หน้าแรก > ต่างประเทศ

ผลศึกษาชี้ 'เอลนีโญ' ผันผวนรุนแรงสุดในรอบ 1,000 ปี

วันที่ 30 สิงหาคม 2569 เวลา 19:04 น.


ลอสแอนเจลิส, 30 ส.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพฤหัสบดี (27 ส.ค.) ผลการศึกษาใหม่ชิ้นหนึ่งที่ได้รับการเผยแพร่ในวารสารไซเอนซ์ (Science) พบว่าความผันผวนของอุณหภูมิในมหาสมุทรแปซิฟิกอันเนื่องมาจากปรากฏการณ์เอลนีโญ มีความรุนแรงยิ่งกว่าช่วงเวลาใดๆ เท่าที่มีการวัดค่าได้ในยุคก่อนอุตสาหกรรม โดยอิงจากสถิติย้อนหลังที่รวบรวมไว้นานราว 1,000 ปี

ผลการศึกษาดังกล่าวเป็นหลักฐานเพิ่มเติมที่ชี้ว่า วิกฤตสภาวะโลกร้อนอาจกำลังเปลี่ยนแปลงปรากฏการณ์เอลนีโญ-ความผันแปรของระบบอากาศในซีกโลกใต้ (ENSO) หรือ "เอนโซ" ซึ่งเป็นวัฏจักรภูมิอากาศตามธรรมชาติที่ส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศทั่วโลก

ผลการศึกษารายงานว่า ความผันผวนของปรากฏการณ์เอนโซในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา สูงกว่าช่วงยุคก่อนอุตสาหกรรมมากกว่าร้อยละ 36 โดยพบการเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงที่สุดในช่วงเวลาราว 40 ปีที่ผ่านมา

ผลการศึกษาระบุว่า ปรากฏการณ์เอนโซประกอบด้วยระยะเอลนีโญที่ทำให้อุณหภูมิอุ่นขึ้น และระยะลานีญาที่ทำให้อุณหภูมิลดต่ำลง ซึ่งทั้งสองปรากฏการณ์ส่งผลให้ปริมาณน้ำฝนและอุณหภูมิเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นวงกว้างไกลเกินกว่าพื้นที่มหาสมุทรแปซิฟิก โดยกระทบต่อสถานการณ์ภัยแล้ง น้ำท่วม และภาคการเกษตรในหลายภูมิภาคทั่วโลก

การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมานี้ มีสาเหตุหลักมาจากเหตุการณ์เอลนีโญที่เกิดขึ้นถี่และรุนแรงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวยังสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกด้วย

ผลการศึกษาดังกล่าวมีขึ้นขณะเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญครั้งใหม่ในแถบศูนย์สูตรของมหาสมุทรแปซิฟิก โดยศูนย์ทำนายสภาพภูมิอากาศ สังกัดองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA) ระบุเมื่อวันที่ 13 ส.ค. ว่าปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังทวีความรุนแรงขึ้น และมีโอกาสสูงกว่าร้อยละ 90 ที่จะพัฒนาเป็นปรากฏการณ์ระดับรุนแรงมากในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ปี 2026-2027 ของซีกโลกเหนือ

อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาไม่ได้ระบุว่าปรากฏการณ์เอลนีโญทุกครั้งในอนาคตจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นเสมอไป แต่ชี้ให้เห็นว่าความผันผวนของปรากฏการณ์เอนโซบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกฝั่งตะวันออก สูงเกินกว่าระดับที่เคยเกิดขึ้นตลอดหลายร้อยปีในยุคก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม ซึ่งตรวจพบจากข้อมูลบันทึกในชั้นปะการัง

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม