หน้าแรก > เศรษฐกิจ

"พาณิชย์" ย้ำ บริหารข้าวโพดตามสถานการณ์ ยกเลิกแนวทางนำเข้า 6 แสนตัน คุมเข้มการรับซื้อ-ต้นทุน ดูแลความเป็นธรรมเกษตรกร

วันที่ 27 สิงหาคม 2569 เวลา 16:46 น.


นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวจากสื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ประกาศขององค์การคลังสินค้า (อคส.) เกี่ยวกับการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน ปริมาณ 600,000 ตัน ว่า ขณะนี้สถานการณ์ดังกล่าวได้มีการทบทวนและดำเนินการยกเลิกประกาศแล้ว โดยปัจจุบันไม่มีการอนุญาตให้นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้านตามประกาศดังกล่าว

ด้านเรือโท วีระชัย โกสาแสง รองผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า รักษาการแทน ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า กล่าวถึงเหตุผลและที่มาของการออกประกาศนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นการบริหารจัดการวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตอาหารสัตว์ เพื่อให้มีปริมาณข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เข้าสู่ระบบอย่างเหมาะสม และไม่ให้เกิดผลกระทบต่อราคาอาหารสัตว์ รวมถึงราคาวัตถุดิบสินค้าเกษตรที่ใช้เป็นอาหารสัตว์

ทั้งนี้ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาแหล่งเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดน่านและพื้นที่ใกล้เคียง ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยและน้ำป่าไหลหลาก โดยจังหวัดน่านเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่สำคัญของประเทศ อยู่ในอันดับ 6 มีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 400,000 ไร่ และยังเป็นศูนย์รวบรวมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และเส้นทางขนส่งที่สำคัญด้วย และสถานการณ์อุทกภัยในขณะนั้นมีแนวโน้มที่จะกระจายไปยังพื้นที่จังหวัดแพร่ สุโขทัยและพิษณุโลก อาจส่งผลให้ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลดลง และกระทบต่อปริมาณวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ เหมือนอุทกภัยที่เกิดขึ้นที่หาดใหญ่เมื่อปีที่ผ่านมาที่มีความรุนแรงและเสียหายอย่างมาก

องค์การคลังสินค้า (อคส.) มีความห่วงใย ถ้าสถานการณ์ยืดเยื้อจะส่งผลกระทบมาถึงราคาอาหารสัตว์และราคาสินค้า หากปริมาณข้าวโพดไม่เพียงพอในช่วงปลายปี อคส. ในฐานะหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้ระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2569 จึงได้จัดทำประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขโครงการนำข้าวโพดที่ใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักร ตามความตกลงภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารจัดการวัตถุดิบอาหารสัตว์ให้มีความสมดุล และรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

เรือโทวีระชัย กล่าวต่อว่า การกำหนดเงื่อนไขดังกล่าวมีรายละเอียดในการจัดเก็บข้าวโพดนำเข้าไว้ในคลังสินค้าไม่น้อยกว่า 3 เดือน และหากจะนำออกไปประกอบธุรกิจจะต้องได้รับอนุญาตจากองค์การคลังสินค้าก่อน โดยแนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อบริหารลำดับการใช้วัตถุดิบ ให้สามารถนำข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศเข้าสู่ระบบการผลิตอาหารสัตว์ก่อน และใช้วัตถุดิบส่วนอื่นเพิ่มเติมเมื่อมีความจำเป็น

อย่างไรก็ดี เมื่อสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือเริ่มคลี่คลาย และสามารถนำข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีอยู่เข้าสู่ระบบวัตถุดิบอาหารสัตว์ได้มากขึ้น ทำให้สถานการณ์ด้านปริมาณวัตถุดิบมีความเหมาะสมมากขึ้น

กระทรวงพาณิชย์ในฐานะคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) จึงได้พิจารณาร่วมกับองค์การคลังสินค้า และเห็นว่าขณะนี้ไม่มีความจำเป็นต้องดำเนินการตามแนวทางการนำเข้าดังกล่าว จึงได้ระงับและยกเลิกประกาศแล้ว

นายวิทยากร กล่าวเสริมว่า ขอให้พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โรงงานผู้ผลิตอาหารสัตว์ และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนคลายความกังวลในเรื่องปริมาณและราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศ โดยขณะนี้ยังสามารถใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศได้ในปริมาณที่เพียงพอ และการซื้อขายขอให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ที่กำหนดไว้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งพี่น้องเกษตรกรและโรงงานผู้ผลิตอาหารสัตว์“กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทั้งระบบ ต้องดูทั้งปริมาณผลผลิตของเกษตรกร ความต้องการใช้ของโรงงานอาหารสัตว์ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับระบบเศรษฐกิจโดยรวม การดำเนินการจึงต้องพิจารณาตามสถานการณ์และปรับให้เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา” นายวิทยากรกล่าว

ทั้งนี้ หากหน่วยงานใดมีข้อเสนอหรือมาตรการเกี่ยวกับการบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ขอให้เสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) เพื่อพิจารณาถึงเหตุผล ความจำเป็น และผลกระทบอย่างรอบคอบ ก่อนกำหนดแนวทางที่เหมาะสม

นายวิทยากรย้ำว่า หากเกิดกรณีจำเป็นเร่งด่วน นบขพ. ก็พร้อมพิจารณาอย่างเร่งด่วนเช่นเดียวกัน เพื่อให้การบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทันต่อสถานการณ์ และสามารถสร้างความสมดุลให้กับเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้ที่เกี่ยวข้องตลอดทั้งระบบ ทั้งนี้ การดำเนินการตามมติ นบขพ. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในกำกับดูแลการนำเข้าและการซื้อขายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างใกล้ชิด โดยกรมการค้าภายในได้ขอความร่วมมือผู้นำเข้าให้ชะลอการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามโควตา WTO จากเดิม 572,405 ตัน โดยส่งมอบภายในเดือนธันวาคม 2569 จำนวน 120,000 ตัน และขอความร่วมมือให้ส่วนที่เหลือนำเข้าในปี 2570 เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศ

ในส่วนการรับซื้อ ได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในนำเจ้าหน้าที่สายตรวจลงพื้นที่ตรวจสอบการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ ทั้งในเรื่องเครื่องชั่ง เครื่องวัดความชื้น และการแสดงราคารับซื้อ เพื่อสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรว่าจะได้รับความเป็นธรรมในการซื้อขาย โดยที่ผ่านมาได้ตรวจสอบแล้ว 8 จังหวัด ได้แก่ เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ ลพบุรี ปราจีนบุรี ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี และนครปฐม พบการใช้เครื่องวัดความชื้นไม่ถูกต้องตามกฎหมาย 11 ราย ซึ่งกรมการค้าภายในได้ดำเนินการตามกฎหมายแล้ว สำหรับการรับซื้อของโรงงานอาหารสัตว์รายใหญ่ ส่วนใหญ่เปิดรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามปกติ ทั้งนี้ ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำชับและติดตามคุณภาพผลผลิตให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่ประกาศไว้

ในส่วนของการพิจารณาต้นทุนการผลิต ได้มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนต้นทุนการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อให้ได้ข้อมูลต้นทุนที่เหมาะสม สอดคล้องกับข้อเท็จจริง และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย โดยให้นำเสนอผลการทบทวนต่อคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม