้พื้นที่ พร้อมตั้งคำถามถึงการใช้ถนนสาธารณะเพื่อสนามบินส่วนบุคคล และการออกโฉนดทับที่สาธารณะหรือไม่ ทั้งนี้ย้ำว่าจะติดตามทั้งสองประเด็นอย่างต่อเนื่อง
ด้าน นายสาธุ อนุโมทานิ ประธานเครือข่ายคนไทยรักชาติ กล่าวว่า กลุ่มประชาชนกว่า 40 คน ในนาม “กลุ่มรวมพลังคนสร้างชาติ” พร้อมสนับสนุนข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา และจะเดินหน้าปกป้องผลประโยชน์ของชาติ โดยย้ำว่าหากพบข้าราชการที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเหมาะสม ก็จะตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
>> จ.สงขลา สถานการณ์ไฟป่าทุ่งบางนกออกคลี่คลาย พบเพียงกลุ่มควันเบาบาง เจ้าหน้าที่ยังคงเดินเท้าสำรวจและเติมน้ำเข้าป่าพรุต่อเนื่อง
12.00 น. จังหวัดสงขลา รายงานสถานการณ์ ไฟไหม้ป่าสงวนแห่งชาติทุ่งบางนกออก ตำบลควนโส อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2569 โดยสถานการณ์โดยรวมเริ่มคลี่คลาย พบเพียงกลุ่มควันเบาบางในพื้นที่ป่าพรุรก หมู่ที่ 8
ด้านการปฏิบัติการ ศูนย์ส่งเสริมและควบคุมไฟป่า และหน่วยป้องกันและรักษาไฟป่าที่ สข.4 ห้วยลึก จัดกำลังเจ้าหน้าที่เดินเท้าเข้าสำรวจพื้นที่และเก็บตก เพื่อประเมินว่ายังมีจุดไฟหลงเหลือหรือไม่ พร้อมสำรวจจุดสำหรับวางสายส่งน้ำเข้าสู่พื้นที่ที่ยังพบกลุ่มควัน ขณะที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอควนเนียง ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่ติดตามอาการและให้การดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากควันไฟ
ขณะเดียวกัน ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 สงขลา ยังคงเดินหน้าสนับสนุนภารกิจ โดยใช้เครื่องสูบส่งน้ำระยะไกลในพื้นที่หมู่ที่ 5 จำนวน 2 จุด ได้แก่ บริเวณหลังโรงเรียนปากจ่าวิทยา และริมคลองป่าจาก เพื่อเติมน้ำเข้าสู่พื้นที่ป่าพรุอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน
สำหรับแนวโน้มสถานการณ์ คาดว่าจะคลี่คลายลงอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้พบเพียงกลุ่มควันเบาบาง ประกอบกับในช่วงเช้ามีฝนตกในพื้นที่ ส่งผลให้กลุ่มควันลดลง และขณะนี้ยังไม่พบว่ามีผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการปะทุของไฟและพร้อมเข้าดำเนินการทันทีหากพบจุดความร้อนหรือกลุ่มควันเพิ่มขึ้น
>> ลุยตรวจคลินิก หญิงป่วยไตช็อกถูกหมอด่า - แช่งตาย "ธนกฤต" นำทีม สปสช. - สบส. สอบเคสรื้อสัญญา
13.41 น. นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ นำกำลังเจ้าหน้าที่ สปสช. และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ลงพื้นที่ตรวจสอบ สหคลินิก ย่านพื้นที่เขตคลองสามวา หลังผู้ป่วยสาวโรคไตเรื้อรัง และ SLE นำหลักฐานคลิปเสียงและแชตเข้าแจ้งความ ร้องถูกแพทย์โวยวาย ใช้ถ้อยคำรุนแรง ข่มขู่ประวัติการรักษา และแช่งให้เสียชีวิตก่อนอายุ 40 ปี นอกจากการกระทำที่กระทบจิตใจผู้ป่วยอย่างรุนแรงแล้ว การลงพื้นที่ครั้งนี้ยังเป็นการขยายผลหลังพบผู้ร้องเรียนเพิ่มเติมในประเด็นการปฏิเสธออกใบส่งตัว และการกั๊กจ่ายยาโรคเรื้อรังให้เพียงครั้งละ 7 วัน จนสร้างภาระและความเดือดร้อนให้แก่ผู้ป่วยอย่างมาก
เบื้องต้น ทางคณะทำงานได้เปิดโอกาสให้เจ้าของคลินิกและแพทย์ผู้ถูกกล่าวหา เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างเป็นธรรม พร้อมใช้อำนาจตามกฎหมายตรวจสอบมาตรฐานการให้บริการอย่างละเอียด
ทั้งนี้ นายกองตรี ดร.ธนกฤต ยืนยันว่าหากผลสอบพบพฤติกรรมเข้าข่ายสร้างความเสี่ยงหรือเป็นอันตรายต่อผู้ป่วย ทาง สปสช. จะดำเนินการระงับปัญหาและพิจารณายกเลิกสัญญากับหน่วยบริการดังกล่าวทันที โดยได้เตรียมแผนรองรับเร่งด่วนในการย้ายสิทธิรักษาผู้ป่วยเดิมไปยังสถานพยาบาลใกล้เคียง เพื่อไม่ให้กระทบต่อการรักษาอย่างต่อเนื่อง
>> น้องแพทตี้ อินฟลูฯ วัย 17 แจ้งตำรวจไซเบอร์ ถูกปลอมเฟซบุ๊ก ผู้ติดตามกว่า 2 แสน หวั่นเหยื่อถูกหลอกโอนเงิน
14.00 น. ที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 นางสาว ณัฐณภัทร อายุ 17 ปี หรือ “น้องแพทตี้” อินฟลูเอนเซอร์ เข้าพบ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 เพื่อแจ้งความดำเนินคดี หลังถูกมิจฉาชีพปลอมบัญชีเฟซบุ๊กมาตั้งแต่ปี 2566 โดยเพจปลอมมีผู้ติดตามกว่า 2 แสนคน และมีการโพสต์ลิงก์ขายสินค้า ทำให้กังวลว่าอาจมีผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงิน รวมถึงลูกค้าอาจเข้าใจผิดและติดต่อหรือโอนเงินไปยังมิจฉาชีพจนเกิดความเสียหาย
น้องแพทตี้ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา เคยพยายามติดต่อเพจปลอมให้ลบเพจ แต่ถูกอ่านแล้วไม่ตอบ ก่อนจะถูกบล็อก จึงคิดว่ามิจฉาชีพน่าจะหยุดพฤติกรรม แต่กลับยังคงนำรูปไปโพสต์ พร้อมใช้ถ้อยคำหยาบคายและไม่เหมาะสม ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์
ขณะที่ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ระบุว่า พฤติกรรมปลอมเพจมักเกิดขึ้นกับบุคคลที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก ตำรวจไซเบอร์จะตรวจสอบเพจดังกล่าวเพื่อสืบหาตัวผู้กระทำผิด และประสานดำเนินการปิดกั้นเพจ พร้อมเตือนผู้ที่คิดจะปลอมเพจว่า แม้การสร้างเพจปลอมจะทำได้ง่าย แต่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง และอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท โดยแม้จะใช้ภาพอวตารหรือซ่อนตัวตน ตำรวจไซเบอร์ก็สามารถตรวจสอบติดตามได้
>> แผ่นดินไหว ที่จังหวัดเชียงราย
15.00 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 1.4 ความลึก 4 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.ทรายขาว อ.พาน จ.เชียงราย ยังไม่มีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน
>> จ.เพชรบุรี รถตู้เสียหลักลงข้างทาง ชนกับต้นไม้อย่างจัง ริมถนนเพชรเกษม เจ็บ 5 รายกู้ชีพ - กู้ภัยเร่งนำส่ง รพ.
15.30 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถาน จ.เพชรบุรี เกิดอุบัติเหตุรถตู้เสียหลักลงข้างทาง ก่อนพุ่งชนต้นไม้ และมีผู้บาดเจ็บหลายราย ริมถนนเพชรเกษม ฝั่งขาเข้า กทม. ใกล้เคียงศูนย์บริการรถยนต์ หัวสะพาน ในพื้นที่ อ.เมือง จ.เพชรบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถตู้ โตโยต้า สีดำ ลักษณะเสียหลักและชนเข้ากับต้นไม้ข้างทาง ตรวจสอบ พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 5 ราย เป็นผู้ชาย 2 และผู้หญิง 3 ราย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กู้ชีพและอาสาสมัครเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ก่อนนำส่ง โรงพยาบาลพระจอมเกล้า ในส่วนของสาเหตุของอุบัติเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
>> เพลิงไหม้บ้านเรือน ปลูกข้างวัด เสียหายวอด 1 หลังและลุกลามรถสามล้อเครื่องวอดอีก 1 คัน เคราะห์ดีไร้เจ็บหรือเสียชีวิต จ.ฉะเชิงเทรา
15.55 น. งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ใกล้เคียงวัดสัมประทวนใน พื้นที่ อบต.บ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา
ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ไม่มีเลขที่ ปลูกอยู่บริเวณ บริเวณข้างวัดสัมปทวนใน เจ้าหน้าที่ป้องกันฯ เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยรถดับเพลิงในพื้นที่ ร่วมระดมฉีดน้ำเพื่อควบคุม จนเพลิงสงบลงในเวลาต่อมา
จากการตรวจสอบ พบบ้านเรือนดังกล่าว ถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหาย 1 หลัง และลุกลาม รถสามล้อเครื่อง เสียหาย 1 คัน ขณะเกิดเหตุ ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ในส่วนของสาเหตุนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา
>> หญิงวัย 50 ปีขี่วินจักรยานยนต์ และรับงานไรเดอร์ เกิดอุบัติเหตุ ชนกับรถพ่วง เสียชีวิตกลางถนนเทพรัตน สามีตามมาพบร่าง ร่ำไห้เข่าทรุด จ.สมุทรปราการ
16.00 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู เกิดอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถพ่วง 18 ล้อ และมีผู้เสียชีวิต บนถนนเทพรัตน (บางนา–ตราด) ฝั่งขาออก ในช่องทางคู่ขนาน ช่วงหลัก กม.10 ในพื้นที่ ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีเทา-ดำ ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะชนเข้าท้าย รถพ่วง ฮีโน่ สีเขียว ป้ายทะเบียน ปทุมธานี ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นหญิงไทย อายุ 50 ปี
ต่อมาทางด้าน สามีของผู้เสียชีวิต เดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุ เมื่อเห็นร่างภรรยาถึงกับเข่าทรุด โดยเปิดเผยว่า ภรรยามีอาชีพขับขี่จักรยานยนต์รับจ้าง และรับงานเสริมเป็นไรเดอร์ส่งอาหาร ก่อนเกิดเหตุกำลังนำอาหารไปส่งลูกค้า แต่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตเสียก่อน
ด้านคนขับรถพ่วงให้การว่า จอดรถริมทางเพื่อรับประทานก๋วยเตี๋ยวนานประมาณ 30 นาที ก่อนกลับมาที่รถและพบว่าเกิดอุบัติเหตุขึ้น เบื้องต้นตำรวจ สภ.บางแก้ว เชิญคนขับรถพ่วงไปสอบปากคำ พร้อมตรวจสอบพยานและภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
>> อุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ เฉี่ยวชนกับรถบรรทุก เด็กหญิงวัย 8 ขวบนั่งซ้อนท้ายโดนทับซ้ำ เสียชีวิต จ.ภูเก็ต
17.10 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกชนกับรถจักรยานยนต์ บริเวณถนนเจ้าฟ้าตะวันออก ใกล้เคียงทางเข้าวัดใต้ ต.ฉลอง จ.ภูเก็ต มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
ที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุก 6 ล้อ ฮีโน่ สีขาว ทะเบียน ภูเก็ต จอดอยู่ข้างทาง ห่างออกไป พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สกูปปี้ สีชมพู-ดำ ทะเบียน กทม. ล้มคว่ำ ใกล้กันพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 รายเป็นชายไทย เจ้าหน้าที่กู้ชีพให้การช่วยเหลือเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลฉลอง ส่วนในจุดเกิดเหตุ พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นเด็กหญิง อายุ 8 ปี ลักษณะถูกล้อรถบรรทุกทับ ทราบต่อมาว่าเป็นหลานสาวของผู้ขับขี่รถ จยย.
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลอง พร้อมแพทย์เวรร่วมตรวจสอบ ก่อนจะมอบร่างให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดของอุบัติเหตุ รวมถึงสาเหตุและลักษณะการชนอย่างละเอียด เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
>> เหตุเพลิงไหม้ห้องแถวเช่าพักอาศัย ซอยรามคำแหง 39 แยก 15 เสียหายวอดทั้งหลัง
18.32 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ชุมชนรุ่งมณีพัฒนา ซอยรามคำแหง 39 แยก 15 ถนนรามคำแหง แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นห้องแถวชั้นเดียว ผนังสมาร์ทบอร์ด หลังคาเมทัลชีท จำนวน 26 ห้อง ประกอบกิจการให้เช่าพักอาศัย โดยแบ่งให้เช่าพักอาศัยจำนวน 22 ห้อง และแบ่งเป็นห้องเก็บของจำนวน 4 ห้อง ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ห้องเลขที่ 12 เพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมดจำนวน 26 ห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 104 ตารางวา รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้น สาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหัวหมาก
>> แผ่นดินไหว ที่เมืองลำปาง
22.03 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 1.5 ความลึก 2 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.บ้านเอื้อม อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง ยังไม่มีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน
>> ผู้ว่าฯ กทม. ตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิงชั่วคราว ให้กำลังใจผู้ประสบภัยเหตุอัคคีภัย ซอยรามคำแหง 39 แยก 15
22.57 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนางสาวอรุณี อินถนอม ผู้อำนวยการเขตวังทองหลาง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนผู้ประสบภัย จากเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนในชุมชนซอยรามคำแหง 39 แยก 15 ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราว วิทยาลัยพณิชยการอินทราชัย
โดย ผู้ว่าฯ กทม. ได้ตรวจความเรียบร้อยของศูนย์พักพิงฯ พร้อมติดตามการดูแลความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัย มอบสิ่งของเครื่องใช้อุปโภคบริโภคที่จำเป็น และรับฟังปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อประสานให้ความช่วยเหลือและดูแลอย่างเหมาะสม ในช่วงที่ยังไม่สามารถกลับเข้าที่พักอาศัยได้