หน้าแรก > อาชญากรรม

ทลายโกดัง "การ์ดความจำ" เถื่อน ใช้งานไม่ได้ เสียบปุ๊บไวรัสกินปั๊บ!

วันที่ 1 กันยายน 2569 เวลา 10:11 น.


วันที่ 1 กันยายน 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) พร้อมด้วยตัวแทนผู้ปกป้องสิทธิ์  ลงพื้นที่ตรวจยึดของกลาง เป็นการ์ดหน่วยความจำ ปลอมเครื่องหมายการค้ายี่ห้อดัง หลายยี่ห้อ รวมของกลาง 6 รายการ จำนวน 16,245 ชิ้น โดยเจ้าหน้าที่บุกเข้าค้นโกดังเก็บสินค้า ไม่ติดเลขที่ พื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

หลังตำรวจ กก.1 บก.ปอศ. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ว่าได้รับความเสียหายจากการสั่งซื้อสินค้าประเภท การ์ดหน่วยความจำ – แฟลชไดรฟ์ ผ่านทางร้านค้าออนไลน์ โดยซื้อมาแล้วปรากฏว่า ว่าใช้งานไม่ได้ หรือ หน่วยความจำไม่เต็มจำนวนตามที่ระบุ และบางรายพบว่ามีการใช้งานผิดปกติลักษณะอาการคล้ายการติดไวรัส จึงได้มีประสานข้อมูลกับบริษัทผู้ผลิตเจ้าของแบรนด์สินค้า การ์ดหน่วยความจำ – แฟลชไดรฟ์ ที่เกี่ยวข้อง ตามที่มีการร้องเรียน

จากการร่วมตรวจสอบตัวอย่างสินค้าที่มีการจำหน่ายผ่านร้านค้าออนไลน์ แพลตฟอร์ม (Platform) ต่างๆ พบว่าเป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือเป็นสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้า ซึ่งไม่ได้ผลิตและผ่านการตรวจสอบจากทางบริษัท

เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการสืบสวนร้านค้าออนไลน์ต้องสงสัยที่จำหน่ายการ์ดหน่วยความจำ - แฟลชไดรฟ์ ปลอมฯ จนทราบสถานที่ที่เชื่อว่ามีการกักเก็บสินค้าดังกล่าว ไว้เพื่อเตรียมออกจำหน่ายให้กับประชาชน ซึ่งเป็นโกดังตั้งอยู่ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี โดยโกดังสินค้าดังกล่าวเป็นโดกังปิด มีรั้วรอบขอบชิด เข้า-ออก เพียงทางเดียวทางเข้าปิดประตูไว้ตลอดเวลา ลักษณะทำให้ดูเหมือนร้างหรือไม่มีการใช้งาน ภายในมีการแบ่งสัดส่วนการทำงาน และพื้นที่จัดเก็บสินค้า อย่างเป็นระบบ พบมีพนักงานชาวไทย ทำหน้าที่แพ็คสินค้า และจัดการส่งพัสดุให้กับลูกค้า

ผลการตรวจค้น ภายในโกดังพบมีการปิดบัง อำพราง นำกล่องพัสดุจากชั้นวางของ จำนวนหลายสิบกล่อง นำมากองรวมกันไว้ แล้วพันด้วยฟิล์มยืดสีดำรอบกองกล่องพัสดุ ทำให้ดูคล้ายเป็นกองขยะที่ไม่ใช้แล้ว ตรวจสอบภายในกล่องพัสดุพบสินค้า ประเภท การ์ดหน่วยความจำ - แฟลชไดรฟ์ ที่ปลอมเครื่องหมายการค้า แบรนด์ต่าง ๆ จำนวนกว่า 16,245 ชิ้น จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

สอบถามคำให้การเบื้องต้น พนักงานดูแลโกดัง แจ้งว่า เจ้าของ/หรือผู้ดูแลกิจการ เป็นนายทุนชาวต่างชาติ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการสืบสวนขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการ แหล่งที่มาของสินค้า ผู้จัดหา ผู้จำหน่าย และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

 

 

 

 

ข่าวยอดนิยม