24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 30 สิงหาคม 2569
>> จับได้แล้ว โจรสวมวิก บุกเดี่ยวขว้างระเบิดกระป๋อง ชิงทอง อ.อรัญฯ จ.สระแก้ว
07.30 น. เจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ พบตัวชายต้องสงสัยอยู่ภายในบ้าน ก่อนสอบถามจนทราบข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับจุดที่นำทองไปทิ้ง และสามารถติดตามตรวจพบของกลางได้เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจได้สนธิกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับคดีชิงทรัพย์ร้านทอง ในห้างดัง อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นคดีที่สร้างความสนใจให้กับประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากเป็นเหตุอุกอาจที่เกิดขึ้นในย่านการค้าสำคัญของอำเภออรัญประเทศ
การเข้าตรวจค้นครั้งนี้ เจ้าหน้าที่เดินทางไปยังพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นบ้านพักของผู้ต้องสงสัย โดยเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในบ้าน พบ นายออ (นามสมมติ) อายุ 36 ปี พักอาศัยอยู่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าพูดคุยและสอบถามนายอานนท์เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงเส้นทางและสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินที่ได้มาจากเหตุชิงทรัพย์ เพื่อรวบรวมข้อมูลประกอบการสืบสวนติดตามของกลางและผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี
จากการสอบถาม ผู้ต้องหาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า ทองที่ได้มาจากเหตุชิงทรัพย์นั้น ได้นำไปโยนทิ้งไว้บริเวณริมทางรถไฟ บ้านใหม่หนองไทร อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เมื่อได้รับข้อมูลดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงเร่งเดินทางไปยังจุดที่ผู้ต้องหาให้ข้อมูลทันที เพื่อทำการตรวจสอบบริเวณริมทางรถไฟ บ้านใหม่หนองไทร และค้นหาทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับคดี จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ พบของกลางตามคำให้การ จึงได้ดำเนินการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานในคดีต่อไป
หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัว ผู้ต้องหา พร้อมของกลาง เดินทางมายัง สถานีตำรวจภูธรอรัญประเทศ เพื่อทำการสอบสวนเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่จะทำการสอบปากคำอย่างละเอียด รวมทั้งตรวจสอบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดี เส้นทางการหลบหนี ตลอดจนรายละเอียดของทรัพย์สินที่ถูกชิงไป เพื่อประกอบการดำเนินคดีและขยายผลหาผู้ที่อาจเกี่ยวข้องเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเกี่ยวกับพฤติการณ์ในการก่อเหตุ ผู้ร่วมขบวนการ ตลอดจนจำนวนและรายการของกลางที่ตรวจพบ อยู่ระหว่างการตรวจสอบและสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อรัญประเทศ ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
>> รัฐบาลดีเดย์ ก.ย. 69 ค่าไฟโครงสร้างใหม่ “ใช้น้อย จ่ายถูกลง” 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท/หน่วย ลดภาระกว่า 21 ล้านครัวเรือน
07.58 น. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตั้งแต่รอบบิลเดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป ประชาชนจะเริ่มได้รับประโยชน์จากโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ ตามนโยบายรัฐบาลที่มุ่งลดภาระค่าครองชีพด้วยการแก้ปัญหาที่ต้นทุนและโครงสร้างค่าไฟฟ้าอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะผู้ใช้ไฟน้อยที่จะจ่ายในอัตราที่ถูกลง
สำหรับบ้านอยู่อาศัย ค่าไฟจะคิดในอัตราก้าวหน้า (Progressive Rate) โดย 200 หน่วยแรก อัตราไม่เกิน 3.00 บาทต่อหน่วย หน่วยที่ 201–400 อัตรา 4.1584 บาทต่อหน่วย และตั้งแต่หน่วยที่ 401 ขึ้นไป อัตรา 4.3583 บาทต่อหน่วย เพื่อให้การคิดค่าไฟสะท้อนระดับการใช้จริงและช่วยครัวเรือนที่ใช้ไฟไม่มากเป็นลำดับแรก
พร้อมกันนี้ อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยทุกประเภท รวมค่า Ft จะลดจาก 3.95 บาท เหลือ 3.86 บาทต่อหน่วย หรือลดลง 9 สตางค์ต่อหน่วย และจะ แยกภาระค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากบิลค่าไฟของประชาชน ช่วยลดภาระลงอีก 0.0634 บาทต่อหน่วย โดยคาดว่าประชาชนกว่า 21 ล้านครัวเรือนจะได้รับประโยชน์ คิดเป็นมูลค่าการประหยัดค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 18,000 ล้านบาท
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อีกการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการขยายสิทธิให้ครอบคลุมประชาชนที่อยู่อาศัยจริง แม้ยังไม่มีทะเบียนบ้านถาวร หากมีการใช้ไฟเพื่อการอยู่อาศัยอย่างต่อเนื่องและมีประวัติชำระค่าไฟไม่น้อยกว่า 6 เดือน ก็สามารถได้รับสิทธิอัตราค่าไฟใหม่ได้เช่นกัน
“หลักคิดชัดเจนคือ คนที่ใช้ไฟน้อยควรจ่ายน้อยลง และผู้ที่อยู่อาศัยจริงต้องเข้าถึงสิทธิได้ รัฐบาลต้องการให้การลดค่าไฟครั้งนี้เกิดผลกับบิลของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมกับทำให้โครงสร้างค่าไฟมีความเป็นธรรมและยั่งยืนในระยะยาว” นางสาวรัชดา กล่าว
>> ไฟไหม้โกดังเก็บของเก่า ย่านไทรน้อย จ.นนทบุรี คนดูแลได้รับบาดเจ็บ
08.00 น. สภ.ไทรน้อย รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ โกดังเก็บของเก่า ริมคลองตาขำ ม.7 ต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี รถน้ำจากเทศบาลเมืองไทรน้อย เทศบาลตำบลไทรน้อย เทศบาลตำบลทวีวัฒนา เทศบาลเมืองบางบัวทอง เทศบาลเมืองบางรักพัฒนา จำนวน 10 คัน เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
เมื่อถึงที่เกิดเหตุ เพลิงกำลังลุกไหม้อยู่ภายใน มีเสียงระเบิดออกมาเป็นระยะ และหลังคาเมทัลชีทพังลงมาด้านล่าง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงโดยใช้เวลา 1 ชม. จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ พบนายกอ (นามสมมุติ) อายุ 42 ปี ผู้ดูแล ได้รับบาดเจ็บเป็นแผลพุพอง ตามแขน จากพลาสติกละลายหยดตามตัวและเสื้อผ้า
สอบถาม น.ส.พอ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี บ้านอยู่ฝั่งตรงข้ามกล่าวว่า เมื่อเช้าเวลา 08.00 น อยู่บ้านตรงข้าม เห็นควันลอยมา แต่ก็ไม่ได้สงสัยอะไรต่อมาเริ่มหนักขึ้น จึงวิ่งออกมาดู ได้ยินเสียงคนร้องขอความช่วยเหลือว่า ช่วยด้วย! พบว่าประตูด้านหน้าล็อกอยู่จึงถามว่ากุญแจอยู่ที่ไหนเขาจึงส่งกุญแจมาให้ จึงเปิดประตูออก และนำตัวออกมา เขาได้รับบาดเจ็บด้วย แต่ไม่มาก และและมีเสียงระเบิดดังขึ้นมาหนักมาก จึงได้โทรศัพท์แจ้งกู้ภัย ส่วนด้านในน่าจะเป็นพวกเหล็กและพวกโฟม ที่แรกไม่ค่อยแรง พอมันระเบิด ก็เริ่มแรง
นายกอ อายุ 42 ปี ผู้ดูแลกล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุได้ใช้ตู้เชื่อมตัดเหล็กอยู่ที่ชั้น 2 ประกายไฟได้ไปติดกองไม้ที่อยู่ใกล้กันเพลิงลุกไหม้อย่างลวดเร็ว ตนพยายามที่จะใช้น้ำดับไฟ แต่ไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว มีโฟมอยู่ด้วย จึงร้องเรียกให้คนช่วย มีชาวบ้านมาช่วยเปิดประตูให้ ตนเองนั้นล็อกประตูไว้ เนื่องจากประตูชอบเปิดออกไปและขวางถนน จึงเอากุญแจ ให้เขาเปิดประตูให้
หลังเพลิงสงบพบว่า หลังคาเมทัลชีทได้หล่นลงมา ข้าวของที่อยู่ด้านในเสียหายทั้งหมด มีเพียงกระจกกับ เหล็ก ที่ไม่ไหม้ไฟ ที่ทางเข้าพบ รถยนต์ สีน้ำตาล หมายเลขทะเบียน สิงห์บุรี จอดอยู่ประตูทางเข้าด้านหน้าได้รับความเสียหาย
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงนำตัวนายกอ อายุ 42 ปี ผู้ดูแลมาสอบสวน ที่ สภ.ไทรน้อย และประสานเจ้าของโกดัง เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ และจะประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ เพื่อหาสาเหตุเพลิงไหม้อีกครั้ง
>> คืบหน้า เหตุลอบวางระเบิด ห้างดังแยกบานา ปัตตานี จนท.พบถังแก๊สดัดแปลงประกอบวงจร พร้อมแกลลอนน้ำมัน บนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง
09.18 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้าเหตุลอบวางระเบิดภายในบริเวณ ห้างจำหน่ายสินค้า แถวแยกบานา ตำบลบานา อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เมื่อช่วงค่ำวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ล่าสุด เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ รวมถึงรถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่ถูกจอดทิ้งไว้ภายในบริเวณคลังสินค้า
จากการตรวจสอบ พบถังแก๊สดัดแปลง จำนวน 1 ถัง มีการประกอบวงจรในลักษณะคล้ายวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง และแกลลอนน้ำมัน จำนวน 8 แกลลอน อยู่บนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดจึงเข้าดำเนินการตรวจสอบ เก็บกู้ และปฏิบัติตามขั้นตอนด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
สำหรับเสียงคล้ายระเบิดที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ จำนวน 3 ครั้ง จากการสำรวจพื้นที่เบื้องต้นพบจุดที่ได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ยังคงตรวจสอบพื้นที่โดยละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีวัตถุต้องสงสัยหรือสิ่งที่อาจก่อให้เกิดอันตรายหลงเหลืออยู่ภายในและโดยรอบพื้นที่เกิดเหตุ
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างรวบรวมวัตถุพยานและพยานหลักฐานในพื้นที่ ตรวจสอบรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ถังแก๊สดัดแปลง ตลอดจนหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิสูจน์ทราบรายละเอียดของวัตถุและวงจรที่ตรวจพบ รวมทั้งตรวจสอบความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเร่งติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินการตามกฎหมาย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังคงควบคุมพื้นที่และดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด พร้อมขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้บริเวณโกลบอลเฮ้าส์ แยกบานา และพื้นที่โดยรอบ จนกว่าเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบและยืนยันความปลอดภัยของพื้นที่แล้วเสร็จ
พร้อมกันนี้ ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน เพื่อป้องกันความสับสนและความตื่นตระหนกในสังคม หากมีผลการตรวจพิสูจน์หรือความคืบหน้าเพิ่มเติม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะแจ้งให้ประชาชนทราบต่อไป
>> กรมควบคุมโรค เผย โควิด-19 ระบาดเพิ่มตามฤดูกาล ป่วยสะสม 9.5 หมื่นราย
11.45 น. นายแพทย์ มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ข้อมูลโรคโควิด 19 จากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) กองระบาดวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 28 สิงหาคม 2569 ประเทศไทยพบผู้ป่วยสะสม จำนวน 95,357 ราย (อัตราป่วย 144.76 ต่อประชากรแสนคน) เสียชีวิต 14 ราย (อัตราตาย 0.02 ต่อประชากรแสนคน) อัตราป่วยตาย ร้อยละ 0.01
โดยแนวโน้มการรายงานผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังพบผู้ป่วยทางเดินหายใจอื่น เช่น ไข้หวัดใหญ่ และโรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) มีแนวโน้มสูงขึ้นเช่นเดียวกัน
>> สนง.ปภ. จังหวัดสตูล แจ้งเหตุฝนตกและลมพัดกระโชกแรง ต้นไม้ล้มทับบ้านเรือนของประชาชนเสียหาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
11.50 น. สนง.ปภ.จ.สตูล รายงาน สถานการณ์สาธารณภัย เกิดฝนตกและลมพัดกระโชกแรงในพื้นที่ ส่งผลให้ต้นไม้ล้มทับบ้านเรือนของประชาชน ได้รับความเสียหาย ในพื้นที่ หมู่ที่ 5 ตำบลนาทอน อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล, บ้านเรือนได้รับความเสียหาย จำนวน 1 หลัง, มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 ราย
นายอำเภอทุ่งหว้า มอบหมายให้ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 5 ตำบลนาทอน พร้อมเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย องค์การบริหารส่วนตำบลนาทอน ลงพื้นที่ตรวจสอบและสำรวจความเสียหาย ดำเนินการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามความเหมาะสม และ เร่งสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป
ปัจจุบันสถานการณ์สิ้นสุดแล้ว อยู่ระหว่างการตรวจสอบและประเมินความเสียหาย
>> ตร.เร่งสอบผู้เสียหายเกือบ 200 ปาก เหตุไฟไหม้ย่านคลองถมเซ็นเตอร์
11.53 น. พ.ต.อ.อภิเชษฐ์ ทรัพย์ส่งเสริม ผู้กำกับการ สน. พลับพลาไชย 1 เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีเหตุเพลิงไหม้ย่านคลองถม หลังมีกระแสข่าวลือบนสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการฉวยโอกาสขโมยทรัพย์สินซ้ำเติมผู้ประสบภัย โดยยืนยันว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเข้าแจ้งความร้องทุกข์ในประเด็นการขโมยทรัพย์สินแต่อย่างใด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดกำลังเฝ้าสังเกตการณ์และรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ขึ้น พร้อมทั้งทำการปิดกั้นพื้นที่และวางกำลังเจ้าหน้าที่คุมเข้มทั้ง 4 ทิศทาง อย่างไรก็ตามหากประชาชนมีคลิปวิดีโอหรือข้อมูลหลักฐานที่ชัดเจนเกี่ยวกับการก่อเหตุขโมยทรัพย์สิน สามารถนำมามอบให้ตำรวจเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเต็มที่
ในส่วนของการดำเนินการทางคดีและการรวบรวมข้อมูลความเสียหาย ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังเร่งรวบรวมข้อมูลรายละเอียดความเสียหายของผู้ประกอบการทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบ โดยมีความคืบหน้าในการดำเนินการสอบปากคำผู้เสียหายไปแล้วเกือบ 200 ปาก
อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ ยังไม่มีการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานในจุดเกิดเหตุ เนื่องจากผู้บัญชาการเหตุการณ์และผู้อำนวยการเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ประเมินว่าพื้นที่ดังกล่าวยังไม่สามารถเข้าไปปฏิบัติงานได้ เพราะมีความเสี่ยงที่โครงสร้างจะทรุดตัว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องรอจนกว่าจะได้รับการอนุญาตและยืนยันว่าพื้นที่ปลอดภัยอย่างแน่นอนจึงจะสามารถเข้าไปตรวจสอบสถานที่ได้ แม้ว่าในขณะนี้จะไม่มีแสงเพลิงหรือการลุกไหม้ใหม่เกิดขึ้นแล้ว แต่ยังคงมีกลุ่มควันลอยขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเนื่องจากความร้อนสะสมบริเวณชั้นล่างที่ถูกเศษซากอาคารทับถมเอาไว้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องเฝ้าระวังจนกว่าสถานการณ์จะปลอดภัยสูงสุด
>> เพลิงไหม้บ้านเรือน ย่านคลองเตย เสียหาย 16 หลังคาเรือน จนท.คาดการทะเลาะวิวาทและได้ทำการจุดไฟเผาบ้านตัวเอง
12.52 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ชุมชนศูนย์เยาวชนคลองเตย ถนนอาจณรงค์ แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ปลูกติดกันหลายหลังคาเรือน ต้นเพลิงเกิดขึ้น เพลิงลุกไหม้บ้านต้นเพลิงลุกลามบ้านข้างเคียงเสียหายทั้งหมดจำนวน 16 หลังคาเรือน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 90 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก การทะเลาะวิวาทและได้ทำการจุดไฟเผาบ้านตัวเอง ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 4 ราย เป็นเพศชายจำนวน 2 ราย เพศหญิง จำนวน 1 ราย มีอาการหกล้มในที่เกิดเหตุ ปฐมพยาบาลในที่เกิดเหตุไม่ประสงค์ไปโรงพยาบาล และอีกจำนวน 1 ราย เป็นเพศหญิง มีอาการหกล้ม เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท
มีผู้ได้รับผลกระทบ จำนวน 43 ราย ได้จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวบริเวณศูนย์นันทนาการคลองเตย พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยคลองเตย
>> เพลิงไหม้โกดังไม้พาเลสเก่า เสียหายวอด ในพื้นที่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร
13.32 น. สำนักงาน ปภ. จ.สมุทรสาคร ได้รับแจ้งจาก เทศบาลตำบลดอนไก่ดี ว่าเกิดเหตุ เพลิงไหม้ภายในอาคารโกดังไม้พาเลสเก่า ในพื้นที่ ม.5 ต.ดอนไก่ดี อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร
ลักษณะที่เกิดเหตุ เป็นอาคารโกดังเก็บไม้พาเลสเก่า โดยเพลิงได้ลุกไหม้กองไม้บริเวณภายใน และรถกระบะจำนวน 1 คัน ได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ สาเหตุการเกิดเพลิงไหม้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง
ทาง ทต.ดอนไก่ดี และ อปท.ข้างเคียง ได้นำรถดับเพลิง และรถบรรทุกน้ำ พร้อมเจ้าหน้าที่ เข้าดำเนินการระงับเหตุ โดยสามารถควบคุมเพลิงให้สงบได้ เมื่อเวลาประมาณ 14.10 น. ขณะเกิดเหตุ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่วนมูลค่าความเสียหายทั้งหมดอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
>> พบทารกเพศหญิงวัย 1 สัปดาห์ ถูกทิ้งในซอยรามคำแหง 24 ตร.หัวหมาก เร่งสอบสวนหาตัวแม่ใจร้ายคนนั้น
13.45 น. รับแจ้งจาก สน.หัวหมาก ตรวจสอบเหตุ พบว่ามีเด็กทารก เพศหญิง อายุประมาณ 1 อาทิตย์ ได้ถูกนำมาวางไว้ที่ ซอยรามคำแหง 24 แยก 20 ในพื้นที่ เขตบางกะปิ กทม.
พบว่ามีเด็กทารก เพศหญิง สายสะดือยังไม่ถูกตัด อยู่ในถุงดำ ถูกทิ้งอยู่ในกองขยะ ซึ่งเด็กยังมีชีวิต จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาช่วยเหลือเบื้องต้น
จากการสอบถาม รปภ.ของโรงแรมแห่งหนึ่ง ซอยรามคำแหง 24 ระบุว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนเดินตรวจตราอยู่บริเวณรอบโรงแรม จากนั้นก็ได้ยินเสียงเด็กร้องบริเวณข้างโรงแรม จึงเดินตามหาจนมาถึงกองขยะ และเห็นถุงดำอยู่จึงเปิดออกดูก็พบว่าเป็นเด็กทารกดังกล่าว ยังมีชีวิตอยู่ จึงรีบแจ้งตำรวจ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อหาคนที่นำเด็กมาทิ้งมาสอบปากคำถึงสาเหตุที่นำเด็กทารกมาวางไว้ ก่อนดำเนินการต่อไป
>> รถเก๋ง ชนกับรถจักรยานยนต์อย่างจัง คุณป้า 2 รายร่างกระเด็นเสียชีวิต กลางถนนสุขุมวิท จ.จันทบุรี
15.00 น. ศูนย์สั่งการ-หน่วยกู้ภัยสว่างกตัญญู จ.จันทบุรี ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถนั่งส่วนบุคคลชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้เสียชีวิต บนถนนสุขุมวิท บริเวณบ้านลาว ในพื้นที่เขต อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล BMW สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน ระยอง ลักษณะชนกับ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน - ดำ ป้ายทะเบียน จันทบุรี ตรวจสอบพบร่างของผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 65 ปี และ อายุ 70 ปี
ลูกและหลานเดินทางมาที่เกิดเหตุ ให้ข้อมูลว่า คุณป้าทั้ง 2 ท่าน เดินทางไปซื้อกับข้าว และกำลังจะเดินทางกลับบ้าน ที่บ้านน้ำรัก แต่มาเกิดอุบัติเหตุเสียก่อน
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มะขาม จะดำเนินการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
>> ตร.ทล. เรียกตรวจเก๋งขับวนผิดสังเกต พบยาบ้า 40,000 เม็ด
15.44 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ขณะที่ตำรวจทางหลวงชุมพร ออกตรวจบนถนนเพชรเกษม สังเกตเห็นรถเก๋งคันหนึ่งมีพฤติกรรมน่าสงสัย ขับวนใช้เส้นทางเดิมซ้ำไปซ้ำมาในระยะทางสั้นๆ จึงติดตามและเรียกตรวจบริเวณ ทล.4 กม.426+200 ขาล่องใต้ ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร
ภายในรถพบชาย 2 คน มีท่าทีกระวนกระวายและพูดจาวกวน เจ้าหน้าที่จึงตรวจค้นรถ พบยาบ้า 6 มัด ซุกอยู่ในช่องเก็บของด้านหลังเบาะคนขับ 5 มัด และด้านหลังเบาะผู้โดยสารอีก 1 มัด ก่อนควบคุมทั้ง 2 คนพร้อมรถไปตรวจอย่างละเอียดที่หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงท่าแซะ
จากการตรวจสอบ พบว่าบริเวณคอนโซลหน้ารถถูกดัดแปลงเป็นช่องลับสำหรับซุกสิ่งของ และพบยาบ้าซ่อนอยู่อีกจำนวนหนึ่ง รวมของกลางทั้งหมด 20 มัด ประมาณ 40,000 เม็ด
เบื้องต้น ทั้ง 2 คน รับสารภาพว่าเดินทางไปรับยาบ้าจากพื้นที่ภาคใต้ตอนบน เพื่อนำกลับมากระจายส่งในพื้นที่ จ.ชุมพร โดยเคยร่วมกันลำเลียงมาแล้ว 1 ครั้ง และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 โดยหนึ่งในผู้ต้องหายังให้ข้อมูลว่าเพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำมาได้ไม่นาน ขณะที่ทั้งสองรับว่าเสพยาบ้าก่อนถูกจับ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวอย่างปัสสาวะส่งตรวจที่โรงพยาบาลท่าแซะ ผลตรวจพบสารเสพติดในปัสสาวะของทั้งสองคน
จากนั้น เจ้าหน้าที่ทำการจับกุมทั้ง 2 คน พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านมาบอำมฤต เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> ผู้ประสบภัย ไฟไหม้ “คลองถมเซ็นเตอร์” ลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือแล้ว 202 ราย
16.54 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย สรุปยอดผู้ลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือ กรณีเหตุ เพลิงไหม้ “คลองถมเซ็นเตอร์”
โดย วันที่ 29 สิงหาคม 2569 จำนวน 181 ราย และ วันที่ 30 สิงหาคม 2569 จำนวน 21 ราย รวมทั้งสิ้น 202 ราย
สำหรับผู้ประสบภัยที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน สามารถยื่นคำร้องได้ที่ สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป เวลา 08.00–16.00 น.
เอกสารประกอบการยื่นคำร้อง ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน, สัญญาเช่า, บันทึกประจำวันสถานีตำรวจ โดยระบุความเสียหายเป็นรายกรณี พร้อมภาพถ่ายประกอบความเสียหาย
หลังยื่นคำร้อง สำนักงานเขตจะออก หนังสือรับรองผู้ประสบภัย และนัดรับจ่ายเงินที่สำนักงานเขตอีกครั้ง
>> รถกระบะพลิกคว่ำตกเขา คนขับเสียชีวิต จ.แม่ฮ่องสอน
17.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ด่านตรวจห้วยกุ้ง สภ.กองก๋อย จ.แม่ฮ่องสอน ได้รับแจ้งจาก 191 ว่ามีรถยนต์กระบะเสียหลักตกข้างทาง บริเวณถนนในหมูบ้านแม่ลาย หมู่.6 ต.ป่าโปง อ.สบเมย จว.แม่ฮ่องสอน จนท.ด่านตรวจห้วยกุ้ง จึงได้ออกตรวจสอบและแจ้งกู้ชีพช่วยเหลือ
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ โตโยต้า สีเงิน ป้ายทะเบียน แม่ฮ่องสอน ลักษณะพลิกคว่ำลงข้างทาง ที่ความลึกประมาณ 50 เมตร ตรวจสอบพบว่า มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็ฯผู้ขับขี่ และ มีผู้บาดเจ็บสาหัส 1ราย เป็นผู้โดยสาร ทางอาสาสมัคร ช่วยเหลือและนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเรียบร้อย ไม่มีทรัพย์สินทางราชการเสียหาย แจ้งผู้เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อไป
>> ไฟไหม้บ้านเรือนประชาชน ที่สันกำแพง หลังเพลิงสงบพบร่างของผู้เสียชีวิต จ.เชียงใหม่
17.20 น. สมาคมดับเพลิงร่วมกตัญญูเชียงใหม่ รับแจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน บริเวณใกล้เคียงวัดบ้านหม้อ ม.5 ต.ห้วยทราย อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่
ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้านเดี่ยว เพลิงได้ลุกไหม้รุนแรง เจ้าหน้าที่พร้อมด้วยรถดับเพลิง ระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดเพลิง ใช้เวลาประมาณเวลา 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ หลังจากเพลิงสงบ ตรวจสอบพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายไทย อายุประมาณ 60 - 65 ปี สภาพถูกไฟคลอกอยู่ภายในตัวบ้าน
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สันกำแพง พร้อมด้วยแพทย์เวรร่วมกันตรวจสอบ ในส่วนรายละเอียดและสาเหตุเพิ่มเติมอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
>> ปอศ. จับเครือข่ายขาย "น้ำหอมปลอม" กลางห้างพัทยา แกะรอยเส้นเงินโยงนายทุนมาเลเซีย
19.35 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ร่วมกันจับกุม น.ส.พอ (นามสมมุติ) อายุ 44 ปี โดยจับกุมได้ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในพัทยาใต้ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมด้วยของกลาง เป็นน้ำหอมยี่ห้อต่างๆ รวม 14 รายการ จำนวนทั้งสิ้น 138 ชิ้น
พฤติการณ์ หลังตำรวจได้รับแจ้งจากตัวแทนผู้เสียหายว่า ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านพัทยาใต้ มีการจำหน่ายน้ำหอมเลียนแบบเคาน์เตอร์แบรนด์หลายยี่ห้อในราคาต่ำกว่าท้องตลาด โดยมุ่งจำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จากการสืบสวนและทดลองซื้อสินค้าเพื่อนำมาตรวจสอบ ตัวแทนผู้เสียหายยืนยันว่าเป็นสินค้าที่ปลอมเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น ซึ่งได้จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
จากการเข้าตรวจสอบร้านดังกล่าว พบ น.ส.พอ กำลังเสนอจำหน่ายสินค้าให้แก่ประชาชนทั่วไป และตรวจสอบพบว่า น้ำหอมที่วางจำหน่ายภายในร้านเป็นสินค้าที่ปลอมเครื่องหมายการค้า บรรจุอยู่ในกล่องและหุ้มซีล เลียนแบบสินค้าของแท้ จำหน่ายในราคาขวดละ 1,500 บาท พร้อมจัดโปรโมชั่นซื้อ 2 ขวด แถมฟรี 1 ขวด เพื่อจูงใจลูกค้า โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
จากการตรวจสอบช่องทางรับชำระเงินของร้าน พบว่ามีการรับเงินผ่าน QR Code ซึ่งแสดงชื่อบัญชีหนึ่ง จากการสืบสวนเบื้องต้นพบข้อมูลเชื่อมโยงว่า บุคคลดังกล่าวเป็นชาวมาเลเซียและอาจมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการคลังสินค้า การรับชำระเงิน และการบริหารพนักงานขายสินค้า เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมข้อมูลทางการเงินและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายผลและพิสูจน์บทบาทของบุคคลดังกล่าว รวมถึงติดตามแหล่งที่มาของสินค้าปลอมและผู้ร่วมกระทำความผิดต่อไป
เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดสินค้าของกลาง พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหา ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงิน การบริหารจัดการร้านและคลังสินค้า ตลอดจนขยายผลถึงแหล่งผลิต ผู้จัดส่งสินค้า และบุคคลอื่นที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายดังกล่าว
>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ย่านศาลธนบุรีซอย 37 มีผู้ได้รับบาดเจ็บ สำลักควัน อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาล
20.48 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยศาลธนบุรี 37 ถนนศาลธนบุรี แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็น ทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นล่างเพลิงลุกไหม้ ปลั๊กไฟต่อพ่วง ลุกลามชั้นวางของ พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 5 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟต่อพ่วง ในที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 1 ราย เป็นเพศชาย อายุประมาณ 64 ปี มีอาการสำลักควัน อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลทหารเรือ พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางแค
>> เพลิงไหม้โกดัง ซอยนนทรี 16 พื้นที่เขตยานนาวา เครื่องจักร อุปกรณ์เสียหายทั้งหมด
23.18 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุ เพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยนนทรี 16 ถนนนนทรี แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็น อาคารโครงสร้างเหล็กหลังคาเมทัลชีท ประกอบกิจการ ผลิตป้ายโฆษณาและเย็บรองเท้า ต้นเพลิงเกิดขึ้น ภายในโกดัง เพลิงลุกไหม้ เครื่องจักรเย็บรองเท้าและป้ายโฆษณา เสียหายทั้งหมด พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 30 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ ไม่สามารถตรวจสอบได้เพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยถนนจันทน์
>> แผ่นดินไหว ในพื้นที่ประเทศเวียดนาม
00.41 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 4.8 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของ ประเทศเวียดนาม ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ อ. โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ประมาณ 261 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
31 สิงหาคม 2569
31 สิงหาคม 2569
31 สิงหาคม 2569
31 สิงหาคม 2569