หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 24 สิงหาคม 2569

วันที่ 25 สิงหาคม 2569 เวลา 05:37 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 24 สิงหาคม 2569


>> คุณตาวัย 78 ปีเจ้าของร้านขายของชำ ถูกคนทำร้ายและชิงทรัพย์ ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อหาเส้นทางเข้าออกของคนร้าย

06.30 น. สน.ประเวศ รับแจ้งเหตุคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์ เหตุเกิดที่บ้านหลังหนึ่ง ภายในหมู่บ้านนักกีฬาแหลมทอง พื้นที่ แขวงทับช้าง เขตสะพานสูง กทม.

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่ประมาณ 50 ตารางวา หน้าบ้านเปิดเป็นร้านขายของชำ พบร่างของ ชายไทย อายุ 79 ปี เจ้าของบ้าน นอนหงายจมกองเลือดที่พื้นภายในห้องครัวชั้นล่าง นุ่งกางเกงขาสั้นสีเทาดำ ไม่สวมเสื้อ มีบาดแผลแตกฉกรรจ์ที่ศีรษะ เสียชีวิตมาแล้ว 5-6 ชม.

ข้างศพในกองเลือด พบสากกระเบือหักคาดเป็นอาวุธใช้ก่อเหตุ มีหยุดเลือดทั่วบ้าน และร่องรอยเท้าติดเลือดเดินเข้าไปในห้องนอนผู้ตายชั้นล่าง ในห้องนอนยังพบร่องรอยการรื้อค้น กระจกตู้แตก ประตูหลังบ้านเปิดทิ้งไว้มีร่องรอยการปีนของคนร้ายบริเวณหลังบ้าน ขณะที่กล้องวงจรปิดในส่วนร้านขายของชำบริเวณหน้าบ้านมีการงัดขึ้นไปด้านบน

พ.ต.อ.ทศพล อำไพพิพัฒน์กุล ผกก.สน.ประเวศ กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นหญิงสาวชาวเมียนมา 2 คน เป็นลูกจ้างช่วยขายของ ซึ่งพักอยู่ที่อื่น ทราบว่า คุณตา ขายของชำอยู่ที่บ้าน อยู่บ้านกับภรรยา 2 คน แต่ช่วงนี้ภรรยาเดินทางไปหาลูกสาวที่ประเทศสหรัฐอเมริกา คุณตา จะเปิดขายของตั้งแต่ช่วง 04.00 -22.00 น.ทุกวัน ก่อนเกิดเหตุคนงานหญิงชาวเมียนมา 2 คน มาถึงที่บ้านเกิดเหตุประมาณ 06.00 น.เห็นว่าร้านยังไม่เปิดส่องดูผ่านกระจกหน้าต่างพบมีคราบเลือดน่าจะมีเหตุร้ายแจ้งเจ้าหน้าที่

เบื้องต้นคาดว่า คนร้ายน่าจะได้เงินที่ขายของชำได้แต่ละวันหายไป 5,000 บาท รวมทั้งโทรศัพท์มือถือไอโฟนของผู้ตายหายไปด้วย สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนสอบถามพยานและตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงเพื่อจะเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> กระบะบรรทุกขนทุเรียนหลับใน ข้ามเลนชนรถเก๋ง กลางถนนที่บันนังสตา เจ็บ 2 ราย สาหัส 1 ราย

07.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บันนังสตา รับแจ้งว่า เกิดอุบัติเหตุรถกระบะ ชนกับรถนั่งส่วนบุคคล และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย กลางถนน ในพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา

ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล ฮอนด้า ซิตี้ สีเทา ลักษณะชนประสานงากับ รถกระบะ โตโยต้า สีเทา ป้ายทะเบียน ปัตตานี ทำให้รถทั้งสองคันได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว 2 ราย เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัย อบต.ตลิ่งชัน และรถฉุกเฉินจากโรงพยาบาลบันนังสตา เข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลบันนังสตาเพื่อให้แพทย์รักษาอย่างเร่งด่วน

จากข้อมูลเบื้องต้น ทราบว่ารถกระบะบรรทุกทุเรียน เดินทางมาจากทาง อ.เบตง เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ รถเกิดเสียหลักข้ามเลนมายังฝั่งตรงข้าม ก่อนพุ่งชนรถเก๋งที่มีผู้โดยสารมาด้วยกัน 2 คน ซึ่งกำลังเดินทางจากบริเวณสามแยกบ้านเนียง มุ่งหน้าไปทาง อ.ธารโต จ.ยะลา 
เบื้องต้นมีการระบุว่าสาเหตุอาจเกิดจากคนขับรถกระบะเกิดอาการหลับใน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงและสาเหตุของอุบัติเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง


>> ตร.เชียงใหม่ บุกทลายเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ เงินหมุนเวียนกว่า 25 ล้านบาท

09.15 น. ชุดสืบสวน ศปอส.ภ.จ.เชียงใหม่ นำโดย พ.ต.ท.อานนท์ เชิดชูตระกูลทอง รอง ผกก.สส.ภ.จ.เชียงใหม่ ร่วมกับ สภ.แม่ปิง นำกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมายจำนวน 3 จุด ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ลำปาง หลังสืบสวนขยายผลเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งมีเงินหมุนเวียนกว่า 25 ล้านบาท รวมถึงการลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนผ่านช่องทางออนไลน์

ภายหลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านพัก 3 จุด ในพื้นที่ ต.พิชัย ต.เวียงเหนือ และ ต.ชมพู จับกุมผู้ต้องหาซึ่งเกี่ยวข้องกับเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ 2 ราย ได้แก่ นายสอ (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี และ น.ส.กอ (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี แจ้งข้อหา สนับสนุนการฟอกเงิน, ยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝาก (บัญชีม้า) และสนับสนุนให้มีการเล่นพนันออนไลน์

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม นายภอ (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี แจ้งข้อหา “ครอบครองอาวุธปืนของผู้อื่นที่มีทะเบียนโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมตรวจยึดของกลาง ได้แก่ อาวุธปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก ,ซองกระสุนปืน3 อัน และเครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. 30 นัด

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายแก่ผู้ต้องหาทั้งหมด ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> รัฐบาลติดตามมวลน้ำไหลลงภาคกลางบริหารจัดการได้ ใช้ Risk Map รู้จุดเสี่ยงล่วงหน้า–เตรียมรับทั้งน้ำท่วมและภัยแล้ง

09.29 น. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงสถานการณ์อุทกภัยว่า รัฐบาลยังคงติดตามสถานการณ์น้ำทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำลุ่มเจ้าพระยา หลังปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนมีแนวโน้มไหลลงสู่ภาคกลางมากขึ้น พร้อมบริหารจัดการน้ำในลุ่มเจ้าพระยาทั้งระบบ ตั้งแต่การติดตามน้ำเหนือ การควบคุมและระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ไปจนถึงการเตรียมพร้อมของจังหวัดปลายน้ำ

สำหรับภาพรวมสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคกลาง เมื่อวันที่ 23 ส.ค.2569 จากที่ได้มีการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งมีนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งลุ่มน้ำเจ้าพระยา เป็นประธานการประชุม และมีนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาฯ เข้าร่วมด้วย เพื่อบูรณาการการบริหารจัดการน้ำในลุ่มเจ้าพระยาทั้งระบบให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งจะมีส่วนช่วยลดความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน พื้นที่เศรษฐกิจ และพื้นที่การเกษตรของประชาชนได้มาก

ที่ประชุมรับทราบว่า สถานการณ์น้ำยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ ช่วงที่ต้องเฝ้าระวังสูงสุดอยู่ในเดือน ก.ย.2569 คาดว่าการระบายน้ำจะไม่เกินประมาณ 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เทียบกับปีที่ผ่านมาที่สูงสุดประมาณ 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงอาจมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่ง แต่เบื้องต้นประเมินว่าจะไม่รุนแรงเท่าปีที่ผ่านมา

มากไปกว่านั้น ยังได้มีการจัดทำแผนที่พื้นที่เสี่ยงภัย หรือ Risk Map โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ร่วมกับหน่วยงานด้านน้ำ และกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจากการรอแก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุ ไปเป็นการประเมินความเสี่ยงล่วงหน้าว่าจุดใดมีความเสี่ยง และต้องเตรียมการอย่างไร ซึ่งจะช่วยให้สามารถจัดสรรกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ และความช่วยเหลือลงสู่พื้นที่ได้อย่างแม่นยำ 
ขณะเดียวกัน นอกจากเตรียมรับมือน้ำท่วมแล้ว รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการรับมือภัยแล้งควบคู่กัน เนื่องจากปริมาณฝนเฉลี่ยในพื้นที่ภาคกลางลดลงประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ และภาพรวมทั้งประเทศลดลงประมาณ 8 เปอร์เซ็นต์ จึงต้องวางแผนบริหารจัดการเก็บกักน้ำไว้ให้เพียงพอสำหรับการใช้งานในปีถัดไป


>> รถไฟเฉี่ยวชนคนงานก่อสร้าง บาดเจ็บสาหัส ริมทางรถไฟใกล้เคียงป้ายหยุดรถไฟจรัญสนิทวงศ์

10.30 น. รับแจ้งจากศูนย์วิทยุกรุงเทพ อุบัติเหตุรถไฟเฉี่ยวชนคนงานก่อสร้าง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จุดเกิดเหตุทางรถไฟ ใกล้เคียงป้ายหยุดรถไฟจรัญสนิทวงศ์ ถนนเลียบทางรถไฟบางขุนนนท์

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้ได้รับบาดเจ็บ ชาย 1 ราย มีบาดแผลบริเวณใบหน้าและศีรษะ ประเมินระดับความรู้สึกตัว และสัญญาณชีพ ค่าต่ำกว่าเกณฑ์ จึงประสานขอรับการสนับสนุนอย่างเร่งด่วน จากทีมปฏิบัติการแพทย์ขั้นสูง(ALS) จากโรงพยาบาลศิริราช ร่วมช่วยเหลือในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้น ณ จุดเกิดเหตุ ก่อนที่ทีมALS จะนำผู้บาดเจ็บส่งเข้ารับการรักษาต่อ ณ โรงพยาบาลศิริราช

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ ทราบว่า ชายคนดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ก่อสร้างที่ปฏิบัติงานอยู่บริเวณดังกล่าว และได้พยายามข้ามทางรถไฟ แต่ไม่สามารถข้ามพ้นได้ทัน จึงถูกแรงลมจากขบวนรถไฟจนเกิดการเฉี่ยวชน ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บ จุดเกิดเหตุพื้นที่รับผิดชอบ สน.บางขุนนนท์


>> ดีเอสไอ ส่งฟ้อง “ชนนพัฒฐ์” คดีเว็บพนัน สำนวน 1.2 หมื่นหน้า เจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อหา ยื่นความเป็นธรรม 9 ประเด็น

11.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ดีเอสไอ นำตัว นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา เขต 4 พรรคกล้าธรรม พร้อมสำนวนคดีเว็บพนันออนไลน์กว่า 12,000 หน้า 6 ลัง ส่งให้อัยการคดีพิเศษพิจารณาดำเนินคดี หลังแจ้งข้อกล่าวหาหลายข้อหา ทั้งร่วมกันจัดให้มีการพนันออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต สมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงความผิดฐานเป็นอั้งยี่

ด้าน นายชนนพัฒฐ์ ซึ่งยืนยันปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เดินทางมาตามนัดพร้อมยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่ออัยการ 9 ประเด็น ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บพนันหรือการฟอกเงิน และเตรียมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ พร้อมประกาศไม่ใช้เอกสิทธิ์ สส. เพื่อหลีกเลี่ยงกระบวนการยุติธรรม และพร้อมเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายเต็มที่


>> เปิดปฏิบัติการสกัดเรือสปีดโบ๊ท ขนอาวุธสงครามทางทะเลตราด ตำรวจน้ำบุกยึด AK-47 พร้อมกระสุนเพียบ

11.50 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.) ร่วมกันจับกุม นายสม (นามสมมุติ) อายุ 51 ปี พร้อมยึดของกลางในคดี1.อาวุธ ปืนอาก้า 2 กระบอก,เครื่องกระสุนปืนอาก้า รวม 23,640 นัด,เครื่องกระสุนปืนกล รวม 765 นัด,แมกกาซีนปืนอาก้า 102 อัน,โทรศัพท์มือถือ และ เรือยนต์สปีดโบ๊ท สีขาว - น้ำเงิน ไม่มีชื่อ ไม่มีหมายเลขทะเบียน 1 ลำ พร้อมเทรลเลอร์ลากเรือ โดยจับกุมได้บริเวณท่าเทียบเรือแห่งหนึ่ง อ.แหลมงอบ จ.ตราด

สำหรับการเปิดปฏิบัติการสกัดเรือสปีดโบ๊ทขนอาวุธสงครามในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำแหลมงอบ ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมข่าวทหารเรือ กองบัญชาการกองทัพเรือ และเจ้าหน้าที่ข่าวทัพเรือภาคที่ 1 สืบสวนจนนำไปสู่การตรวจยึดอาวุธสงครามและเครื่องกระสุนจำนวนมาก หลังได้รับแจ้งเบาะแสว่าจะมีการใช้เรือสปีดโบ๊ท ออกไปรับสิ่งของต้องสงสัยกลางทะเลบริเวณเกาะกูด ก่อนลำเลียงกลับเข้าฝั่งในพื้นที่อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด โดยเรือสปีดโบ๊ทดังกล่าวออกไปรับสิ่งของกลางทะเล โดยเชื่อว่าเป็นสิ่งของผิดกฎหมาย บริเวณทะเลใกล้เกาะกูด จังหวัดตราด จากนั้นจะลำเลียงสิ่งของดังกล่าวกลับขึ้นฝั่งที่ ท่าเทียบเรือที่จังหวัดตราด

จากนั้นเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตาม และจากการใช้กล้องส่องทางไกล เจ้าหน้าที่พบว่าบนเรือยังคงมีบุคคลอยู่ 2 คน เช่นเดียวกับช่วงที่เรือออกจากฝั่ง จึงสั่งการให้ชุดปฏิบัติการทางบกและชุดปฏิบัติการทางน้ำ พร้อมเรือตรวจการณ์ตำรวจน้ำ รน.332 เข้าตรวจสอบและตรวจค้นเรือเป้าหมาย เมื่อเรือสปีดโบ๊ทแล่นเข้ามาเทียบกับเรือประมงที่จอดอยู่บริเวณท่าเทียบเรือดังกล่าว

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ควบคุมเรือสปีดโบ๊ทลำดังกล่าว ภายในเรือพบชาย 1 ราย กำลังผูกเชือกเรือ มีท่าทางต้องสงสัย ทราบชื่อคือนายสม(นามสมมุติ)อายุ 51 ปี เมื่อเปิดห้องหัวเรือ พบกระสอบต้องสงสัย และเจออาวุธปืนและเครื่องกระสุนจำนวนมาก ผู้ต้องหารับสารภาพ อ้างรับจ้างขนของโดยไม่รู้ว่าเป็นอาวุธ

นายสม ให้การว่า ตนเองและนายตู่ ซึ่งเป็นผู้ควบคุมเรือสปีดโบ๊ท ได้รับว่าจ้างให้ออกเรือไปรับของทางทะเล แต่ในขณะรับงานนั้นไม่ทราบว่าสิ่งของดังกล่าวคืออะไร โดยของกลางทั้งหมดได้รับมาจากชาวกัมพูชา ซึ่งขับเรือนำสิ่งของมาส่งกลางทะเลบริเวณใกล้เกาะกูด ก่อนที่ตนเองและผู้ร่วมเดินทางจะนำเรือกลับมายังฝั่งจุดหมายปลายทางคือ ท่าเทียบเรือแห่งหนึ่ง จ.ตราด ซึ่งเป็นจุดเดียวกับที่เรือออกไปก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม ในจังหวะที่เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมและตรวจค้นเรือ นายตู่ได้อาศัยช่วงชุลมุนวิ่งหลบหนีออกจากพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงอยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดีนายตู่ และแจ้งข้อกล่าวหานายสม ก่อนควบคุมตัวส่งดำเนินคดีต่อไป


>> รถจักรยานยนต์ชนกัน กลางถนนกำแพงเพชร 7 ผู้บาดเจ็บ 2 รายอาการสาหัส ก่อนไปเสียชีวิตที่ รพ.ทั้งคู่

12.05 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมาก รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ 2 คันชนกันและมีผู้บาดเจ็บสาหัส บนถนนกำแพงเพชร 7 บริเวณหลัง ม.เกษมบัณฑิต ในพื้นที่เขตสวนหลวง กทม.

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะชนกับ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีดำ-แดง ป้ายทะเบียน กทม. และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นผู้ชายไทย 2 ราย มีอาการสาหัส ทางอาสากู้ชีพ - กู้ภัยเร่งช่วยเหลือ และนำส่ง รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ และ รพ.วิภาราม และรับแจ้งว่า ผู้บาดเจ็บทั้งคู่ ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวน


>> เพลิงไหม้ร้านค้าของเก่า อ.ควนเนียง เจ้าหน้าที่ระดมรถดับเพลิงควบคุมเพลิง เบื้องต้นคาดกระป๋องแก๊สระเบิด จ.สงขลา

12.30 น. นายวิเชษต์ สายกี้เส้ง นายอำเภอควนเนียง พร้อมด้วยนายสัญญา แหละหมัน ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง มอบหมายนายสมนิตย์ สุขแก้ว ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง ร่วมกับผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 ตำบลรัตภูมิ ลงพื้นที่ระงับเหตุเพลิงไหม้ร้านค้าของเก่าในพื้นที่หมู่ที่ 9 ตำบลรัตภูมิ อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา 
เจ้าหน้าที่ได้ประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลควนเนียง จำนวน 1 คัน และขอรับการสนับสนุนรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลบางเหรียงอีก 1 คัน เพื่อเร่งควบคุมสถานการณ์ โดยสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้แล้ว

จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าของร้านแจ้งว่า สาเหตุเพลิงไหม้อาจเกิดจากกระป๋องแก๊สระเบิด ก่อนเกิดเปลวเพลิงลุกลามภายในร้าน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดและความเสียหายอย่างละเอียดอีกครั้ง


>> รถนั่งส่วนบุคคลชนกับรถบรรทุก บาดเจ็บหลายราย กลางถนนทางหลวงหมายเลข 304 จ.ปราจีนบุรี

13.08 น. มูลนิธิสัจจพุทธธรรมแห่งประเทศไทย อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถบรรทุก 6 ล้อ ชนกับ รถยนต์เก๋งนั่งส่วนบุคคล ถนนทางหลวงหมายเลข 304 บริเวณฝั่งตรงข้ามโรงน้ำแข็งวารีเทพ มุ่งหน้าโรงพยาบาลกบินทร์บุรี ในพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล ฮอนด้า แจ็ส สีขาว ลักษณะชนกับรถบรรทุก 6 ล้อ อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน ระยอง ตรวจสอบ พบว่ามีผู้ได้บาดเจ็บ 3 ราย เป็นผู้หญิง 2 และผู้ชาย 1 ราย ทางอาสาสมัครกู้ภัยสัจจะฯร่วมกับรถกู้ชีพ รพกบินทร์บุรี ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำส่ง รพ กบินทร์บุรี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กบินทร์บุรี


>> รอง ผบช.ภาค 2 ลุยบางละมุง สางคดีครูละเมิดนักเรียนหญิง กำชับคดีละเมิดเด็กเรื่องสำคัญ ดำเนินคดีเต็มที่

13.20 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ห้องประชุมชั้น 3 (ศปก.) สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 2 พร้อมด้วย พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผกก.สภ.บางละมุง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และ ร.ต.อ.มาโนต ทิพย์เวช รอง สว.(สอบสวน) เจ้าของคดี ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้ากรณีครูโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดนักเรียนหญิงชั้น ม.4 โดยใช้เวลาประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง

พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รอง ผบช.ภาค 2 เปิดเผยว่า ทราบเรื่องดังกล่าวมาประมาณ 1 สัปดาห์แล้ว โดย ผกก.สภ.บางละมุง ได้ติดตามเรื่องอย่างต่อเนื่อง ภายหลังปรากฏคลิปที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้ตำรวจได้พิสูจน์ทราบสถานที่และตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว จากนี้จะดำเนินการสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้อง พร้อมประสานบ้านพักเด็กและครอบครัวเข้ามาดูแลเด็กผู้เสียหาย

ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงครูผู้ถูกกล่าวหา เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบตัวทั้งหมดแล้ว โดย สภ.บางละมุง จะดำเนินการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ กล่าวอีกว่า เด็กไม่ว่าจะอายุ 17 หรือ 18 ปี ก็ยังเป็นบุคคลที่ไม่สามารถตัดสินใจได้เท่ากับผู้ใหญ่ เพราะฉะนั้นคำว่า “สมัครใจ” ไม่สามารถนำมาเป็นข้ออ้างได้ อีกทั้งผู้ที่เป็นครูย่อมรู้อยู่แล้วว่าสิ่งใดผิดหรือถูก จึงอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมองเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดเด็ก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเต็มที่

เบื้องต้น ร.ต.อ.มาโนต ทิพย์เวช รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางละมุง จะนำตัวผู้เสียหายเข้าสอบปากคำต่อหน้าทีมสหวิชาชีพ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานประกอบการพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหา และดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป


>> เจ้าหน้าที่บูรณาการ 3 ฝ่าย ตรวจพบกล้องวงจรปิดของหน่วยที่ถูกขโมย เชิญตัว ผู้ก่อเหตุ สอบสวนและดำเนินการตามกฎหมาย จ.นราธิวาส

13.30 น. หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 ร่วมกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมจังหวัดนราธิวาส ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส สถานีตำรวจภูธรเจาะไอร้อง และฝ่ายปกครอง ร่วมกันเข้าตรวจสอบพื้นที่บริเวณ 4 แยกบ้านปาเร๊ะรูโป๊ะ หมู่ที่ 9 ตำบลมะรือโบออก อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส

จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ตรวจพบกล้องวงจรปิด (CCTV) ของหน่วย จำนวน 2 ตัว ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีข้อมูลว่าถูกขโมยไปเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 โดยเจ้าหน้าที่ได้เชิญ นายออ (นามสมมุติ) มาให้ข้อมูล จากการซักถามเบื้องต้น และได้ให้การยอมรับเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว

ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายออ (นามสมมุติ) พร้อมของกลางกล้องวงจรปิด จำนวน 2 ตัว ไปยังสถานีตำรวจภูธรเจาะไอร้อง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายและบันทึกหลักฐานที่เกี่ยวข้อง โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และเป็นธรรม 
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย โดยผู้ที่ถูกเชิญตัวหรือถูกกล่าวหายังคงได้รับสิทธิตามกฎหมายและถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด หากมีความคืบหน้าที่สำคัญ หน่วยงานจะชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป


>> ประธานสภาฯ ออสเตรเลียเยือนไทยครั้งแรก พบนายกฯ ย้ำเดินหน้าหุ้นส่วนยุทธศาสตร์

15.30 น. นายมิลตัน ดิก ประธานสภาผู้แทนราษฎรเครือรัฐออสเตรเลีย เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

การพบหารือเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเองอย่างมาก และเชื่อมั่นว่าการเยือนออสเตรเลียครั้งล่าสุดจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และนำไปสู่ความร่วมมือใหม่ ๆ ตามมา ในหลายด้าน ทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และความสัมพันธ์ระดับประชาชน โดยไทยพร้อมเดินหน้าต่อยอดผลการหารือให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

พร้อมกันนี้ นายกฯย้ำความยินดีที่จะต้อนรับนายกฯออสเตรเลียเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในโอกาสครบรอบ 75 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ออสเตรเลียในปี 2570 เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระสำคัญและสานต่อการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงระหว่างกัน โดยเฉพาะผ่านกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย–ออสเตรเลีย เพื่อเป็นอีกกลไกเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้ใกล้ชิดในทุกระดับ


>> กลุ่มไทยไม่ทน บุกสถานทูตอิสราเอล ยื่นหนังสือขอเข้มชาวอิสราเอลเคารพกฎหมายไทย

15.33 น. กลุ่ม “ไทยไม่ทน” เดินทางไปยังสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย เพื่อยื่นหนังสือถึงเอกอัครราชทูตฯ ขอให้สถานทูตช่วยประชาสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจแก่นักท่องเที่ยวและผู้พำนักชาวอิสราเอล ให้เคารพกฎหมาย ขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมไทย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สถานทูตไม่รับเอกสารโดยตรง พร้อมแจ้งให้ตัวแทนกลุ่มนำหนังสือไปวางไว้บริเวณด้านหน้าสถานทูต

เนื้อหาในหนังสืออ้างถึงข้อร้องเรียนจากประชาชนในหลายพื้นที่ ทั้งภูเก็ต สุราษฎร์ธานี โดยเฉพาะเกาะสมุยและเกาะพะงัน รวมถึง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เกี่ยวกับพฤติกรรมของชาวอิสราเอลบางรายที่ถูกกล่าวหาว่าข่มขู่ คุกคาม หรือมีข้อพิพาทกับคนไทยและผู้ประกอบการ รวมถึงประเด็นด้านธุรกิจและอสังหาริมทรัพย์ โดยกลุ่มย้ำว่าไม่ได้ต้องการเหมารวมชาวอิสราเอลทั้งหมด แต่ขอให้กรณีที่ถูกร้องเรียนได้รับการตรวจสอบตามกฎหมาย พร้อมเรียกร้องให้สถานทูตช่วยสื่อสารกับชาวอิสราเอลให้เคารพกฎหมายไทย และร่วมกันคลี่คลายข้อกังวล เพื่อไม่ให้กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับอิสราเอล


>> “ทนายสงกานต์” ผนึก กมธ.ทหาร ร้องผู้ตรวจการฯ เบรกแก้กฎหมาย หวั่นกระทบใบ ป.4-กระบวนการยุติธรรม

16.00 น. ผู้สื่อข่าวรยงาน นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ พร้อมตัวแทนกลุ่มชาวปืน และนายราเชน ตระกูลเวียง รองประธาน กมธ.การทหาร สภาผู้แทนราษฎร เดินทางเข้าสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ เพื่อยื่นข้อกังวลเกี่ยวกับแนวทางแก้ไข พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ โดยเห็นว่าเป็นประเด็นที่ไม่ได้กระทบเฉพาะผู้ครอบครองปืน แต่เกี่ยวข้องกับสิทธิประชาชนและกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่ตำรวจ อัยการ จนถึงศาล

นายสงกานต์ ระบุว่า ต้องการให้ทุกฝ่ายพิจารณาร่างกฎหมายอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะแนวคิดปรับหลักเกณฑ์ใบอนุญาต ป.4 จากเดิมที่มีผลตลอดระยะเวลาครอบครอง เป็นการกำหนดให้ต่ออายุเป็นระยะ รวมถึงข้อเสนอให้ส่งมอบอาวุธปืนให้เจ้าหน้าที่เก็บรักษาและการระงับออกใบอนุญาตบางกรณี พร้อมเตรียมนำ “หลักฐานเด็ด” มาเปิดเผยต่อสาธารณชน ขณะที่ทุกฝ่ายจับตาว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินและรัฐบาลจะมีท่าทีอย่างไรต่อข้อร้องเรียนและแนวทางแก้ไขกฎหมายฉบับนี้


>> รถบรรทุก ชนเข้าท้ายรถเทรลเลอร์ กลางถนนมิตรภาพ คนขับเจ็บติดค้างในซากรถ จนท.ใช้เครื่องมือตัดถ่าง นำตัวออกมาได้ ก่อนเร่งส่ง รพ.

17.05 น. กู้ชีพกลางดง ได้รับแจ้ง ว่ามีอุบัติเหตุ รถบรรทุกชนกันและมีผู้บาดเจ็บติดค้างในยานพาหนะ ถนนมิตรภาพ ขาเข้า กม.37+100 ช่วงลงเนินกลางดง ก่อนถึงแดรี่โฮม(ฟาร์ม) ต.พญาเย็น อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

ที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุก 6 ล้อ อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะชนเข้าท้ายรถเทรลเลอร์ ฮีโน่ สีฟ้า ป้ายทะเบียน กทม. และรถพ่วง อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน ขอนแก่น ตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 ราย โดยมี 1 ราย ติดค้างภายในยานพาหนะ ทางเจ้าหน้าที่ร่วมดำเนินการใช้เครื่องมือตัดถ่าง ช่วยเหลือนำออกมาได้สำเร็จ จึงให้การปฐมพยาบาลและเคลื่อนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด นำส่งโรงพยาบาลมวกเหล็ก

โดยเบื้องต้น ลักษณะ รถบรรทุก 6 ล้อเบรกไม่อยู่ เฉี่ยวกับรถบรรทุกพ่วง แล้วไปชนเข้าท้ายรถเทรลเลอร์ ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรว สภ.กลางดง


>> รฟท. พร้อมเปิดเดินรถเส้นทางใต้ ช่วงสถานีมะรือโบ – ตันหยงมัส ตามปกติ

18.30 น. การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รายงานความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุระเบิดบริเวณทางรถไฟที่ กม. 1090/6-7 ระหว่างสถานีมะรือโบ – ตันหยงมัส ว่า ขณะนี้ เจ้าหน้าที่การรถไฟฯ ได้เร่งดำเนินการซ่อมแซมและปรับปรุงทางรถไฟบริเวณที่ได้รับความเสียหายจนแล้วเสร็จ โดยสามารถเปิดให้บริการเดินรถในเส้นทางดังกล่าวได้ตามปกติ

ภายหลังเกิดเหตุ การรถไฟฯ ได้ประสานงานกับฝ่ายความมั่นคงและหน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรือ EOD เข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด โดยเมื่อได้รับการยืนยันว่าพื้นที่มีความปลอดภัย เจ้าหน้าที่การรถไฟฯ จึงได้นำวัสดุทางและเครื่องมือบำรุงทางเข้าดำเนินการซ่อมแซมและปรับปรุงทางรถไฟบริเวณที่ได้รับความเสียหายอย่างเร่งด่วน เพื่อให้โครงสร้างทางรถไฟกลับคืนสู่สภาพที่มีความมั่นคง แข็งแรง และเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการเดินรถ

ทั้งนี้ การรถไฟฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบความพร้อมของเส้นทางและประเมินมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างรอบคอบ ก่อนเปิดให้บริการเดินรถอีกครั้ง โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสาร เจ้าหน้าที่ และประชาชนเป็นสำคัญ


>> จ.ภูเก็ต ตามรวบวัยรุ่นก่อเหตุยิงคู่อริกลางป่าตอง ได้ 7 ราย

19.00 น. ร้อยตำรวจเอก เขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต รักษาการที่ปรึกษาความมั่นคงปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ร่วมติดตามผลการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมรุนแรงและการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต หลังตำรวจ สภ.ป่าตอง เร่งสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุยิงคู่อริกลางป่าตองได้ 7 ราย ภายในเวลาประมาณ 19 ชั่วโมง โดยใช้ข้อมูลจากกล้องวงจรปิดในโครงการ Phuket Eyes เป็นส่วนสำคัญในการติดตามเส้นทางและยืนยันตัวบุคคล

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 01.35 น. บริเวณริมฟุตบาท ถนนพระบารมี อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต โดยกลุ่มวัยรุ่นใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มคู่อริจำนวน 1 นัด ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เป็นเยาวชนชายอายุ 17 ปี ถูกยิงบริเวณลำคอได้รับบาดเจ็บสาหัส และเยาวชนชายอายุ 15 ปี ถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่กลุ่มผู้ก่อเหตุจะขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปทางตำบลกะทู้

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าตอง ลงพื้นที่ตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำพยาน และตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่ รวมถึงระบบ Phuket Eyes เพื่อแกะรอยเส้นทางหลบหนีและยืนยันตัวบุคคล จากการสืบสวนพบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่

เจ้าหน้าที่จึงเร่งติดตามตัวอย่างต่อเนื่อง ก่อนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 7 ราย รวมระยะเวลาตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงการจับกุมประมาณ 19 ชั่วโมง ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างติดตามบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ซึ่งเป็นเยาวชนอีก 1 ราย หากพบว่ามีส่วนร่วมในการกระทำความผิด จะดำเนินการตามกฎหมายและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนต่อไป


>> คนร้ายก่อเหตุเผาและวางระเบิดร้านสะดวกซื้อ ลางา จ.ปัตตานี ก่อนปะทะตำรวจขณะหลบหนี

20.24 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เกิดเหตุคนร้ายก่อเหตุเผาและวางระเบิดบริเวณร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาลางา ตำบลลางา อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี ก่อนหลบหนีออกจากพื้นที่ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรมายอ ซึ่งเข้าตรวจสอบเหตุและติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุ ได้เกิดการปะทะกันระหว่างการหลบหนีของคนร้าย เบื้องต้น ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือประชาชนได้รับบาดเจ็บ

ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเข้าตรวจสอบพื้นที่ เก็บรวบรวมพยานหลักฐาน และตรวจสอบรายละเอียดของเหตุการณ์ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่และดูแลความปลอดภัยของประชาชน


>> แผ่นดินไหว ภายในทะเลบันดา ประเทศอินโดนีเซีย

21.10 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 6.4 ความลึก 10 กม. บริเวณพื้นที่ ทะเลบันดา (Banda Sea) ประเทศอินโดนีเซีย ศูนย์กลางห่างจากพื้นที่ประเทศไทย ประมาณ 3,753 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย ไม่เข้าเกณฑ์การแจ้งเหตุผ่านระบบ Cell Broadcast

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม